การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
เครื่องจักรเก่า ในความหมายของ BOI หมายถึงเครื่องจักรที่เคยมีการใช้งานเชิงพาณิชย์แล้ว
หากเป็นเครื่องจักรใหม่ที่เก็บไว้นาน ยังคงถือว่าเป็นเครื่องจักรใหม่ กรณีที่สอบถาม บริษัทจะนำเข้าเครื่องจักรเก่า จึงจะต้องยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรเพิ่มเติมโดยชื่อที่จะขออนุมัติจะต้องระบุ Model และปีที่ผลิตด้วย เช่น Used Grinding Machine Serial No. 1234 Year of MFG 2015 และจะต้องแนบใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าซึ่งมีรายละเอียดตามที่ BOI กำหนดด้วย
กรณีเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว บริษัทยังคงสามารถซื้อเครื่องจักรมาใช้ในโครงการ และนำมารวมเป็นเครื่องจักรในโครงการได้ แต่...
ทั้งนี้เครื่องจักรที่ซื้อมาหลังเปิดดำเนินการเต็มโครงการ ยังคงต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม คือ
กรณีที่สอบถาม เป็นการซื้อเครื่องจักรเก่าจากฟรีโซน จึงต้องพิสูจน์ว่าไม่ใช่เครื่องจักรเก่าที่เคยใช้งานในประเทศมาก่อน อีกทั้งเป็นเครื่องจักรเก่าอายุเกิน 10 ปี ซึ่งขัดกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม จึงไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการได้
สามารถซ่อมในประเทศได้ โดยยื่นคำร้องขออนุญาตนำเครื่องจักรไปเก็บนอกสถานที่และให้ชี้แจงเหตุผลว่าเป็นการขอนำไปซ่อม แบบคำร้องดังกล่าวไม่มีให้ ดาวน์โหลด จึงจะต้องไปขอตัวอย่างจากสำนักบริหารการลงทุนที่ 1-4 และจากนั้นยื่นที่สำนักฯ ที่เกี่ยวข้องนั้นๆ
เครื่องจักรที่ประกอบขึ้นใหม่ โดยมีการใช้อุปกรณ์เก่า ไม่นับเป็นเครื่องจักรใหม่ เช่น รถยนต์ แม้จะเปลี่ยนเครื่องยนต์ เปลี่ยนล้อ เปลี่ยนเบาะเก้าอี้ เปลี่ยนระบบไฟฟ้า ระบบส่งกำลังต่างๆ แต่ยังใช้ตัวถังเดิม ก็ไม่สามารถจะบอกว่าเป็นรถใหม่
ให้ตรวจสอบเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม เงื่อนไขเฉพาะโครงการ ข้อ 1 จะระบุข้อความว่า เครื่องจักรที่ใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมจะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ แปลว่า ไม่ว่าจะซื้อเครื่องจักรในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศ และไม่ว่าจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าหรือชำระอากรขาเข้าก็ตาม เครื่องจักรที่ใช้ในโครงการต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
บัตรส่งเสริมบางฉบับ อาจมีการระบุเงื่อนไขต่อจากนั้นว่า
ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะต้องเป็นเครื่องจักรที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 25xx จะต้องให้สถาบันที่เชื่อถือได้รับรองประสิทธิภาพและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน แปลว่า โครงการตามบัตรส่งเสริมนี้ สามารถใช้เครื่องจักรเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ โดยต้องผลิตไม่เกินปี 25xx ตามที่กำหนด และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าตามที่ BOI กำหนด
หากบริษัทนำเครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี มาใช้ในโครงการ โดยในบัตรส่งเสริมไม่มีเงื่อนไขอนุญาตไว้ ถือเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไข จึงจะใช้เครื่องจักรนั้นในโครงการไม่ได้ ไม่ว่าจะชำระภาษีอากรเข้ามาเองก็ตาม กรณีนี้ จะต้องยื่นแก้ไขโครงการ เพื่อขอใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี หากได้รับอนุมัติ จึงจะใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปีนั้นได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า
การจะนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ในโครงการ ต้องเป็นกรณีที่บัตรส่งเสริมกำหนดเงื่อนไขอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าเท่านั้น
การนำเครื่องจักรเก่าเข้ามาโดยชำระภาษีเอง เนื่องจากสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรแล้ว สามารถทำได้แต่เครื่องจักรเก่านั้นตรงกับเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม และมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าตามเงื่อนไขที่กำหนดด้วย
กรณีที่โครงการเดิมได้รับส่งเสริมโดยเป็นการใช้เครื่องจักรใหม่ทั้งสิ้น แต่ต่อมาต้องการใช้เครื่องจักรเก่าบางส่วนหรือทั้งหมด จะต้องยื่นขอแก้ไขโครงการ เพื่อแก้ไขสภาพเครื่องจักร ให้สามารถใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการได้ แนวทางพิจารณาคือ
สรุป
การใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการที่ได้รับส่งเสริม จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI และมีการระบุในบัตรส่งเสริมว่าให้มีการใช้เครื่องจักรเก่าได้ ทั้งนี้ เครื่องจักรเก่าจะต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพจากสถาบันที่เชื่อถือได้ ตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนดด้วย
ตอบคำถาม
สามารถยื่นขอแก้ไขโครงการเพื่อใช้เครื่องจักรเก่า โดย BOI จะพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตตามแนวทางพิจารณาข้างต้น
การใช้เครื่องจักรเก่าที่นำเข้าโดยชำระภาษีเอง จะต้องเป็นกรณีที่มีการระบุเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมให้ใช้เครื่องจักรเก่าได้ด้วย มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นเครื่องจักรนอกโครงการ BOI ซึ่งไม่สามารถนำมานับเป็นกำลังผลิต หรือใช้สิทธิประโยชน์ใดๆตามโครงการได้
เครื่องจักรที่ซื้อมาก่อนวันยื่นคำขอรับการส่งเสริม จะไม่นับเป็นการลงทุนในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเว้นแต่จะระบุไว้ในการยื่นคำขอรับการส่งเสริม ว่าจะขอใช้เครื่องจักรที่ซื้อมาก่อนวันยื่นคำขอฯ ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมด้วย ซึ่งหากได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรดังกล่าว ก็จะให้รวมนับเป็นกำลังผลิตและนับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการที่ได้รับส่งเสริม แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร
กรณีที่สอบถาม คาดว่าไม่ได้แจ้ง BOI ตั้งแต่ในขั้นยื่นคำขอรับการส่งเสริม ว่าจะมีการใช้เครื่องจักรที่นำเข้ามาก่อนวันยื่นคำขอรับการส่งเสริม ดังนั้น จึงจะใช้ในโครงการ BOI ไม่ได้ และไม่นับเป็นขนาดการลงทุน ไม่นับเป็นกำลังผลิต และไม่ได้รับยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักร แต่เนื่องจากเรื่องนี้มีความสำคัญต่อบริษัท จึงขอตรวจสอบหลักเกณฑ์อีกครั้ง และจะยืนยันคำตอบให้ทราบอีกครั้ง
กรณีที่สอบถาม ให้ยื่นเรื่องขอแก้ไขโครงการ เพื่อขอนำเครื่องจักรที่ได้มาก่อนวันยื่นคำขอรับส่งเสริม มาใช้ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริม โดยจะต้องแนบหนังสือรับรองจากผู้สอบบัญชีฯ ว่าเครื่องจักรดังกล่าวไม่เคยใช้ในเชิงพาณิชย์ที่ก่อให้เกิดรายได้กับบริษัทมาก่อน ซึ่งหาก BOI อนุญาตให้ใช้ในโครงการ บริษัทก็จะสามารถนำเครื่องจักรดังกล่าวมานับเป็นขนาดการลงทุนและกำลังผลิตของโครงการได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และเนื่องจากเป็นเครื่องจักรเก่า ดังนั้น หากโครงการดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าก็จะต้องยื่นขออนุญาตใช้เครื่องจักรเก่าไปพร้อมกันด้วย
การแจ้งยืนยันการดำเนินงานรอบ 6 เดือน 1 ปี 2 ปี จะใช้เฉพาะตัวเลขของเครื่องจักรที่ซื้อมาหลังจากวันยื่นคำขอฯ ไปก่อนก็ได้ เพราะเป็นเพียงการติดตามว่า บริษัทมีเจตนาที่จะดำเนินการตามโครงการต่อ รอเป็นขั้นตอนเปิดดำเนินการ จึงค่อยยื่นข้อมูลเครื่องจักรทั้งหมด ตามผลที่ได้ยื่นขอแก้ไขโครงการเพื่อใช้เครื่องจักรเก่าที่นำเข้ามาก่อนวันยื่นคำขอฯ
การขออนุญาตใช้เครื่องจักรเก่าไม่เกิน 5 ปี (หรือ 10 ปี ตามหลักเกณฑ์เก่า) จะขออนุญาตเป็นหลักการเพียงครั้งเดียว หากได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องจักรเก่า ในหนังสือแจ้งมติและบัตรส่งเสริมจะระบุเฉพาะปีที่ผลิตของเครื่องจักรเก่า โดยไม่ระบุชนิดและประเภทเครื่องจักรเก่า ดังนั้น หากจะใช้เครื่องจักรเก่าเครื่องอื่นซึ่งเก่าไม่เกินเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือแจ้งมติและบัตรส่งเสริม ก็ไม่ต้องยื่นขออนุญาตอีก ลองตรวจสอบเงื่อนไขเครื่องจักรเก่าในหนังสือแจ้งมติและบัตรส่งเสริมดูอีกครั้ง ว่ากำหนดเฉพาะปีผลิตตามที่ได้ตอบไปนี้หรือไม่
เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี จะต้องใช้เฉพาะโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น หากจะใช้เพื่อการอื่นจะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน
เครื่องจักรที่นำเข้าโดยชำระภาษี หากจะใช้ทั้งโครงการ BOI และ Non BOI ไม่ถือเป็นการขัดเงื่อนไข แต่จะ cap วงเงินให้ตามสัดส่วนกำลังผลิตของเครื่องจักรนั้น
หากนำเครื่องจักรมูลค่า 1 ล้านบาท เข้ามาโดยชำระภาษีอากร เพื่อใช้ในกิจการ BOI บางส่วน (50%) และใช้ในกิจการ Non-BOI บางส่วน (50%) ก็จะนับมูลค่าเงินลงทุนของเครื่องจักรนี้ได้ตามสัดส่วนที่ใช้ในกิจการ BOI (กรณีนี้คือ 5 แสน)
หลังจากได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว หากนำเครื่องจักรตามข้อ 1 ไปใช้ในกิจการ Non-BOI ทั้งหมด จะไม่มีผลกับการนับมูลค่าเงินลงทุน
กรณีที่ 2 เปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เข้าใจง่าย เช่น บริษัทซื้อเครื่องตรวจสอบ โดยชำระภาษีเข้ามาเอง ซึ่งสามารถนับเป็นมูลค่าเงินลงทุนได้ แต่ต่อมาหลังเปิดดำเนินการครบตามโครงการ ปรากฏว่าไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจสอบนั้นต่อไป ก็สามารถจำหน่ายได้ โดยไม่มีผลกับมูลค่าเงินลงทุนที่ได้ cap เป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้ว
แม่พิมพ์เก่า ไม่ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า ตามประกาศ สกท. ที่ ป.2/2546 ข้อ 6
หากเครื่องจักรเก่าที่สอบถาม ใช้ในกรรมวิธีผลิตที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร เพื่อใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรได้ โดยต้องแนบใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าตามที่ BOI กำหนด ในขั้นยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร
เกิน 10 ปี ปกติโดยปกติไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน เกี่ยวข้องกับโครงการที่ได้รับส่งเสริมอย่างไร สามารถผลิตในประเทศได้หรือไม่อย่างไร
หากเป็นโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมก่อนปี 2558 สามารถยื่นขออนุญาตใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี เพื่อให้กรรมการพิจารณาได้ หากได้รับอนุมัติ จะต้องทำใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า และต้องชำระภาษีอากรเครื่องจักร
หากเป็นโครงการที่ยื่นคำขอรับส่งเสริมภายในปี 2557 จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเก่า แต่หากเป็นโครงการที่ยื่นคำขอตั้งแต่ปี 2558 จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเก่า
ใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า หากมีแสดงในขณะที่ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร ก็จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้า (กรณีเป็นโครงการที่ขอรับส่งเสริมภายในปี 2557) แต่หากยังไม่มีในวันที่ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร ก็จะไม่ได้รับอนุมัติบัญชีเครื่องจักรเก่าจึงต้องชำระอากรขาเข้าไปก่อน จากนั้นจึงทำใบรับรองประสิทธิภาพ แล้วจึงขอเพิ่มรายการในบัญชี และสั่งปล่อยขอคืนอากรในภายหลัง
ถ้าเป็นเครื่องจักรเก่าใช้แล้วจะกี่วันกี่เดือนก็ต้องขออนุญาต และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพ
สามารถซื้อเครื่องจักรในประเทศได้ โดยไม่ต้องระบุไว้ในโครงการ และไม่ต้องขออนุญาต แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
ไม่สามารถนำเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิ มาใช้ร่วมในโครงการ BOI เพราะเท่ากับเป็นการใช้เครื่องจักรเก่าในประเทศ ซึ่งผิดเงื่อนไขในการให้ส่งเสริม
การนำเครื่องจักรของโครงการ 1 ไปใช้ในโครงการ 2 เป็นการปฏิบัติเงื่อนไขทั้งโครงการ 1 และโครงการ 2 คือ
โครงการ 1 ผิดเงื่อนไข คือนำเครื่องจักรที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากร ไปใช้งานนอกเหนือกิจการตามบัตรส่งเสริมฉบับนั้น
โครงการ 2 ผิดเนื่องจากไม่มีการลงทุนตามโครงการ แต่นำเครื่องจักรที่มีอยู่แล้วมาสวมสิทธิในการผลิตเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ฯลฯ
แต่หากเป็นเครื่องจักรบางรายการที่ไม่มีผลกับกำลังผลิต เช่น แม่พิมพ์ อยู่ในข่ายที่สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่เป็นการยอมรับในทางปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งหากจะทำให้ถูกต้องจริงๆ อาจจะต้องยื่นหนังสือขอใช้แม่พิมพ์ของโครงการที่ 1 และ 2 ร่วมกัน
บริษัทสามารถนำเครื่องจักรเข้ามาก่อนที่จะได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมโครงการได้ โดยการชำระภาษีสงวนสิทธิ แต่จะต้องไม่ก่อนวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม จากนั้น เมื่อได้รับบัตรส่งเสริม และได้รับอนุมัติบัญชีเครื่องจักรแล้ว สามารถยื่นขอสั่งปล่อยคืนอากรได้ โดยจะได้รับคืนเฉพาะอากรขาเข้า ส่วน VAT ต้องใช้วิธีเครดิตภาษีประจำเดือน หรือหากจะขอคืน VAT ต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมสรรพากร
ต้องแยกระหว่าง "เงื่อนไข" กับ "สิทธิประโยชน์" ออกจากกัน เครื่องจักรที่จะถือเป็นการลงทุนตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริม จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้การส่งเสริม และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม ไม่ว่าเครื่องจักรนั้นจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามที่ได้รับหรือไม่ก็ตาม
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข สามารถตรวจสอบได้จากบัตรส่งเสริมของแต่ละโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดังนี้
กรณีที่สอบถาม เครื่องจักรอากรขาเข้าเป็น 0 บริษัทจึงจะนำเข้าเครื่องจักรโดยไม่ใช้สิทธิตามมาตรา 28 หากเครื่องจักรนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบายข้างต้น ก็ถือเป็นเครื่องจักรตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม สามารถนับกำลังผลิตรวมกับเครื่องจักรอื่นที่ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าได้
การให้การส่งเสริมของ BOI จะให้ส่งเสริมเป็น "รายโครงการ" ไม่ใช่ "รายบริษัท" ดังนั้น ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปคือ โครงการแต่ละโครงการที่ขอรับการส่งเสริม จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรแยกกันเป็นรายโครงการ จะใช้เครื่องจักรร่วมกันในหลายโครงการไม่ได้ เหตุผลที่สำคัญข้อหนึ่งคือ เครื่องจักรในโครงการเดิมเคยใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไปแล้วครั้งหนึ่ง หากนำไปใช้ในโครงการใหม่อีก ก็จะเป็นการเวียนเทียนนำเครื่องจักรชุดเดียวกันมาใช้สิทธิประโยชน์หลาย ๆ รอบ ซึ่งขัดต่อเจตนาในการให้การส่งเสริมการลงทุน
BOI กำหนดหลักเกณฑ์การยื่นขอคืนอากรเครื่องจักรบนระบบ eMT ตามประกาศ ป.4/2556 คือ
ดังนั้น หากเครื่องจักรที่สงวนสิทธิไว้ตั้งแต่ปี 2555 อยู่ในช่วงเวลาที่ได้รับสิทธิ ก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับอนุมัติสั่งปล่อยคืนอากรจาก BOI ได้ยินมาว่า กรมศุลกากรกำหนดระยะเวลาการขอคืนอากรเครื่องจักรไว้ (ไม่เกิน 2 ปี ?? ไม่ยืนยัน) หากมีการกำหนดดังกล่าว เข้าใจว่าน่าจะเป็นดุลยพินิจของกรมศุลกากรในการคืนอากรที่เกินกว่ากำหนด แม้จะมีหนังสืออนุมัติสั่งปล่อยคืนอากรจาก BOI ก็ตาม
เครื่องจักรที่เคยใช้ในโครงการ 1 ไม่สามารถนำไปใช้ในโครงการ 2 ได้ เพราะถือเป็นการนำเครื่องจักรนั้นไปใช้สิทธิซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในโครงการอื่น หากไม่ต้องการใช้เครื่องจักรดังกล่าวในโครงการ 1 สามารถดำเนินการได้ วิธี คือ
แต่เนื่องจากเครื่องจักรดังกล่าวเป็นเครื่องจักรหลักของโครงการ 1 จึงอาจต้องขอลดกำลังผลิตหรือลดขั้นตอนการผลิตของโครงการ 1 ด้วย
เครื่องจักรที่นำเข้ามาแล้ว แต่มีกำลังผลิตเหลือไม่สามารถนำกำลังผลิตที่มีเหลือ ไปใช้ร่วมกับโครงการอื่นได้ แต่สามารถขอแก้ไขกำลังผลิตของโครงการเดิมเพื่อเพิ่มกำลังผลิตเท่าที่สามารถผลิตได้จริง ในขั้นตอนการเปิดดำเนินการเต็มโครงการ
บัตรที่ 1 ตั้งอยู่ที่จังหวัด A
บัตรที่ 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัด B (กำลังสร้างโรงงาน) แต่นำเครื่องจักรเข้ามาแล้ว
เงื่อนไขการใช้สิทธิในบัตรส่งเสริมคือ เครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้า จะต้องใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น ดังนั้น การจะนำเครื่องจักรของบัตรที่ 2 ไปติดตั้งใช้งานในสถานที่อื่น ย่อมทำไม่ได้ ส่วนการไปเก็บนอกสถานที่ (กรณีนี้คือคนละจังหวัด) ควรต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน รวมทั้งการนำไป test-run ในอีกโครงการหนึ่งคนละจังหวัด ยิ่งตรวจสอบได้ยากว่า ทำเพียง test-run หรือใช้ผลิตจริง จึงควรต้องขออนุญาตเช่นกัน
การขอนำเครื่องจักรไปเก็บนอกสถานที่ ปกติจะยื่นหลังจากนำเข้าเครื่องจักรมาแล้ว โดยต้องระบุรายละเอียดเลขที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรรายการนั้นด้วย แต่ถ้าจะขออนุญาตก่อนนำเข้า ไม่เคยได้ยินว่ามีการอนุญาตเช่นนั้น รวมถึงการ test-run ก็เช่นกัน เพราะการ test-run อาจทำการผลิตเสมือนจริง และของที่ผลิตได้ อาจจะสามารถจำหน่ายเป็นสินค้าก็เป็นไปได้ กรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง เพราะความเห็นของเจ้าหน้าที่แต่ละคนน่าจะต่างกัน
ต้องพิจารณาว่า ใบขนขาเข้าเครื่องจักรดังกล่าว จะสำแดงรายการเครื่องจักรอย่างไร จะระบุ size ด้วยหรือไม่ หากใบขนระบุ size ก็ต้องขอชื่อเดียวกันไว้ในบัญชีเครื่องจักรของ BOI ด้วย (ชื่อหลักหรือชื่อรองก็ได้) การจะสำแดงรายการในใบขนอย่างไร เป็นข้อกำหนดของกรมศุลกากร จึงน่าจะปรึกษากับชิปปิ้ง แต่หากไม่ชัดเจน ก็น่าจะหารือกับกรมศุลกากร
ในการทำใบขน เข้าใจว่าให้แจ้งชิปปิ้งเพื่อระบุในหมายเหตุว่า ขอสงวนสิทธิ BOI
