Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
สอบถามกรณีถ้าขอขยายนำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง ขอถึงวันที่ยื่นเอกสารวันที่ 4 พฤศจิกายน 2554 ตามบัตรส่งเสริมได้รับอนุมัติวันที่ 30 ธันวาคม 2554 เวลาเปิดดำเนินการนับอย่างไร และเป็นวันที่เท่าไหร่

ขอยกตัวอย่างใหม่เป็นดังนี้ 1 ม.ค. 54 ยื่นคำขอรับการส่งเสริม 1 ก.พ. 54 นำเข้าเครื่องจักรโดยชำระภาษี 1 มี.ค. 54 อนุมัติให้การส่งเสริม 1 เม.ย. 54 ออกบัตรส่งเสริม (เริ่มนับระยะเวลาการยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักร) 1 ต.ค. 56 สิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร (30 เดือน นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม) 1 เม.ย. 57 ครบกำหนดเปิดดำเนินการ (6 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร)

กรณีข้างต้นนี้ หากบริษัทยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง เพื่อยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรที่นำเข้ามาก่อนออกบัตรส่งเสริม BOI จะขยายระยะเวลานำเข้าย้อนหลังไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 54 (วันที่ยื่นคำขอรับส่งเสริม) แต่ระยะเวลาสิ้นสุดการนำเข้าเครื่องจักรยังคงเป็นวันเดิม (1 ต.ค. 56) และวันครบกำหนดเปิดดำเนินการก็ยังคงเป็นวันเดิม (1 เม.ย. 57)

บริษัทมี ภ.ง.ด.1ก หลายฉบับ ให้กรอกข้อมูลหรือแนบไฟล์ในระบบฯ อย่างไร

ให้กรอกมูลค่ารวมจาก ภ.ง.ด.1ก ทุกฉบับ และรวมไฟล์ ภ.ง.ด.1ก เฉพาะหน้าแรกของทุกฉบับเป็นไฟล์เดียวเพื่อแนบ

บริษัทยังไม่ได้รับการอนุมัติเปิดดำเนินการจะยกเลิกบัตรส่งเสริมได้หรือไม่ (2 เม.ย. 2563)

โครงการของท่านสามารถขอยกเลิกบัตรส่งเสริมได้ โดยมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องดังนี้

กรณีที่ 1 ขอยกเลิกบัตรส่งเสริม โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการ

สำนักงานจะถือว่าบริษัทไม่เคยได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ต้น และบริษัทจะต้องชำระภาษีอากรที่ได้รับสิทธิและประโยชน์จากบีโอไอคืนทั้งหมด กรณีที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบอาจมีภาระภาษีที่จะต้องชำระคืนพร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ (ถ้ามี) ได้แก่

- ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เคยใช้สิทธิยกเว้นภาษีไปแล้วคืนทั้งหมด พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

- ด้านอากรขาเข้าเครื่องจักร จะต้องชำระอากรขาเข้าเครื่องจักรและภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังตามสภาพ ณ วันนำเข้า พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

- ด้านอากรขาเข้าวัตถุดิบ จะต้องชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบและภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังตามสภาพ ณ วันนำเข้า พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

กรณีที่ 2 กรณีที่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการแล้ว และปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริมมาโดยตลอด

- ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่มีภาระภาษีที่ต้องชำระคืน

- ด้านอากรขาเข้าเครื่องจักร หากเครื่องจักรมีอายุเกินกว่า 5 ปีนับจากวันนำเข้า จะอนุญาตให้ตัดบัญชีเครื่องจักรเพื่อปลอดภาระภาษี จึงจะไม่มีภาระที่ต้องชำระอากรขาเข้าเครื่องจักรคืนในส่วนนี้ แต่หากเครื่องจักรมีอายุน้อยกว่า 5 ปี จะต้องชำระอากรขาเข้าเครื่องจักรและภาษีมูลค่าเพิ่มตามสภาพ ณ วันที่อนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม โดยไม่ต้องชำระเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ

- ด้านอากรขาเข้าวัตถุดิบ หากมีวัตถุดิบค้างคงเหลือในบัญชีและไม่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ จะต้องชำระอากรขาเข้าวัตถุดิบและภาษีมูลค่าเพิ่มตามสภาพ ณ วันนำเข้า พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ

กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมเป็นบริษัทต่างด้าว และใช้สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องจำหน่ายที่ดินดังกล่าว ภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม

กิจการบริการสอบเทียบมาตรฐาน (A1) ได้รับสิทธิมาตรา 36 ด้วยไหม ถ้าได้รับหมายถึงรายการเครื่องมือวัดที่ลูกค้าส่งมารับบริการสอบเทียบมาตรฐานใช่ไหม

