1) สามารถขอรับได้ที่ สนง BOI ทุกแห่ง (นำเอกสารไปยื่น และรอรับได้เลย)
2) หนังสือมอบอำนาจไม่มีแบบฟอร์มเฉพาะ สามารถใช้รูปแบบทั่วไปที่มีให้โหลดในเน็ตได้
3) หนังสือรับรอง ใช้เฉพาะหน้าแรกหน้าเดียว โดยให้ลงนามรับรองและประทับตราด้วย รายละเอียดอื่นๆ ดูได้จาก
[http://doctracking.boi.go.th/doctrack-ts310.pdf] ตามเอกสาร 1.1 - 1.4สามารถซื้อเครื่องจักรในประเทศได้ โดยไม่ต้องระบุไว้ในโครงการ และไม่ต้องขออนุญาต แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
ไม่สามารถนำเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิ มาใช้ร่วมในโครงการ BOI เพราะเท่ากับเป็นการใช้เครื่องจักรเก่าในประเทศ ซึ่งผิดเงื่อนไขในการให้ส่งเสริม
ในใบอนุญาตเปิดดำเนินการ จะระบุเพียงแค่ว่า "อนุญาตให้เปิดดำเนินการได้ ตามใบอนุญาตเลขที่ ....... ลงวันที่ ........." โดยไม่มีการระบุว่า ให้เปิดดำเนินการได้ตั้งแต่เมื่อใด ส่วนในการเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 นั้น กำหนดไว้ตาม พรบ. และเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมอยู่แล้ว คือ "ตั้งแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริม" ซึ่งวันที่เริ่มมีรายได้ ซึ่งสามารถเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นี้ ปกติจะเป็นวันก่อนที่จะออกใบอนุญาตเปิดดำเนินการอยู่แล้ว
วันเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ให้ยึดตามวันที่เริ่มมีรายได้ครั้งแรกตามโครงการ โดยไม่ต้องอิงกับวันที่ในใบอนุญาตเปิดดำเนินการ เช่น ถ้าในปีที่ 1 บริษัทเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตามโครงการ ก็ให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่มีรายได้นั้น ส่วนใบอนุญาตเปิดดำเนินการ อาจจะออกตามหลังมาอีก 3 ปี ก็ไม่เป็นไร เพราะใบอนุญาตเปิดดำเนินการในความหมายของบีโอไอ ไม่ใช่ออกเพื่ออนุญาตให้บริษัทเริ่มประกอบกิจการได้ แต่เป็นการออกเพียงการยืนยันว่า บริษัทมีการลงทุนครบตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
สามารถกรอกข้อมูลและแนบไฟล์ ภ.ง.ด.50 ฉบับร่างได้ หรือถ้ายังไม่มีร่าง ให้กรอก ‘0’ ในส่วนที่ไม่มีข้อมูลและแนบหนังสือบริษัทชี้แจงเหตุผลและเดือนที่คาดว่าจะสามารถกรอกข้อมูลส่วนนี้ได้ในระบบฯ ทั้งนี้ หากประสงค์จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลในภายหลัง โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อส่งเรื่องคืนให้แก้ไข
ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถขอยกเลิกบัตรส่งเสริมในเวลาใดก็ได้ โดยหลักประกัน การคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะสิ้นสุดลงในวันที่ได้รับอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม
กรณีที่ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรและวัตถุดิบเข้ามาโดยการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า แต่ต่อมาได้รับอนุมัติให้เลิกบัตรส่งเสริม เครื่องจักรที่มีอายุมากกว่า 5 ปี นับจากวันที่นำเข้าจะไม่มีภาระภาษีอาการขาเข้า ทั้งนี้จะต้องดำเนินการตามที่ สำนักงานกำหนด สำหรับวัตถุดิบที่นำเข้า ขอให้บริษัทชำระภาษีอากรขาเข้า หรือส่งออกไปต่างประเทศ ให้เรียบร้อย
กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมเป็นนิติบุคคลต่างด้าว และใช้สิทธิและประโยชน์ในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องจำหน่ายที่ดินดังกล่าวภายใน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม
กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญในการให้การส่งเสริมได้ เช่น มีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือมีกรรมวิธีการผลิตไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม และทำให้มูลค่าเพิ่มของโครงการต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับส่งเสริมจะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม
ในกรณีที่ถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม ผู้ได้รับส่งเสริมอาจถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดเสมือนว่าไม่เคยได้รับส่งเสริมมาตั้งแต่ต้น ซึ่งจะต้องทำให้เสียภาษีอากรเครื่องจักรและวัตถุดิบย้อนหลังตามสภาพ ณ วันนำเข้า พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ซึ่งรวมถึงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังอีกด้วย
