รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ผลิตผล หรือการให้บริการตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ไม่เกินปริมาณการผลิตต่อปี หรือไม่เกินขนาดของกิจการที่ให้บริการตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม คือ คือรายได้ ที่นำค้าสินเข้ามาใช้สิทธิบีโอไอ แล้วส่งออกขายไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ใช่หรือไม่
ถูกต้อง ในบัตรส่งเสริมทุกฉบับ ไม่มีเงื่อนไขว่าต้องผลิตส่งออก ดังนั้น ไม่ว่าจะผลิตเพื่อขายในประเทศหรือเพื่อส่งออก ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่จะต้องมีขั้นตอนการผลิตครบถ้วนตามที่ได้รับส่งเสริมด้วย
กรณีที่บริษัทได้เปิดดำเนินการ มีการแก้ไขกำลังการผลิต และเงินรายได้นิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว แต่ภายหลังได้มีการซื้อเครื่องจักรในส่วนของการบรรจุเข้ามาติดตั้งใหม่เพิ่มเติมโดยทำการเสียภาษีนำเข้าเอง มาใช้ในกิจการที่ได้รับบีโอไอแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น อยากทราบว่าสินค้าที่ผลิตตามกระบวนการบีโอไอแต่เปลี่ยนชนิดการบรรจุจากกระป๋องเป็นถุงหรือหลอดสามารถนำรายได้จากการขายมาใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่
สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ โครงการที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว จะไม่อนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มกำลังผลิตหรือเพิ่มขั้นตอนการผลิต ซึ่งต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม กรณีที่สอบถาม ไม่ใช่เป็นการเพิ่มขั้นตอนการผลิต เนื่องจากเดิมได้รับอนุมัติให้มีขั้นตอนการบรรจุอยู่แล้ว บริษัทจึงสามารถซื้อเครื่องจักรในขั้นตอนการบรรจุมาใช้ในโครงการอีกเท่าไรก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้ง BOI แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และจะไม่นับรวมเป็นขนาดการลงทุนเพื่อคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีให้ ส่วนการใช้สิทธิภาษีเงินได้นิติบุคคล ยังคงใช้ได้ตามปกติ เพราะยังเป็นการผลิตสินค้าตามกระบวนการที่ได้รับส่งเสริม
หมายเหตุ: คำตอบนี้ไม่รวมกรณีกิจการเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน ซึ่งอนุญาตให้นำเข้าเครื่องจักรตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม
บริษัทได้รับการอนุมัติตำแหน่งช่างฝีมือต่างด้าวแล้ว แต่ปริ้นเอกสารอนุมัติออกมาไม่ได้ ต้องทำอย่างไร
การพิมพ์เอกสารไม่ได้ อาจเกิดหลายสาเหตุ และมีวิธีแก้ไขคือ
1.กรณีติดป๊อปอัพ แก้ไขโดยให้คลิกปิดป๊อปอัพก่อน จากนั้นจึงจะสั่งพิมพ์ที่รูปเครื่องพิมพ์
2.กรณีสั่งพิมพ์ที่รูปเครื่องพิมพ์ไม่ได้ แก้ไขโดยสั่งพิมพ์จากข้อความอีเมล์
3.ขั้นตอนอนุมัติตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องสั่งพิมพ์เอกสารอนุมัติ
ควรสั่งพิมพ์เอกสารหลังจากได้รับอนุมัติการบรรจุ เพื่อนำเอกสารไปยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ในหนังสือรับรองมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจในการเซ็นเอกสาร จะต้องทำเอกสารชี้แจงBOI หรือไม่ และถ้าเคยมีมอบอำนาจให้พนักงานมีสิทธิเซ็นเอกสารแล้ว ทางบริษัทจะต้องมีการทำเรื่องมอบอำนาจใหม่หรือไม่ เอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง และต้องใช้แบบฟอร์มของทาง สกท. หรือไม่.
กรณีมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- ไม่ต้องแจ้งให้ BOI ทราบ
- การมอบอำนาจใดที่กรรมการคนเดิมเคยทำไว้ น่าจะสิ้นสุดไปพร้อมกับการพ้นจากการเป็นกรรมการ
- หากกรรมการคนใหม่จะมอบอำนาจใด ควรต้องทำการมอบอำนาจใหม่
- BOI ไม่ได้กำหนดแบบฟอร์มการมอบอำนาจ บริษัทสามารถร่างขึ้นเองได้ เอกสารที่ใช้ คือ หนังสือมอบอำนาจ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ กรณีมอบอำนาจครั้งเดียวติดอากรแสตมป์ 10 บาท หลายครั้ง 30 บาท
ข้อ 3. ข้อเท็จจริงคือ ตามบัตรส่งเสริมเราระบุกำลังการผลิต 900ตัน แต่คำนวณการผลิตงานตาม บัตรคือ 16 ชั่วโมง/วัน 290วัน/ปี แล้วจะสามารถผลิตงานโดยใช้วัตถุดิบ ประมาณ 215.66 ตัน อย่างนี้ต้องระบุอย่างไรในหัวข้อที่ 3 สำหรับรายการเครื่องจักรให้รวมทั้งภายใต้ BOI และ Non BOI อย่างอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ ที่เราไม่ได้รวมเข้าไปจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
ข้อเท็จจริงคือ บัตรส่งเสริมระบุว่ามีกำลังผลิต 900 ตัน (เวลาทำงานคือ 16 ชั่วโมง/วัน 290 วัน/ปี) แต่หากคำนวณตามเวลาทำงานดังกล่าว บริษัทจะผลิตได้เพียง 215 ตัน ใช่หรือไม่
-> หากใช่ แปลว่า มีกำลังผลิตไม่ครบตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
หากต้องการเปิดดำเนินการ (คือไม่ต้องการนำเข้าเครื่องจักรเข้ามาอีกแล้ว) ก็ให้กรอกข้อ 3 ตามกำลังผลิตจริงคือ 215 ตัน และติ๊กข้อ 4 ที่ช่องแรกว่าขอแก้ไขขนาดกิจการให้เป็นไปตามกำลังผลิตที่มีอยู่จริง (คือลดโครงการ)
ส่วนเครื่องมือเล็กๆน้อยๆ หากต้องการนำไปนับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อกำหนดวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ให้ใส่ไปในตารางเครื่องจักรด้วย แต่หากไม่ต้องการนำไปนับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ จะไม่ใส่ก็ได้
บริษัทได้รับส่งเสริม 2 โครงการ โครงการที่ 1 ผลิต ECU (ELECTRONIC CONTRAL UNIT) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ และเงื่อนไขกิจการ ให้สิทธิยกเว้นภาษี 8 ปี และได้อีก 50% หลังจาก หมด อีก 5 ปี โครงการที่ 2 ผลิต CAMERA - ECU ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ และเงื่อนไขกิจการ ให้สิทธิยกเว้นภาษี 8 ปี และได้อีก 50% หลังจาก หมด อีก 5 ปี ตอนนี้ บริษัท กำลังจะมี ผลิต ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น ECU เหมือนกัน และผลิตภัณฑ์ นั้น มีขั้นตอนและกระบวนการทำงาน เหมือนกับ p 1 และ p 2 หากมีขั้นตอนและกระบวนการทำงานเหมือนกัน สามารถใช้เครื่องจักรตัวเดิม ของ p 1 หรือ p2 ก็ได้ใช่ไหม แต่ตอนนี้ โครงการทั้ง 2 Pro เปิดดำเนินการหมดแล้ว หากทำการแก้ไขโครงการ โดยการเพิ่มชื่อผลิตภัณฑ์เข้าไปได้ไหม และ สิทธิภาษีสามารถใช้งานได้ ก็ตามกำหนดที่มีในบัตรส่งเสริมเท่านั้นใช่ไหม จะไม่มีระยะเวลาเพิ่มจากที่เคยให้
หากบริษัทมีผลิตภัณฑ์ใหม่เป็น ECU ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เหมือนกัน และมีกรรมวิธีการผลิตเหมือนกันกับโครงการที่ 1 และ 2 สามารถผลิตในโครงการที่ 1 และ 2 ได้เลย โดยไม่ต้องแก้ไขบัตรส่งเสริม แต่จะได้รับสิทธิเท่าที่เหลืออยู่เดิม
โครงการได้รับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ให้รายงานรายการลงทุนอย่างไร