ปัจจุบันกิจการในหมวดบริการไม่ให้สิทธิมาตรา 36 เนื่องจากกิจการบริการไม่มีมีวัตถุดิบที่ใช้ในโครงการ

กรณีกิจการบริการสอบเทียบมาตรฐาน ที่จำเป็นต้องนำเข้าสินค้า เช่น เครื่องมือวัดที่ลูกค้าต่างประเทศส่งมาสอบเทียบ และส่งกลับออกไป บริษัทน่าจะยื่นขอรับสิทธิตามมาตรา 36(2) การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่ผู้ได้รับส่งเสริมนำเข้ามาเพื่อส่งกลับออกไป

1) การนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ และขอนำกลับเข้ามาซ่อมเพื่อส่งกลับออกไปอีกครั้ง โดยจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น, วิธีการนี้เรียกว่าอย่างไร 2) ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สิทธิ BOI ในการส่งออกครั้งแรก จะสามารถใช้ยกเว้นอากรขาเข้าได้หรือไม่

1. ถ้าเรียกรวมๆ ก็คือการขอนำผลิตภัณฑ์กลับเข้ามาซ่อม แต่ถ้าจะพูดถึงการขอสั่งปล่อยยกเว้นภาษีอากร หรือการขออนุมัติบัญชีปริมาณสต็อก หรือการขอสูตรการผลิต ฯลฯ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำกลับเข้ามาซ่อม ก็จะว่ากันเป็นเรื่องๆไปครับ

2. ใช้สิทธิได้ การขอนำผลิตภัณฑ์กลับเข้ามาซ่อม ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่ส่งออกไปโดยใช้สิทธิฯ หากเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ ก็อยู่ในข่ายที่จะขออนุมัติบัญชีปริมาณสต็อก และนำเข้ามาซ่อมโดยใช้สิทธิได้ คือ

- ต้องเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม

- ต้องเป็นสินค้าที่สามารถซ่อมได้

- ต้องไม่เป็นการรับจ้างซ่อม หรือเป็นการซ่อมสินค้าที่ผ่านการใช้งานแล้ว

บริษัทจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปี ยังไม่ตัดบัญชีเครื่องจักร และถ้าจำหน่ายกำลังการผลิตจะลดลงเกิน 20 % ขั้นตอนที่บริษัทต้องทำคือดังนี้ถูกต้องไหม 1. ตัดบัญชีเครื่องจักร พร้อมแก้ไขโครงการ 2.ทำเรื่องขอจำหน่าย

ขั้นตอนที่ถูกต้องควรดำเนินการดังนี้

1.ยื่นคำขอแก้ไขโครงการเพื่อลดกำลังผลิต

2.ยื่นขออนุมัติจำหน่ายเครื่องจักรโดยไม่มีภาระภาษี (แต่ต้องเปิดดำเนินการแล้ว หรือยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ)

บริษัทฯ สามารถขอรับการส่งเสริมทั้งประเภทกิจการ TISO และ IPO ได้หรือไม่
บริษัทสามารถขอรับการส่งเสริมได้พร้อมกัน (แยก Application) เนื่องจาก 1 บริษัทสามารถขอรับการส่งเสริมกี่ประเภทกิจการก็ได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเฉพาะกิจการให้ได้ครบทุกเงื่อนไขของแต่ละประเภท
ขอทราบขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริมในกิจการ IPO
สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้ที่ ระบบ e-Investment ใน Website ของ BOI ที่ https://boi-investment.boi.go.th/public/index_en.php ทั้งนี้ บริษัทสามารถ Download แบบฟอร์มเป็น pdf file มาศึกษาก่อนได้ ที่ https://www.boi.go.th/upload/content/F%20PA%20PP%2003(Th)%20e-Form_6008fa2cee5a7.pdf จากนั้นหากบริษัทได้ยื่นขอรับการส่งเสริมในระบบ เจ้าหน้าที่จะนัดสัมภาษณ์รายละเอียดของโครงการ และจัดทำรายงานเพื่อเสนอคณะกรรมการ โดยจะใช้ระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับเงินลงทุนของบริษัท เช่น หากลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) จะใช้เวลา 40 วันทำการนับตั้งแต่วันยื่นคำขอ หากลงทุน 200-2,000 ล้านบาท ใช้ระยะเวลา 60 วันทำการ และหากเกิน 2,000 ล้านบาท จะใช้ระยะเวลาประมาณ 90 วันทำการ
ถ้าจะจำหน่ายเครื่องจักรที่เกิน 5 ปี ต้องตัดบัญชีเครื่องจักรก่อน และดำเนินการขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรใช่ไหม และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ทั้งสองขั้นตอน

