e-Services
Get more informationติดต่อบีโอไอ
Get in Touch with Us!e-Services
Get more informationติดต่อบีโอไอ
Get in Touch with Us!การเปิดดำเนินการ
เครื่องจักร (รวมถึงอุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่าง ๆ) ทุกรายการ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28 จะต้องแสดงในแบบคำขอเปิดดำเนินการ
ข้อ 2 รายละเอียดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้ในโครงการ ให้ครบทุกรายการ เว้นแต่รายการที่ได้รับอนุมัติให้ส่งคืน/จำหน่าย/ทำลาย และตัดบัญชีเครื่องจักรไปแล้ว แต่เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิฯ อาจจะไม่อยู่ในทะเบียนสินทรัพย์ของบริษัทก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายทางการบัญชีของบริษัทนั้น ๆ เช่น รายการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3,000 บาท จะไม่บันทึกเป็นสินทรัพย์ เป็นต้น
กรณีที่สอบถาม บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องชำระภาษีเครื่องจักรที่ไม่อยู่ในทะเบียนสินทรัพย์ แต่ขอให้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่ BOI ที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเปิดดำเนินการโครงการของบริษัท เพื่อขอคำแนะนำในการเตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อชี้แจงตามข้อเท็จจริง
โครงการที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว ยังคงมีสถานภาพเป็นผู้ได้รับส่งเสริม จึงยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเงื่อนไขตามที่ได้รับการส่งเสริม หากบริษัทนำเครื่องจักร วัตถุดิบ ที่ดิน ช่างต่างชาติ ที่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ไปในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับส่งเสริม จะเป็นการขัดกับเงื่อนไขในการใช้สิทธิประโยชน์นั้น ๆ จึงควรแก้ไขโครงการให้ถูกต้อง เช่น อาจขออนุญาตใช้เครื่องจักร/ที่ดินเพื่อการอื่น หรือขอแก้ไขโครงการเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์โดยไม่มีการลงทุนเพิ่ม เป็นต้น
การตรวจสอบเปิดดำเนินการ ปกติใช้เวลา 1/2 - 1 วัน วิธีการตรวจสอบอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการ และวิธีการของเจ้าหน้าที่แต่ละคน แต่ปกติจะตรวจสอบการติดตั้งเครื่องจักร กำลังการผลิต และอาจสุ่มตรวจเอกสารทางบัญชี เป็นต้น การเปิดดำเนินการกำหนดระยะเวลาพิจารณา 45 วันทำการ
การยื่นขยายเวลาการเปิดดำเนินการ ควรยื่นก่อนครบกำหนดเปิดดำเนินการ แต่หากครบกำหนดเปิดดำเนินการไปแล้ว ก็ยังสามารถยื่นขยายเวลาเปิดดำเนินการได้ การขยายเวลาเปิดดำเนินการ กำหนดระยะเวลาพิจารณา 36 วันทำการ
กรณีที่สอบถาม ขั้นตอนการผลิตที่อาจใช้ในการคำนวณกำลังผลิต ได้แก่
ให้คำนวณ Cycle Time ในการผลิตของ 3 ขั้นตอนนี้ ขั้นตอนที่มี Cycle Time สูงที่สุด จะเป็นตัวกำหนดกำลังผลิตของโครงการ (Bottle Neck)
โดยหลักการ น่าจะเข้าใจถูกต้องแล้ว หากเครื่องฉีดพลาสติกมี cycle time ในการผลิต 8 ชิ้น ต่อ 15.5 วินาที จะเท่ากับ 30.96 ชิ้น/นาที/เครื่อง จากนั้น คูณกับจำนวนเครื่อง และเวลาทำงานตามบัตรส่งเสริม เป็นกำลังผลิตสูงสุดต่อปี หากกำลังผลิตสูงสุดที่คำนวณได้ บวกลบไม่เกิน 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ก็จะให้เปิดดำเนินการตามกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม
แต่กรณีที่สอบถาม หากสินค้าที่ได้รับส่งเสริมเป็นการประกอบชิ้นส่วนพลาสติกหลายชิ้นเข้าด้วยกัน การคำนวณ cycle time ก็ต้องคำนวณจากสินค้าที่ผลิตจำหน่าย ไม่ใช่คำนวณจากชิ้นส่วนพลาสติกแต่ละชิ้น