การสั่งปล่อยถอนธนาคารค้ำประกันเครื่องจักร มีขั้นตอนคือ
กรณีได้รับส่งเสริมมากกว่า 1 โครงการ บริษัทสามารถขอรวมโครงการเข้าด้วยกันได้ (ไม่ใช่การโอนเครื่องจักรของบัตรหนึ่งให้กับอีกบัตรหนึ่ง) ซึ่งเมื่อรวมโครงการ ปกติจะถูกปรับลดสิทธิประโยชน์ลงให้เหลือเท่ากับโครงการที่สั้นที่สุด กรณีที่สอบถาม บริษัทจะขอรวมโครงการโดยมีผลิตภัณฑ์ 2 ชนิด และ 2 ประเภทกิจการ ตามที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมก็ได้ หรือจะขอรวมโครงการพร้อมกับแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์และประเภทกิจการให้เหลือชนิดเดียวก็ได้ กรณีนี้น่าจะเตรียมข้อมูลและนำไปปรึกษากับ จนท BOI เพื่อเลือกวิธีดำเนินการที่เหมาะสม
หากรวมแล้ว จะเป็นประเภท 4. 10 ก็ควรปรึกษากับ จนท กอง 2 แต่ถ้ารวมแล้ว ยังแยกเป็น 2 ประเภทกิจการ ไม่แน่ใจว่าควรปรึกษากับกองที่ดูแลบัตรส่งเสริมฉบับแรกที่ได้รับ หรือควรปรึกษากับกองที่ดูแลกิจการของบัตรที่มีขนาดการลงทุนสูงกว่า เบื้องต้นลองปรึกษากับ จนท กอง 2 (ประเภท 4. 10) ดูก่อน
การจะจำหน่ายเครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีจะต้องได้รับอนุญาตก่อน หากเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาแล้วเกิน 5 ปี ให้ยื่นเรื่องขอจำหน่ายพร้อมกับขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี ซึ่งเมื่อได้รับอนุญาตจะสามารถจำหน่ายได้โดยไม่มีภาระภาษีอากร แต่หากเป็นเครื่องจักรนั้น เป็นเครื่องจักรหลักที่กระทบต่อกรรมวิธีการผลิตหรือกำลังผลิตเกิน 20% จะต้องมีการซื้อเครื่องจักรมาแทน หรือต้องแก้ไขโครงการให้สอดคล้องกรรมวิธีผลิตหรือกำลังผลิตที่หายไปด้วย
การจะจำหน่ายเครื่องจักรเกิน 5 ปี โดยไม่มีภาระภาษี ต้องยื่นขอตัดบัญชีเพื่อตัดภาระภาษีก่อน การอนุญาตให้ตัดบัญชีเพื่อตัดภาระภาษี จะต้องเป็นกรณีที่บริษัทปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น เช่น หากบริษัทครบกำหนดเปิดดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นขออนุมัติเปิดดำเนินการ จะไม่อนุญาตให้ตัดบัญชีเครื่องจักรแม้จะนำเข้าเกิน 5 ปี แต่หากบริษัทยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ ก็สามารถขอตัดบัญชีเครื่องจักรเกิน 5 ปีได้ แม้จะยังไม่ได้เปิดดำเนินการครบตามโครงการ
ขั้นตอนที่ถูกต้องควรดำเนินการดังนี้
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ สามารถขออนุญาตส่งคืนได้โดยไม่มีภาระภาษี ไม่ว่าจะนำเข้ามาเป็นเวลากี่ปีก็ตาม แต่หากจะส่งคืนเครื่องจักรหลัก ที่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% โดยไม่มีการซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทน จะต้องขอลดขนาดกิจการก่อน จึงจะอนุญาตให้ส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศได้
กรณีที่สอบถาม เป็นการขอส่งคืนเครื่องจักรทั้งหมดที่นำเข้าไม่เกิน 5 ปี เนื่องจากจะยกเลิกโครงการจึงมีประเด็นต้องพิจารณาว่า โครงการครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ หากโครงการดังกล่าวยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการ จะมีขั้นตอนดังนี้
กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร หากใช้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไข สามารถขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศก่อนครบ 5 ปีได้ โดยจะต้องชำระภาษีตามสภาพ เช่น ถ้าใช้เครื่องจักรไป 3 ปี อายุของเครื่องจักรก็จะเหลืออีก 2 ปี (BOI กำหนดอายุของเครื่องจักรเป็นเวลา 5 ปี) ดังนั้น ภาษีอากรที่ต้องชำระ จะคำนวณจากมูลค่าเครื่องจักรหลังหักค่าเสื่อม (กรณีตามตัวอย่างนี้คือ 40%) x พิกัดภาษี ณ ปัจจุบัน โดยไม่ต้องชำระเบี้ยปรับ เพราะไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข BOI
วิธีการคำนวณภาษีอากร ให้ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมศุลกากร โดยตรง
แม่พิมพ์ก็คำนวณเหมือนกับเครื่องจักร แม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท ถ้าใช้ไป 2 ปี แล้วจะจำหน่ายมูลค่าตามสภาพ (คำนวณจากอายุ 5 ปี) ก็คือ 1 ล้าน x 60% คือ 600,000 บาท
ขั้นตอนคือ
กรณีที่ BOI อนุมัติให้ชำระภาษีตามสภาพ กรมศุลกากรจะคำนวณจากราคาสินค้าตามสภาพ x อัตราอากร ณ วันที่อนุมัติ
การนับอายุเครื่องจักร เพื่อปลอดภาระภาษี นับอายุ 5 ปีจากวันนำเข้า
การส่งเครื่องจักรหลักคืนกลับไปต่างประเทศ
โครงการที่ได้รับส่งเสริม จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม ซึ่งครอบคลุมทั้งชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต กรรมวิธีผลิต ที่ตั้งโรงงงาน ฯลฯ
กรณีนี้ แม้ว่าบริษัทจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ก็ยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นตลอดระยะเวลาที่มีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม
ดังนั้น เมื่อจะมีการจำหน่ายเครื่องจักรหลัก และทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ก็ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ จากนั้นจึงจะจำหน่ายเครื่องจักรออกไปได้
สรุปคือ
หากเครื่องจักรนำเข้ามาเกิน 5 ปี และได้ตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีแล้ว จะสามารถขอจำหน่ายในประเทศก็ได้ โดยจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ขั้นตอนคือให้ยื่นแบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร และใบรายการเอกสาร (checklist) และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะจำหน่ายเครื่องจักรดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เครื่องจักรที่จำหน่ายในประเทศไปแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการใด ๆ ภายใต้บีโอไอได้อีก
การนำเข้าแม่พิมพ์เข้ามาจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการผลิต และต่อมาจะจำหน่ายแม่พิมพ์นั้นไปยังโรงงานของลูกค้าใน Free Zone สามารถทำได้โดยไม่มีภาระภาษี แม้จะนำแม่พิมพ์เข้ามาไม่ถึง 5 ปีก็ตาม เนื่องจากถือเสมือนเป็นการส่งคืนแม่พิมพ์ออกไปต่างประเทศ แต่ทั้งนี้ จะต้องมีการส่งแม่พิมพ์เข้าไปยัง Free Zone จริงๆ หลังจากนั้น หากบริษัทจะนำแม่พิมพ์จาก Free Zone กลับออกมาเพื่อผลิตสินค้าให้ลูกค้าอีก ก็สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้อีก แต่ครั้งนี้ในทางบัญชีจะถือว่าแม่พิมพ์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้า ที่ส่งมาให้บริษัทใช้ผลิตชิ้นส่วนให้กับลูกค้า ซึ่งเมื่อใช้งานเสร็จ ก็ต้องส่งคืนกลับไปให้ลูกค้า
การส่งไปยังฟรีโซน ถือเสมือนการส่งออกไปยังต่างประเทศ จึงให้ยื่นคำร้องผ่านระบบ eMT เป็นคำร้องขอส่งเครื่องจักรไปต่างประเทศ(ส่งคืน) หลังจากนั้น ให้ส่งเครื่องจักรออกไปภายใน 90 วัน และเข้าไปยืนยันการส่งคืนในระบบ eMT อีกครั้งหนึ่ง
ใข้เอกสาร กศก 122 ไม่ได้ จะต้องใช้หลักฐานใบขนสินค้า ซึ่งกรณีนี้เป็นใบขนสินค้าขาออกโอนย้ายเข้าเขตปลอดอากร (Type D) ส่วนการยืนยัน จะเป็นคีย์ข้อมูลผ่านระบบ eMT และระบบจะนำข้อมูลใบขนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมศุลกากร
การจำหน่ายเครื่องจักรไปต่างประเทศ
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ให้ยื่นขอบนระบบ eMT ได้เลย และภายหลังส่งออก จะต้องคีย์ข้อมูลยืนยันการส่งออกอีกครั้งหนึ่ง
การจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรในประเทศทั้ง 2 กรณี ต่างกันตามนี้
กรณีเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้าจาก BOI
กรณีเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยชำระอากรขาเข้าเอง
การไม่ได้ใช้งาน ไม่ได้แปลว่าเป็นเศษซาก เช่น กรณีสินค้ารุ่นนั้นไม่ผลิตที่โรงงานเมืองไทยแล้ว จึงไม่มีความต้องการใช้อะไหล่นั้นอีก ก็ยังถือว่าอะไหล่นั้น ยังเป็นอะไหล่ปกติ หากนำเข้าไม่ครบ 5 ปี ก็ต้องชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่จำหน่าย แต่ถ้าไม่ต้องการชำระภาษี (และไม่ส่งออก) ก็เก็บไว้ให้ครบ 5 ปี แล้วจึงยื่นขอจำหน่าย
ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 1 วันทำการ
แต่หากเป็นเครื่องจักรหลัก และระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 15 วันทำการ
กรณีที่ยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศโดยนำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี
แบบฟอร์มการขอชำระภาษีเครื่องจักรย้อนหลัง ณ วันนำเข้า ไม่มี
ให้ใช้แบบฟอร์มการขอจำหน่ายเครื่องจักร คือ หนังสือนำส่งของบริษัท (ร่างขึ้นเอง)
แบบคําขออนุญาตจําหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04)
สำเนาหลักฐานการนำเข้าเครื่องจักรทุกรายการที่ขอจำหน่าย
Checklist (F IN MC 01) โดยให้ระบุรายละเอียดว่าได้มีการจำหน่ายเครื่องจักรไปแล้วเมื่อวันที่ ...
ซึ่ง BOI จะมีหนังสือแจ้งให้กรมศุลกากรเรียกเก็บภาษีตามสภาพ ณ วันนำเข้า และมีหนังสือแจ้งบริษัทให้ไปชำระภาษี
บางสำนักฯ อาจให้บริษัทเตรียมหนังสือครุฑไปด้วย ซึ่งให้ขอรับตัวอย่างหนังสือครุฑที่เจ้าหน้าที่ธุรการของสำนักนั้น ๆ กรณีที่มีขอชำระภาษีเครื่องจักรหลายรายการ ซึ่งวันนำเข้าต่างกัน ให้แยกยื่นตามวันที่นำเข้านั้น ๆ จะสะดวกในการออกหนังสือให้เรียกเก็บภาษี
การตัดบัญชีเครื่องจักรที่นำเข้ามาเกิน 5 ปี เป็นเพียงการตัดภาระภาษีสำหรับเครื่องจักรดังกล่าวเท่านั้น แต่บริษัทยังจะต้องใช้เครื่องจักรในโครงการนั้นต่อไป ดังนั้น บริษัทจะจำหน่ายเครื่องจักรออกจากโครงการ จะต้องได้รับจาก BOI ก่อน โดยมีขั้นตอนตามนี้
กรณีจำหน่ายในประเทศ
กรณีส่งออกต่างประเทศ
โครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน จะใช้เครื่องจักรเก่าใช้แล้วจากภายในประเทศไม่ได้ กรณีได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า จะต้องเป็นเครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ ข้อ 6. 1.3 ตามประกาศที่ 2/2557 เรื่อง นโยบายและหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน (ยกเว้นกิจการที่ได้รับส่งเสริมตามนโยบายพิเศษ เช่น นโยบาย SMEs จึงจะอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าใช้แล้วในประเทศได้)
หมายถึงการขอตัดบัญชีเครื่องจักรที่นำเข้าเกิน 5 ปี เพื่อปลอดภาระภาษีหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะหมายถึงเรื่องใด การยื่นเอกสารแต่ละครั้ง จะต้องแนบเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดทุกครั้ง และต้องลงนามและประทับตรารับรองเอกสารด้วย
เครื่องจักรที่นำเข้ามาครบ 5 ปี หากไม่ได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไข ก็สามารถขอจำหน่ายในประเทศ โดยไม่มีภาระภาษี การตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี ตามที่สอบถาม เป็นการตัดภาระภาษี แต่ยังคงต้องใช้เครื่องจักรในโครงการที่ได้รับส่งเสริมต่อไป การตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี จะยื่นขอตัดก่อนหรือหลังเปิดดำเนินการก็ได้ แต่ในทางปฏิบัติ ถ้าจะตัด ก็ควรตัดให้ครบทั้งหมด (คือไม่ทยอยตัดทีละเครื่อง) ดังนั้น ตามระยะเวลา จึงควรเป็นการตัดหลังเปิดดำเนินการไปแล้ว
การตัดบัญชีเครื่องจักรมีหลายกรณี เช่น ขอจำหน่าย ขอส่งออก ขอทำลาย หรือตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี ซึ่งถ้าแบ่งกว้างๆ จะแบ่งได้เป็น
การดำเนินการทุกอย่าง ต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน และหากเครื่องจักรดังกล่าวเป็นเครื่องจักรหลัก ที่ทำให้กำลังผลิตของโครงการลดลงเกินกว่า 20% หรือทำให้ขั้นตอนการผลิตขาดหายไป ก็จะต้องขอแก้ไขโครงการควบคู่กันไปด้วย
การตัดบัญชีเครื่องจักรแต่ละกรณีตามตัวอย่างข้างต้น มีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีปฏิบัติแตกต่างกัน จึงต้องสอบถามเป็นเรื่องๆไป เมื่อบริษัทดำเนินการส่งออก / จำหน่าย / ทำลาย / บริจาค / ชำระภาษี หรือตัดภาระภาษี ตามที่ได้รับอนุญาตแล้ว ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน แต่ BOI จะไม่หักลบยอดจากบัญชีเครื่องจักร ดังนั้น บริษัทจึงต้องเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ด้วย
ตาม พรบ ส่งเสริมการลงทุน มาตรา 55 บีโอไอมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิและประโยชน์เกี่ยวกับภาษีอากรทั้งหมดสำหรับของที่นำเข้า โดยให้ถือว่าผู้ได้รับการส่งเสริมไม่เคยได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรมาแต่ต้น และผู้ได้รับการส่งเสริมจะต้องเสียภาษีอากรตามสภาพของราคาและอัตราภาษีอากร ณ วันนำเข้า
ซึ่งหมายความว่า แม้เครื่องจักรที่นำเข้ามา จะใช้งานไปแล้ว 10 ปี ก็ตาม แต่หากปฏิบัติผิดเงื่อนไขด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือด้วยเหตุผลอื่นใด บีโอไอมีอำนาจสั่งเพิกถอนสิทธิทั้งหมดก็ได้ ซึ่งจะทำให้บริษัทต้องเสียภาษีอากรเครื่องจักรย้อนหลัง ณ วันนำเข้า คือเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งจะเป็นมูลค่าภาษีอากรจำนวนมหาศาล
ดังนั้น บีโอไอจึงออก ประกาศ สกท ที่ ป.3/2538 กำหนดอายุของเครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษี ให้มีอายุ 5 ปี ซึ่งหากในช่วงเวลานี้ ไม่ได้ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไข ก็จะปลอดจากภาระภาษีอากร แต่ทั้งนี้ ต้องยื่นเรื่องให้บีโอไอตรวจสอบเป็นรายๆไป เมื่อบีโอไอตรวจสอบว่าบริษัทปฏิบัติตามเงื่อนไขถูกต้อง ก็จะตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีให้กับเครื่องจักรนั้นๆ การตัดบัญชีเครื่องจักรเพื่อปลอดภาระภาษี จึงเสมือนเป็นหลักประกันเบื้องต้นว่า เครื่องจักรนั้นจะไม่มีการถูกเรียกเก็บภาษีอีก
ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อครบ 5 ปี และตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีไปแล้ว แต่ในปีที่ 6 บริษัทฝ่าฝืนเงื่อนไข เช่น นำเครื่องจักรไปให้ผู้อื่นยืมใช้ หรือนำเครื่องจักรไปผลิตสินค้าอื่นที่ไม่ได้รับการส่งเสริม บีโอไอก็ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีเครื่องจักรนั้นได้ (แต่อาจใช้มาตรการอื่น เช่น เพิกถอนการให้การส่งเสริม เป็นต้น)
การตัดบัญชีเครื่องจักรเพื่อปลอดภาระภาษีเมื่อครบ 5 ปีนี้ ไม่ใช่มาตรการบังคับ จะทำหรือไม่ก็ได้ แต่เป็นการลดภาระการตรวจสอบในอนาคต เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป แล้วพบว่ามีการปฏิบัติผิดเงื่อนไข ก็จะเป็นภาระของทั้งบีโอไอและผู้ประกอบการในการต้องตรวจสอบเอกสารย้อนหลังกลับไปหลาย ๆ ปี เครื่องจักรในที่นี้ รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ แม่พิมพ์ และอื่นๆ ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิมาตรา 28 และ 29
5 ปี นับจากวันที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร (วันนำเข้าตามใบขนฯ)
ถ้าได้รับหนังสืออนุมัติจากบีโอไอให้ตัดบัญชีเครื่องจักรเพื่อปลอดภาระภาษี ก็เป็นอันจบขั้นตอนทั้งหมดแล้ว
ดังนั้น หากหลังจากนั้น จะขอจำหน่าย ก็จะต้องยื่นเรื่องตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งหากจะขอจำหน่ายในประเทศ ก็จะไม่มีภาระภาษี เพราะได้ตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีไปแล้ว
การตัดบัญชีเครื่องจักรเพื่อปลอดภาระภาษีเมื่อใช้งานครบ 5 ปี ส่วนใหญ่จะมี 2 กรณีคือ
กรณีนี้จะพิจารณาว่า เครื่องจักรที่จำหน่ายเป็นเครื่องจักรหลักที่จะทำให้กำลังผลิตหรือกรรมวิธีเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากกระทบ ก็จะต้องมีเครื่องจักรเข้ามาแทน หรือต้องขอลดกำลังผลิต เป็นต้น
ซึ่งกรณีนี้ หากยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ จะยังไม่เปิดครบตามโครงการก็ได้
กรณีนี้จะขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณา แต่ส่วนใหญ่มักจะแจ้งให้บริษัทเปิดดำเนินการให้ครบตามโครงการก่อน
เข้าใจไม่ถูกต้องครับ เครื่องจักรที่ใช้สิทธินำเข้าตามมาตรา 28 หรือ 29 จะต้องใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น หากไม่ต้องการใช้เครื่องจักรในโครงการ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
ขอส่งออกไปต่างประเทศ
ขอจำหน่ายในประเทศ
ขอบริจาค
ขอทำลาย
กรณีที่นำเข้าเครื่องจักรครบ 5 ปีแล้ว จะยื่นตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีหรือไม่ก็ได้
แม้จะได้รับอนุญาตให้ตัดบัญชีเพื่อปลอดภาษีแล้ว บริษัทก็ยังคงต้องใช้เครื่องจักรนั้นในโครงการที่ได้รับส่งเสริมต่อไป การจะจำหน่ายเครื่องจักรออกจากโครงการ (ตัดบัญชีเครื่องจักร) จะต้องดำเนินการตามวิธีข้างต้น
อายุเครื่องจักร/แม่พิมพ์ นับจากวันที่นำเข้าครั้งแรกของเครื่องจักร/แม่พิมพ์นั้น ๆ
หากยังไม่ปลอดภาระภาษี (นำเข้ายังไม่ครบ 5 ปี) แต่ต้องการตัดบัญชีโดยไม่มีภาระภาษี ก็ต้องปฏิบัติตามประกาศ ป.3/2555
1-4. หลังจากบริษัทได้รับอนุมัติให้ตัดภาระภาษีเครื่องจักรหรือแม่พิมพ์ที่นำเข้าเกินกว่า 5 แล้ว บริษัทยังคงต้องใช้เครื่องจักรดังกล่าวในโครงการต่อไป หากไม่ต้องการใช้ในโครงการอีกต่อไป บริษัทต้องยื่นขออนุญาตจำหน่ายออกจากโครงการ โดยไม่ต้องทำลาย การขอทำลาย เป็นกรณีที่นำเข้ายังไม่ครบ 5 ปี แต่จะขอทำลายเพื่อปลดภาระภาษี
หากเครื่องจักรนำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี และไม่ต้องการใช้งานอีกต่อไป แนะนำให้ยื่นขอจำหน่ายจะดีกว่า เนื่องจากการขอจำหน่ายเครื่องจักรที่นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี สามารถอนุญาตให้จำหน่ายได้โดยไม่มีภาระภาษี จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำลาย
การขอจำหน่าย คือการจะขายออกจากโครงการ เมื่อได้รับอนุมัติจำหน่ายจากบีโอไอแล้ว จะขายเป็นเครื่องจักรมือสองไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำลาย เสียค่าใช้จ่ายในการทำลายเปล่า ๆ
หลังจากที่ได้รับอนุมัติวิธีทำลาย และได้ให้ inspector มาตรวจสอบรับรองการทำลายแล้ว
เครื่องจักรที่บริษัทสอบถาม นำเข้าเกิน 5 ปี และได้ตัดบัญชีปลอดภาษีไปแล้ว ดังนั้น หากเครื่องจักรดังกล่าวชำรุดเสียหาย ก็สามารถขอจำหน่ายได้โดยไม่ต้องทำลาย และไม่ต้องเสียภาษี การทำลาย เป็นวิธีเพื่อทำให้เครื่องจักรหมดภาระภาษี แต่เมื่อเครื่องจักรดังกล่าวตัดบัญชีปลดภาระภาษีไปแล้ว ก็ไม่ต้องทำลายให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น
การทำลายเครื่องจักร ให้ดำเนินการตามประกาศ ที่ ป.3/2555 ดังนี้
เครื่องจักรที่ทำลายตามขั้นตอนข้างต้น จะไม่มีภาระภาษี แม้ว่าหลังจากนั้นจะจำหน่ายเป็นเศษเหล็กก็ตาม
เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ และเครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยชำระภาษีอากร ไม่อยู่ในขอบข่ายการควบคุมเรื่องอายุเครื่องจักร 5 ปี ตามประกาศ สกท ที่ ป.3/2548 ดังนั้น บริษัทจะขายหรือทำลายเครื่องจักรดังกล่าวเมื่อไรก็ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI แต่เนื่องจากในบัตรส่งเสริมกำหนดเงื่อนไขเฉพาะโครงการว่า บริษัทจะต้องดำเนินการตามสาระสำคัญที่ได้รับส่งเสริม คือ จะต้องมีกำลังผลิต ........ ปีละประมาณ ............ ชิ้น ดังนั้น หากบริษัทขายหรือทำลายเครื่องจักรดังกล่าว และทำให้ขนาดกิจการไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริม บริษัทจะต้องแจ้ง BOI เพื่อขอลดขนาดกิจการด้วย
เครื่องจักรและชิ้นส่วนเครื่องจักร ที่นำเข้ามาโดยยกเว้นอากรขาเข้า จะตัดภาระภาษีได้เมื่อมีอายุครบ 5 ปี นับจากวันนำเข้า หากเครื่องจักรหรืออะไหล่ชำรุดเสียหาย โดยยังมีอายุไม่ครบ 5 ปี สามารถขอส่งคืนไปต่างประเทศ บริจาค ทำลาย หรือขอชำระภาษีตามสภาพ จึงจะหมดภาระภาษี กรณีที่สอบถาม จะขออนุมัติทำลายก็ได้ โดยให้บริษัท Inspector ตรวจสอบรับรองการทำลาย แต่ปกติน่าจะใช้วิธีขอชำระภาษีตามสภาพ จากนั้นจึงจำหน่ายในประเทศ
การทำลายเครื่องจักร เป็นวิธีการจัดการเครื่องจักรที่ชำรุดเสียหายแต่ยังไม่ปลอดภาระภาษี ให้พ้นจากภาระภาษี การทำลายจะต้องยื่นขออนุมัติวิธีทำลาย และทำลายโดยมีบริษัท Inspector ที่ได้รับอนุญาต เป็นผู้ตรวจสอบรับรองการทำลาย
ประเด็นที่สอบถาม ต้องพิจารณาว่า อะไหล่ดังกล่าวมีภาระภาษีหรือไม่ และปลอดภาระภาษีแล้วหรือไม่ หากนำอะไหล่ดังกล่าวไปจำหน่ายในประเทศ จะถือเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากรหรือไม่ หากเป็นความผิด ก็ต้องขออนุญาตทำลาย หรือขอชำระภาษีให้ถูกต้อง หากไม่เป็นความผิด ก็ไม่ต้องขอทำลาย สามารถจำหน่ายในประเทศได้เลย
อะไหล่ที่ติดมากับเครื่องจักร ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าพร้อมกับตัวเครื่องจักร จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ BOI เช่นเดียวกับเครื่องจักร
เครื่องจักร ส่วนประกอบ อะไหล่ แม่พิมพ์ ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าจาก BOI หากชำรุดเสียหาย จะต้องดำเนินการตามแนวทางของประกาศที่ ป.3/2555 คือ จะต้องขออนุญาตทำลาย ส่งออก หรือบริจาค จึงจะปลอดจากภาระภาษี หรืออาจจะเก็บไว้จนครบ 5 ปี แล้วจึงขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี
ข้อเท็จจริง
A ได้รับส่งเสริมผลิตแม่พิมพ์ และชิ้นงานโลหะ โดย A นำเข้าชิ้นส่วนแม่พิมพ์จากต่างประเทศมาผลิตเป็นแม่พิมพ์ แล้วจำหน่ายแม่พิมพ์ให้กับ B แต่แม่พิมพ์ยังอยู่ที่โรงงานของ A เพื่อใช้ผลิตชิ้นส่วนโลหะจำหน่ายให้ B
คำถาม
หาก B ต้องการทำลายแม่พิมพ์ จะต้องดำเนินการอย่างไร
คำตอบ
B ซื้อแม่พิมพ์จาก A โดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรอะไร เนื่องจากเป็นการซื้อแม่พิมพ์จากโรงงานในประเทศ หาก B ต้องการทำลายแม่พิมพ์ ก็ทำลายได้โดยไม่ต้องแจ้ง BOI
กรณีที่ B ทำลายแม่พิมพ์ก่อนวันตรวจเปิดดำเนินการ B จะนำมูลค่าแม่พิมพ์มาคำนวณเป็นขนาดการลงทุนเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่ได้ A ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร เพราะ A ยืมแม่พิมพ์ของ B มาผลิตชิ้นงานให้กับ B (หาก B สั่งให้ A ทำลายแม่พิมพ์ A ก็จะเรียกค่าใช้จ่ายในการทำลายจาก B)
กรณีนี้ ไม่น่ามีประเด็นเรื่องการตรวจสอบโดย inspector เพราะเป็นแม่พิมพ์ที่ผลิตในประเทศ ไม่ใช่แม่พิมพ์ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิมาตรา 28 หรือ 29
บัตรส่งเสริมทุกฉบับ กำหนดเงื่อนไขทั่วไป ข้อ 3. 3 ไว้ว่า "จะต้องไม่จำนอง จำหน่าย โอน ให้เช่า หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า"
กรณีที่สอบถาม บริษัท A จำหน่ายแม่พิมพ์ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า ให้กับบริษัท B โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงน่าจะกระทำผิดต่อเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมแล้ว
การจะนำเข้าเครื่องจักร ชิ้นส่วน แม่พิมพ์ เข้ามาโดยขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร => เครื่องจักร ชิ้นส่วน แม่พิมพ์ นั้น ต้องสอดคล้องกับกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริม เช่น หากกรรมวิธีผลิต มีขั้นตอนฉีดชิ้นส่วนพลาสติก ก็สามารถขอนำเข้าเครื่องฉีดพลาสติก และแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก เข้ามาโดยได้รับยกเว้นภาษีอากรได้ แต่หากกรรมวิธีผลิต ไม่มีขั้นตอนฉีดพลาสติก ก็ไม่สามารถขอนำเข้าแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก โดยยกเว้นภาษีอากรได้
ถ้าในกรรมวิธีผลิตที่ได้รับการส่งเสริม ไม่มีขั้นตอนฉีดพลาสติก หรือขั้นตอนนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างฉีดพลาสติก แม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ก็ไม่ใช่การลงทุนตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม (พูดง่าย ๆ คือเป็น Non-BOI)จึงจะนำมานับเป็นมูลค่าการลงทุนของโครงการ หรือนำมาคำนวณเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของโครงการ ไม่ได้
กรรมวิธีผลิตที่ได้รับอนุมัติ ตามที่แจ้งมา คือ
ดังนั้น การจะว่าจ้างผู้อื่นฉีดขึ้นรูปชิ้นส่วนพลาสติก โดยใช้แม่พิมพ์และ/หรือวัตถุดิบที่นำเข้าโดยใช้สิทธิหรือไม่ก็ตาม น่าจะขัดกับกรรมวิธีการผลิตตามข้อ 1
กิจการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ถือว่าการฉีดพลาสติกเป็นขั้นตอนสำคัญของโครงการ จึงไม่น่าจะขอแก้ไขกรรมวิธีการผลิต เพื่อจ้างผู้อื่นให้ฉีดชิ้นส่วนพลาสติกแทนได้
กรณีตามที่สอบถาม สินค้าของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม เครื่องจักรที่มีอยู่เดิมจึงไม่สามารถรองรับความต้องการได้ หากบริษัทจะรับออร์เดอร์นี้ จะต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่ เพื่อให้ผลิตสินค้าชนิดใหม่ได้ แต่เนื่องจากบริษัทเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว จึงไม่สามารถแก้ไขโครงการโดยมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมได้ หากจะลงทุนเพิ่ม จะต้องยื่นขอรับส่งเสริมเป็นโครงการใหม่ (กิจการขยาย)
การนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรืออุปกรณ์ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI ไปให้ผู้อื่นใช้ผลิตสินค้าให้ ต้องดำเนินการดังนี้
ในบัตรส่งเสริมมีเงื่อนไขเขียนไว้ว่า "จะต้องไม่จำนอง จำหน่าย โอน ให้เช่า หรือให้ผู้อื่นใช้เครื่องจักรที่ได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี" หากจะให้ผู้อื่นใช้ จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน
ขั้นตอนที่ 3 เขียนว่า
ผมอ่านไม่เข้าใจว่าขั้นตอนนี้คืออะไร ต้องใช้แม่พิมพ์ Stamping อย่างไร
สรุปคือผมมองไม่เห็นภาพว่า โครงการนี้มีขั้นตอนอย่างไร จะเอาแม่พิมพ์ขั้นตอนไหนไปว่าจ้าง เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่บริษัทควรต้องการทำการผลิตเองหรือไม่ การว่าจ้างนอกจากจะนำแม่พิมพ์ไปจ้างแล้ว ต้องนำวัตถุดิบไปว่าจ้างด้วยหรือไม่ ควรขออนุญาตไปพร้อมกันหรือไม่ ฯลฯ จึงไม่ทราบว่าจะให้คำแนะนำอะไร
ขอตอบเฉพาะหลักการ คือ
กรณีนี้ หากได้รับส่งเสริมฉีดพลาสติก แต่จะว่าจ้างฉีดพลาสติก โดยไม่ดำเนินการเอง จะทำให้สาระสำคัญของโครงการลดลงเกินกว่าที่จะให้ส่งเสริมต่อไปได้
เครื่องจักรที่จะนับเป็นการลงทุนของโครงการ และนับกำลังผลิตเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องเป็นไปตามนี้
กรณีที่สอบถาม หากถูกต้องตามเงื่อนไขข้างต้น ก็จะนับเป็นเครื่องจักรในโครงการ และนับกำลังผลิตเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 ได้
การขอจำนองเครื่องจักรที่สั่งปล่อยคืนอากร และสั่งปล่อยปกติ มีขั้นตอนเหมือนกัน คือ ยื่นหนังสือถึงสำนักบริหารการลงทุน หรือศูนย์เศรษฐกิจการลงทุน ที่รับผิดชอบโครงการของบริษัท ประกอบด้วย
หนังสือหัวจดหมายบริษัทฯ เรื่อง ขออนุญาตจำนองเครื่องจักรที่ได้ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม (ไม่มีแบบฟอร์ม พิมพ์ขึ้นได้เอง)
แบบคำขออนุญาตจำนองเครื่องจักรที่ได้ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม (F IN MC 02) ไม่ต้องแนบรายการเครื่องจักรที่ขอจำนอง ระบุเพียงแค่ชื่อที่อยู่ของบริษัทรับจำนองเท่านั้น เมื่อได้รับอนุมัติจาก BOI แล้ว จึงจะสามารถนำเครื่องจักรที่ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม ไปจำนองได้
ข้อนี้ให้คำตอบไม่ได้ เพราะไม่มีแนวปฏิบัติที่สามารถนำมาอ้างอิงได้เพื่อป้องกันปัญหา น่าจะยื่นขอสั่งปล่อยคืนอากรก่อน แล้วจึงขออนุญาตจำนองต่อไป
ซึ่งหากภายหลังเปลี่ยนใจจะไม่ใช้สิทธิ ก็สามารถยกเลิกการส่งปล่อยคืนอากร (กรณียังไม่ได้ใช้สิทธิ) หรือขอชำระภาษีตามสภาพ (กรณีใช้สิทธิไปแล้ว) ก็ได้
การขออนุญาตนำเครื่องจักรไปจำนอง ต้องเป็นกรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักรดังกล่าวโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI จากนั้นจึงยื่นขออนุญาตนำเครื่องจักรดังกล่าวไปจำนอง จะยื่นขอนำเครื่องจักรไปจำนองเมื่อไรก็ได้ แต่ต้องก่อนมีการจำนอง
ให้ยื่นคำร้องในระบบ eMT
หลังจากยื่นเรื่องผ่านระบบ eMT เจ้าหน้าที่ BOI ประจำสมาคม IC จะเป็นผู้พิจารณาคำร้อง และลงนามหนังสืออนุมัติ ให้บริษัทตรวจสอบผลการพิจารณาในระบบ eMT หากได้รับอนุมัติ ให้ไปติดต่อสมาคม IC เพื่อรับหนังสืออนุมัติ และเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน
หากในหนังสืออนุมัติ ไม่มีข้อความระบุให้นำบัตรส่งเสริมไปแก้ไขเอกสารท้ายบัตร บริษัทก็ไม่ต้องนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข แต่ให้เก็บหนังสืออนุมัตินั้นไว้เป็นหลักฐาน
หากหนังสืออนุมัติ มีเงื่อนไขให้นำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข แต่บริษัทไม่นำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข ถือว่าการอนุมัตินั้นยังไม่ผลบังคับ
จะต้องนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข ตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุมัติ
การให้การส่งเสริมของ BOI ไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แต่สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมีระยะสิ้นสุด
เช่น เครื่องจักร 30 เดือน (ขยายเวลาได้ 3 ครั้ง) หรือภาษีเงินได้ 3-8 ปี (ขยายเวลาไม่ได้) เป็นต้น
แม้ว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะสิ้นสุดลง แต่บริษัทก็ยังคงมีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม และต้องปฏิบัติเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริมตลอดไปจนกว่ายกเลิกบัตร/หรือถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม
เครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร มีเงือนไขคือ จะต้องใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
การจะจำหน่ายจ่ายโอน หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ หรือนำไปใช้เพื่อการอื่น จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน ไม่ว่าเครื่องจักรนั้นจะนำเข้ามาแล้วนานเท่าใด โดย BOI จะพิจารณาความเหมาะสม พร้อมกับพิจารณาภาระภาษี (ถ้ามี) ตามอายุเครื่องจักร ตามประกาศ ที่ ป.3/2558
กรณีที่สอบถาม เป็นการขอนำเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีไปทำการเช่าซื้อแบบลีสซิ่ง ซึ่งอ้างอิงประกาศ ที่ ป.6/2541 จึงควรยื่นขออนุญาตไปตามขั้นตอนปกติ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องอายุเครื่องจักร
หากการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ กระทำในนามบริษัทที่ได้รับส่งเสริม และการนำเครื่องจักรดังกล่าวกลับเข้ามาในประเทศ กระทำในนามบริษัทที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถยื่นขออนุญาตส่งซ่อม และขอสั่งปล่อยยกเว้นอากรขาเข้า(ค่าซ่อม) ของเครื่องจักรที่นำกลับเข้ามาได้
ส่วนการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน จะต้องกระทำอย่างไรเพื่อให้เป็นตามเงื่อนไขข้างต้น ควรสอบถามกับกรมศุลกากรโดยตรง
การขอส่งเครื่องจักร (ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28) ไปซ่อม (รวมถึงตรวจสอบ ปรับค่า ฯลฯ) ในต่างประเทศ มีขั้นตอนดังนี้
กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาโดยยกเว้นภาษีอากรตามสิทธิ BOI แต่ต่อมาไม่ต้องการใช้เครื่องจักรดังกล่าวในโครงการ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
การนำอะไหล่ที่ส่งไปซ่อม กลับเข้ามาในประเทศ
วิธีการทำใบขนสินค้า ขอให้สอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมศุลกากร (หรือ บ.ตัวแทนออกของ)
หากวันที่นำกลับเข้ามา สิทธิการยกเว้นอากรตามมาตรา 28 สิ้นสุดแล้ว จะไม่สามารถยื่นสั่งปล่อยเครื่องจักรที่นำกลับเข้ามาได้ บริษัทจึงต้องชำระภาษีอากรค่าซ่อม ส่วนอากรเครื่องจักรจะได้รับการยกเว้นตามสิทธิใบสุทธินำกลับ
จะส่งไปซ่อมกี่ครั้งก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด โดยแต่ละครั้งให้อ้างเลขที่อนุมัติล่าสุดที่สั่งปล่อยนำกลับเข้ามา
หมายถึง ในการจะทำคำร้องในระบบ eMT ให้อ้างอิงเลขอนุมัติล่าสุดที่นำเข้าแม่พิมพ์นั้น
หากทำใบสุทธินำกลับ ตอนที่นำกลับเข้ามา จะไม่เสียอากรขาเข้าสำหรับแม่พิมพ์ดังกล่าว และสามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรสำหรับค่าซ่อมแม่พิมพ์จาก BOI
ส่วนการสำแดงราคาในอินวอยซ์/ใบขนสินค้า น่าจะสอบถามกับชิปปิ้งหรือกรมศุลกากร
เครื่องจักรในระบบและนอกระบบ ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน
การส่งคืนเครื่องจักร (ในระบบ/นอกระบบ) ก็ใช้เวลาพิจารณา 1 หรือ 15 วัน เช่นเดียวกับกรณีส่งซ่อม
การขอส่งเครื่องจักรหลักไปต่างประเทศ
การขออนุญาตนำเครื่องจักร/แม่พิมพ์ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร ไปซ่อมในประเทศ ไม่มีแบบฟอร์มเป็นการเฉพาะ
กรณีนี้ควรปรึกษากับ จนท BOI ที่รับผิดชอบโครงการของบริษัทโดยตรง ว่าควรยื่นขออนุญาตอย่างไร
ตอบในความเห็นส่วนตัวโดยทั่วไป คือ อาจใช้แบบฟอร์มการขอนำวัตถุดิบ/ส่วนสูญเสียไปเก็บนอกสถานที่ หรือแบบฟอร์มการขอนำเครื่องจักร/แม่พิมพ์ไปใช้เพื่อการอื่น/ให้ผู้อื่นใช้ มาปรับเปลี่ยนให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่จะขอนำแม่พิมพ์ออกนอกโรงงานเพื่อทำการซ่อม
การส่งแม่พิมพ์ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI ไปซ่อมที่ต่างประเทศ
ส่วนการที่ส่งไปซ่อมที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วประเทศญี่ปุ่นเก็บอากรขาเข้านั้น เป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งจะมีวิธีการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีอากรที่ประเทศนั้นๆเรียกเก็บหรือไม่นั้น น่าจะสอบถามกับบริษัทคู่ค้าในประเทศนั้นๆโดยตรง ไม่เกี่ยวกับการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามมาตรา 28, 29 ของ BOI
กรณีเป็นคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน ควรเข้าฝึกอบรมการใช้ระบบต่างๆ กับสมาคม IC ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มีความเข้าใจหลักเกณฑ์เบื้องต้น และป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
การส่งคืนหรือจำหน่ายเครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้า ไปต่างประเทศ ให้ยื่นเรื่องขอส่งเครื่องจักรไปต่างประเทศ(ส่งคืน) ในระบบ eMT จากนั้นส่งออกภายใน 90 วัน หลังจากส่งออกให้คีย์ข้อมูลในระบบอีกครั้ง เพื่อยืนยันการส่งออก
ขั้นตอนการทำใบสุทธินำกลับ เป็นขั้นตอนของทางกรมศุลกากร จึงไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะบนเว็บบอร์ดนี้ น่าจะปรึกษากับชิปปิ้งหรือกรมศุลกากร จะได้คำตอบที่ถูกต้องกว่า
คำถามที่ไม่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของ BOI และ IC รบกวนติดต่อสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
หากส่งเครื่อง Press Machine ไปซ่อม ตอนนำกลับเข้ามา ก็ต้องระบุรายการเป็นเครื่อง Press Machine โดยระบุราคาเฉพาะค่าซ่อม รายะเอียดการทำอินวอยซ์ ขอให้ปรึกษากับชิปปิ้งและกรมศุลกากรโดยตรง
กรณีที่หนังสืออนุมัติแล้ว ไม่สามารถยกเลิกเพียงบางรายการได้ ต้องยกเลิกหนังสือทั้งฉบับ และยื่นเข้าไปใหม่
การขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ หากไม่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกิน 20% และไม่ทำให้ขั้นตอนการผลิตขาดหายไป จะอนุมัติให้ส่งคืนทุกกรณี หากไม่อนุมัติ ก็ต้องสอบถามเหตุผลจาก BOI หรือ IC
ต้องขออนุญาต โดยทำรายการเช่นเดียวกับการส่งซ่อม/ส่งคืน ตามปกติ แต่เมื่อถึงขั้นตอนเลือกเครื่องจักร ให้ติ๊กที่ "ชื่อรายการที่ส่งซ่อม/ส่งคืนไม่ตรงกับชื่อในบัญชี" จากนั้นคีย์ ชื่อตามที่ส่งคืน และจำนวน
ประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับ BOI ขอให้ตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอีกครั้งหนึ่ง
ให้เข้าไปในระบบ eMT และยื่นเปลี่ยนแปลงจากการส่งซ่อมเป็นส่งคืน ส่วนแม่พิมพ์หลังซ่อม ที่สั่งปล่อยปกติ ก็ปล่อยตามนั้น
ระบบ eMT ในปัจจุบัน ยังไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลการอนุญาตส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ หรือการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศกับกรมศุลกากร ดังนั้น บริษัทจึงยังต้องไปรับจดหมายครุฑที่สมาคมฯ
งานด้านเครื่องจักร ที่เกี่ยวกับเครื่องจักรที่ผ่านพิธีการขาเข้าไปแล้ว ปัจจุบันยังคงมีการออกหนังสือจากสมาคมฯ การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ก็จะมีการออกหนังสืออนุญาตเช่นกัน
แม้ในบางกรณีอาจจะใช้สำเนาแทนก็ได้ แต่บริษัทควรไปรับหนังสืออนุมัติต้นฉบับจากสมาคม และเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนถูกต้องแล้ว
การนำเข้าเครื่องจักรที่ส่งซ่อมต่างประเทศ จะต้องนำกลับเข้ามาในบัตรเดิมเท่านั้น ระบบ eMT ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนบัตรได้ จึงน่าจะมี 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 ทำเรื่องโอนแม่พิมพ์จากบัตร A ไปบัตร B แล้วจึงส่งซ่อมต่างประเทศภายใต้บัตร B ทำเรื่องส่งคืนต่างประเทศ (แต่ที่จริงคือส่งไปซ่อม) จากนั้นจึงนำกลับเข้ามาโดยสั่งปล่อยภายใต้บัตร B