การนำสินค้าที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศกลับเข้ามาซ่อม สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 36(1) ได้ โดยมีเงื่อนไขคือ
1. ต้องเป็นสินค้าที่บริษัท BOI ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
2. ชื่อสินค้าและโมเดลที่นำกลับเข้ามาซ่อม ต้องเป็นชื่อสินค้าและโมเดลเดียวกับที่ส่งออก และได้รับอนุมัติสูตรการผลิต
3. ต้องเป็นสินค้าที่สามารถซ่อมแซมเพื่อส่งกลับออกไปใหม่ได้
4. เมื่อซ่อมแซมเสร็จแล้วต้องส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
5. ให้ยื่นขออนุมัติ Max Stock ในข่ายสินค้านำกลับเข้ามาซ่อม
6. จะยกเว้นอากรขาเข้าให้เฉพาะสินค้าที่นำเข้ามาซ่อมเท่านั้น โดยจะไม่ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ใช้ไปในการซ่อมสินค้านั้นๆ
ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ สามารถขอนำกลับเข้ามาซ่อมเพื่อส่งกลับออกไปอีกครั้งหนึ่ง โดยจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนที่ใช้การซ่อม
ขั้นตอนคือ
1. ยื่นขอแก้ไขบัญชีปริมาณสต๊อก เพื่อเพิ่มรายการผลิตภัณฑ์ที่นำกลับเข้ามาซ่อม ขออนุมัติปริมาณสต๊อกได้ไม่เกิน 10% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม
Project Code ใช้เป็นมาตรา 36(1) แบบหมุนเวียน คือ xxxxxx11
Group No. ให้เริ่มต้นจาก R00001 ไปตามลำดับ
ชื่อหลัก ให้ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม หรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก
ชื่อรอง ให้ใช้ตามผลิตภัณฑ์ที่จะนำกลับเข้ามาซ่อม
2. เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว นำไปบันทึกฐานข้อมูลที่ IC จากนั้น ยื่นสั่งปล่อยเช่นเดียวกับขั้นตอนปกติ
3. ยื่นขออนุมัติสูตรการผลิตจาก BOI จากนั้นนำไปบันทึกฐานข้อมูลที่ IC
สูตรจะต้องเป็น 1 ต่อ 1 เท่านั้น จะไม่อนุมัติรายการวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ใช้เพื่อการซ่อม
ยื่นตัดบัญชีหลังจากส่งผลิตภัณฑ์ที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปต่างประเทศ ระหว่างที่ยื่นแก้ไขบัญชีปริมาณสต๊อก สามารถชำระภาษีสงวนสิทธิ์ได้เช่นเดียวกับกรณีการสงวนสิทธิ์วัตถุดิบรายการอื่นๆ
สามารถทำได้ทั้ง 2 วิธี คือจะแก้ไขที่ตั้งสถานประกอบการก่อนออกบัตรหรือหลังออกบัตรก็ได้ แต่หากยื่นเอกสารประกอบการขอออกบัตรส่งเสริมไปแล้ว ควรรอให้ขั้นตอนการออกบัตรเสร็จสิ้นก่อน จึงยื่นขอแก้ไขสถานที่ตั้ง
เบื้องต้นให้กรอกมูลค่ารวมจาก ภ.ง.ด.50 ทุกฉบับ และรวมไฟล์ ภ.ง.ด.50 ของทุกฉบับเป็นไฟล์เดียวกันเพื่อแนบในระบบฯ
เครื่องจักรที่ไม่ได้รับส่งเสริม คืออะไร
ก. เครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า ข. เครื่องจักรที่ผิดเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริม (เช่น เครื่องจักรเก่าที่ไม่มีใบรับรองประสิทธิภาพ หรือเครื่องจักรเก่าซื้อในประเทศ เป็นต้น)ตอบคำถาม
1. หากเป็นเครื่องจักรตามข้อ ก. ก็ต้องระบุด้วย มิฉะนั้น กรรมวิธีการผลิตหรือกำลังผลิตอาจไม่ครบตามบัตรส่งเสริม แต่หากเป็นข้อ ข. จะระบุหรือไม่ ก็มีปัญหา เพราะกำลังทำผิดเงื่อนไขในการส่งเสริม
2. ช่อง 5.3 เป็นการกรอกมูลค่าการลงทุนเพื่อนำไปกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าเป็นโครงการริเริ่ม จะนับค่าสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการ เป็นขนาดการลงทุนได้ด้วย แต่ต้องเป็นโครงการขยาย จะนับได้เฉพาะค่าเครื่องจักร และค่าก่อสร้างส่วนที่เพิ่มเติม ในบัตรส่งเสริมระบุเงื่อนไขไว้อย่างไร และประเด็นที่สอบถามคืออะไร ขอรายละเอียดอีกหน่อย
การนำเครื่องจักรของโครงการ 1 ไปใช้ในโครงการ 2 เป็นการปฏิบัติเงื่อนไขทั้งโครงการ 1 และโครงการ 2 คือ
โครงการ 1 ผิดเงื่อนไข คือนำเครื่องจักรที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากร ไปใช้งานนอกเหนือกิจการตามบัตรส่งเสริมฉบับนั้น
โครงการ 2 ผิดเนื่องจากไม่มีการลงทุนตามโครงการ แต่นำเครื่องจักรที่มีอยู่แล้วมาสวมสิทธิในการผลิตเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ฯลฯ