ปัจจุบันตามนโยบายใหม่ กิจการซอฟต์แวร์ที่ยื่นขอรับส่งเสริมตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป จะให้ส่งเสริมในประเภท 5.7 โดยจะไม่กำหนดเงื่อนไขการลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท แต่จะกำหนดเงื่อนไขเงินเดือนของบุคลากรด้านพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาทต่อปี กรณีที่สอบถามได้รับส่งเสริมซอฟต์แวร์ในประเภท 5.8 จึงเป็นการส่งเสริมตามนโยบายเก่า ก่อนปี 2558 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่าไว้ 1 ล้านบาท
ตอบคำถามตามนี้
กิจการซอฟต์แวร์ ไม่มีการกำหนดกำลังผลิตสูงสุด และได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยไม่กำหนดวงเงินสูงสุดตามขนาดการลงทุน ดังนั้น เมื่อดำเนินการครบตามเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริม จะยื่นขอเปิดดำเนินการเลยก็ได้ ไม่มีผลเสียอะไร
การเปิดดำเนินการ ให้กรอก แบบขออนุญาตเปิดดำเนินการ (F PM OP 01) และยื่นต่อบีโอไอ จากนั้น เจ้าหน้าที่ จะพิจารณาเอกสารหลักฐาน และตรวจสอบสถานประกอบการว่ามีการดำเนินการตามเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริม สรุปภาพรวมการตรวจสอบเปิดดำเนินการคร่าวๆ ตาม Link : http://www.faq108.co.th/boi/operate/operate.php
การขออนุญาตเปิดดำเนินการต่อ BOI เป็นการแจ้งต่อ BOI ว่า บริษัทได้มีการลงทุนครบตามโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริม สามารถผลิตสินค้าหรือให้บริการให้ครบตามกำลังผลิตหรือขอบข่ายการให้บริการ ที่ระบุในบัตรส่งเสริม และมีขนาดการลงทุน เงินทุนจดทะเบียน ที่ตั้งโรงงาน ฯลฯ ถูกต้องตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม โดยปกติ BOI จะกำหนดระยะเวลาที่จะต้องเปิดดำเนินการ คือภายใน 3 ปี นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม กรณีที่บริษัทยังลงทุนไม่ครบตามโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริม เช่น ยังนำเครื่องจักรเข้ามาไม่เต็มกำลังผลิต บริษัทสามารถเริ่มผลิตไปก่อนได้ โดยไม่ต้องยื่นขอเปิดดำเนินการต่อ BOI จนกระทั่งลงทุนครบตามโครงการที่ขอรับส่งเสริมแล้ว จึงค่อยยื่นขอเปิดดำเนินการต่อ BOI
ตอบคำถาม
ค่าก่อสร้างคลังเก็บสินค้าและวัตถุดิบที่ใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริม ถือเป็นขนาดการลงทุนที่สามารถนำมาคำนวณเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ โดยจะอยู่ในอาคารเดียวกันกับอาคารโรงงานหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องอยู่ในท้องที่ตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม และหากมีการเก็บสินค้าหรือวัตถุดิบอื่นที่นอกเหนือจากโครงการที่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องปันส่วนค่าก่อสร้างตามพื้นที่ใช้งาน
น่าจะระบุวันที่ออกบัตรส่งเสริมผิด คือ ควรจะเป็น 9 ก.พ. 56
วันครบกำหนดเปิดดำเนินการคือ 36 เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม บัตรส่งเสริมออกวันที่ 28 ม.ค. 56 จึงครบกำหนดเปิดดำเนินการวันที่ 28 ม.ค. 59 ถูกต้อง
การยื่นขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว ใช้แบบฟอร์ม F PM EX 06-02 ถูกต้อง แต่จะขยายเวลาได้เพียงครั้งเดียว โดยหลังจากนี้จะขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรและเวลาเปิดดำเนินการไม่ได้อีก เอกสารแนบใช้สำเนาบัตรส่งเสริมและเอกสารแนบท้ายบัตรฯ เท่านั้น โดยอาจจะแนบสำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียน และสำเนางบการเงินล่าสุดไปด้วยก็ได้