ให้รายงานรายการลงทุนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเท่านั้น ทั้งนี้ รายการลงทุนที่เคยแสดงในการยื่นขอรับการส่งเสริมสามารถใช้เป็นแนวทางพิจารณาว่ารายการลงทุนใดเป็นการลงทุนตามโครงการ
เรื่องทุนจดทะเบียน ในบัตรส่งเสริมระบุว่า 1. ทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า ....บาท > ตัวเลขนี้มาจากไหน 2. ขนาดการลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) มีมูลค่า... > ตัวเลขนี้คิดจากไหน
ทุนจดทะเบียน และขนาดการลงทุน เป็นตัวเลขที่มาจากคำขอรับการส่งเสริมที่บริษัทยื่นต่อ BOI
ในกรณีที่ขายวัตถุดิบภายใต้มาตรา 36 เข้าเขตปลอดอากร สามารถดำเนินการขออนุมัติเหมือนกันกับส่งออกไปต่างประเทศเลยหรือไม่
การส่งสินค้าหรือวัตถุดิบไปยังเขตปลอดอากร ถือเป็นการส่งออก สามารถนำหลักฐานเอกสารมาตัดบัญชีหรือปรับยอดได้เช่นเดียวกับการส่งออกไปต่างประเทศ
พอดีบริษัทได้ทำเรื่องยื่นคำร้องผ่านระบบ EMT เรียบร้อยแล้วได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ดูในหนังสืออนุมัติ แจ้งว่าจะต้องนำหลักฐานใบขนสินค้าออกพร้อมสำเนาอินวอยซ์ยื่นกับสำนักงานเพื่อขอตัดบัญชีดังกล่าว ถ้าบริษัทจะไม่ทำใบขนสินค้าออกแต่ทำเป็น กศก.122 แทนได้ไหม เพราะไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างชิปปิ้ง และถ้าใช้เอกสาร กศก.122 แทนได้ บริษัทจะต้องนำเอกสารดังกล่าวพร้อมสำเนาอินวอยซ์ไปยื่นที่ BOI ด้วยหรือเปล่า หรือแค่ลงหมายเลขเอกสารยืนยันในระบบ EMT อย่างเดียว
ใข้เอกสาร กศก 122 ไม่ได้ จะต้องใช้หลักฐานใบขนสินค้า ซึ่งกรณีนี้เป็นใบขนสินค้าขาออกโอนย้ายเข้าเขตปลอดอากร (Type D) ส่วนการยืนยัน จะเป็นคีย์ข้อมูลผ่านระบบ eMT และระบบจะนำข้อมูลใบขนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมศุลกากร
โปรดอธิบายคำจำกัดความที่ชัดเจนของชิ้นส่วนและส่วนประกอบภายใต้กิจการ IPO ผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่จัดเป็นชิ้นส่วนและส่วนประกอบ
IPO สามารถซื้อขายวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบได้ ซึ่งจะไม่รวมสินค้าสำเร็จรูปที่พร้อมใช้งาน (เช่น ปากกาที่พร้อมใช้งาน ไม่ต้องเอาไประกอบก่อนใช้งาน) ดังนั้น วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบจะยังคงไม่สามารถใช้งานได้ทันที จะต้องนำไปผลิต ผสม หรือประกอบต่อ เพื่อทำเป็นสินค้าสำเร็จรูป
เครื่องจักรที่ใช้สำหรับกิจการ IPO จะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร" แต่ "เครื่องจักรที่นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้าจะไม่อยู่ในข่ายได้รับสิทธิประโยชน์" ความเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่
ถูกต้อง เฉพาะเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการของกิจการ IPO เท่านั้นที่จะสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (ตามมาตรา 28) แต่เครื่องจักรที่นำเข้ามาเพื่อจำหน่ายจะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้า นอกจากนั้น มีข้อพึงระวังคือ เครื่องจักรจัดเป็นสินค้าสำเร็จรูป ไม่ใช่วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ การจำหน่ายเครื่องจักรจึงไม่อยู่ในข่ายดำเนินการภายใต้กิจการ IPO ได้