1.กรณีที่บริษัทยังไม่ทราบว่าจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปีหรือไม่

- ให้ยื่นขอตัดบัญชีเครื่องจักรเกิน 5 ปี ก่อน

- เมื่อจะจำหน่าย ให้ยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี

2.กรณีที่บริษัททราบว่าจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปี

- สามารถยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี โดย BOI จะพิจารณาว่าเป็นเครื่องที่เกิน 5 ปีหรือไม่ และบริษัทดำเนินการตามเงื่อนไขเปิดดำเนินการ ฯลฯ ถูกต้องหรือไม่ หากพิจารณาแล้วถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ก็จะอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษีไปในขั้นตอนเดียวกันเลย ขั้นตอนทั้งหมดให้ยื่นขออนุมัติในระบบ eMT โดยแนบสำเนาเอกสาร เช่น ใบขนขาเข้า ตามที่ระบุในระบบ

บริษัท A ได้ปิดโครงการไปแล้วปลายปี 59 และตอนนี้ลูกค้าแจ้งสินค้ามีปัญหาจะส่งสินค้ากลับคืนมาเพื่อซ่อมแซมและส่งออกไป (สินค้าที่ ลูกค้าใช้ไม่ได้เปิด Invoice ขายตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 59 ก่อนปิดโครงการ ) บริษัทฯ A สามารถนำเข้ามาเพื่อโดยไม่เสียภาษี และผ่าน BOI ได้ไหม - กรณี บริษัท A (non BOI) ขายสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศ โดยสลักหลังใบขน โอนสิทธิให้บริษัท B (BOI) แต่สินค้าไม่ได้คุณภาพลูกค้าแจ้งคืนสินค้า รบกวนสอบถามว่าบริษัท A ให้ บริษัท B ( BOI) รับภาระในการนำสินค้ากลับมาซ่อมแซมได้ไหม ****ขั้นตอนของทั้ง 2 บริษัท มีดังนี้ บริษัท A ได้โอนวัตถุดิบทั้ง หมดไปให้บริษัท B ไปผลิต ก่อนปิดโครงการ // ปัจจุบัน บ.B ได้ขายสินค้า ให้ บ.A ( Non ฺBOI) ซึ่ง บริษัท A เป็นผู้ส่งออก โดยการสลักหลังใบขนขาออกโอนสิทธิ์ให้บริษัท B นำมาตัดบัญชีวัตถุดิบ)

1. หากบริษัท A ปิดโครงการ (คงหมายถึงสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ได้รับส่งเสริมแล้ว) ก็ไม่สามารถใช้สิทธิใดๆ ได้อีก จึงไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรสินค้าที่นำกลับเข้ามาซ่อมได้

2. A (Non BOI) ซื้อสินค้าจาก B (BOI) ไปส่งออก แต่สินค้าไม่ได้คุณภาพ ต้องนำกลับเข้ามาซ่อม B สามารถนำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรของ B ได้ เนื่องจากเป็นการซ่อมสินค้าที่ B เป็นผู้ผลิตขึ้นเอง ไม่ใช่การรับจ้างซ่อมสินค้าที่ผลิตโดยผู้อื่น

วิธีการคิดอัตราส่วนหนี้สิน : ส่วนผู้ถือหุ้น (3:1) ของสนง.ฯ เพื่อเพื่อคำนวณการเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ โดยที่เดิมบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนแล้ว 41ล้านบาท มีเงินลงทุนทั้งโครงการใหม่ 149 ล้านบาท รวมเงินลงทุนทุกรายการแล้วตามข้อ 3หนี้สินปัจจุบัน(ตามงบการเงินฯ) 235 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 72 ล้านบาท อยากทราบว่า

A คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น 72 ล้านบาท B คือ หนี้สินปัจจุบัน 235 ล้านบาท C คือ เงินลงทุนของโครงการใหม่ 149 ล้านบาท

ถ้าจะไม่เพิ่มทุน C จะเป็นเงินกู้ทั้งหมด

อัตราส่วนหนี้สิน : ส่วนผู้ถือหุ้น (รวมโครงการเดิม)

B+C = 384, A = 72

จะเป็น (B+C) : A = 5.33 : 1 ซึ่งเกิน 3:1

ดังนั้น บริษัทจึงต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกส่วนหนึ่ง คือ C1 และกู้เงินอีกส่วนหนึ่ง คือ C2 โดย C1 + C2 = 149 ล้านบาท ซึ่งถ้า (B+C2) : (A+C1) ไม่เกิน 3 : 1 ก็อยู่ในเกณฑ์ที่จะอนุมัติได้