บริษัทได้ขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรครบ 3 ครั้งแล้ว ปัจจุบันพ้นกำหนดที่จะต้องเปิดดำเนินการแล้ว หากมีความจำเป็น เช่น ยังติดตั้งเครื่องจักรไม่เสร็จ อาจขอขยายเปิดอีก 1 ครั้ง ไม่เกิน 1 ปี ได้เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจะต้องยื่นเปิดดำเนินการ หรือถ้าปัจจุบันพร้อมแล้ว ก็ควรยื่นขอเปิดดำเนินการ เพราะเลยกำหนดเปิดไปแล้ว ขั้นตอนขอเปิดดำเนินการ ก็กรอกแบบคำขออนุญาตเปิดดำเนินการ พร้อมกับเตรียมเอกสารตามที่กำหนด และยื่นต่อ BOI
ค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ไม่นับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ ตารางที่ 5.3 ให้กรอกเฉพาะการลงทุนส่วนที่นับเป็นขนาดการลงทุนตามประกาศ BOI ป.1/2545 เท่านั้น
การกำหนดกำลังการผลิตของโครงการ ปกติจะดูจากกำลังการผลิตของเครื่องจักรในขั้นตอนที่น่าจะเป็นคอขวด (Bottle Neck) ตามตัวอย่างที่สอบถาม ปกติก็ควรเป็นขั้นตอนที่ 1 ฉีดพลาสติก คือกำหนดตามกำลังผลิตของเครื่องฉีดพลาสติก ส่วนขั้นตอนที่ 3 และ 4 ถ้าใช้แรงคนเป็นหลัก ปกติจะไม่นับเป็นขั้นตอนที่กำหนดกำลังผลิต เพราะถ้ารับพนักงานเพิ่ม ก็สามารถผลิตเพิ่มได้
ปกติก็ควรเป็นเช่นนั้น แต่หากสินค้าของบริษัท ต้องทำการตรวจสอบ 100% ด้วยเครื่องจักรทันสมัย ขั้นตอนตรวจสอบก็อาจจะเป็นตัวกำหนดกำลังการผลิตของโครงการก็ได้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของโครงการนั้น ๆ ด้วย
ในใบอนุญาตเปิดดำเนินการ จะระบุเพียงแค่ว่า "อนุญาตให้เปิดดำเนินการได้ ตามใบอนุญาตเลขที่ ....... ลงวันที่ ........." โดยไม่มีการระบุว่า ให้เปิดดำเนินการได้ตั้งแต่เมื่อใด ส่วนในการเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 นั้น กำหนดไว้ตาม พรบ. และเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมอยู่แล้ว คือ "ตั้งแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริม" ซึ่งวันที่เริ่มมีรายได้ ซึ่งสามารถเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นี้ ปกติจะเป็นวันก่อนที่จะออกใบอนุญาตเปิดดำเนินการอยู่แล้ว
วันเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ให้ยึดตามวันที่เริ่มมีรายได้ครั้งแรกตามโครงการ โดยไม่ต้องอิงกับวันที่ในใบอนุญาตเปิดดำเนินการ เช่น ถ้าในปีที่ 1 บริษัทเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตามโครงการ ก็ให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่มีรายได้นั้น ส่วนใบอนุญาตเปิดดำเนินการ อาจจะออกตามหลังมาอีก 3 ปี ก็ไม่เป็นไร เพราะใบอนุญาตเปิดดำเนินการในความหมายของบีโอไอ ไม่ใช่ออกเพื่ออนุญาตให้บริษัทเริ่มประกอบกิจการได้ แต่เป็นการออกเพียงการยืนยันว่า บริษัทมีการลงทุนครบตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
เครื่องจักรที่ไม่ได้รับส่งเสริม คืออะไร
ตอบคำถาม
แต่ขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ที่จะคำนวณวงเงินยกเว้นภาษี จะนับเฉพาะการลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่ และการลงทุนในการซ่อมแซมอาคารหรือเครื่องจักรเท่านั้น แต่ไม่รวมไปถึงค่าก่อสร้างอาคารและค่าเครื่องจักรที่มีอยู่ในโครงการเดิม ซึ่งเคยนับเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้วครั้งหนึ่ง
การกรอกข้อ 5.3 (B) จึงควรเป็น