วิธีที่ 2 จะมีปัญหาว่า ระหว่างที่ส่งออก แม่พิมพ์นั้นเป็นทรัพย์สินของใคร ซึ่งอาจทำเป็นการขายให้บริษัทแม่ และเมื่อซ่อมเสร็จ ก็ซื้อคืนกลับมาใหม่ .. ปกติก็น่าจะใช้วิธีที่ 1 ดีกว่า
วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะกับแม่พิมพ์ ไม่สามารถใช้กับเครื่องจักรได้ เพราะจะเป็นการนำเครื่องจักรที่เคยใช้ในบัตรหนึ่งมาใช้ในอีกบัตรหนึ่ง ซึ่งผิดเงื่อนไข BOI
การโอนเครื่องจักร กำหนดระยะเวลาพิจารณาไม่เกิน 15 วันทำการ โครงการที่รับโอนต้องได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร และยังมีระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรเหลืออยู่ เอกสารที่ต้องใช้ตามนี้
Checklist รายการเอกสารประกอบการพิจารณา (F IN MC 01-03) หนังสือบริษัท เรื่อง ขออนุญาตโอนเครื่องจักร เรียน เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน .. ไม่มีแบบฟอร์ม ร่างขึ้นเองได้
แบบคำขออนุญาตจําหนาย/โอน/บริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04-03)
กรณีที่บัตร A จะโอนแม่พิมพ์ให้บัตร B บัตร A จะสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้วก็ได้
แต่บัตร B ต้องมีระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรเหลืออยู่
ทำได้ แต่ในการลงบัญชี ก็ต้องลงให้ถูกต้อง คือมีการจำหน่ายออกจากโครงการ A และต่อมาภายหลังมีการซื้อเข้ามาในโครงการ B ส่วนการอินวอยซ์ขายให้ใคร และซื้อจากใคร ก็สุดแล้วแต่บริษัทจะเห็นว่าเหมาะสม
ปัจจุบันระบบ eMT ยังไม่รองรับที่จะให้บริษัทยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักรโดยเพิกถอนสิทธิยกเว้นภาษีอากร ตามความเห็นส่วนตัวคือ
ในส่วนของ BOI จะอนุมัติการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร โดยพิจารณาเฉพาะรายการและปริมาณของเครื่องจักร โดยไม่พิจารณาเรื่องราคา
หากมีปัญหาเรื่องการสำแดงราคาในการผ่านพิธีการขาเข้า จะต้องสอบถามกับกรมศุลกากรโดยตรง หรือมิฉะนั้น กรมศุลกากรอาจมีหนังสือสอบถามไปยัง BOI เป็นกรณีๆไป
การคืนอากรขาเข้าเครื่องจักรมีขั้นตอนดังนี้
ทั้งนี้ ภายใต้สิทธิ BOI จะได้รับคืนเฉพาะอากรขาเข้าเท่านั้น ส่วน VAT ที่ได้ชำระไปแล้วให้ใช้วิธีเครดิต VAT (VAT ขาย - VAT ซื้อ) ทุกรอบเดือนตามปกติ หรือหากจำเป็นต้องขอคืน VAT ต้องติดต่อกับกรมสรรพากรโดยตรง
การขอคืนอากรเครื่องจักรมีขั้นตอนดังนี้
กรณีที่รับงานต่อจากพนักงานท่านเดิมที่ลาออก
ก่อนอื่นควรเข้ารับการอบรมวิธีการใช้สิทธิประโยชน์เครื่องจักรบนระบบ eMT จากสมาคม IC ซึ่งจัดคอร์สฝึกอบรมเป็นประจำ จากนั้นตรวจสอบข้อมูลคำร้องในระบบ eMT ว่าเคยมีการยื่นสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักรแล้วหรือไม่ และได้รับอนุมัติแล้วหรือไม่ หากเรื่องได้รับอนุมัติแล้ว ให้ส่งข้อมูลให้กับ บ.ชิปปิ้ง เพื่อให้เป็นตัวแทนยื่นคำร้องขอคืนอากรเครื่องจักรต่อกรมศุลกากรต่อไป
อุปกรณ์สำหรับตรวจสอบคุณภาพสินค้า สามารถขออนุมัติบัญชีในข่ายเครื่องจักร อุปกรณ์ แต่ในการขออนุมัติบัญชี ควรกำหนดชื่อให้ชัดเจนว่าเป็นอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบอะไร และอาจต้องระบุโมเดลและ spec ให้ชัดเจน
เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า ไม่เป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีผลิตหรือประกอบในประเทศไทย
ให้ยื่นขออนุมัติสั่งปล่อย/หรือขออนุมัติสั่งปล่อยคืนอากร ในระบบ eMT
สามารถใช้สิทธิได้ โดยเลือกการส่งซ่อมเครื่องจักรตามขั้นตอนปกติ แล้วติ๊กตรงช่อง "ชื่อรายการที่ส่งซ่อมไม่ตรงกับชื่อรายการในบัญชี" และกรอกชื่อตามที่ส่งซ่อม
การยืมเครื่องจักรจากต่างประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
บริษัทได้รับส่งเสริมจาก BOI โดยให้ใช้เครื่องจักรใหม่ แต่นำเข้ามาเป็นเครื่องจักรเก่า โดยสำแดงใบขนว่าเป็นเครื่องจักรใหม่ กรมศุลกากร
เป็นความผิดสำแดงเท็จ มีบทลงโทษอย่างไร จะต้องแก้ไขอย่างไร ไม่ทราบ ขอให้ติดต่อกับกรมศุลกากรโดยตรง BOI
จะใช้เครื่องจักรเก่านั้นในโครงการ BOI ไม่ได้ และจะไม่ได้รับสิทธิทางภาษีในส่วนของเครื่องจักร ตลอดจนสินค้าที่ผลิตจากเครื่องจักรนั้น ต้องยื่นแก้ไขโครงการ เพื่อขออนุญาตใช้เครื่องจักรเก่า และต้องทำใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า
หากมีการยกเลิกการสั่งปล่อยเครื่องจักร ระบบ eMT-online จะตรวจสอบข้อมูลกับกรมศุลกากรว่ามีการใช้สิทธินำเข้าเครื่องจักรนั้นโดยยกเว้นภาษีอากรไปแล้วหรือไม่
หากใช้สิทธิไปแล้ว จะยกเลิกสั่งปล่อยไม่ได้ หากไม่ต้องการใช้สิทธิอีกต่อไป จะต้องยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักร โดยจะมีภาระภาษีอากรเกิดขึ้น
หากยังไม่ได้ใช้สิทธิ สามารถยกเลิกสั่งปล่อยได้ โดยระบบจะคืนค่าที่สั่งปล่อยไปแล้วเป็น 0
ถ้าชื่อที่ BOI แจ้งสั่งปล่อยไปยังกรมศุลฯ ไม่ตรงกับชื่อในอินวอยซ์และใบขน ก็จะนำไปใช้สร้างใบขนไม่ได้ กรณีที่สอบถาม แม้จะเห็นว่าเป็นของชนิดเดียวกันก็ตาม แต่เนื่องจากชื่อในอินวอยซ์ไม่ตรงกับชื่อที่อนุมัติในบัญชี (คือ มีขีด กับไม่มีขีด) จึงจะติดปัญหา ต้องขอเพิ่มชื่อรองให้ตรงตามอินวอยซ์ก่อน จึงจะสั่งปล่อยได้ การเพิ่มชื่อรองของเครื่องจักร หรือเพิ่มชื่ออะไหล่ หรือชื่อแม่พิมพ์ ใช้เวลาพิจารณาอนุมัติเพียง 1 วัน
ถ้ายังไม่ได้เดินพิธีการ ให้ทำใบขนใหม่ ให้ตรงกับอินวอยซ์ คือไม่นำรายการที่ 3 และ 4 ไปยุบรวมกัน เพื่อที่จะแยกคีย์ข้อมูลในช่องลำดับอินวอยซ์ได้ตรง คือเป็นรายการที่ 3 และ 4 แต่ถ้าเป็นการสั่งปล่อยคืนอากร คงไม่สามารถแก้ไขข้อมูลใบขนได้ จึงคงต้องคีย์ช่องลำดับอินวอยซ์เป็นรายการที่ 3 แต่จำนวนที่ขอคืนอากรคือจำนวนตามหน้าใบขน (รายการที่ 3 และ 4 ในอินวอยซ์รวมกัน)
การสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักร จะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร
การสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักร ไม่ต้องแนบเอกสาร เพียงแค่คีย์ข้อมูลเลขที่/วันที่อินวอยซ์ ใบขน ด่านที่นำเข้า รายการ/จำนวนที่ขอสั่งปล่อย มูลค่า ฯลฯ เท่านั้น
แต่ปัจจุบัน การสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักรของระบบ eMT ยังไม่ใช่ paperless จึงต้องไปรับหนังสืออนุมัติที่ IC เพื่อนำไปเดินพิธีการ
นอกจากนี้ รายการเครื่องจักรที่จะขอสั่งปล่อยคืนอากร ต้องตรงกับรายการในบัญชีที่ได้รับอนุมัติ หากไม่ตรง ต้องยื่นขอเพิ่มชื่อรองให้ตรงกันก่อน
งานในส่วนศุลกากร ให้ติดต่อกับกรมศุลฯโดยตรง หรือขอข้อมูลจากชิปปิ้ง น่าจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องกว่า
ทั้ง 2 กรณี (และทุกๆ กรณี) ไม่สามารถขอคืน VAT จากการสั่งปล่อยได้โดยตรง ต้องใช้วิธีเครดิตภาษีซื้อภาษีขายคืนตามแบบ ภพ 30 เท่านั้น และถ้าในวันที่นำเข้าเครื่องจักร บริษัทยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ก็ไม่สามารถเครดิตภาษี VAT คืนได้
ดังนั้น หากเป็นบริษัทที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ ก็ต้องจดทะเบียน VAT ไว้ก่อนที่จะนำเข้าเครื่องจักรนั้น
แม้จะได้รับการส่งเสริมเรียบร้อยแล้ว แต่หากนำเครื่องจักรเข้ามาโดยชำระอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มไปแล้ว เมื่อจะสั่งปล่อยขอคืนอากร ก็จะได้รับคืนเฉพาะอากรเท่านั้น ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็จะได้รับคืนในระบบ VAT คือเครดิตภาษีขาย-ภาษีซื้อ
ไม่ใช่การคืนภาษีมูลค่าเต็มตามจำนวนเหมือนกับการคืนอากร แต่ถ้าหากว่า ในวันที่บริษัทนำเข้าเครื่องจักร บริษัทยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีนี้จะไม่ได้รับคืน VAT และไม่สามารถเครดิตภาษีขาย-ภาษาซื้อในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้
จึงต้องนำ VAT ที่ชำระไปนั้น ไปรวมเป็นต้นทุนของเครื่องจักร
ไม่เข้าใจคำถาม ปัญหาของบริษัทคืออะไร ชำระภาษีอากรไปก่อนที่บริษัทจะจดทะเบียน VAT หรือหลังจดทะเบียน VAT
การรวมบัตรส่งเสริม จะถูกปรับลดสิทธิประโยชน์ให้เหลือเท่ากับระยะเวลาของสิทธิประโยชน์ที่สั้นที่สุด ปกติควรรวมบัตรส่งเสริมเฉพาะกรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดแล้ว หรือเหลือเฉพาะสิทธิการนำเข้าวัตถุดิบตามมาตรา 36 ซึ่งแม้จะถูกปรับลดให้สั้นลง แต่ก็สามารถขอขยายเวลาได้ในภายหลัง
กรณีของบริษัทฯ เข้าใจว่าสิทธิประโยชน์ยังไม่สิ้นสุด จึงควรศึกษาผลกระทบที่จะเกิดจากการรวมบัตรส่งเสริม โดยอาจขอรวมเฉพาะบัญชีสต็อกวัตถุดิบเท่านั้น กรณีต้องการรวมบัตรส่งเสริม โดยสิทธิประโยชน์การนำเข้าเครื่องจักรยังเหลืออยู่
หาก 2 โครงการแรก ยังไม่ได้ใช้สิทธินำเข้าเครื่องจักร ก็สามารถยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรทั้งหมดในบัตรใหม่ (บัตรรวมโครงการ) ได้ แต่จะต้องรอให้มีการออกบัตรใหม่ให้เสร็จสิ้นก่อน เนื่องจากผลของการรวมบัตรส่งเสริม อาจทำให้ชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต และกรรมวิธีการผลิตเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องทำบัญชีเครื่องจักรทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง
เนื่องจากเป็นคำถามกว้างๆ ไม่สามารถลงรายละเอียดได้ จึงขอตอบตามหลักการเบื้องต้นดังนี้
หากหนังสือแจ้งมติอนุมัติแก้ไขโครงการ ระบุให้ต้องนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข ก็ต้องดำเนินการแก้ไขบัตรส่งเสริมให้เสร็จสิ้นก่อน และจะใช้บัตรส่งเสริมที่แก้ไขเสร็จแล้วเป็นหลักฐาน แต่หากหนังสือแจ้งมติอนุมัติแก้ไขโครงการ ไม่ได้ระบุให้ต้องนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข ก็จะใช้หนังสือแจ้งมติดังกล่าวเป็นหลักฐาน
การแก้ไขบัตรส่งเสริมที่มีเอกสารแนบท้าย กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 1 วันทำการ (ระเบียบ BOI ฉบับที่ 1/2553 เรื่อง กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานส่งเสริมการลงทุน)
คำถามของคุณเข้าใจยากว่าต้องการสอบถามประเด็นใด ควรใช้วิธีแจ้งว่าบริษัทต้องการทำอะไร และติดปัญหาในประเด็นใด จะเข้าใจง่ายกว่า
กรณีมีบริษัทการแก้ไขโครงการ และต้องการขออนุมัติรายการเครื่องจักรเพิ่มเติม แบ่งเป็น 2 กรณีคือ
ในการขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักร เครื่องจักรหลัก หมายถึง เครื่องจักรที่จำเป็นต้องมี เพื่อให้ครบตามขั้นตอนการผลิตที่ได้รับส่งเสริม และเป็นเครื่องจักรที่สามารถคำนวณกำลังผลิตได้
หากบริษัทยื่นขออนุมัติรายการเครื่องจักรไม่ตรงกับรายการเครื่องจักรที่จะนำเข้ามาใช้ในโครงการ บริษัทจะใช้สิทธิสั่งปล่อยยกเว้นอากรหรือคืนอากรไม่ได้ ซึ่งในกรณีนี้บริษัทสามารถยื่นขออนุมัติชื่อรองในบัญชีเครื่องจักรให้ตรงกับชื่อที่จะนำเข้าเพื่อสั่งปล่อยยกเว้นหรือคืนอากรเครื่องจักรนั้นได้
แต่ในกรณีที่บริษัทจะไม่ใช้สิทธิยกเว้นอากรเครื่องจักร ชื่อเครื่องจักรในบัญชีรายการที่ขออนุมัติ จะตรงหรือไม่ตรงกับรายการเครื่องจักรที่นำเข้าก็ได้ คือจะไม่ยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรเลยก็ได้
ไม่ต้องยกเลิก เนื่องจากหากไม่ใช้สิทธิสั่งปล่อย ปริมาณนำเข้าเครื่องจักรดังกล่าวจะเป็น 0 เครื่อง ซึ่งไม่มีปัญหาใดๆ และในอนาคต หากจำเป็นต้องนำเข้าอะไหล่เครื่องจักรดังกล่าวจากต่างประเทศ ก็สามารถขออนุมัติบัญชีอะไหล่ได้โดยไม่ต้องขอเพิ่มรายการเครื่องจักรนั้นอีก
อะไหล่ จะเป็น part เดียวๆ หรือเป็นชิ้นที่ประกอบจาก part หลายชนิดก็ได้ แต่หากจะขอนำชิ้นส่วนแยกชิ้น เพื่อนำมาประกอบเป็นอะไหล่ ต้องขออนุมัติบัญชีอะไหล่รายการนั้นเป็น BOM
ใช่ครับ
ได้ครับ แต่ขอให้ตรวจสอบข้อมูลกับกรมศุลกากรโดยตรงด้วย
BOI จะอนุมัติยกเว้นอากรขาเข้าของที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ BOI เช่น เป็นอะไหล่สำหรับเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการ และเป็นอะไหล่ที่ไม่มีผลิตในประเทศ แต่ BOI จะไม่ทราบว่าบริษัทจะนำเข้ามาโดยใช้สิทธิร่วมกับมาตรการอื่นหรือไม่ และมาตรการนั้นๆ มีข้อกำหนดอย่างไร จึงตอบเฉพาะในส่วนของ BOI คือ บริษัทสามารถขออนุมัติสั่งปล่อยอะไหล่ของเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการได้
สามารถสั่งปล่อยคืนอากรอะไหล่ที่เคยนำเข้ามาแล้วโดยเสียภาษีได้ โดยวันนำเข้าจะต้องอยู่ในระยะเวลาที่ได้รับสิทธิมาตรา 28 และจะได้รับคืนเฉพาะอากรขาเข้าเท่านั้น
หากเป็นเครื่องจักรที่จะทำให้กำลังผลิตและกำลังผลิตครบตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถยื่นขอเพิ่มรายการเครื่องจักรได้ แต่หากเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาเพิ่มกำลังผลิตหรือเพิ่มขั้นตอนการผลิต ให้ยื่นขอแก้ไขโครงการก่อน
Jig & Fixture ให้ขออนุมัติในบัญชีแม่พิมพ์ เพราะจะอนุมัติโดยไม่กำหนดปริมาณสูงสุด แต่เนื่องจากระบบ eMT ออกแบบให้ต้องขอบัญชีเครื่องจักรก่อน จึงจะเริ่มขอบัญชีอะไหล่ หรือบัญชีแม่พิมพ์ได้
กรณีนี้จึงน่าจะขอบัญชีเครื่องจักร โดยใส่เครื่อง Inspection อะไรไปสักเครื่องหนึ่ง (ซึ่งไม่ต้องนำเข้ามาจริงก็ได้) เมื่อได้รับอนุมัติบัญชีเครื่องจักรแล้ว จึงค่อยยื่นขอบัญชีแม่พิมพ์ต่อไป
ถ้าเป็นโคมไฟแว่นขยายตั้งโต๊ะ อาจขอบัญชีไม่ได้ เพราะอาจอยู่ในข่ายมีผลิตในประเทศ ส่วนบัญชีแม่พิมพ์ ไม่ต้องเป็นรายการที่เกี่ยวข้องกับรายการเครื่องจักร หรือไม่อย่างนั้น ก็ยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักร เป็นโคมไฟแว่นขยายตั้งโต๊ะ แต่ระบุปริมาณเป็น 0. 5 เครื่อง (ซึ่งจะสั่งปล่อยไม่ได้) และชี้แจงเหตุผลว่า เป็นการขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรโดยไม่มีวัตถุประสงค์จะนำเข้า แต่ต้องการให้ระบบเดินได้ เพื่อจะยื่นขออนุมัติบัญชีแม่พิมพ์ต่อไปอย่างนี้ก็ได้
ให้ใช้ข้อมูลจากการประมาณการ เช่น การกลึงขึ้นรูปชิ้นงาน 1 ชิ้น ต้องใช้เวลาการกลึงกี่นาที จากนั้นคำนวณกลับเป็นกำลังผลิตต่อชั่วโมง และคูณเวลาทำงานตามบัตรส่งเสริม คูณวันทำงานตามบัตรส่งเสริม ออกมาเป็นกำลังผลิตของเครื่องจักรเครื่องนั้น
เนื่องจากเป็นการคำนวณกำลังผลิตสูงสุดของเครื่องจักร จึงจะคำนวณจากชิ้นส่วนที่เล็กที่สุดที่ผลิตก็ได้ แต่หากทำให้ตัวเลขที่คำนวณได้ สูงกว่ากำลังผลิตที่ขอรับส่งเสริมมากเกินไป จะคำนวณจากชิ้นส่วนมาตรฐาน (คือชิ้นส่วนที่ผลิตมากที่สุด หรือชิ้นส่วนที่เป็นค่าเฉลี่ย) ก็ได้
หากเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว จะไม่สามารถขอขยายเวลานำเครื่องจักร เพื่อนำเข้าเครื่องจักร อะไหล่ แม่พิมพ์ เข้ามาโดยยกเว้นภาษีได้อีก เว้นแต่กิจการบางประเภท เช่น เครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาจมีการระบุในบัตรส่งเสริมให้สามารถนำเข้าเครื่องจักรได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม
ถ้าเป็นระบบ eMT online สามารถดูรายการเครื่องจักร และรายการสั่งปล่อย ได้จากรายงานในระบบ eMT online แต่ถ้าเป็นระบบ eMTเก่า ปัจจุบันปิดการใช้งานไปแล้ว ให้ทำจดหมายขอข้อมูลไปยังสมาคม IC
การอนุมัติบัญชีเครื่องจักรในระบบ eMT Online ไม่มีการออกเลขอนุมัติ หากบริษัทกรอก pin code เพื่อรับผลพิจารณาแล้วก็ถือว่าการอนุมัติเสร็จสิ้น สามารถเรียกรายการเครื่องจักรนั้นมาสั่งปล่อยได้
การจะใช้เครื่องจักรเก่าอายุเกิน 10 ปี จะต้องแจ้งต่อ BOI ตั้งแต่ตอนที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม ซึ่งหากได้รับอนุญาต จะมีการแจ้งผลอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า 10 ปี ใน "หนังสือแจ้งมติให้การส่งเสริม" ซึ่งหากจะไม่ให้ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเกิน 10 ปี ดังกล่าว ก็จะมีระบุในหนังสือแจ้งมตินั้นด้วย
กรณีที่ไม่ได้แจ้งไว้ในขั้นยื่นขอรับการส่งเสริมว่าจะมีการใช้เครื่องจักรเกิน 10 ปี จะต้องยื่นขอแก้ไขโครงการ เพื่อขอใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี และต้องได้รับอนุมัติให้เสร็จสิ้นก่อน
กรณีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี โดยไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า หากต้องการนำเข้าอะไหล่โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี ให้ยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรนั้น โดยใส่ปริมาณเป็น 0. 5 เครื่อง โดยให้ชี้แจงว่าเป็นการยื่นขอบัญชีเครื่องจักรเพื่อใช้สิทธิเฉพาะอะไหล่ของเครื่องจักรเท่านั้น เมื่อได้รับอนุมัติบัญชี 0. 5 เครื่อง จะสั่งปล่อยเครื่องจักรไม่ได้ แต่สามารถสร้างบัญชีอะไหล่ของเครื่องจักรรายการนั้น เพื่อขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีต่อไป ทั้งนี้ อะไหล่ที่จะใช้สิทธินำเข้า จะต้องไม่เป็นรายการที่มีผลิตในประเทศ และมีปริมาณเพียงพอที่จะจัดซื้อมา
การอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเกิน 10 ปี ปกติจะไม่ให้ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร จึงขอให้ตรวจสอบในหนังสือแจ้งมติโดยละเอียดว่า เป็นการอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเกิน 10 ปี โดยไม่ให้ได้รับการยกเว้นอากรเครื่องจักร ใช่หรือไม่ และตรวจสอบบัตรส่งเสริม สิทธิประโยชน์มาตรา 28 ว่ามีการระบุว่าให้ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรสำหรับเครื่องที่ผลิตตั้งแต่ปี .... (คือไม่เกิน 10 ปี) ใช่หรือไม่ หากใช่ก็คือ โครงการนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี โดยไม่ให้ยกเว้นอากรเครื่องจักรที่เกิน 10 ปีนั้น ดังนั้น การไม่ได้รับอนุมัติในระบบ eMT ก็ถูกต้องแล้ว เพราะเครื่องจักรรายการนั้นไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากร บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร
ระบบ eMT Online สามารถตรวจสอบรายงานได้ว่าโครงการนั้นสั่งปล่อยเครื่องจักรอะไรไปแล้วบ้าง ตามหนังสือสั่งปล่อยเลขที่เท่าใดแต่ข้อมูลนี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า เครื่องจักรที่จะขอจำหน่าย เป็นรายการเดียวกันกับที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI หรือไม่
การขออนุมัติจำหน่ายเครื่องจักร นอกจากจะต้องใช้หลักฐานการอนุมัติให้ยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรแล้ว ยังต้องใช้สำเนาใบขนขาเข้าที่แสดงการใช้สิทธิ BOI ตามเลขที่หนังสือสั่งปล่อยนั้นๆ ดังนั้น บริษัทจึงต้องตรวจสอบจากหลักฐานต่างๆ ที่บริษัทมีอยู่ด้วย
