ขอแก้คำถามใหม่
A (BOI) ซื้อวัตถุดิบ X จาก B (IPO) จากนั้นผลิตเป็นชิ้นส่วน Y และขายให้ B (IPO) เพื่อส่งออก เมื่อ B ส่งออก ก็จะโอนสิทธิ์ตัดบัญชี Y ให้ A และต้องการให้ A ตัดบัญชีเพื่อโอนสิทธิวัตถุดิบ X กลับไปให้ B แต่ A ทำไม่ได้ เพราะการผลิตชิ้นส่วน Y ไม่ตรงกับกรรมวิธีที่ได้รับส่งเสริม
A อาจจะทำผิดหลายเรื่อง เช่น
- นำเครื่องจักรที่ใช้สิทธิ BOI ไปผลิตสินค้าที่ไม่ได้รับส่งเสริมหรือเปล่า
- นำรายได้จากการผลิตสินค้าที่ไม่ถูกต้องตามกรรมวิธี ไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้หรือเปล่า ฯลฯ แต่ถ้า A ไม่ได้ทำผิด คือสินค้า Y ที่ผลิตนั้นเป็นกิจการส่วนที่เป็น non-BOI คือไม่ได้ใช้สิทธิใดๆจาก BOI เลย B ก็อาจจะเป็นฝ่ายผิด คือจำหน่ายวัตถุดิบ X (ซึ่งใช้สิทธิ BOI) ไปจำหน่ายให้กับกิจการที่ไม่มีสิทธิตามมาตรา 36 ซึ่งเข้าข่ายการจำหน่ายในประเทศ
คำแนะนำคือ A แก้ไขกรรมวิธีผลิตให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสามารถขออนุมัติสูตรและ max stock จากนั้นจะได้ตัดบัญชีเพื่อโอนสิทธิไปให้ B
ท่านต้องสมัครสมาชิกของระบบ e-Investment Promotion เพื่อให้ได้รับ username และ password ผ่านทาง www.boi.go.th ตามประกาศ ป.9/2567 และ ป.10/2567
1. ชนิดของผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในบัตรส่งเสริมการลงทุน
2. กำลังการผลิตตามบัตรส่งเสริม
3.
จำนวนรายการวัตถุดิบที่ใช้ในโครงการ
4. ข้อมูลการผลิตผลิตภัณฑ์
1 ชิ้น ใช้วัตถุดิบกี่รายการ
แต่ละรายการมีปริมาณเท่าใด มีส่วนสูญเสียหรือไม่
เมื่อทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว
สามารถนำข้อมูลไปกรอกในแบบฟอร์มจะได้ปริมาณสต๊อคที่ต้องใช้
หากบริษัทมีผลิตภัณฑ์ชนิดเดียว ใช้วัตถุดิบเหมือนกันทุกรุ่น (Model) ก็สามารถคำนวณปริมาณสต๊อคได้ไม่ยาก แต่หากบริษัทมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น
และแต่ละรุ่นใช้รายการวัตถุดิบต่างกัน บริษัทจะต้องแยกให้ได้ว่าแต่ละรุ่นใช้วัตถุดิบปริมาณเท่าใด
และเมื่อเอาปริมาณวัตถุดิบของทุกรุ่นมารวมกัน ก็จะได้ปริมาณสต็อคสูงสุด
การใช้สิทธิและประโยช์ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ
เมื่อรวมกันทุกรุ่นแล้วปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ต้องไม่เกินปริมาณสต๊อคสูงสุด (Max
Stock) ที่บริษัทได้รับ
บัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนทั่วไปแบ่งออกเป็น
8 หมวดได้แก่
หมวด
1 เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร
หมวด
2 แร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นมูลฐาน
หมวด
3 อุตสาหกรรมเบา
หมวด
4 ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง
หมวด
5 อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
หมวด
6 เคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ
หมวด
7 กิจการบริการและสาธารณูปโภค
หมวด 8 การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม
สามารถดูรายละเอียดของกิจการทั้ง 8 หมวดได้ที่นี่
หากเป็นการก่อสร้างที่เป็นส่วนสนับสนุนการดำเนินการ
เช่น โกดังสินค้า หรือปรับปรุงอาคารการผลิต เป็นต้น
ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่ได้เป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงประสิทธิภาพและกำลังการผลิตให้ดีขึ้นโดยตรง
จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะขอรับการส่งเสริม
แต่หากเป็นการก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารส่วนการผลิตที่รองรับมาตรฐานการผลิตตามมาตรฐาน GMP หรือ GMP/PICS ก็จะอยู่ในข่ายขอรับการส่งเสริมได้ ยกเว้นบริษัทใดได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP หรือ GMP/PICS ไปแล้ว และมีการลงทุนในระบบเพิ่มเติม เช่น ระบบแอร์ ระบบกำจัดฝุ่น เป็นต้น ก็ไม่อยู๋ในข่ายที่จะรับการส่งเสริมได้
เนื่องจากการออกหนังสือติดตามเป็นการออกอัตโนมัติจากระบบฯ รวมถึงช่วงเวลาที่บริษัทกดส่งข้อมูลนั้น ระบบฯ อาจออกหนังสือไปก่อนหน้าแล้ว ทำให้บริษัทยังได้รับหนังสือติดตาม ดังนั้น หากระบบฯ ขึ้นว่าได้ส่งข้อมูลแล้ว บริษัทไม่ต้องดำเนินการอะไรหรือทำหนังสือแจ้งเข้ามายังสำนักงานแต่อย่างใด