อย่างไรก็ตาม การกรอกข้อมูลเครื่องจักรในข้อ 2 ควรต้องกรอกข้อมูลเครื่องจักรทั้งหมด คือทั้งที่ลงทุนใหม่ และที่นำมาใช้จากโครงการเดิม (แต่ส่วนที่นำมาจากโครงการเดิมจะไม่นับเป็นขนาดการลงทุน)โครงการตามนโยบายฟื้นฟูฯ ค่อนข้างแตกต่างจากกิจการปกติ หากเป็นไปได้ ควรนัดหมายเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ BOI ผู้ดูแลโครงการ เพื่อขอรับคำปรึกษาโดยตรง จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่า
กรณีเป็นเครื่องจักร ก็ให้ใช้ราคาทุน/ราคาที่ได้มาของเครื่องจักร รวมถึงค่าติดตั้ง ค่าทดลองเครื่อง และค่าวิชาการที่รวมอยู่ในต้นทุนเครื่องจักรด้วย
โดยปกติหลังจากที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว ทางผู้ได้รับการส่งเสริมจะต้องยื่นแบบขอเปิดดำเนินการเต็มโครงการภายใน 36 เดือนนับแต่วันที่ได้รับบัตรส่งเสริม ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนด สามารถขอขยายระยะเวลาในการเปิดดำเนินการได้ 1 ครั้ง ขยายไปอีก 1 ปี ในกรณีหากยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ อาจจะถูกพิจารณาเพิกถอนบัตรและสิทธิประโยชน์ทั้งหมด เสมือนไม่เคยได้รับการส่งเสริมตั้งแต่ต้น
แม้จะมีการขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลังไปจนถึงวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม แต่ระยะเวลาการเปิดดำเนินการก็ยังคงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริมเหมือนเดิม ไม่ถูกร่นให้เร็วขึ้น
ขอยกตัวอย่างใหม่เป็นดังนี้
กรณีข้างต้นนี้ หากบริษัทยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง เพื่อยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรที่นำเข้ามาก่อนออกบัตรส่งเสริม BOI จะขยายระยะเวลานำเข้าย้อนหลังไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 54 (วันที่ยื่นคำขอรับส่งเสริม) แต่ระยะเวลาสิ้นสุดการนำเข้าเครื่องจักรยังคงเป็นวันเดิม (1 ต.ค. 56) และวันครบกำหนดเปิดดำเนินการก็ยังคงเป็นวันเดิม (1 เม.ย. 57)
ใช้เอกสารตามนี้
หนังสือนำส่งของบริษัท
ไม่มีแบบฟอร์ม ใช้หนังสือหัวจดหมายบริษัท เรื่องขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง เรียนเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจและประทับตรารับรอง
แบบขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรและเปิดดำเนินการ (F IN EM 02) 1 ชุด กรอกข้อมูลในข้อ 1 และ 2 และเลือกข้อ 3.1
สำเนาหนังสือแจ้งมติให้การส่งเสริม (หน้าแรก) 1 ชุด
รายการเครื่องจักรที่ต้องใช้ประกอบการยื่นเปิดดำเนินการ ต้องเป็นรายการดังนี้
เนื่องจากตรงตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม คือ เงื่อนไขเฉพาะโครงการข้อ 1 ซึ่งระบุว่าเครื่องจักรที่ใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องซื้อจากที่ไหน
เพราะเป็นการลงทุนที่ตรงตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมตามข้อ 1 การให้การส่งเสริมการลงทุน ไม่ได้มีเจตนาต้องการให้ซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศ แต่หากบริษัทได้รับส่งเสริม จำเป็นเครื่องจักรนำเครื่องจักรเข้ามาจากต่างประเทศ BOI ก็จะช่วยลดภาระการลงทุน โดยการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าให้ แต่ไม่ได้แปลว่า โครงการที่ได้รับส่งเสริม "ต้อง" ใช้เครื่องจักรจากต่างประเทศ
การขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว คือ การขยายเวลาการเปิดดำเนินการที่ไม่ได้มีสาเหตุจากการขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร การขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว จะสามารถยื่นได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และหลังจากนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้การเวลาเปิดดำเนินการอีก โครงการที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร หากยังนำเข้าเครื่องจักรไม่ครบ แต่หากยื่นขอขยายเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียวก่อน จะไม่สามารถขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้อีก ดังนั้น จึงขอให้ยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรให้ครบก่อน (หลักเกณฑ์ปัจจุบันให้ขยายได้ 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี) และสุดท้ายจึงค่อยยื่นขอขยายเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว
ตอบคำถาม
การขอขยายเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว ให้ยื่นแบบ F PM EX 06-02 และหนังสือรับทราบเงื่อนไขว่าจะไม่สามารถขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ (ไม่มีแบบฟอร์ม) ต่อสำนักบริหารการลงทุน 1-4 ที่ดูแลกิจการของบริษัท หรือยื่นต่อสำนักงาน BOI ภูมิภาค และเมื่อได้รับอนุญาตให้ขยายเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว ให้นำบัตรส่งเสริมไปติดต่อฝ่ายบัตร เพื่อแก้ไขเอกสารแนบท้ายบัตรส่งเสริม
กรรมการเป็นผู้ลงนามและปรับตราในเอกสาร แต่จะให้ใครไปยื่นแทนก็ได้ ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในการไปยื่นเรื่อง
Link ตามนี้ https://www.boi.go.th/upload/content/F%20PM%20EX%2006%20e-form_5bbc2a008049b.pdf
ต้องยื่นด้วย
ใช้ชื่อเรื่องว่า การรับทราบเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 28 เนื้อความในหนังสือให้ระบุเหตุผลที่ต้องการขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว และมีข้อความว่า บริษัทรับทราบเงื่อนไขสิทธิประโยชน์การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 ว่า หากบริษัทยื่นขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว บริษัทจะไม่สามารถยื่นขอขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 ได้อีก ส่วนเนื้อความที่เหลือ เขียนเพิ่มเติมเองได้ให้หนังสือสมบูรณ์
กรณีที่บัตรส่งเสริมกำหนดกำลังผลิตสูงสุดเป็น "น้ำหนัก" ย่อมหมายถึง น้ำหนักของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ได้รวมถึงน้ำหนักของ runner ดังนั้น การคำนวณกำลังผลิตของเครื่องฉีดพลาสติก จึงควรคำนวณจากน้ำหนักของชิ้นงาน โดยไม่รวมน้ำหนัก runner ได้
การตรวจสอบกำลังผลิต ณ วันเปิดดำเนินการ ในทางทฤษฎี เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบกำลังผลิตจริง จากทั้งรายงานการผลิต (production report) ของโรงงาน และตรวจสอบจับเวลาเครื่องจักรส่วนที่เป็น bottle neck แต่ในทางปฏิบัติ เนื่องจากแต่ละโครงการมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงขึ้นอยู่กับวิธีการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่คนนั้น ๆ
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหลังเปิดดำเนินการเสร็จแล้ว ไม่มีครับ การเปิดดำเนินการให้ครบตามโครงการ เป็น "เงื่อนไข" ที่จะต้องทำ หากไม่สามารถทำได้ภายในเวลาที่กำหนด จะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม และถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ในขั้นตอนการเปิดดำเนินการ จะมีสิ่งที่กระทบกับสิทธิประโยชน์ของโครงการ ดังนี้