การยกเลิกบัตรส่งเสริม สิทธิประโยชน์ที่ใช้ไปแล้ว บริษัทไม่สามารถจ่ายคืนภาษีย้อนหลังได้ เนื่องจากกิจการมีปัญหาสภาพคล่อง และจำเป็นต้องรับผิดชอบค่าชดเชยพนักงานเป็นเงินสูงมาก ทางบีโอไอมีแนวทางช่วยเหลืออย่างไรได้บ้างคะ (2 เม.ย. 2563)

หากบริษัทปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริมที่สำนักงานกำหนดมาโดยตลอด ท่านสามารถขอยกเลิกบัตรส่งเสริมได้โดยปราศจากภาระอากรต่าง ๆ ตามแนวทางที่ได้เสนอไปข้างต้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานแนะนำให้ท่านติดต่อกับกองบริหารการลงทุน 5 ซึ่งปัจจุบันกำกับดูแลประเภทกิจการของท่าน เพื่อเร่งรัดการตรวจเปิดดำเนินการ และดำเนินการขอยกเลิกบัตรส่งเสริมต่อไป

สำหรับการยกเลิกบัตรส่งเสริมสามารถดำเนินการโดย บริษัทนำส่งหนังสือชี้แจงจากบริษัท เรื่อง ขอยกเลิกบัตรส่งเสริม โดยชี้แจงเหตุผลที่ต้องการยกเลิกบัตรส่งเสริม เช่น เลิกประกอบกิจการ ยกเลิกการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดลงโดยไม่ประสงค์จะใช้สิทธิที่ไม่ใช่ภาษี เป็นต้น

สำนักงานจะดำเนินการตรวจสอบการใช้สิทธิและประโยชน์จากระบบการจัดเก็บเอกสารของสำนักงาน และสมาคมสโมสรนักลงทุน ได้แก่ การใช้สิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักร ด้านวัตถุดิบ ด้านที่ดิน ด้านช่างฝีมือ และด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามสิทธิและประโยชน์ที่ได้รับตามประเภทกิจการ และให้นำส่งหนังสือขอยกเลิกบัตรส่งเสริมที่กองบริหารการลงทุน 5 ที่กำกับดูแลประเภทกิจการของท่าน โดยหลักประกัน การคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะสิ้นสุดลงในวันที่ได้รับอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม

เอกสารการยกเลิกบัตรส่งเสริม

1. จดหมายชี้แจง (บริษัทท่านจะต้องเป็นผู้ทำจดหมายชี้แจงของบริษัท) โดยต้องระบุสาระสำคัญ ได้แก่ เลขที่บัตรส่งเสริม / ลงวันที่ออกบัตรส่งเสริม และเหตุผลการขอยกเลิกบัตรส่งเสริม

2. สำเนาหนังสือรับรองบริษัท

3. สำเนาบัตรส่งเสริม

4. สำเนางบการเงินปีล่าสุด

5. สำเนา ภ.ง.ด. 50 ปีล่าสุด

ทั้งนี้ เอกสารตามข้อ 1 – 5 ต้องมีลายเซ็นกรรมการผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจลงนามพร้อมทั้งประทับตราบริษัท โดยยื่นเอกสารที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองบริหารการลงทุน 5 ที่กำกับดูแลประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริม

บริษัทสามารถกรอกจำนวนการจ้างงานจริงไม่ตรงกับจำนวนผู้รับเงินได้ ใน ภ.ง.ด.1ก ได้หรือไม่

ได้ เนื่องจากจำนวนการจ้างงานทั้งสองส่วนไม่จำเป็นต้องตรงกัน

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ในการยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง

ใช้เอกสารตามนี้

หนังสือนำส่งของบริษัท

ไม่มีแบบฟอร์ม ใช้หนังสือหัวจดหมายบริษัท เรื่องขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง เรียนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจและประทับตรารับรอง

แบบขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรและเปิดดำเนินการ (F IN EM 02) 1 ชุด กรอกข้อมูลในข้อ 1 และ 2 และเลือกข้อ 3.1

สำเนาหนังสือแจ้งมติให้การส่งเสริม (หน้าแรก) 1 ชุด

ตอนนี้บริษัทหยุดการผลิตไป 1 สายการผลิต แต่ทางเจ้านายยังไม่ทราบแน่นอนว่าต่อไปจะมีการผลิตอีกหรือไม่มีการผลิตอีก บริษัทต้องดำเนินการลดกำลังการผลิตหรือไม่ หรือต้องดำเนินการอย่างไรก่อน