หากจะไม่ทำการผลิตแม่พิมพ์อีกต่อไป สามารถยื่นขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตแม่พิมพ์ทั้งหมดโดยชำระภาษีตามสภาพ โดยชี้แจงเหตุผลว่าเนื่องจากจะขอยกเลิกผลิตภัณฑ์คือแม่พิมพ์ และเมื่อจำหน่ายเครื่องจักรและเคลียร์บัญชีวัตถุดิบ (หากมี) เสร็จแล้ว ก็ให้ยื่นแก้ไขโครงการเพื่อยกเลิกชนิดผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์ เหลือไว้แค่ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนพลาสติก
ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม คือโครงการนี้เคยสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว แต่ต่อมาได้รับอนุมัติขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรอีก 2 ปี เพื่อให้นำเครื่องจักรเข้ามาทดแทนเครื่องที่เสียหายจากอุทกภัย ใช่ไหม
บัตรส่งเสริมที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 คือ บัตรที่ออกตามมาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย เช่น โครงการเดิมอาจจะสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว แต่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จึงให้ได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักรใหม่อีกครั้งหนึ่ง เป็นเวลา 30 เดือน และกำหนดให้เปิดดำเนินการภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นสุดการนำเข้าเครื่องจักร ประเด็นที่สอบถาม น่าจะหมายความว่า บริษัทสามารถขอนำอะไหล่สำหรับเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่ในโครงการเดิม เข้ามาเพิ่มเติม ได้หรือไม่
กรณีนี้เข้าใจว่า จะต้องใช้ คำชี้แจงเรื่องแนวทางปฏิบัติตามมาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2556 ตามข้อ 2. 1.2 กำหนดไว้ว่า เครื่องจักรในโครงการเก่าที่ยังใช้งานได้ จะต้องโอนย้ายไปยังโครงการที่ขอรับส่งเสริมใหม่ โดยจะคัดข้อมูลเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิจากสมาคม IC และแจ้งรายการต่อ BOI ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริมฉบับใหม่
หากดำเนินการตามที่ BOI ประกาศ เครื่องจักรที่มีอยู่ในโครงการเดิม ก็จะถูกย้ายไปในบัญชีเครื่องจักรของโครงการใหม่ ซึ่งน่าจะขอนำเข้าอะไหล่ของเครื่องจักรส่วนนี้ได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรใหม่ที่นำเข้ามาใหม่ภายหลัง
ส่วนการนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มเติมในกระบวนการผลิต หากไม่ทำให้กำลังผลิต หรือชนิดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไป น่าจะทำได้ เนื่องจากในคำชี้แจง ข้อ 5. 1 ระบุว่า จะไม่อนุมัติในกรณีเป็นการเพิ่มกำลังผลิต หรือเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์ แต่หากเป็นการแก้ไขอื่นๆ สามารถแก้ไขได้ตามเกณฑ์
การแจ้งบีโอไอในที่นี้ คือการยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า การที่บีโอไออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรโดยยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะทำให้บริษัทได้รับการค้ำประกันและถอนค้ำประกัน VAT ด้วย (คือไม่ต้องชำระ VAT) ดังนั้น แม้ว่าเครื่องจักรจะมีอากรเป็น 0 แต่หากไม่ต้องการชำระ VAT ก็สามารถยื่นขอใช้สิทธิสั่งปล่อยได้ แต่หากปรากฏว่ามีการนำเครื่องจักรดังกล่าวไปใช้งานผิดเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริม และถูกเพิกถอน บริษัทจะต้องชำระ VAT พร้อมกับค่าปรับ และเงินเพิ่ม ย้อนหลังไปถึงวันที่นำเข้าเครื่องจักร
เครื่องมือสำหรับตรวจสอบชิ้นงาน ให้ยื่นขออนุมัติในบัญชีรายการเครื่องจักรทั่วไป ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติแก้ไขบัญชีเครื่องจักร (ชื่อหลัก) กำหนดไว้ 30 วันทำการ แต่หากยื่นขออนุมัติไม่กี่รายการ และไม่มีประเด็นที่เป็นปัญหา โดยทั่วไปก็น่าจะใช้เวลา 2-3 วัน
เมื่อยื่นคำร้องขออนุมัติหรือแก้ไขบัญชีเครื่องจักร บริษัทสามารถตรวจสอบสถานภาพโดยดูในระบบ eMT ได้ว่า เจ้าหน้าที่คนไหนถือครองงานอยู่ การพิจารณาอนุมัติจะผ่าน 3 ระดับ คือ เจ้าหน้าที่ หัวหน้าฝ่าย และ ผอ. โดยระบบจะแสดงเฉพาะชื่อ โดยไม่แสดงระดับ ดังนั้น หากจะติดตามงาน ก็สามารถติดตามจากคนที่แสดงชื่อว่าถือครองงานนั้นอยู่ได้โดยตรง
การทำใบขนฯ เป็นคำถามในส่วนของงานศุลกากร จึงขอให้ปรึกษากับกรมศุลฯ และ/หรือชิปปิ้ง จะได้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจนกว่า
ตามความเข้าใจส่วนตัว กรณีหีบห่อบรรจุเป็นวัสดุคงทนมีค่า เช่น โลหะ พลาสติก ฯ ควรแสดงรายการในใบขน และชำระอากรขาเข้าในส่วนนี้ แต่ถ้าเป็นหีบห่อบรรจุที่ไม่คงทนมูลค่าต่ำ จะรวมไปในรายการเครื่องจักร และสั่งปล่อยโดยใช้สิทธิ์ยกเว้น/ลดหย่อนภาษีอากรไปพร้อมกับเครื่องจักรก็ได้
ขั้นตอนคร่าวๆ คือ
B (ต่างประเทศ) ส่งเครื่องจักรมายังไทย -------> C (BOI) นำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI และขออนุญาตนำเครื่องจักรไปให้ผู้อื่นใช้ -------> A (BOI) กรณีนี้สามารถทำได้ โดย A จะต้องใช้เครื่องจักรเพื่อประโยชน์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมของ C เช่น C อาจจะนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิ BOI และขออนุญาตนำแม่พิมพ์นั้นไปให้ A ยืมใช้ เพื่อรับจ้างผลิตชิ้นส่วนให้ C เป็นต้น
แต่ทั้งนี้ กรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมของ C จะต้องระบุไว้ด้วยว่า จะมีการนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผู้อื่นให้ผลิตชิ้นงานให้ เป็นต้น
กรณีนี้แม่พิมพ์ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ C เพียงแค่ขอนำไปให้ A ยืมใช้ตามกรรมวิธีที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
ถ้า B (BOI) นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ โดยใช้สิทธิ BOI แต่ B จ่ายเงินให้ A (ไทย) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของ C (ต่างประเทศ) เข้าใจว่าไม่น่าจะมีปัญหา
กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร แต่จะไม่ใช้ดังกล่าว คือจะนำเข้าเครื่องจักรโดยการชำระภาษีอากรขาเข้าก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร
เครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยชำระภาษี สามารถนำมาใช้ในผลิตผลิตภัณฑ์ในโครงการ BOI ได้
เหตุผลที่ไม่อนุมัติ มีหลายกรณี เช่น
ลองตรวจทานดูว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง ไม่อย่างนั้นก็เช็คกับพนักงานของบริษัทฯที่เคยรับผิดชอบในช่วงนั้น (แม้อาจจะลาออกไปแล้ว ก็น่าจะติดต่อได้) แต่หากตรวจสอบแล้ว หาสาเหตุไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องนำเอกสารและข้อมูลเท่าที่จะมี ไปปรึกษากับ จนท. BOI
1-3,5 ระหว่างที่รออนุมัติโครงการ จะยังใช้สิทธิใดๆไม่ได้ ในกรณีนี้จึงต้องชำระภาษีอากรเครื่องจักรไปก่อน จากนั้นเมื่อได้รับบัตรส่งเสริม จึงขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลังไปจนถึงวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม จากนั้นจึงยื่นสั่งปล่อยขอคืนอากรเครื่องจักร 4. การอนุมัติบัญชีเครื่องจักร กำหนดระยะเวลาไว้ 60 วันทำการ แต่ส่วนใหญ่จะพิจารณาอนุมัติได้เร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่และรายละเอียดของโครงการนั้นๆ โดยเฉลี่ยน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 อาทิตย์
ไม่จำเป็นต้องเป็น CIF ครับ จะเป็น FOB ก็ได้ หากเป็น FOB บริษัทก็ต้องแสดงค่า Insurance และ Freight เพื่อรวมคำนวณเป็นต้นทุนในการได้มาซึ่งเครื่องจักรดังกล่าวไว้ในหน้าใบขน เพื่อคำนวณอากรและ VAT BOI จะยกเว้นอากรขาเข้าและ VAT ตามรายการในหน้าใบขน ซึ่งตรงกับรายการที่อนุมัติสั่งปล่อย
หากระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว และขยายเวลานำเข้าครบ 3 ครั้งแล้ว ก็ไม่สามารถนำเข้าอะไหล่โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี ต้องนำเข้าโดยชำระภาษีอากรตามปกติ
การขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร เข้าใจว่าไม่น่าจะมีข้อกำหนดว่าจะต้องเริ่มนำเข้าเครื่องจักรมาบางส่วนแล้ว จึงน่าจะยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ตามปกติ
เนื่องจากคำถามมีข้อมูลไม่เพียงพอ จึงขอตอบในภาพรวม โดยแยกเป็น 2 เรื่อง ดังนี้
เมื่อบริษัทได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการจาก BOI จะถือว่าบริษัทได้มีการลงทุนครบตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริมแล้ว
ดังนั้น หากจะนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มเติมอีก จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และไม่นับเครื่องจักรดังกล่าวเป็น
มูลค่าการลงทุนของโครงการ และหากมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นกว่าที่ระบุในบัตรส่งเสริม กำลังผลิตส่วนที่เพิ่มขึ้นจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ทั้งนี้ ไม่รวมกิจการบางประเภท เช่น กิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องไฟฟ้า และชิ้นส่วน ซึ่งมีเงื่อนไขอนุญาตให้นำเครื่องจักรเข้ามาเพื่อเพิ่มกำลังผลิตได้ แม้จะเปิดดำเนินการครบตามโครงการไปแล้วก็ตาม
กรณีที่บัตรส่งเสริมกำหนดเงื่อนไขให้ต้องใช้เครื่องจักรใหม่ บริษัทไม่สามารถใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการได้ ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ก็ตาม
ให้ตรวจสอบความคืบหน้าการพิจารณาจากเมนูในระบบ eMT
กรณีที่เรื่องพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้รับอนุมัติให้ขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร ให้บริษัทพิมพ์ผลการพิจารณา เลขที่หนังสืออนุมัติ และนำไปยื่นพร้อมกับบัตรส่งเสริมฉบับจริง ที่แผนกบัตรส่งเสริม เพื่อดำเนินการแก้ไขเอกสารแนบท้ายบัตรส่งเสริมต่อไป
กรณีที่ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว แต่มีการขยายระยะเวลาการเปิดดำเนินการครบตามโครงการออกไป หากบริษัทจะนำเข้าเครื่องจักร อะไหล่ แม่พิมพ์ เพื่อให้ครบตามโครงการ ก็ต้องชำระภาษีอากรตามปกติ
หากนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาในช่วงที่สิทธิมาตรา 28 ยังไม่ขาดก็สามารถสั่งปล่อยยกเว้นภาษีได้ตามปกติ แต่ถ้านำเข้ามาในช่วงที่สิทธิขาด และอยู่ระหว่างขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร ก็ต้องชำระภาษีอากรโดยสงวนสิทธิไว้
เมื่อได้รับอนุมัติขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร ต้องแก้ไขท้ายบัตรส่งเสริม และแก้ไขระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรในระบบ eMT จากนั้นจึงสามารถยื่นสั่งปล่อยขอคืนอากรเครื่องจักรได้ แต่ VAT จะไม่ได้รับคืนโดยสิทธิ BOI โดย VAT จะเข้าสู่ระบบ VAT ขาย - VAT ซื้อ ตามปกติ
กิจการ ITC ที่มีการใช้เครื่องจักร เช่น เครื่องตรวจสอบ สามารถขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี เช่นเดียวกับกิจการอื่นๆ
ความเห็นส่วนตัวคือ หากจะขอขยายเวลาครั้งที่ 4 จะต้องเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถคาดการณ์และหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น จึงจะมีน้ำหนักเพียงพอที่ BOI อาจจะรับไว้พิจารณา
บริษัทยังสามารถนำเข้าเครื่องจักรได้จนครบกำหนดเปิดดำเนินการ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรที่นำเข้ามาหลังพ้นกำหนดระยะเวลานำเข้า หากครบกำหนดเปิดดำเนินการแล้ว แต่ยังนำเข้าเครื่องจักรไม่ครบ BOI จะลดกำลังผลิต / กรรมวิธีผลิต / และขนาดของโครงการ ให้เหลือเท่าที่มีการลงทุน
ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน ระยะเวลานำเข้าแม่พิมพ์ จะสิ้นสุดพร้อมกับระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร ดังนั้น หากบริษัทจำเป็นต้องนำเข้าแม่พิมพ์ หลังจากที่นำเครื่องจักรเข้ามาครบแล้ว ก็ควรขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรออกไปอีก โดยสามารถขอขยายได้สูงสุด 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี แต่หากขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรครบ 3 ครั้งแล้ว แม่พิมพ์ที่นำเข้าหลังจากนั้น ก็ต้องชำระภาษีอากร
กิจการผลิตเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สามารถนำเข้าเครื่องจักรตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม เพื่อปรับปรุงและทดแทนเครื่องจักรเดิม หรือเพิ่มกำลังผลิตของโครงการเดิมไม่ว่าจะเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ก็ตาม ตามประกาศ ที่ 6/2549
กรณีที่สอบถาม
กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร สามารถขอขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรและเปิดดำเนินการ ได้ 3 ครั้ง หากบริษัทไม่เคยขยายเวลานำเข้ามาก่อน ก็สามารถขอขยายได้ เอกสารที่ใช้คือ
การยื่นงานบางเรื่อง BOI ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขให้ต้องยื่นหนังสือนำส่งด้วย แต่ปกติควรทำหนังสือนำส่ง (หัวจดหมายบริษัท) แนบไปด้วยทุกครั้ง
ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรจะนับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม กรณีสอบถามคือ 6 ม.ค.59 - 5 ก.ค 61
การจะนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้า มีเงื่อนไขคือ
ส่วนการจะขออนุมัติสูตรการผลิตแล้วหรือไม่นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขอใช้สิทธินำเข้าเครื่องจักรแม่พิมพ์ เช่น กิจการที่ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ และไม่ต้องทำสูตรการผลิต แต่หากได้รับสิทธิตามมาตรา 28, 29 ก็สามารถขอยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรและแม่พิมพ์ได้ โดยไม่ต้องทำสูตรการผลิต
รายการเครื่องจักรที่ขอขยายเวลานำเข้า เป็นเพียงแผนการเท่านั้น เมื่อจะมีการนำเข้าจริง ก็ต้องขออนุมัติแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีรายการเครื่องจักรเหล่านั้นให้เรียบร้อยก่อน จึงจะนำเข้ามาโดยใช้สิทธิได้ ดังนั้น แม้ว่าในการขอขยายเวลานำเข้าครั้งที่ 1 หรือ 2 จะมีการแจ้งข้อมูลคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง แต่เมื่อได้รับอนุมัติไปแล้ว ก็ถือว่าขั้นตอนจบเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องชี้แจงแก้ไขอะไรอีก ครั้งนี้หากจะยื่นขยายเวลานำเข้าเป็นครั้งที่ 3 ก็ขอให้เตรียมข้อมูลให้ถูกต้อง
การกำหนดให้ขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร 3 ครั้ง เป็นไปตามประกาศ ป.1/2548 ซึ่งกำหนดว่า หากไม่สามารถดำเนินการได้ตามนี้ ให้เลขาธิการ BOI เป็นผู้พิจารณาความเหมาะสม และนำเสนอคณะอนุกรรมการ แต่ตอบตรงๆว่า ถ้าเป็นเหตุผลทั่วๆไป เช่น เศรษฐกิจไม่ดี โน่นนี่นั่น ไม่เป็นเหตุผลที่จะขอขยายเวลาเกินกว่า 3 ครั้ง เพราะถ้าไม่พร้อมตอนนี้ จะรอไว้ยื่นเป็นโครงการใหม่ภายหลังเมื่อพร้อมก็ได้ หรือถ้าเป็นกิจการหมวดเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่อนุญาตให้นำเข้าเครื่องจักรได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม ก็จะไม่เจอปัญหานี้
เมื่อได้รับอนุมัติหนังสืออนุมัติขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร บริษัทจะต้องนำบัตรส่งเสริมและหนังสืออนุมัติดังกล่าว ไปติดต่อกับฝ่ายบัตรส่งเสริมของ BOI เพื่อให้ทำการบันทึกการแก้ไขในท้ายบัตรส่งเสริม หากได้ทำการบันทึกแก้ไขท้ายบัตรส่งเสริมเสร็จสิ้นแล้ว หนังสือแจ้งมติอนุมัติก็ไม่จำเป็นต้องใช้อีกต่อไป เนื่องจากให้ใช้บันทึกการแก้ไขท้ายบัตรส่งเสริมแทน
การขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร สามารถขอขยายได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี กรณีที่ลืมขยาย และสิ้นสุดระยะเวลาไปแล้ว (เช่น ตามกรณีที่สอบถาม) สามารถยื่นขอขยายเวลาได้ โดยจะนับระยะเวลาต่อจากวันที่สิ้นสุดเดิม
ถ้ายื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร (ข้อ 3 ในแบบฟอร์ม) ก็ให้ขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเต็มโครงการ (ข้อ 4 ในแบบฟอร์ม) ไปด้วยพร้อมกัน ถ้าขอขยายเวลาเครื่องจักร 1 ปี ก็ขยายเวลาเปิดดำเนินการออกไปอีก 1 ปี (ระบุวันที่) เช่นกัน
สำเนาหนังสืออนุมัติให้ขยายเวลานำเขาเครื่องจักรครั้งล่าสุด เอกสารให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามประทับตรา และยื่นต่อสำนักบริหารการลงทุนที่รับผิดชอบโครงการของบริษัท
การขอขยายระยะเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว โดยไม่ขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร สามารถยื่นขอขยายได้ 1 ครั้ง เป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยใช้เอกสารดังนี้
เอกสารข้างต้นสามารถ ดาวน์โหลด เพื่อมาพิมพ์ข้อมูลเพิ่มเติมได้ ส่วนระยะเวลาการพิจารณาของ BOI กำหนดไว้ไม่เกิน 36 วันทำการ จึงน่าจะยื่นเรื่องประมาณ 2 เดือนล่วงหน้า
การขยายเวลานำเข้าแม่พิมพ์ที่ไม่มีการผลิตในประเทศ ให้กับบริษัทที่สิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานเพื่อนำเสนอคณะกรรมการ ที่ผ่านมา แม่พิมพ์ที่อนุญาตให้ขยายเวลานำเข้าตามบัญชี positive list จำกัดขอบเขตทำให้มีบริษัทที่ยื่นขอขยายเวลาไม่มากนัก นอกจากนี้กิจการในอุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ก็สามารถนำเข้าเครื่องจักรและแม่พิมพ์ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม ตลอดจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็มีการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตแม่พิมพ์เกิดขึ้นในประเทศไทยมาก ดังนั้น จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่ BOI อาจจะไม่ขยาย
แต่ทั้งนี้ หากเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ก่อนยื่นคำขอรับส่งเสริม จะไม่ให้ยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือ 29 แม้ว่าจะอนุมัติให้ใช้ในโครงการได้ก็ตาม
หลักการคือ ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร จะอนุมัติให้เป็นเวลา 36 เดือนนับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริมวันที่ออกบัตรส่งเสริม ระบุอยู่ในหน้าสุดท้ายของบัตรส่งเสริม ส่วนวันที่สิ้นสุดนำเข้าเครื่องจักร ระบุในข้อ 1. 1 ของเงื่อนไขเฉพาะโครงการ (ในหน้าที่ 6 หรือ 7 ในบัตรส่งเสริม) แต่หากมีการอนุมัติให้ขยายเวลานำเข้า จะระบุในเอกสารแนบท้ายบัตรส่งเสริม