โครงการที่มีเงื่อนไขกำหนดวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะมีการตรวจสอบขนาดการลงทุน ที่ได้ลงทุนไปจริง จากนั้น จะปรับเปลี่ยนวงเงินสูงสุดที่จะให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้เป็นไปตามเงินที่ได้ลงทุนจริง ซึ่งอาจจะมากขึ้นหรือลดน้อยลงจากวงเงินที่เคยกำหนดไว้เดิมก็ได้ตามข้อเท็จจริง จะมีการตรวจสอบกำลังผลิตของเครื่องจักรที่ติดตั้งจริง ซึ่งหากมีกำลังผลิตของเครื่องจักร มากกว่ากำลังผลิตในบัตรส่งเสริม บริษัทสามารถขอแก้ไขกำลังผลิตในบัตรส่งเสริมให้มากขึ้นเท่ากับตามที่ตรวจสอบได้จริง ซึ่งจะทำให้กำลังผลิตส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
งานเปิดดำเนินการ กำหนดเวลาทำงานไว้ไม่เกิน 45 วันทำการ (คือ 2 เดือนเศษ) แต่ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่จะใช้เวลานานกว่านั้น เช่น 3 เดือน หรือ 5-6 เดือนก็มี เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารมาก ทั้งรายการเครื่องจักร สภาพเก่าใหม่ การคำนวณกำลังผลิต ขั้นตอนการผลิต และการตรวจวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น หากยื่นเรื่องขอเปิดไปแล้ว แม้ว่าการพิจารณาอนุมัติเปิดดำเนินการจะล่าช้าไปบ้าง แต่บริษัทก็ยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆได้ งานเปิดดำเนินการเป็นงานที่ต้องใช้เวลา ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่คนนั้นต้องดูแลงานหลายอย่าง เช่น เครื่องจักร วัตถุดิบ ฯ เจ้าหน้าที่มักจะให้เวลากับงานเครื่องจักร และวัตถุดิบ ซึ่งเป็นงานเร่งด่วนมากกว่างานเปิดดำเนินการ
การคำนวณกำลังการผลิตตามแบบฟอร์มขอเปิดดำเนินการ ข้อ 3 หน้า 3 ให้คำนวณจากเวลาตามบัตรส่งเสริม คือ 16 ชม./วัน 290 วัน/ปี และในข้อ 4 หน้า 3 ให้ติ๊กช่องขอเพิ่มกำลังผลิตโดยการเพิ่มเวลาทำงาน และให้ใส่กำลังผลิตและเวลาผลิต ที่คำนวณจาก 22 ชม./วัน 290 วัน/ปี
ข้อเท็จจริงคือ บัตรส่งเสริมระบุว่ามีกำลังผลิต 900 ตัน (เวลาทำงานคือ 16 ชั่วโมง/วัน 290 วัน/ปี) แต่หากคำนวณตามเวลาทำงานดังกล่าว บริษัทจะผลิตได้เพียง 215 ตัน ใช่หรือไม่
ส่วนเครื่องมือเล็กๆน้อยๆ หากต้องการนำไปนับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อกำหนดวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ให้ใส่ไปในตารางเครื่องจักรด้วย แต่หากไม่ต้องการนำไปนับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ จะไม่ใส่ก็ได้
หากขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรครบ 3 ครั้งแล้ว และสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว หากยังต้องการนำเครื่องจักรเข้ามาอีก ก็ต้องชำระภาษีอากร
คำถามนี้ไม่น่าจะมีคำตอบที่เป็นหลักเกณฑ์ตายตัวกับทุกอุตสาหกรรม จึงขอตอบตามความเห็นส่วนตัว ดังนี้
รถเข็น และชั้นวางของ/เก็บของ มีลักษณะใช้งานอเนกประสงค์ ปกติควรนับเป็นการลงทุนประเภทสินทรัพย์อื่นๆ แต่ในกรณีของบางอุตสาหกรรม เช่น กิจการคลังสินค้า ซึ่งลักษณะธุรกิจเป็นการขนย้ายและจัดเก็บสินค้า อาจถือว่ารถเข็นและชั้นเก็บสินค้า เป็นการลงทุนในข่ายเครื่องจักร (เครื่องมือ เครื่องใช้) ในกิจการนั้นได้ เช่นเดียวกับกรณีของกิจการการค้าระหว่างประเทศ (ITC/IPO) ซึ่งถือว่าเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ เป็นการลงทุนเครื่องจักรของโครงการ