การตรวจสอบเปิดดำเนินการ ปกติใช้เวลา 1/2 - 1 วัน วิธีการตรวจสอบอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการ และวิธีการของเจ้าหน้าที่แต่ละคน แต่ปกติจะตรวจสอบการติดตั้งเครื่องจักร กำลังการผลิต และอาจสุ่มตรวจเอกสารทางบัญชี เป็นต้น การเปิดดำเนินการกำหนดระยะเวลาพิจารณา 45 วันทำการ
เครื่องจักรที่เคยใช้ในโครงการ 1 ไม่สามารถนำไปใช้ในโครงการ 2 ได้ เพราะถือเป็นการนำเครื่องจักรนั้นไปใช้สิทธิซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในโครงการอื่น หากไม่ต้องการใช้เครื่องจักรดังกล่าวในโครงการ 1 สามารถดำเนินการได้ วิธี คือ
1.ขอส่งคืนไปต่างประเทศ
2.ขอจำหน่ายในประเทศ ซึ่งกรณีนี้นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปีแล้ว BOI จึงจะอนุญาตให้จำหน่ายได้โดยไม่มีภาระภาษี
แต่เนื่องจากเครื่องจักรดังกล่าวเป็นเครื่องจักรหลักของโครงการ 1 จึงอาจต้องขอลดกำลังผลิตหรือลดขั้นตอนการผลิตของโครงการ 1 ด้วย
สามารถซ่อมในประเทศได้ โดยยื่นคำร้องขออนุญาตนำเครื่องจักรไปเก็บนอกสถานที่และให้ชี้แจงเหตุผลว่าเป็นการขอนำไปซ่อม แบบคำร้องดังกล่าวไม่มีให้ download จึงจะต้องไปขอตัวอย่างจากสำนักบริหารการลงทุนที่ 1-4 และจากนั้นยื่นที่สำนักฯ ที่เกี่ยวข้องนั้นๆ
กรณีจะยกเลิกบัตรส่งเสริม โดยที่ไม่เคยใช้สิทธิประโยชน์ใดๆเลย ให้ยื่นหนังสือขอยกเลิกบัตรส่งเสริม (ร่างขึ้นได้เอง ไม่มีตัวอย่าง) โดยอาจระบุเหตุผล และระบุข้อความยืนยันการไม่เคยใช้สิทธิประโยชน์ใดๆตามโครงการดังกล่าวไปด้วย หาก BOI ตรวจสอบว่าไม่เคยมีการใช้สิทธิใดๆ ก็จะยกเลิกบัตรส่งเสริมให้โดยไม่มีภาระภาษี
ตามประกาศ ป.3/2559 สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในรูปแบบเดิม (กระดาษ) ได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 แต่เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากการยกเลิกคำขอที่เป็นกระดาษ BOI จึงขอความร่วมมือให้ผู้ได้รับส่งเสริมยื่นคำขอใช้สิทธิผ่านระบบ e-Tax ตั้งแต่ปีนี้
หากการได้รับการส่งเสริมการลงทุนในประเภทกิจการ “IHQ และ ITC” ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของโครงการ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาขอรับการส่งเสริมการลงทุน “IBC” แต่หากประสงค์จะเปลี่ยนเป็นกิจการ IBC จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกิจการ IBC
“วิสาหกิจในเครือ” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับศูนย์กลาง ธุรกิจระหว่างประเทศ ในลักษณะดังนี้
(1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งถือหุ้นในศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศทั้งทางตรงหรือทาง อ้อมรวมกันคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด
(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนทั้งทาง ตรงหรือทางอ้อมรวมกันคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด
(3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (1) ถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนทั้งทางตรงหรือทางอ้อมรวมกันคิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของทุนทั้งหมด
(4) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการ บริหารงานของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ
(5) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศมีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงาน
(6) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตาม (4) มีอำนาจควบคุมกิจการหรือกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงาน
โครงการที่ได้รับส่งเสริม จะใช้เครื่องจักรเก่าในประเทศที่เคยใช้งานเชิงพาณิชย์ในประเทศมาก่อนไม่ได้ และเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร จะต้องใช้ในโครงการนั้นเท่านั้น
ดังนั้น หากบริษัทนำเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิในโครงการที่ 1 ไปใช้ในโครงการที่ 2 จะเป็นการขัดกับเงื่อนไขการใช้สิทธิเครื่องจักรของโครงการที่ 1 และจะเป็นการขัดสาระสำคัญในการให้การส่งเสริมของโครงการที่ 2
1.โครงการที่ 1 เปิดดำเนินการแล้ว หากจะนำเครื่องจักรที่ซื้อมาโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักร ไปใช้เพื่อการอื่น -> ไม่ขัดกับเงื่อนไขการใช้สิทธิเครื่องจักร และไม่ต้องขออนุญาต