ถูกต้องครับ สามารถใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 25 ส.ค. 2559 และเมื่อใกล้จะครบกำหนดเวลา หากยังนำเครื่องจักรเข้ามาไม่ครบ ก็ค่อยยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร
ระยะเวลาสิ้นสุดการนำเข้าเครื่องจักร จะระบุไว้ในบัตรส่งเสริม ในข้อ 1. 1 ของเงื่อนไขเฉพาะโครงการ (ประมาณหน้าที่ 6 หรือ 7 ในบัตรส่งเสริม) การขยายเวลา ควรยื่นเรื่องก่อนวันสิ้นสุด ประมาณ 1-1. 5 เดือน
เมื่อได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา จะต้องนำบัตรส่งเสริมไปที่ BOI เพื่อให้เพิ่มเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายบัตรส่งเสริม ดังนั้น การตรวจสอบวันสิ้นสุดการนำเข้าเครื่องจักรในครั้งต่อๆไป ให้ดูจากเอกสารแนบท้ายบัตรส่งเสริม
การอนุมัติขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทสามารถนำเครื่องจักรเข้ามาได้ครบถ้วนตามกำลังผลิตและกรรมวิธีผลิตที่ได้รับส่งเสริม ดังนั้น เมื่อบริษัทได้รับอนุมัติเปิดดำเนินการจาก BOI แล้ว ก็เป็นการแสดงว่า บริษัทได้นำเครื่องจักรเข้ามาครบถ้วนแล้ว จึงไม่สามารถขยายเวลานำเข้าได้อีก ยกเว้นกรณีที่มีการประกาศไว้เป็นการเฉพาะ เช่น เครื่องจักรในกิจการเครื่องไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องจักรที่ใช้ในการวิจัยและพัฒนา หรือเครื่องจักรที่ใช้ขจัดหรือป้องกันมลภาวะแวดล้อม จะสามารถนำเข้าได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม ปล. เข้าใจว่า คำว่า "เปิดกิจการกับ BOI " ที่คุณเขียน คือ การได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการจาก BOI
ประกาศคณะกรรมการ ที่ 5/2556 เรื่อง การยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับแม่พิมพ์ ให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าแม่พิมพ์ที่ยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2556 แม้จะโครงการนั้นจะสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้วก็ตาม
ประกาศดังกล่าวเป็นอำนาจคณะกรรมการ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นรองประธานและกรรมการ แต่เนื่องจากคณะกรรมการได้ครบวาระไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีการยุบสภา ดังนั้น คณะกรรมการชุดเก่าจึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการได้ ต้องรอให้มีนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ให้เสร็จก่อน จึงจะดำเนินการต่อได้
ในอดีตที่ผ่านมา กรณีที่มีการออกประกาศล่าช้าด้วยเหตุผลภายใน เช่น วาระการประชุมมีมาก จนทำให้ต้องเลื่อนการพิจารณาบางเรื่องออกไปก่อน แต่เมื่อกรรมการพิจารณาอนุมัติเรื่องดังกล่าว ก็มักจะให้มีผลย้อนหลังต่อเนื่องจากประกาศเดิม เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการ
แต่ในกรณีนี้ เนื่องจากคณะกรรมการครบวาระไปก่อนหน้านั้นแล้ว และเรื่องนี้อาจจะไม่ได้บรรจุในวาระค้างพิจารณา (ข้อมูลไม่ยืนยัน) ดังนั้น แม้ว่าจะมีคณะกรรมการชุดใหม่ในอีก 1-2 เดือนหน้า แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะมีการขยายเวลาการยกเว้นอากรขาเข้าแม่พิมพ์ต่อไปอีกหรือไม่ รวมถึงจะขยายย้อนหลังให้ต่อจากวันครบกำหนดเดิม คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 หรือไม่ โดยทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการชุดใหม่
อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจการที่ยังมีระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรเหลืออยู่ และกิจการในอุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม ยังคงสามารถนำเข้าแม่พิมพ์ได้ตามสิทธิประโยชน์ที่ได้รับอยู่เดิม
1-2. กรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว แต่หากได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักรตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม
(1) หากเป็นการนำเข้าอะไหล่ แม่พิมพ์ เครื่องจักรที่ไม่กระทบกับกำลังผลิต และเครื่องจักรเพื่อทดแทนเครื่องจักรเดิม ภายใต้กำลังผลิตและกรรมวิธีผลิตที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิม สามารถยื่นขอเพิ่มรายการนั้นๆได้โดยไม่ต้องแก้ไขโครงการ
(2) หากเป็นการนำเข้าเครื่องจักรหลักเพื่อเพิ่มกำลังผลิต หรือเพิ่มขั้นตอนการผลิต จะต้องแก้ไขโครงการก่อน จึงจะขอเพิ่มรายการเครื่องจักรนั้นๆได้
ถ้าได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักรตลอดไป ระยะเวลาสิ้นสุดการนำเข้าในระบบ eMT จะกำหนดเป็นปี 2599 (หรือ 2099 ไม่แน่ใจ) จึงไม่ต้องยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร
คำถามที่สอบถาม ไม่มีความสัมพันธ์กัน
การยกเว้นอากรเครื่องจักร/แม่พิมพ์ จะต้องเป็นเครื่องจักร/แม่พิมพ์ที่ใช้ผลิตสินค้าตามกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับอนุมัติ ส่วนจะขายสินค้าให้กับใคร ไม่มีการกำหนดเป็นเงื่อนไข
สรุปคือ หากแม่พิมพ์นั้นนำเข้ามาเพื่อใช้ผลิตสินค้าที่ระบุในบัตรส่งเสริม และมีกรรมวิธีการผลิตตามที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม ก็ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28 ได้
กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้รับสิทธิยกเว้นอากรเครื่องจักรตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม กรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว และจำเป็นต้องนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่ม
ให้วิศวกรที่โรงงานเป็นคนคำนวณให้ครับก่อนอื่นให้คำนวณหาไซเคิลของการฉีด 1 ครั้ง ว่าใช้เวลากี่นาที และฉีดเป็นชิ้นงานกี่ชิ้น ก็จะคำนวณหากำลังผลิตต่อเครื่องต่อชั่วโมงได้ จากนั้นคำนวณกับวันเวลาทำงานที่ระบุในบัตรส่งเสริม จะออกมาเป็นกำลังผลิตสูงสุดตามเวลาทำงานในบัตรส่งเสริมครับ
กำลังผลิต = จำนวนเครื่อง x กำลังผลิตต่อเครื่องต่อชั่วโมง x ชั่วโมงทำงานตามบัตรส่งเสริม x วันทำงานตามบัตรส่งเสริม
การกรอกกำลังผลิตสูงสุดต่อหน่วยเวลา (B) ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าต้องกรอกอย่างไร เช่น ถ้าผลิตไซเคิลละ 15 นาที ได้ชิ้นงาน 6 ชิ้น จะกรอกเป็น 15 นาที / 6 ชิ้น = 24 ชิ้น / ชั่วโมง ก็ได้ จากนั้น ก็คูณด้วยจำนวนเครื่อง ชั่วโมงทำงาน วันทำงานตามบัตร ตามตัวอย่างที่เขียนอยู่ในแบบฟอร์มนั่นแหละ
การแก้ไขบัญชีเครื่องจักรทั่วไป (ชื่อหลัก) กำหนดเวลาพิจารณาไว้ไม่เกิน 30 วันทำการ
กรณีนี้น่าจะเข้าข่ายเรื่องค่าบริการด้านวิศวกรรม จึงขออธิบายความหมายก่อน ดังนี้
บริษัท A (ในประเทศ) จ่ายเงินให้บริษัท B (ต่างประเทศ) เพื่อจ้างผลิตแม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท โดยไม่นำแม่พิมพ์เข้ามา แต่ให้ส่งแม่พิมพ์ไปให้บริษัท C (ต่างประเทศ) เพื่อว่าจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจำนวน 200,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 10 บาท และจึงนำชิ้นส่วนพลาสติกเข้ามาในประเทศ ในกรณีเช่นนี้ กรมศุลกากรจะพิจารณาว่า ราคาที่นำเข้าชิ้นละ 10 บาท นั้น ไม่ใช่ราคาที่แท้จริง เพราะต้องนำค่าแม่พิมพ์มารวมคำนวณเป็นราคาสินค้าด้วย
แม่พิมพ์ 1 ล้านบาท หากผลิตชิ้นส่วนพลาสติกได้ 200,000 ชิ้น ก็เท่ากับว่า ชิ้นส่วนพลาสติก 1 ชิ้น ต้องใช้แม่พิมพ์ 5 บาท ดังนั้น ราคาที่แท้จริงของชิ้นส่วนพลาสติกจึงเป็น 10 + 5 = 15 บาท เมื่อบริษัท A นำเข้าชิ้นส่วนพลาสติกจากต่างประเทศ แม้จะจ่ายเงินให้บริษัท C ในราคาชิ้นละ 10 บาท แต่ต้องสำแดงราคาเพื่อประเมินภาษีอากรในราคาชิ้นละ 15 บาท ตอบคำถาม
การซื้อแม่พิมพ์ที่ต่างประเทศ แต่ไม่นำเข้ามาในประเทศ ใช้สิทธิอะไรจาก BOI ไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดภาระภาษีอะไร เมื่อนำชิ้นส่วนที่ผลิตจากแม่พิมพ์ดังกล่าวเข้ามาในประเทศ ต้องสำแดงราคาชิ้นส่วนซึ่งรวมราคาแม่พิมพ์ด้วย ซึ่งหากนำเข้ามาเพื่อผลิตส่งออก ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้ตามมาตรา 36 (1)
วิธีการตามข้อ 2 คือสำแดงราคาสินค้าโดยการบวกค่าบริการด้านวิศวกรรมเข้าไปด้วย เป็นขั้นตอนการเดินพิธีการศุลกากร แอดมินไม่ทราบรายละเอียด แต่เข้าใจว่าน่าจะสำแดงราคาบนหน้าใบขนได้เลย ลองปรึกษากับบริษัทชิปปิ้งหรือกรมศุลกากรดูนะ
กับบีโอไอไม่ต้องแจ้งอะไร เพราะถ้าเป็นวัตถุดิบที่นำมาผลิตตามโครงการแล้วส่งออก ก็ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตาม ม.36 ได้ตามปกติ แม้ราคาวัตถุดิบนั้นจะมีค่าบริการทางวิศวกรรมรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม
ในวันตรวจสอบเปิดดำเนินการ
เงื่อนไขในบัตรส่งเสริมกำหนดไว้ว่า
"จะต้องไม่จำนอง จำหน่าย โอน ให้เช่า หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้จำนองเครื่องจักร............."
กล่าวคือ ถ้าจะจำนองเครื่องจักรที่ใช้สิทธิยกเว้นอากร ต้องขออนุญาตก่อน แต่ถ้าจะจำนองเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากร ก็ไม่ต้องขออนุญาต ตอบคำถามดังนี้
เรื่องที่สอบถาม น่าจะทำได้ 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 ยื่นขอคืนอากรเครื่องจักร
เครื่องจักร ส่วนประกอบ แม่พิมพ์ ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าจาก BOI หากชำรุดเสียหาย สามารถดำเนินการโดยวิธีต่างๆ ตามนี้
ทำลาย
ส่งออก
บริจาคให้กับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือองค์กรสาธารณะกุศล
จำหน่ายในประเทศ
เก็บไว้จนครบ 5 ปีนับจากวันนำเข้า
การอนุมัติบัญชี เป็นเพียงขั้นตอนในการจะขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร หากจะไม่ใช้สิทธิ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
การส่งคืนอะไหล่ของเครื่องจักรไปต่างประเทศ หากเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 (หรือ29) ให้ยื่นขออนุญาตบนระบบ eMT ด้วย
เครื่องจักรจะซื้อในประเทศก็ได้ แต่ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
กรณีที่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ต่อมา เครื่องจักรเสียหายใช้งานไม่ได้บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (เพราะระยะเวลายกเว้นอากรจะสิ้นสุดไปแล้ว) การซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทนนี้ ไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI โดยเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่มเติมนี้ บริษัทสามารถบันทึกบัญชีเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมได้ และกำลังผลิตที่เกิดขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่มนี้ ก็สามารถใช้สิทธิตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมได้ แต่จะไม่แก้ไขเพิ่มเติมกำลังผลิต และไม่แก้ไขเพิ่ม cap วงเงินยกเว้นภาษีให้ คือ ยังต้องใช้กำลังผลิต และ cap วงเงินยกเว้นภาษีตามเดิม
คำถามไม่ชัดเจน เครื่องจักรคืออะไร เป็นเครื่องจักรหลัก หรือแม่พิมพ์ หรืออะไร ขอตอบในภาพรวม เพื่อเป็นแนวทางไปเปรียบเทียบต่อ ดังนี้
กรณีนี้ A สามารถขอแก้ไขกรรมวิธีผลิต เพื่อให้มีขั้นตอนการนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผลิตชิ้นส่วน เมื่อได้รับอนุมัติแก้ไขกรรมวิธีผลิตดังกล่าว A จะสามารถนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิของ A จากนั้นให้ยื่นขออนุญาตนำแม่พิมพ์ไปให้ผู้อื่นใช้ เพื่อผลิตชิ้นส่วนให้กับ A
บริษัทเทรดดิ้ง นำเข้าเครื่องจักร โดยชำระอากรขาเข้าและ vat ตามปกติ จากนั้นจำหน่ายให้กับ บริษัทคุณที่เป็น BOI กรณีนี้ บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรจากเทรดดิ้งดังกล่าว เพื่อมาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมได้ แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น และบริษัทก็ไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตใดๆจาก BOI เพราะไม่ขัดเงื่อนไขใดๆ แต่ในกรณีนี้ บริษัทไม่ใช่ผู้นำเข้าโดยตรง จึงไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรดังกล่าวได้
การซื้อเครื่องจักรใหม่หลังเปิดดำเนินการ ไม่ต้องขออนุญาต เนื่องจากไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว) เครื่องจักรใหม่ที่ซื้อเพิ่มเติมภายหลังนี้ หากจะใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องลงบัญชีเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้น แต่จะไม่ให้แก้ไขกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม และไม่ให้แก้ไข cap วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกิจการที่มีประกาศกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น กิจการผลิตเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
การซื้อเครื่องจักรในประเทศ ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ จะไม่ยื่นขออนุมัติบัญชีก็ได้ แต่หากในอนาคตจำเป็นต้องนำเข้าอะไหล่ของเครื่องจักรดังกล่าว ให้ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรรายการนั้นเผื่อไว้ด้วย โดยระบุจำนวนเป็น 0. 5 set ซึ่งจะสั่งปล่อยเครื่องจักรไม่ได้ แต่สามารถขออนุมัติบัญชีอะไหล่เพื่อโยงกับเครื่องจักรรายการนั้นได้ การยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ ไม่ต้องแนบเอกสารใดเป็นพิเศษ การแนบเอกสาร จะเป็นกรณีขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรเก่า (แนบใบรับรองประสิทธิภาพ) หรือการขออนุมัติเครื่องจักรที่เป็น Negative List (แนบ Specification ว่าเป็นรุ่นที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ)
กิจการ 2. 9.3 การผลิตเหล็กทรงยาวสำหรับงานอุตสาหกรรม ได้รับสิทธิประโยชน์ในกลุ่ม A4 คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 และยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบตามมาตรา 36
ตอบคำถามตามนี้
การขอจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ เมนูในระบบ eMT ไม่มีช่องให้ติ๊กว่า "ชื่อไม่ตรง" จึงจะต้องเป็นการจำหน่ายเครื่องจักรทั้งเครื่อง เท่านั้น กรณีที่จะขอจำหน่ายชิ้นส่วนเครื่องจักรในประเทศ ให้เลือกเมนู "จำหน่ายเครื่องจักร / นอกระบบ" (แม้ว่าจะนำเข้ามาโดยระบบ eMT ก็ตาม) และกรอกข้อมูลชิ้นส่วนเครื่องจักรที่จะขอจำหน่าย
ประกาศ BOI เกี่ยวกับเครื่องจักรทุกฉบับ กำหนดหลักเกณฑ์ว่า โครงการที่ได้รับส่งเสริมต้องใช้เครื่องจักรใหม่ หากจะใช้เครื่องจักรเก่าต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพและได้รับอนุญาตจาก BOI (ยกเว้นบางกรณีที่มีข้อยกเว้น เช่น แม่พิมพ์ เป็นต้น) และในบัตรส่งเสริม ก็จะระบุเงื่อนไขเช่นเดียวกัน หากบริษัทยังคงมีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม (ไม่ว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรเครื่องจักรหรือไม่ / ไม่ว่าจะเปิดดำเนินการแล้วหรือไม่) หากจะใช้เครื่องจักรเก่า ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพ และต้องได้รับอนุญาตจาก BOI
แม้ว่าบริษัทจะเปิดดำเนินการแล้ว ก็ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม คือ
กรณีได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว แต่ต่อมามีการซื้อเครื่องจักรเก่ามาใช้ โดยชำระภาษีเอง หากไม่มีใบรับรองประสิทธิภาพ จะขัดกับเงื่อนไขข้อ 2
ดังนั้น ผลผลิตที่เกิดจากเครื่องจักรดังกล่าว จะเป็นผลผลิตที่ไม่ได้รับการส่งเสริม ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ จึงควรทำใบรับรองประสิทธิภาพให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม
ถ้าจะลงรายละเอียด ขอให้ช่วยให้ข้อมูลให้ครบด้วย เช่น กิจการอะไร กรรมวิธีผลิตที่ได้รับอนุมัติเป็นอย่างไร บัตรส่งเสริมอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าหรือไม่ เครื่องจักรเก่าที่จะนำเข้าคืออะไร
เงื่อนไขเครื่องจักรเก่าต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพ กำหนดไว้ในประกาศ สกท ที่ ป.2/2546 และประกาศ กกท ที่ 6/2558 หากไม่อยู่ในข่ายข้อยกเว้น จะต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพ
กรณีนำอะไหล่เข้ามาทดลองใช้กับเครื่องจักร เช่น เพื่อต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักร หรือเพื่อลดต้นทุนค่าอะไหล่ ถือว่ามีเจตนาที่ต้องการนำอะไหล่นั้นมาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม จึงน่าจะอยู่ในข่ายที่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้ตามปกติ แต่หากนำมาทดลองแล้ว ปรากฏว่าไม่สามารถใช้ได้ บริษัทก็ต้องขออนุญาตส่งคืนอะไหล่ดังกล่าวออกไปต่างประเทศ หรือขอจำหน่ายในประเทศโดยมีภาระภาษีตามสภาพ
คำถามขาดรายละเอียด จึงขอตอบเฉพาะหลักการดังนี้
หากบริษัท B จะใช้สิทธิตามมาตรา 28 เพื่อยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร B จะต้องมีสถานะเป็นผู้นำเข้า จึงจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 ได้
กรณีได้รับอนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรแล้ว สามารถยื่นขอแก้ไขหน่วยของเครื่องจักรได้ แต่จะต้องยังไม่เคยยื่นสั่งปล่อยเครื่องจักรรายการที่จะแก้ไขหน่วยนั้น
หากในการขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักร ระบุว่าไม่ใช่เครื่องจักรหลัก แต่ในขั้นเปิดดำเนินการจะระบุว่าเป็นเครื่องจักรหลัก ก็สามารถทำได้ ตามข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติม
เนื่องจากเป็นคำถามที่กว้างมาก จึงขอตอบเฉพาะกรอบใหญ่ ๆ ดังนี้
เมื่อสมัครใช้บริการระบบ eMT และ RMTS กับสมาคม IC แล้วจะได้รับสิทธิเข้ารับการฝึกอบรมวิธีการใช้งานระบบนั้น ๆ
หรือหากต้องการศึกษาวิธีปฏิบัติหลังได้รับการส่งเสริมสามารถเข้ารับการฝึกอบรมจากคอร์สต่างๆ ที่สมาคม IC จัดขึ้นเป็นประจำ
http://icis.ic.or.th/i-regist/index.php?r=site/courseให้ขออนุมัติเป็นรายการใหม่ (ระบบ eMT นับการเว้นวรรคเป็นอักขระ)
ให้แยกเป็น 2 เรื่องดังนี้
ตอบ ให้ตรวจสอบเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมว่ามีการอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าได้หรือไม่
หากมี กำหนดอายุเครื่องจักรเก่าไว้อย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น
หากไม่มี หมายความว่า ไม่สามารถใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการได้ ไม่ว่าจะเสียภาษีอากรเข้าขาเองก็ตาม