เนื่องจากบริษัทต้องการส่งแบบจำหน่ายเครื่องจักรสำหรับผลิตแม่พิมพ์ไปยังบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศ 1.ในกรณีที่เป็นเครื่องจักรหลัก สามารถยื่นขออนุญาต BOI ได้หรือไม่ 2.และการเสียภาษีสำหรับจำหน่าย ทางบริษัทต้องดำเนินการติดต่อทางกรมศุลหลังจากBOI อนุมัติหรือไม่ 3.นอกจากจะต้องชำระภาษีนำเข้าแล้วยังต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%ด้วยหรือไม่ และจะมีเบี้ยปรับหรือรายการอื่นๆ หรือไม่ 4.หลังจาก BOI อนุมัติ สามารถส่งออกเครื่องจักรได้เลย หรือต้องจ่ายภาษีที่กรมศุลก่อนจึงจะส่งออกได้
การจำหน่ายเครื่องจักรไปต่างประเทศ
1. จะเป็นเครื่องจักรหลักก็ได้ แต่จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตของโครงการเปลี่ยนแปลงไป หรือหากจะเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเครื่องจักรเข้ามาทดแทน
2. - 4. กรณีส่งเครื่องจักรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ไม่มีภาษีอากรที่ต้องชำระคืน
ตอนยื่นขออนุมัติก็ใช้แบบฟอร์มขออนุมัติส่งวัตถุดิบไปต่างประเทศเช่นกันใช่ไหม
ใช่ครับ
สิ่งก่อสร้างที่นอกเหนืออาคารโรงงาน เช่น โรงอาหาร โรงจอดรถ ถนนและที่นั่ง ตามทาง เป็นการลงทุนในโครงการนี้หรือไม่
ตามคำชี้แจงแนบท้ายแบบคำขอเปิดดำเนินการ ระบุว่า ค่าก่อสร้าง กรณีก่อสร้างเอง หมายถึง การก่อสร้างอาคาร สำนักงาน โรงงาน สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงกรณีต่อเติมหรือปรับปรุง ค่าก่อสร้างโรงอาหาร และโรงจอดรถ อาจพิจารณาว่าเข้าข่ายสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งจัดเป็นค่าก่อสร้างที่นับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการได้ ส่วนค่าถนน เป็นค่าปรับปรุงที่ดิน ซึ่งไม่นับเป็นค่าก่อสร้าง และค่าที่นั่งตามทาง ก็ไม่นับเป็นค่าก่อสร้าง
โครงการได้รับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ให้รายงานวันที่มีรายได้ครั้งแรกอย่างไร
ให้รายงานวันที่มีรายได้ครั้งแรกหลังได้รับบัตรส่งเสริม
ในกรณีนี้ หากยังต้องการนำเครื่องจักรเข้ามาอีก สามารถทำได้หรือไม่ เนื่องจากมีการขยายเวลามาครบ 3ครั้งแล้ว
หากขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรครบ 3 ครั้งแล้ว และสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว หากยังต้องการนำเครื่องจักรเข้ามาอีก ก็ต้องชำระภาษีอากร
บริษัทมีความต้องการแก้ไขโครงการบางส่วน แต่ไม่มีเอกสารสำเนาตอบรับมติเก็บไว้ สามารถทำจดหมายเข้าไปขอรับสำเนาที่ BOI ได้หรือไม่ เนื่องจากจะขอแก้ไขโครงการในเรื่องของกรรรมวิธีการผลิต แต่ในบัตรส่งเสริมไม่มีข้อมูลในจุดนี้ ถ้าอยากทราบว่าทางบริษัทเคยมีขอแก้ไขเกี่ยวกับกระบวนการผลิตอะไรไปบ้างแล้วต้องติดต่อขอเอกสารอะไร ประเภทไหน ที่ไหนยังไง คือบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้ามาหลายคน และไม่มีเอกสารเก่าเก็บไว้เลย จึงอยากทราบข้อมูลที่เคยทำเรื่องแก้ไขไป
การแก้ไขโครงการ หากได้รับบัตรส่งเสริมแล้ว ไม่ต้องใช้หนังสือตอบรับมติ
1. กรรมวิธีการผลิต ที่ได้รับอนุมัติครั้งแรก จะอยู่ในหน้าสุดท้ายของ "หนังสือแจ้งมติให้การส่งเสริม" หากไม่มีหนังสือแจ้งมติ ให้แจ้งความเอกสารหาย และทำหนังสือบริษัทมายัง BOI พร้อมกับใบแจ้งความ เพื่อขอคัดสำเนาหนังสือแจ้งมติ