แต่ทั้งนี้ โครงการที่ 1 ยังคงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริมอยู่ต่อไปด้วย เช่น จะนำเครื่องจักรหลักไปใช้เพื่อการอื่น จนมีขั้นตอนการผลิตไม่ครบตามที่ได้รับส่งเสริม ไม่ได้ เป็นต้น
2.โครงการที่ 2 เปิดดำเนินการแล้ว หากจะนำเครื่องจักรเก่าจากในประเทศ มาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม -> ขัดกับเงื่อนไขนโยบายการให้การส่งเสริมการลงทุน ซึ่งกำหนดว่าเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการ จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น หรือหากเป็นเครื่องจักรเก่า จะต้องได้รับอนุญาต โดยต้องเป็นเครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศ และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า
แต่ทั้งนี้ หาก BOI พิจารณาว่า โครงการที่ 2 ขอแก้ไขโครงการเพื่อใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการที่ 1 โดยขั้นตอนดังกล่าวไม่เป็นสาระสำคัญในการผลิตของโครงการที่ 2 ก็อาจพิจารณาอนุญาตให้ได้
กิจการการค้าระหว่างประเทศภายใต้ประเภทกิจการ 7.34 IBC ปัจจุบัน มีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับแตกต่างจากประเภท 7.6 ITC เดิม โดยมีเงื่อนไขเฉพาะประเภทกิจการดังนี้
1.ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท (เหมือนเดิม)
2.ต้องมีการจ้างพนักงานประจำที่มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับ IBC ไม่น้อยกว่า 10 คน เว้นแต่กรณี IBC ที่มีเฉพาะการให้บริการด้านการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือ ต้องมีการจ้างพนักงานประจำที่มีความรู้และทักษะไม่น้อยกว่า 5 คน
3.กรณีเป็นการดำเนินกิจการการค้าระหว่างประเทศ จะต้องมีขอบข่ายธุรกิจในข้อ 1.1 – 1.10 ร่วมด้วยไม่น้อยกว่า 1 ข้อ
4.ไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (มาตรา 28) และไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นสำหรับส่วนที่ผลิตเพื่อการส่งออก (มาตรา 36)
เงื่อนไขในการยื่นขอและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับเปลี่ยนไป ทั้งด้านการจ้างงานบุคลากรที่เพิ่มขึ้น ด้านขอบข่ายการบริการที่ต้องมีการให้บริการวิสาหกิจในเครือด้วยที่เพิ่มขึ้น และด้านสิทธิประโยชน์ด้านการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (ม.28) ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ (ม.36) ที่ถูกยกเลิกไป
BOI มีแนวทางการพิจารณาว่าหากกิจการต้องการจะดำเนินกิจการการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ประเภทกิจการ 7.34 IBC จะต้องมีการดำเนินการในขอบข่ายธุรกิจในข้อ 1.1 – 1.10 ของประเภทกิจการ IBC ด้วยอย่างมีนัยสำคัญ
Commercial Distribution แบบ Out-Out ดังกล่าวอยู่ในขอบข่ายกิจการ ITC ที่บริษัทได้รับการ ส่งเสริมอยู่ ปัจจุบันหลังจากที่กระทรวงการคลังปรับนโยบายเป็นให้การส่งเสริมการลงทุนกิจการ IBC และยุติ การอนุมัติให้เป็น IHQ หรือ ITC รายได้ดังกล่าวไม่สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง จึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ
จะต้องใช้แบบฟอร์มดังนี้
- กรณีกิจการอยู่ในหมวดส่งเสริมการลงทุน 1 – 6 ให้ใช้แบบฟอร์มขอรับส่งเสริมการลงทุนทั่วไป (F PA PP 01-06)
- กรณีกิจการอยู่ในหมวดส่งเสริมการลงทุน 7 ให้ใช้แบบฟอร์มขอรับส่งเสริมการลงทุน (บริการ) (F PA PP 03-07)
โดยยื่นพร้อมกับแบบประกอบคำขอรับส่งเสริมการลงทุนตามกรณีต่าง ๆ ดังนี้
- แบบประกอบคำขอรับส่งเสริมตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (F PA PP 28-03)
- แบบประกอบคำขอรับการส่งเสริมตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิและประโยชน์ ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (F PA PP 30-02)
- แบบประกอบคำขอรับการส่งเสริมตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิและประโยชน์ ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการวิจัย พัฒนา และออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตตามประกาศณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 1/2557 (F PA PP 38-01)