กรณีที่สอบถามนี้ หากมีผลโดยตรงต่อการคำนวณขนาดการลงทุนขั้นต่ำเพื่อให้เกิน 1 ล้านบาท แนะนำให้ปรึกษากับ เจ้าหน้าที่ BOI ที่รับผิดชอบกิจการของบริษัทโดยตรง
นิยามของเครื่องจักรภายใต้ พรบ.ส่งเสริมการลงทุนของ BOI ค่อนข้างกว้าง คือ รวมถึงส่วนประกอบ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่าง ๆ ด้วย (ประกาศ สกท ที่ ป.1/2546) รายการที่สอบถาม หากเข้าข่ายส่วนประกอบ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ ในระบบผลิตกระแสไฟฟ้า ก็นับเป็นการลงทุนในข่ายเครื่องจักรได้
ทะเบียนทรัพย์สินของบริษัท น่าจะขอดูตัวอย่างและสอบถามกับแผนกบัญชีของบริษัทโดยตรง
โดยหากยื่นก่อนวันครบกำหนดเปิดดำเนินการ สามารถยื่นเอกสารให้กองบริหารการลงทุนที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ แต่หากทำเรื่องยื่นขอเปิดดำเนินการหลังจากวันครบกำหนดเปิด สามารถยื่นเอกสารได้ที่ กองตรวจเปิดดำเนินการ ชั้น 4

หลังจากได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ บริษัทยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมต่อไป จนกว่าจะขอยกเลิกบัตรส่งเสริม กรณีเปิดดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่ได้ จะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม
กรณีบริษัทมีกำลังผลิตสูงสุดต่ำกว่ากำลังผลิตในบัตรส่งเสริม สามารถขอลดขนาดกิจการในขั้นตอนการเปิดดำเนินการได้
โดย BOI จะปรับลดมูลค่าการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่มีการลงทุนจริง และปรับลดปริมาณบัญชีสต็อกวัตถุดิบสูงสุดตามกำลังผลิตที่ปรับลดลง
ใบอนุญาตเปิดดำเนินการของ BOI เป็นเอกสารแสดงว่าบริษัทได้มีการลงทุนครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริมแล้ว
หลังจากบริษัทได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ บริษัทยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริม และจะต้องรายงานผลการดำเนินการประจำปี ตาม ประกาศ สกท ที่ ป.2/2561 จนกว่าจะสิ้นสุดสภาพการเป็นผู้ได้รับการส่งเสริม
เครื่องจักร อะไหล่ แม่พิมพ์ ฯลฯ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร จะต้องยื่นแสดงรายการในแบบคำขอเปิดดำเนินการด้วย
แต่กรณีที่สอบถาม น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาต่ำ และอาจไม่ได้บันทึกในทะเบียนสินทรัพย์ ซึ่งอุปกรณ์ลักษณะนี้ หากมีเป็นจำนวนมาก และบริษัทไม่ประสงค์จะนำมารวมเป็นมูลค่าการลงทุนเพื่อคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล อาจใช้วิธีจัดทำเป็นเอกสารแนบ โดยพิมพ์รายงานการสั่งปล่อยจากระบบ eMT เพื่อแนบเป็นหลักฐานว่ามีการใช้สิทธินำเข้า แต่ไม่ประสงค์จะนำมารวมเป็นมูลค่าการลงทุน ก็ได้
สามารถยื่นแบบขอใช้สิทธิฯ ภายหลังจากพ้นกำหนด 120 ไปแล้วก็ตาม แต่ก่อนที่จะยื่นแบบขอใช้สิทธิฯ จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในรอบปีบัญชีนั้น
กำลังผลิตสูงสุดต่อปี คำนวณจากกำลังผลิตของเครื่องจักร (เช่น ... ชิ้น/ชม.) x ... ชม. x ... วัน ตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม ไม่เกี่ยวกับว่าบริษัทจะผลิตจำหน่ายในแต่ละปีเท่าไร
การขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียวของกิจการ ITC ให้เตรียมเอกสารดังนี้
กิจการที่ใช้ฐานความรู้เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจ จะมีเงื่อนไขให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรเฉพาะด้าน ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านบาท/ปี ซึ่งจะหมายถึงบุคลากรในด้านนั้นโดยตรง เช่น กิจการ Software จะเป็นบุคลากรด้าน IT หรือกิจการ R&D จะเป็นบุคลากรด้านการวิจัย เป็นต้น ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งกรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัท
ข้อ 3 หน้า 3/7 รายละเอียดเครื่องจักรที่ติดตั้งในโครงการของผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม ให้กรอกข้อมูลเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการตามบัตรส่งเสริม เฉพาะที่มีในทะเบียนสินทรัพย์ ณ ปัจจุบันแม้จะเป็นโครงการได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการไปแล้วก็ตาม
ข้อ 5 หน้า 5/7 การคำนวณกำลังผลิตของผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม ให้แสดงการคำนวณกำลังผลิตจากเครื่องจักรที่มีอยู่จริงตามข้อ 3
BOI จะตรวจสอบข้อมูลการลงทุนเครื่องจักรและกำลังผลิต ณ ปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อมูลตามการเปิดดำเนินการในอดีต
ดังนั้นอยากสอบถามว่า
ตอบคำถามดังนี้
กรณีที่สอบถาม บริษัทได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว และไม่ได้มีการจำหน่ายเครื่องจักรออกจากโครงการ (แม้บางส่วนจะไม่ได้ติดตั้งในสายการผลิต) บริษัทจึงยังคงมีศักยภาพการผลิตตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม และไม่ต้องขอลดขนาดกิจการ
เครื่องจักรที่เป็นสินทรัพย์ของบริษัท แต่ไม่ได้ติดตั้งใช้งานในประเทศไทย ไม่นับเป็นมูลค่าการลงทุนที่จะนำมาคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
เนื่องจากแม่พิมพ์ที่นำไปว่าจ้างบริษัทที่ต่างประเทศจะไม่นับเป็นการลงทุนเพื่อคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ ความเห็นของแอดมิน คือ บริษัทควรใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ โดยไม่นำมูลค่าแม่พิมพ์นี้มารวมเป็นวงเงินยกเว้นภาษี เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง แต่ไม่ต้องยื่นแก้ไขปรับลดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ในบัตรส่งเสริมและใบอนุญาตเปิดดำเนินการ
เหตุผลในการขอขยายเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว เช่น ยังนำเครื่องจักรเข้ามายังไม่ครบขั้นตอนการผลิต หรือไม่ครบตามกำลังผลิต ที่ได้รับส่งเสริม แต่หากนำเครื่องจักรเข้ามาครบแล้ว แต่อยู่ระหว่าง test run ก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับการขยายเวลาเปิดดำเนินการ แต่อาจเป็นเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือน ตามความจำเป็น หรือกรณีที่มีปัญหาด้านบุคลากรทั้งในส่วนของออฟฟิศหรือโรงงาน ก็เป็นเหตุผลที่สามารถขอขยายเวลาได้ แต่อาจเป็นเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือน ตามความเหมาะสม
การรับโอนกิจการ หากโครงการที่ได้รับโอนมาได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
หากกำลังผลิตที่ BOI ตรวจสอบ ณ วันเปิดดำเนินการ มากกว่าหรือน้อยกว่าไม่เกิน 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ถือว่ามีกำลังการผลิตตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
กรณีที่สอบถาม หากมีกำลังผลิตจริง 680,000 เครื่อง จากกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม 800,000 เครื่อง ถือว่าเป็นไปตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !
Sorry, There is no information support your selected language !
Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF
Download PDF ReaderSite map