2. หากมีการแก้ไขกรรมวิธีการผลิต ภายหลังจากได้รับบัตรส่งเสริมไปแล้ว จะอยู่ใน "หนังสืออนุมัติให้แก้ไขกรรมวิธีการผลิต"
วิธีตรวจสอบว่าบริษัทใดเคยยื่นแก้ไขกรรมวิธีการผลิตไปบ้างหรือไม่ให้เข้าไปตรวจในระบบตรวจสอบเอกสารทาง internet (http://doctracking.boi.go.th/) หากตรวจพบว่าเคยมีการแก้ไข แต่ที่บริษัทไม่มีหนังสืออนุมัติ ก็ต้องยื่นแจ้งความเอกสารหาย และขอคัดสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องๆไป
บริษัทฯ มีเงินทุนจดทะเบียนมากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีชาวต่างชาติ 1 ท่าน ที่ขอตำแหน่งภายใต้บีโอไอ และทำงานกับบริษัทฯ ติดต่อมาเป็นระยะเวลานานกว่า 16 ปีแล้ว โดยปัจจุบันอยู่ในตำแหน่ง President (ประมาณ 2-3 ปี ก่อนหน้านั้น ตำแหน่ง Managing Director) มีคำถามคือ หากบริษัทฯ ต้องการขอตำแหน่งให้กับชาวต่างชาติเพิ่มอีก 1 ท่าน ซึ่งทำงานกับบริษัทฯ มานานประมาณ 6 ปี โดยขอตำแหน่ง General Manager จะได้หรือไม่
หลักเกณฑ์ทั่วไป
1. ตำแหน่ง President, Managing Director, General Manager และ Director ในสายงานต่างๆ ถือเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง
2. ตำแหน่ง President จะอนุมัติในกรณีที่มีหุ้นต่างด้าวเกินกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน หรือมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท
3. กรณีที่ได้รับอนุมัติตำแหน่ง Managing Director ไปแล้ว อาจไม่อนุมัติตำแหน่ง General Manager ให้อีก เว้นแต่กรณีที่มีหุ้นต่างชาติมากกว่า 50% ของทุนจดทะเบียน และมีเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
ตอบคำถาม
1. กรณีของบริษัทมีทุนจดทะเบียนเกินกว่า 100 ล้านบาท หากเป็นหุ้นต่างชาติข้างมาก อยู่ในข่ายที่จะขออนุมัติตำแหน่ง General Manager เพิ่มเติมจากตำแหน่ง President ที่มีอยู่เดิม
2. แต่หากบริษัทเป็นหุ้นไทยข้างมาก ปกติจะไม่อนุมัติตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงให้มากกว่า 1 ตำแหน่ง
บริษัทได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่จากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น, บริษัทนำเข้ามาปกติไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากรแต่อย่างใด (เนื่องจากผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่มีแผนจะผลิตที่ไทย, แต่ยังไม่ได้ขออนุมัติสูตรการผลิต) เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าในเขตฟรีโซน, อยากทราบว่าบริษัทสามารถบันทึกรายได้ดังกล่าว เป็นรายได้ประเภท BOI ได้หรือไม่
ไม่ค่อยเข้าใจคำถาม จึงขอตอบกลางๆ ไว้ก่อนคือ รายได้จากสินค้าที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขคือ
ชนิดผลิตภัณฑ์ตรงตามบัตรส่งเสริม
กำลังผลิตไม่เกินบัตรส่งเสริม
ผลิตตามกรรมวิธีที่ได้รับส่งเสริม โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจะนำเข้าโดยยกเว้นภาษีหรือชำระภาษีก็ได้ (เป็นคนละประเด็นกับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล)
ส่วนการจำหน่าย จะส่งออก หรือจำหน่ายในประเทศ หรือจำหน่ายไปยังฟรีโซน ก็สามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ทั้งสิ้น