ตอบ กรณีที่บัตรส่งเสริมอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า จะกำหนดเงื่อนไขด้วยว่าต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าด้วย ยกเว้นเครื่องจักรบางรายการ เช่น แม่พิมพ์ JIG&FIGTURE ได้รับยกเว้นไม่ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า
กรณีที่บริษัทได้รับการส่งเสริม และได้รับสิทธิตามมาตรา 28
ทั้งนี้ เครื่องจักรที่จะได้รับสิทธิตามข้อ 1 และ 2 จะต้องไม่เป็นเครื่องจักรมีผลิตหรือประกอบในประเทศ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกัน และมีปริมาณเพียงพอที่จะจัดหามาใช้ได้
โทรศัพท์ (66) 0 2936 1429
โทรสาร (66) 0 2936 1441-2
เว็บไซต์ : http://www.ic.or.th
อีเมล์ : is-investor@ic.or.th
ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนบริการกลาง สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ โทร. 0-2667-7000 ต่อ 20-7641, 20-5525 หรือ 20-5536
ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนบริการกลาง สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทร. 0-2134-1250, 0-2134-1251 หรือ 0-2134-1245
ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนบริการกลาง สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังโทร. 0-2667-7000 ต่อ 25-7873, 25-7910, 25-7913 หรือ 25-7875
หรือหากมีข้อเสนอแนะประการใดโปรดติดต่อ ฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนบริการกลาง สานักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ โทร. 0-2667-7641
แม้ว่าบริษัทจะได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว ก็ยังมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดในบัตรส่งเสริม ดังนั้น หากจะมีการจำหน่ายเครื่องจักรหลัก และทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% ของบัตรส่งเสริม จะต้องแจ้ง BOI เพื่อขอแก้ไขโครงการ และขออนุญาตจำหน่ายหรือส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ
การนำเข้าเครื่องจักรเก่าใช้แล้ว เพื่อมาใช้ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริม มีเงื่อนไขดังนี้
กรณีที่บัตรส่งเสริมระบุให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรเก่า สามารถยื่นสั่งปล่อยผ่านระบบ eMT ได้ตามปกติ
แต่หากบัตรส่งเสริมระบุไม่ให้ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรเก่า ก็ให้นำเข้าโดยชำระภาษีอากรตามปกติ และไม่ต้องยื่นสั่งปล่อยต่อ BOI แต่จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อข้างต้น
ศบท. ได้ชี้แจงว่าสิทธิตามมาตรา 36 นั้นใช้ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบที่นำมาใช้ผลิตตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ด้วยเครื่องจักรที่อยู่ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม และผลิตแล้วจะส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งเครื่องจักรที่อยู่ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้นอาจจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือลดหย่อนตามมาตรา 29 หรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้อาจจะพิจารณาเบื้องต้นว่าเครื่องจักรอยู่ในโครงการหรือไม่โดยการดูรายละเอียดเครื่องจักรในเอกสารตรวจเปิดดำเนินการก็ได้หากได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว
หากบริษัทนำรายการอะไหล่ ไปยื่นขออนุมัติในบัญชีเครื่องจักร และได้รับอนุมัติแล้ว จะปล่อยเลยตามเลยไปก็ได้ แต่จะมีข้อเสียคือ หากจะนำเข้าเพิ่มเติม ก็ต้องยื่นขอเพิ่มจำนวนเครื่องจักรทุกครั้ง (แต่หากเป็นอะไหล่จะไม่กำหนดจำนวนอนุมัติสูงสุด)
กรณีต้องการแก้ไขให้ถูกต้อง หากยังไม่ได้ใช้สิทธิสั่งปล่อยเครื่องจักร (อะไหล่) รายการนั้นก็ให้ยื่นขอยกเลิกรายการเครื่องจักร จากนั้นให้ยื่นขออนุมัติใหม่ในบัญชีรายการอะไหล่
แต่หากใช้สิทธิสั่งปล่อยเครื่องจักร (อะไหล่) รายการนั้นไปแล้ว จะยกเลิกรายการเครื่องจักรนั้นไม่ได้ และในกรณีนี้ก็จะยื่นขออนุมัติเป็นชื่ออะไหล่ไม่ได้ด้วย เนื่องจากระบบ eMT จะล็อคไม่ให้ยื่นขอชื่ออะไหล่โดยใช้ชื่อที่ซ้ำกับชื่อเครื่องจักร
การนำเข้าแม่พิมพ์จากต่างประเทศมาทดลองใช้ สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 ได้
และหากทดลองแล้วไม่ผ่าน เมื่อจะส่งคืนก็ให้ยื่นขออนุญาตส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ จากนั้นนำหลักฐานส่งออกมายื่นตัดบัญชีเครื่องจักรต่อไป
กรณีส่งแม่พิมพ์ไปซ่อมแล้ว แต่ซ่อมไม่ได้จึงไม่ต้องการนำกลับเข้ามาให้ยื่นคำร้องเพื่อเปลี่ยนสถานะการส่งซ่อมเป็นส่งคืนจากเมนูส่งซ่อม/ส่งคืน ในระบบ eMT
หากนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาเกิน 30% ในช่วงที่ยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ สามารถนำเครื่องจักรนั้นไปรวมเป็นการลงทุนของโครงการนั้นได้ แต่ BOI จะแก้ไขกำลังผลิตให้ในวันที่อนุญาตให้เปิดดำเนินการเท่านั้น
ทั้งนี้ หากสิทธิประโยชน์ของโครงการนั้น แตกต่างกับสิทธิประโยชน์กรณียื่นเป็นคำขอใหม่ในปัจจุบัน จะอนุญาตให้เพิ่มกำลังผลิตได้ไม่เกิน 30% และแก้ไขวงเงินลงทุน (วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้) ให้ตามสัดส่วนของกำลังผลิตที่อนุญาตให้เพิ่มขึ้น โดยส่วนที่ผลิตเกินกว่านั้น ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล
Master List หมายถึง บัญชีรายการเครื่องจักรที่จะขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือ 29 จาก BOI โดยแบ่งเป็น 3 บัญชี คือ
ส่วน BOM หมายถึง กรณีนำเข้าเครื่องจักรตามรายการใน Master List โดยถอดแยกชิ้นไม่ครบชุด หรือครบชุดแต่แยกนำเข้าหลายเที่ยวเรือ จะต้องระบุรายการชิ้นส่วนนั้นๆ โดยผูกไว้กับรายการเครื่องจักรนั้นๆ ด้วย
เช่น หากบริษัทจะนำเข้าชิ้นส่วน A1, A2, A3 จากต่างประเทศ เพื่อมาประกอบเข้ากับชิ้นส่วน A4 ที่ซื้อในประเทศ เป็นเครื่องจักร A กรณีนี้จะต้องยื่นอนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรเป็น A โดยมี BOM เป็น A1, A2, และ A3
ตรวจสอบได้จาก ประกาศ สกท ที่ ป.2/2556
ขอตอบในเบื้องต้นดังนี้
กรณีนี้ บริษัท ก สามารถยื่นขอรับส่งเสริมได้ โดยรายได้จากการทำของ ที่ตรงกับชนิดผลิตภัณฑ์ที่ระบุในบัตรส่งเสริม และมีกรรมวิธีการผลิตครบถ้วนตามที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม ถือเป็นรายได้ที่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 และหากบริษัท ก เป็นนิติบุคคลต่างชาติ จะต้องยื่นขอใบรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จากสํานักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อประกอบธุรกิจรับจ้างทำของ ตามที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ด้วย
สำคัญ ! เนื่องจากคำตอบที่ 1 แม้ว่าอาจเคยมีการตีความกฎหมายมาแล้ว แต่เข้าใจว่าไม่มีประกาศหรือคำสั่งจาก BOI ที่จะนำมาอ้างอิงได้ จึงจะขอตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และหากมีข้อมูลเพิ่มเติม จะอัพเดตให้ทราบต่อไป
คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามเชิงสมมุติ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหากบริษัท ก มีเครื่องจักรอยู่แล้ว บริษัท ข ไม่น่าจะมีความเป็นต้องซื้อเครื่องจักรอีกชุดหนึ่ง แล้วส่งมาจ้างให้บริษัท ก ผลิตสินค้าให้ เพราะจะทำให้ต้นทุนการได้มาซึ่งสินค้าของบริษัท ข จะสูงกว่าการซื้อสินค้าตามปกติ
แต่หากสมมุติว่าเกิดขึ้นได้จริง ก็น่าจะเข้าข่ายตามคำตอบแรก คือเป็นการผลิตสินค้าที่บริษัท ก ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในเครื่องจักร (ไม่ได้ซื้อ/ไม่ได้เช่า) จึงไม่น่าจะเข้าข่ายที่จะนับเป็นโครงการที่ได้รับส่งเสริม
กรณีที่ A (BOI) จะขายเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI ให้กับ B (BOI)
โดยหลักการ โครงการที่ได้รับส่งเสริมแต่ละโครงการ ไม่สามารถใช้เครื่องจักรร่วมกันได้ เพราะจะถือเป็นการสวมสิทธิ คือนำเครื่องจักรที่เคยใช้ผลิตเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ในโครงการหนึ่ง ไปใช้ผลิตเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในอีกครั้งในโครงการอื่น
แต่หากเป็นเครื่องจักรเป็นที่ไม่มีผลกระทบต่อกำลังผลิตและกรรมวิธีการผลิต เช่น แม่พิมพ์ รถโฟลค์ลิฟต์ อาจอยู่ในข่ายที่จะขอใช้ร่วมกันได้ ซึ่งมี 3 แนวทางคือ
เนื่องจากเรื่องนี้ BOI ไม่มีคำสั่งหรือระเบียบปฏิบัติที่สามารถนำมาอ้างอิงได้โดยชัดเจน จึงควรปรึกษา จนท BOI ที่พิจารณาโครงการของบริษัทโดยตรงด้วย
กรณีที่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการจาก BOI แล้ว แต่ต่อมาภายหลังเครื่องจักรชำรุดเสียหาย บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนเครื่องจักรที่ชำรุดเสียหาย เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ตามที่เหลืออยู่ของโครงการเดิมได้ โดยเครื่องจักรที่ซื้อมาทดแทนนี้
กรณีนี้ไม่ต้องแจ้ง BOI เนื่องจากเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาทดแทนโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษี และในบัตรส่งเสริมไม่มีเงื่อนไขระบุให้ต้องแจ้งรายงานต่อ BOI
หากนำเข้าแม่พิมพ์ที่ส่งไปซ่อมต่างประเทศ กลับเข้ามาไม่ทันระยะเวลาที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 28 หรือ 29 ให้ดำเนินการดังนี้
ตามที่ท่านได้สอบถามเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องจักร มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก ประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ป.2/2554 เรื่อง วิธีปฏิบัติในการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking (eMT online))
กรณีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมท่านสามารถติดต่อสมาคมสโมสรนักลงทุน (Investor Club Association : IC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานบีโอไอ ให้บริการสิทธิประโยชน์ด้านเครื่องจักรและวัตถุดิบแก่บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ให้บริการตอบคำถาม วิธีปฏิบัติ ขั้นตอนการดำเนินงาน ประสานงานแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรมการใช้งาน สำหรับงานสิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรด้วยระบบ eMT Online โทร.0 2936 1429 หรือติดต่อสมาคมสโมสรนักลงทุน เลขที่ 1 อาคารทีพีแอนด์ที ชั้น 12 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
ในระบบ eMT การขอสั่งปล่อยคืนอากร จะมีช่องให้ระบุราคาเครื่องจักรด้วย โดยข้อมูลราคาเครื่องจักรนี้ เป็นเพียงการเก็บข้อมูลเชิงสถิติของ BOI เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ
ดังนั้น ในส่วนของ BOI จึงจะไม่มีขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบว่ามูลค่าเครื่องจักรที่บริษัทระบุในระบบ eMT นั้น ตรงกับเอกสารหลักฐานหรือไม่
แต่ทั้งนี้การสำแดงราคาเครื่องจักรในใบขนสินค้าขาเข้าจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของกรมศุลกากร
กรณีที่สอบถาม เป็นการจำหน่ายเครื่องจักรตามข้อ 1 และไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 จึงไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตใดๆ ต่อ BOI
การขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ จะไม่มีภาษี แม้ว่าเครื่องจักรนั้นจะนำเข้ามาครบ 5 ปีหรือไม่ก็ตาม แต่จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% ของกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม และต้องไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมขาดหายไป ยกเว้นแต่จะมีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน
แต่หากจะส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ซึ่งทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% โดยไม่นำเครื่องจักรใหม่มาทดแทน เนื่องจากจะยกเลิกโครงการให้ยื่นขออนุญาตส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศผ่านระบบ eMT และชี้แจงเหตุผลว่าขอส่งคืน เนื่องจากจะขอยกเลิกโครงการ
การใช้สิทธิยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 หรือ 29 ผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเท่านั้น
หากผู้นำเข้าเป็นผู้ไม่ได้รับการส่งเสริม แล้วนำมาจำหน่ายให้กับผู้ได้รับส่งเสริม กรณีนี้ผู้ได้รับส่งเสริมจะใช้สิทธิยกเว้นลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรนั้นไม่ได้
หากผู้ได้รับส่งเสริม (A) จำเป็นต้องนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ (C) โดยซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศ (B) สามารถใช้สิทธิยกเว้นลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรได้ โดยต้องดำเนินการดังนี้
การสงวนสิทธิคืนอากรและสั่งปล่อยคืนอากร มีขั้นตอนดังนี้
กรณีนำเข้าเครื่องจักรโดยใช้สิทธิBOI เรียบร้อยแล้ว และนำเข้ายังไม่เกิน 5 ปี แต่เครื่องจักรไม่สามารถใช้งานได้ (ไม่ได้ชำรุดหรือเสียหาย) บริษัทจะต้องดำเนินการอย่างไร และต้องชำระภาษีหรือไม่
A: เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI จะสามารถตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีหลังจากนำเข้าแล้วเป็นเวลา 5 ปี
กรณีที่สอบถาม เป็นเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ และยังไม่ครบ 5 ปี แต่บริษัทไม่ต้องการใช้งานต่อ เนื่องจากสินค้าอาจมีการเปลี่ยนรุ่น เป็นต้น
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศไม่มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นเครื่องจักรที่ชำรุดหรือเสียหาย หรือนำเข้ามาแล้วเป็นเวลาเท่าใด แต่สามารถขอส่งคืนได้ทุกกรณี โดยไม่มีภาษี
แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตของโครงการลดลงมากกว่า 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม และไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมขาดหายไป เว้นแต่จะมีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน
กรณีที่ซื้อเครื่องจักรดังกล่าวก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ เครื่องจักรดังกล่าวจะถูกนับรวมกำลังผลิตและนับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย จึงไม่มีประเด็นพิเศษใดๆ
แต่หากเป็นการซื้อเครื่องจักรหลังจากได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว (เช่น เพื่อทดแทนเครื่องจักรเดิมที่ชำรุดเสียหาย หรือเพื่อให้สอดคล้องกับ spec ของสินค้าที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น) หากเครื่องจักรดังกล่าวเป็นเครื่องจักรใหม่ และสอดคล้องกับกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถนับกำลังผลิตของเครื่องจักรดังกล่าวเป็นของโครงการได้ แต่ทั้งนี้ จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกำลังผลิตและวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้อีก
คำตอบตามวรรคสอง ไม่มีประกาศอ้างอิง แต่พิจารณาตามข้อเท็จจริงว่าไม่ขัดกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และไม่ขัดกัปประกาศใดๆของ BOI
กรณีได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว แต่ยังมีระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรเหลืออยู่
หากระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว การนำเข้าเครื่องจักรหลักเพื่อมาทดแทนเครื่องจักรเดิม หรือนำเข้าอะไหล่เพื่อซ่อมแซม ต้องชำระภาษีอากรตามปกติ
กรณีบริษัทได้รับส่งเสริม 2 โครงการ โดยได้นำอะไหล่เครื่องจักรเข้ามาโดยใช้สิทธิประโยชน์ผิดโครงการ แนะนำให้ไปติดต่อปรึกษากับเจ้าหน้าที่ BOI ที่รับผิดชอบโครงการของบริษัท ซึ่งหากเจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นว่าทั้ง 2 โครงการมีการใช้เครื่องจักรชนิดเดียวกัน และใช้อะไหล่ชนิดเดียวกัน และวันที่นำเข้าอะไหล่ดังกล่าว อยู่ภายในระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ของทั้ง 2 โครงการ BOI อาจออกหนังสืออนุญาตให้นำอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิของโครงการหนึ่ง ไปใช้ในอีกโครงการหนึ่งได้ โดยไม่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงการใช้สิทธินำเข้าอะไหล่นั้น
หากอะไหล่ที่จะนำเข้ามามีชื่อตรงกับที่ได้รับอนุมัติบัญชีไว้ก็สามารถนำเข้าโดยใช้สิทธิได้ แต่หากไม่ตรงก็สามารถแก้ไขบัญชีเพื่อเพิ่มรายการอะไหล่ได้
กรณีได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว จะไม่สามารถนำเข้าเครื่องจักรหลักเพิ่มเติมโดยใช้สิทธิประโยชน์ได้อีก
การได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการจาก BOI เป็นการแสดงว่าบริษัทมีการลงทุนครบถ้วนตามที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว (หรือหากไม่ครบตามกำลังผลิตหรือกรรมวิธีผลิตเดิม ก็แสดงว่าได้มีการปรับลดขนาดโครงการให้ตรงกับที่ได้ลงทุนจริงไปแล้ว) จึงไม่อนุญาตให้นำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มเติมโดยได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ภายหลังได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการได้อีก หรือหากจะนำเข้าเองโดยชำระภาษี ก็ไม่นับเป็นขนาดการลงทุน ตามโครงการนั้น
ประเด็นที่บริษัทสอบถาม ขาดข้อมูลสำคัญ เช่น ได้ยื่นแก้ไขโครงการในเรื่องใด เครื่องจักรเก่าที่จะนำเข้าคือเครื่องอะไร เกี่ยวข้องกับการแก้ไขโครงการอย่างไร และ BOI มีหนังสืออนุมัติอย่างไร เป็นต้น
คำตอบข้างต้นเป็นการตอบตามหลักการปกติ แต่หากไม่ชัดเจน ขอให้สอบถามเพิ่มเติมโดยให้ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง
โครงการที่ได้รับส่งเสริมต้องใช้เครื่องจักรใหม่ หรือเครื่องจักรเก่าเฉพาะที่นำเข้าจากต่างประเทศตามหลักเกณฑ์ที่ BOI กำหนด
เหตุผลที่ไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าในประเทศ เนื่องจากเป็นเครื่องจักรที่เคยใช้เชิงพาณิชย์ในประเทศแล้ว การนำเครื่องจักรเก่าดังกล่าวมาใช้อีกจึงไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์เพียงพอที่จะให้ได้รับสิทธิประโยชน์อีก และอาจเป็นเครื่องจักรเก่าซึ่งเคยใช้งานในโครงการ BOI มาก่อนแล้ว จึงจะเป็นการเวียนเทียนนำเครื่องจักรเดียวกันมายื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้หลายครั้ง
กรณีนำเข้าเครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเครื่องจักรที่เคยใช้งานเชิงพาณิชย์ในประเทศมาก่อนก็จะไม่อนุญาตให้ใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม
ไม่มีประกาศ เครื่องจักรเก่าในประเทศที่ส่งไปต่างประเทศ แล้วนำกลับเข้ามาใหม่ก็ยังคงเป็นเครื่องจักรเครื่องเดิมซึ่งไม่อนุญาตให้ใช้ จึงคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องมีประกาศ
กิจการประเภท 6. 6 การผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม อยู่ภายใต้การรับผิดชอบของกอง 3 ของ BOI กรณีที่สอบถาม ให้ติดต่อกับกอง 3 เพื่อให้กำหนดชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานเครื่องจักรของบริษัท เมื่อ BOI กำหนดชื่อเจ้าหน้าที่แล้ว (ประมาณ 1-2 วัน) บริษัทจะสามารถยื่นคำร้องขออนุมัติบัญชีรายการวัตถุดิบได้ตามปกติ
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ โดยมีการตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีของเครื่องจักรที่เกิน 5 ปีแล้ว
กรณีเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
โดยหากเป็นเครื่องจักรหลักซึ่งทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% ของบัตรส่งเสริม ให้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าจะมีการนำเข้าเครื่องจักรใหม่มาทดแทน เครื่องจักรที่ส่งคืนต่างประเทศจะไม่มีภาระภาษีแม้จะไม่ได้ยื่นตัดบัญชีเกิน 5 ปีเพื่อปลอดภาระภาษีหรือไม่ก็ตาม
ตาม คำชี้แจง สกท เรื่อง การปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องจักรที่เสียหายจากอุทกภัย ข้อ 2. 4 กรณีที่บริษัทประกันภัยมีหนังสือรับรองความเสียหายจากอุทกภัย เพื่อรับรองว่าเครื่องจักรดังกล่าวเสียหายจากอุทกภัย โดยมีสภาพความเสียหายทั้งสิ้น ให้ถือว่าเป็นการทำลายเครื่องจักรโดยไม่ต้องขออนุมัติการทำลาย และสามารถใช้เอกสารดังกล่าวมาขอตัดบัญชีเครื่องจักรได้ โดยไม่มีภาระภาษีอากรขาเข้าเครื่องจักร
ดังนั้น หากบริษัทมีหนังสือรับรองความเสียหายจากอุทกภัยจากบริษัทประกันภัย ตามรูปแบบที่ BOI กำหนดก็สามารถตัดบัญชีเครื่องจักรได้โดยไม่มีภาระภาษี
กรรมวิธีการผลิตที่บันทึกในระบบ eMT ให้บันทึกให้ตรงกับกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับอนุมัติตามหนังสือแจ้งมติให้การส่งเสริม
กรณีที่มีหลายผลิตภัณฑ์ และมีกรรมวิธีการผลิตบางขั้นตอนที่เหมือนกัน ให้บันทึกกรรมวิธีการผลิตที่เหมือนกันเพียงครั้งเดียว จากนั้นจึงผูกความสัมพันธ์ของผลิตภัณฑ์กับกรรมวิธีการผลิต ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่างชนิดกัน สามารถผูกเข้ากับกรรมวิธีการผลิตที่ซ้ำกันได้
กรณีตอบรับมติการให้การส่งเสริมแล้ว แต่ยังไม่ได้ออกบัตรส่งเสริม บริษัทสามารถยื่นขออนุญาตผ่อนผันใช้ธนาคารค้ำประกันแทนการชำระภาษีอากรเครื่องจักรได้ และเมื่อได้รับบัตรส่งเสริม และได้รับอนุมัติบัญชีเครื่องจักรเสร็จสิ้นแล้ว สามารถยื่นสั่งปล่อยเพื่อถอนการใช้ธนาคารค้ำประกันแทนการชำระภาษีอากรได้
สอบถามเพิ่มเติม การเสียภาษีสงวนสิทธิ์นำเข้าเครื่องจักร ต่างจากการใช้ธนาคารค้ำประกัน อย่างไร จะเลือกใช้ในกรณีใด
อะไหล่เครื่องจักรที่นำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี หากจะจำหน่ายในประเทศ ก็ต้องยื่นขอชำระภาษีอากรตามสภาพ
ในกรณีที่ทางบริษัทไม่ได้จำหน่าย แต่จะทำลาย ก็ต้องยื่นขอทำลายในระบบ eMT ก่อนใช่ไหม
หากผู้นำเข้าเครื่องจักรเป็น บ.Trading แล้วขายให้กับบริษัทที่ยื่นขอรับการส่งเสริม ถือเป็นการซื้อเครื่องจักรใหม่ในประเทศ แต่กรณีนี้ บริษัทที่ยื่นขอรับส่งเสริม จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรนั้นได้ การจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร จะต้องนำเข้าในนามบริษัทที่ได้รับส่งเสริม และวันนำเข้าจะต้องไม่ก่อนวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม
หากการขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ได้รับอนุมัติจาก BOI แล้ว บริษัทไม่ต้องยื่นแก้ไขเหตุผลในการขอส่งคืน แม้ว่าเหตุผลสุดท้ายจะแตกต่างไปจากที่เคยแจ้งไว้กับ BOI ก็ตาม
สอบถามเพิ่มเติม เนื่องจากมีปัญหาตามหลังคือ พอดีปิดงบแล้วก็ยื่น ภงด.50 ค่าเครื่องจักรมันลดลง แต่ไม่ส่งผลต่อกำลังการผลิต เหตุผลตอนส่งกับความเป็นจริง มันขัดแย้งกัน เจ้าหน้าที่จึงขอคำชี้แจงจากบริษัท
คำตอบหากเจ้าหน้าที่ขอทราบเหตุผล เพื่อประกอบการพิจารณาในงานอื่น บริษัทน่าจะทำหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องแก้ไขข้อมูลย้อนหลังในระบบ eMT อีกทั้งระบบ eMT ก็ไม่ได้ออกแบบให้สามารถแก้ไขข้อมูลของงานที่พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว
การจำหน่ายเครื่องจักรแบบไม่มีภาระภาษีเนื่องจากเกิน 5 ปีแล้ว การยื่นคำขอในระบบ eMT จะต้องแนบ ใบขนแบบใด กรณีเป็นการสงวนสิทธินำเข้า (ทำการขอคืนอากรแล้ว) ซึ่งใบขนดังกล่าวระบุเลข นร. สามารถใช้เป็นเอกสารแนบในระบบได้หรือไม่
ตอบ:
กรณีเป็นเครื่องจักรที่นำเข้าโดยชำระภาษี และขอคืนอากรภายหลังนั้น เอกสารที่ต้องใช้ เช่น สำเนาหนังสืออนุมัติสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักร หรือสำเนาหนังสือคืนอากรจากกรมศุลกากรที่มีการอ้างถึงการใช้สิทธิของ BOI
เครื่องจักรมีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี ต้องการถอดชิ้นส่วนเพื่อจำหน่าย จะต้องดำเนินการในระบบ eMT อย่างไร
A2:
เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI หากต้องการจำหน่ายทั้งตัวเครื่องจักร หรือส่วนประกอบของเครื่อง จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน
กรณีเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาเกิน 5 ปี ไม่ได้ใช้ในโครงการ คือไม่กระทบกับกำลังผลิตและกรรมวิธีการผลิตตามที่ได้รับส่งเสริมแล้ว จึงควรยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักร (จำหน่ายออกจากโครงการ) หลังจากได้รับอนุญาตจาก BOI แล้ว บริษัทจะนำไปทำลาย หรือถอดแยกชิ้นจำหน่ายอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตจาก BOI อีก
Q2. 1:
บริษัทจะต้องยื่นเรื่องในระบบ eMT ในหัวข้อใด ระหว่างการขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร หรือตัดบัญชีเครื่องจักรนำเข้าเกิน 5 ปี และเอกสารที่ต้องใช้คืออะไร หากบริษัทไม่สามารถหาใบขนสินค้าขาเข้าได้ บริษัทฯ จะต้องดำเนินการอย่างไร (เพราะเครื่องจักรเข้ามาอายุเกิน 20 ปี เอกสารไม่น่าจะมีเก็บไว้แล้ว)
A2. 1:
ตาม ประกาศ BOI ที่ ป.7/2559
ตอบคำถามดังนี้
กรณีนำเข้าเครื่องจักร A และต้องการส่งส่วนประกอบของเครื่องจักร A (สมมุติว่าคือ Motor) ไปซ่อมต่างประเทศ
คำถาม: หากเป็นการส่งไปคืน ไม่ใช่ส่งไปซ่อม จะต้องดำเนินการอย่างไร
คำตอบ: หากจะขอส่งคืนชิ้นส่วนของเครื่องจักร ให้ยื่นคำร้องขอส่งคืนเครื่องจักร โดยอ้างอิงจากเลขที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักร จากนั้นทำเครื่องหมายในช่องชื่อส่งคืนไม่ตรงกับชื่อที่นำเข้า และระบุชื่อรายการของชิ้นส่วนที่จะขอส่งคืน
แนะนำให้ขอเพิ่มชื่อรองของเครื่องจักร ให้ตรงกับอินวอยซ์ เช่น ในกรณีที่สอบถามคือ เพิ่มชื่อรองเป็น Injection machine MNB44A-01 และยื่นสั่งปล่อยให้ตรงกับชื่อใบขนสินค้าขาเข้า(และอินวอยซ์)
กรณีบริษัทนำเข้าเครื่องจักร (แม่พิมพ์ อะไหล่ ฯลฯ) เข้ามาเกินกว่า 5 ปี และประสงค์จะจำหน่ายออกจากโครงการ บริษัทสามารถยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จะนำไปจำหน่ายเป็นเศษเหล็ก หรือทำลาย หรือจัดการอย่างใดก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งขออนุญาตจาก BOI และไม่ต้องยื่นหลักฐานในการจำหน่ายต่อ BOI เพียงแต่จะต้องตัดรายการนั้นออกจากทะเบียนสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้น
การสั่งปล่อยเครื่องจักรที่นำกลับเข้ามาจากการส่งไปซ่อมต่างประเทศ จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและ VAT เฉพาะสำหรับค่าซ่อม
ส่วนอากรขาเข้าของเครื่องจักร จะได้รับยกเว้นตามใบสุทธินำกลับที่บริษัทยื่นดำเนินการไว้กับกรมศุลกากร
เนื่องจากหน่วย SET มีความหมายทั้งกรณีที่เป็นชุด (หลายชิ้น) หรือ 1 เครื่อง ดังนั้น ตามปกติเจ้าหน้าที่ BOI จึงจะไม่อนุมัติหน่วยของเครื่องจักรเป็น SET แต่จะอนุมัติเป็น PIECE OR UNIT
หากชื่อเครื่องจักรตามอินวอยซ์ เป็นรายการที่ตรงกับชื่อเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติในบัญชีรายการเครื่องจักร และในบัญชีระบุหน่วยเป็น PIECE OR UNIT ควรระบุหน่วยในอินวอยซ์เป็น UNIT (หรือ PIECE) เช่นกัน เพื่อให้การทำใบขนสินค้ามีหน่วยเป็น C62 ตรงตามการอนุมัติสั่งปล่อย
1) ตัดบัญชีภาระภาษีเพื่อปลดภาระภาษีของเครื่องจักร/แม่พิมพ์ที่นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี แต่ยังจะต้องใช้ในโครงการต่อไปจนกว่าจะขอจำหน่ายออกจากโครงการ
2) จำหน่ายออกจากโครงการเพื่อปลดจากการเป็นเครื่องจักร BOI เช่น การจำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศ ทำลาย บริจาค หรือชำระภาษี เป็นต้น
กรณีที่สอบถาม บริษัท A ทำเรื่องตัดบัญชีภาระภาษีแม่พิมพ์ที่นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี แต่ไม่ได้ทำเรื่องจำหน่ายออกจากโครงการ คือ ได้ยื่นเรื่องขอโอนแม่พิมพ์ให้บริษัท B ทำให้เงื่อนไขการต้องใช้แม่พิมพ์ในโครงการ และภาระการขอจำหน่ายออกจากโครงการ ถูกโอนมาเป็นภาระหน้าที่ของ B ดังนั้น B ต้องยื่นขอจำหน่ายแม่พิมพ์ดังกล่าวออกจากโครงการ
หากในหนังสือที่ BOI อนุมัติให้ B รับโอนแม่พิมพ์ ระบุรายละเอียดครบถ้วน เช่น เลขที่/วันที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อย หรือเลขที่/วันที่ใบขนสินค้าขาเข้า หรือหาก B มีสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่ได้รับจาก A บริษัท B น่าจะสามารถยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักร (นอกระบบ/ไม่มีภาษี) ได้ แต่หากเอกสารไม่ครบถ้วน/ไม่เพียงพอ อาจติดปัญหาในขั้นตอนการอนุมัติของเจ้าหน้าที่ BOI
ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่กองส่งเสริมการลงทุน 1 - 4 โทร 02-553-8111 กด 1 กดเลือก กองส่งเสริมการลงทุนที่ดูแลประเภทกิจการของท่าน หรือเข้าหารือได้ที่ : https://booking.boi.go.th
ตอบคำถามดังนี้
ข้อ 1 และ 2. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28, 29 จะต้องใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น หากจะนำไปผลิตสินค้าอื่นที่ไม่ได้รับส่งเสริม จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน ซึ่งปกติจะอนุญาตในกรณีที่โครงการนั้นเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
ข้อ 3. และ 4. การผลิตสินค้าที่ไม่ได้รับส่งเสริม จะใช้สิทธิใดๆ ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมไม่ได้ บริษัทจะต้องชำระภาษีอากรตามปกติ
5. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28, 29 และลงไว้ในทะเบียนสินทรัพย์จะนับเป็นมูลค่าการลงทุนของโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
Q ถาม 2. 1:
หากเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันและมีกระบวนการผลิตเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่การขายสินค้าสำเร็จรูป (Finish Goods) เป็นการขายแบบ BOI กับ NON BOI ก็ตามใช่หรือไม่
A ตอบ 2. 1:
ผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม คือผลิตภัณฑ์ที่ระบุในบัตรส่งเสริม และผลิตตามขั้นตอนการผลิตที่ได้รับอนุมัติ โดยใช้เครื่องจักรใหม่ตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม หรือใช้เครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขของประกาศบริษัทจะต้องจัดทำบัญชีภายในแยกระหว่างโครงการ BOI และ Non BOI ให้ชัดเจน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่เป็น Non BOI จะไม่สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ของ BOI ได้
1. Negative List หมายถึง บัญชีรายการเครื่องจักรที่มีผลิตหรือประกอบในประเทศ จึงไม่สามารถนำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือ 29 ได้
2. ในการใช้สิทธิยกเว้นลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้ได้รับส่งเสริม จึงจะใช้สิทธิได้
BOI ไม่ได้กำหนดนิยามของการส่งเครื่องจักรไป Modify ต่างประเทศ โดยการขอส่งเครื่องจักรไป Modify ต่างประเทศ สามารถยื่นขออนุญาต/และยื่นสั่งปล่อยในหัวข้อการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามสิทธิที่ได้รับอยู่เดิม และบริษัทยังคงต้องทำใบสุทธินำกลับ เช่นเดียวกับการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ
BOI ได้กำหนดวิธีการใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรจากเดิมที่เก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ ด้วยกระดาษมาเป็นเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลระบบ MCTS (ยื่นข้อมูลด้วย Diskette) ประมาณปี 2544 และต่อมาพัฒนาเป็นระบบ eMT (ยื่นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต) ประมาณปี 2554
เนื่องจากการพัฒนาระบบแต่ละครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูล ดังนั้นในช่วงรอยต่อของการปรับเปลี่ยนระบบ เครื่องจักรที่ได้นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรแล้ว จะยังคงเก็บข้อมูลไว้ในระบบเดิม แต่เครื่องจักรที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ จะอนุมัติสั่งปล่อยด้วยระบบใหม่
ดังนั้นโครงการที่ได้รับส่งเสริมมาเป็นเวลานาน และได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักรหรือแม่พิมพ์ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม อาจนำเข้าเครื่องจักรโดยยกเว้นอากรขาเข้าภายใต้ระบบ eMT, MCTS และหนังสืออนุมัติสั่งปล่อย (กรณีสั่งปล่อยก่อนเริ่มใช้ระบบ MCTS) ร่วมกันก็ได้
กรณีเป็นการสั่งปล่อยตามหนังสืออนุมัติ ที่ไม่มีข้อมูลในระบบ eMT บริษัทสามารถยื่นขอตัดภาระภาษีเครื่องจักรได้ เนื่องจากนำเข้าเกินกว่า 5 ปีแล้ว โดยให้ยื่นเรื่องในระบบ eMT โดยเลือกเมนู "สั่งปล่อยนอกระบบ" และแนบสำเนาหลักฐานแสดงการนำเข้าโดยใช้สิทธิ เช่น สำเนาใบขนขาเข้า หรือสำเนาหนังสืออนุมัติสั่งปล่อย
บริษัทฯ นำเข้าเครื่องจักรโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้ามากกว่าจำนวนเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่จริง ดังนั้น เครื่องจักรที่ไม่ได้ติดตั้งอยู่จริง จึงเป็นเครื่องที่ใช้สิทธิผิดเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และมีภาระต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันที่นำเข้า และเบี้ยปรับ VAT
ขั้นตอนคือเมื่อได้รับอนุญาตจาก BOI ให้ชำระภาษีแล้ว ให้ติดต่อกรมศุลกากรเพื่อขอชำระภาษีอากร หลังจากชำระภาษีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยื่นตัดบัญชีเครื่องจักรในระบบ eMT ต่อไป
สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28 ได้ โดยมีข้อที่ต้องระวังคือ
ถาม Q1. 1:
ในการประเมินภาษีศุลกากร อันนี้ หมายถึง อากรขาเข้า 0% + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ใช่หรือไม่ เพราะ ม.28 คือ ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า
ตอบ A1. 1:
แม้ว่าจะใช้สิทธิ ม.28 ในการยกเว้นอากรขาเข้าและ VAT แต่ในขั้นตอนผ่านพิธีการศุลกากร ก็ต้องระบุพิกัดสินค้า และราคาสินค้า ให้ถูกต้อง เพื่อการประเมินภาษีอากร (แม้จะได้รับยกเว้นภาษีก็ตาม)
ถาม Q1. 2:
ในกรณีที่มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศจีน แล้วบริษัทแม่ไปจ้าง vender ทำแม่พิมพ์ มีการจ่ายเงินกันเรียบร้อย แต่ฝากแม่พิมพ์ไว้ที่ vender อยากทราบว่า ทรัพย์สินจะเป็นของบริษัทแม่หรือว่า vender และถ้าบริษัทลูกต้องการใช้แม่พิมพ์ตัวนี้ บริษัทแม่สามารถโอนแม่พิมพ์มาให้บริษัทลูกที่ไทยได้หรือไม่
ตอบ A1. 2:
เป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของ BOI จึงขอตอบตามความเห็นส่วนตัว คือ
หากบริษัทไม่ประสงค์จะใช้เครื่องจักรที่นำเข้า โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28 ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมอีกต่อไป ให้ยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักรออกจากโครงการ ไม่ว่าเครื่องจักรนั้นจะนำเข้ามากี่ปีแล้วก็ตาม
โดยหากเครื่องจักรนั้นมีอายุเกินกว่า 5 ปีนับจากวันนำเข้า จะอนุญาตให้จำหน่ายออกจากโครงการโดยไม่มีภาระภาษี
1. ยื่นคำร้องในระบบ eMT ในหัวข้อ “ส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ”
2. หากเครื่องจักรที่จะส่งคืน มีข้อมูลในระบบ eMT ให้เลือกข้อ 1 เป็น “ในระบบ” แต่หากไม่มีข้อมูลในระบบ eMT ให้เลือกข้อ 1 เป็น “นอกระบบ” พร้อมแนบหลักฐานการใช้สิทธิยกเว้นภาษีของเครื่องจักรนั้น เช่น สำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่ระบุเลขอนุมัติสั่งปล่อยของ BOI เป็นต้น
3. หลังจากได้รับอนุมัติ จะต้องส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศภายใน 90 วัน
4. ยืนยันการส่งออก โดยคีย์เลขใบขนขาออกลงในระบบ
5. เครื่องจักรที่ส่งคืนกลับไปต่างประเทศ จะไม่มีภาระภาษี
6. หากการส่งคืนเครื่องจักร ทำให้กำลังผลิตของโครงการลดลงมากกว่า 20% หรือทำให้กรรมวิธีการผลิตไม่ครบถ้วนตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม จะต้องลดขนาดกิจการหรือแก้ไขขั้นตอนการผลิตให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงด้วย
1. ตามประกาศ สามารถขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี
2. กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาครบแล้ว แต่จะขอขยายเวลานำเข้าเพื่อนำเข้าแม่พิมพ์ หรืออะไหล่ของเครื่องจักร อาจไม่ได้รับอนุมัติให้ขยายเวลา เนื่องจาก BOI อาจพิจารณาว่าบริษัทได้ลงทุนครบตามโครงการที่ยื่นขอส่งเสริมแล้ว
3. แต่หากบริษัทชี้แจงเหตุผลที่เชื่อได้ว่า กำลังผลิตหรือกรรมวิธีการผลิตยังไม่ครบถ้วนตามที่ได้รับส่งเสริม เช่น คำนวณกำลังผลิตของเครื่องจักรผิดพลาด สูงเกินกว่าที่ผลิตได้จริง ทำให้มีกำลังผลิตยังไม่ครบตามโครงการ หรือมีการผลิตสินค้ารุ่นใหม่/มาตรฐานใหม่ ซึ่งต้องมีนำเข้าเครื่องตรวจสอบชนิดใหม่เพิ่มเติม ก็เป็นเหตุผลที่สามารถอนุมัติให้ขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้
ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !
Sorry, There is no information support your selected language !
Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF
Download PDF ReaderSite map