การจะหยุดกิจการเป็นเวลาตั้งแต่ 2 เดือนขึ้นไป จะต้องแจ้ง BOI เพื่อขออนุญาตก่อน แต่การชะลอการผลิต โดยการหยุดผลิตไป 1 สายการผลิต ไม่ต้องแจ้งขออนุญาต

กรณีมี 2 โครงการ ในการรายงาน ต.ส.310 ต้องแยกรายได้ทั้งสองโครงการออกจากกันหรือรวมกัน

การยื่น ตส.310 กรณีมีหลายบัตร ให้คีย์ข้อมูลรายได้รายจ่ายรวมกันทุกโครงการและให้คีย์ข้อมูลการผลิตรวมกันทุกบัตร (แยกชนิดภัณฑ์)

เอกสารประกอบที่ต้องใช้ยื่นขอออกบัตรส่งเสริมมีเอกสารอะไรบ้าง

เอกสารประกอบการขอรับบัตรส่งเสริม ระบุไว้ในแบบประกอบการขอรับบัตรส่งเสริม (กกท.05) (F GA CT 08) หากเอกสารครบ จะใช้เวลาออกบัตรส่งเสริมภายใน 10 วันทำการ

ขั้นตอนการทำเอกสารและยื่นเอกสารสิทธิประโยชน์ BOI ต้องใช้เอกสารหรือแบบฟอร์มไหนบ้างเพื่อขอ Passport + work permit

ขออธิบายขั้นตอนและเอกสารคร่าวๆ ดังนี้

1. สมัครใช้บริการระบบ e-expert รายละเอียดตาม Link : http://www.faq108.co.th/boi/expert/e_expert.php

2.ขออนุมัติตำแหน่ง

- ยื่น online

- ระบุเหตุผลความจำเป็นในการต้องมีตำแหน่งของชาวต่างชาติ

- ใช้เอกสารตามที่กำหนด เช่น ผังองค์กร แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี หนังสือรับรองบริษัท เป็นต้น

3.ยื่นบรรจุช่างฝีมือ

- ยื่น online

- ใช้เอกสารตามที่กำหนด เช่น หนังสือเดินทาง ใบรับรองการทำงาน ใบรับรองวุฒิการศึกษา เป็นต้น จากนั้น จึงพาช่างฝีมือไปต่อวีซ่าและทำใบอนุญาตทำงานตามที่ได้รับอนุมัติบรรจุ

บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สมมุติว่ากำหนดวงเงินไว้ 30,000,000 บาท บริษัทใช้ไปในระยะเวลา 6 ปี เป็นจำนวนเงิน 15,000,000 แต่ปีที่ 7 ถ้าได้กำไรมาก ซึ่งจะเกินกว่าเงื่อนไขวงเงินยกเว้นภาษีที่ บีโอไอ ตั้งไว้ บริษัทจะขอขยายวงเงินได้ไม่ แล้วถ้าปีที่ 7 เกินวงเงิน จะมีผลต่อการขอใช้สิทธิอย่างไรบ้าง

1. วงเงินยกเว้นภาษี กำหนดตามขนาดการลงทุนของโครงการในวันที่อนุมัติเปิดดำเนินการ ปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 7 ซึ่งคงได้รับอนุมัติเปิดดำเนินการและตรวจสอบขนาดการลงทุนที่แท้จริงไปแล้ว จึงไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงวงเงินได้อีก

2. กรณีที่มีกำไรเกินกว่าวงเงินที่จะได้รับยกเว้นภาษี ก็จะต้องชำระภาษีในส่วนที่เกิน ยกตัวอย่างเช่น ปีนี้เป็นปีสุดท้าย และเหลือวงเงินยกเว้นภาษี 15 ล้านบาท แต่บริษัทมีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท คำนวณภาษีเงินได้คือ 20 ล้าน ก็จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ยังเหลือสิทธิ คือ 15 ล้านบาท และต้องชำระภาษีเงินได้ 5 ล้านบาท

การคำนวณเงินลงทุนสำหรับค่าก่อสร้างสำนักงานที่อยู่ในกรุงเทพ และโรงงานที่อยู่สระบุรี สามารถนำมาคำนวณเป็นเงินลงทุนได้หรือเปล่า

ถ้าเป็นสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่ได้รับส่งเสริมโดยตรง แม้จะอยู่คนละแห่งกับโรงงาน ก็สามารถนำมาคำนวณเป็นเงินลงทุนได้

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map