แต่หากเป็นเครื่องจักรบางรายการที่ไม่มีผลกับกำลังผลิต เช่น แม่พิมพ์ อยู่ในข่ายที่สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่เป็นการยอมรับในทางปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งหากจะทำให้ถูกต้องจริงๆ อาจจะต้องยื่นหนังสือขอใช้แม่พิมพ์ของโครงการที่ 1 และ 2 ร่วมกัน
การยืนยันการดำเนินการตามโครงการ ให้ยื่นผ่านระบบงานตรวจสอบทางอินเตอร์เน็ต https://boieservice.boi.go.th/PM/ โดย user ID และ password เป็นอันเดียวกับระบบตรวจสอบเอกสารทางอินเตอร์เน็ต (http://doctracking.boi.go.th/) แต่หากยังไม่มี user ID ให้ติดต่อขอรับได้ที่ BOI ทุกแห่ง รายละเอียดตาม Link : http://doctracking.boi.go.th/doctrack-ts310.pdf
หลังจากตอบรับมติการให้การส่งเสริมแล้ว จะต้องยื่นเอกสารเพื่อขอออกบัตรส่งเสริมภายใน 6 เดือนหลังวันที่ตอบรับมติ โดยสามารถขยายเวลาการยื่นเอกสารฯ ได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 เดือน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.boi.go.th/index.php?page=before_promo_get_cert
ตามความหมายของ BOI จะเรียกว่า เป็นการโอนกิจการ หรือการยกเลิกโครงการ
การโอนกิจการ
คือการจะขอโอนสิทธิความเป็นผู้ได้รับส่งเสริมไปให้กับบริษัทอื่นเพื่อดำเนินโครงการนั้นต่อไป ดูรายละเอียดตาม link และหากมีคำถามเพิ่มเติม ให้ตั้งเป็นกระทู้ใหม่ภายใต้หมวดหมู่ "การขอรับส่งเสริม / การโอน-รับโอนกิจการ" การยกเลิกโครงการ
คือการจะยกเลิกความเป็นผู้ได้รับส่งเสริม (ยกเลิกบัตรส่งเสริม) ในโครงการนั้นๆ แต่บริษัทจะยังคงดำรงอยู่ต่อไป และประกอบกิจการนั้นต่อไปก็ได้ โดยจะไม่ได้รับสิทธิใดๆทั้งสิ้นจาก BOI ในการยกเลิกโครงการ จะต้องเคลียร์ภาระภาษีต่างๆให้หมดสิ้น จึงจะยกเลิกโครงการได้โดยไม่มีภาระภาษี
และจะต้องเปิดดำเนินการตามโครงการให้ได้ มิฉะนั้นจะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม และอาจถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง เสมือนไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ หากมีคำถามเพิ่มเติม ให้ตั้งเป็นกระทู้ใหม่ภายใต้หมวดหมู่ "การขอรับส่งเสริม / อื่นๆ (ยกเลิกโครงการ)"
มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพที่สิ้นสุดระยะเวลาในปี 2565 มีการขยายระยเวลาเพิ่มเติมหรือไม่
เนื่องจากเป็นมาตรการที่ช่วยยกระดับในด้านต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการในประเทศ และมีมาตรการย่อย บางข้อที่เพิ่งเริ่มประกาศใช้ได้ไม่นาน จึงอาจจะมีการพิจารณาขยายเวลาของมาตรการนี้ ทั้งนี้ขอให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักงานจากหน้าเว็บไซต์
มีการกำหนดสัดส่วนของพลังงานที่ได้จากโซลาร์เซลล์หรือไม่ และต้องมีการลงทุนเท่าใด
ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้านการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในกิจการ หมายถึง การเปลี่ยพลังงานที่ใช้ในโครงการ จากเดิมที่ใช้พลังงานฟอสซิล (เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) เป็นการใช้พลังงานทดแทน ตามชนิดที่กำหนด (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นต้น) นั้นไม่มีเงื่อนไขตัวชี้วัดเป็นตัวเลขที่ต้องปฏิบัติให้ได้ เนื่องจากในบางกรณีหรือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การใช้พลังงานทดแทนอาจมีต้นทุนสูงกว่าพลังงานที่ใช้อยู่เดิม แต่จะพิจารณาว่าพลังงานทดแทนที่จะนำมาใช้ มีความเหมาะสมหรือไม่
ถาม Q14.1:
ทำไมจึงไม่ให้สิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุตตลตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพกับโครงการที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโครงการเดิมที่มีอยู่
ตอบ A14.1:
กรณีที่บริษัทจะลงทุนติดตั้งแผง Solar
1. หากโครงการที่ได้รับส่งเสริม ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้ และยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ
- ให้ยื่นขอแก้ไขกรรมวิธีผลิต โดยให้ระบุว่าจะมีการลงทุนติดตั้งแผง Solar เพื่อใช้พลังงานทดแทนในโครงการด้วย
- เมื่อได้รับอนุมัติ จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าแผง Solar (กรณีไม่ผลิตหรือประกอบในประเทศ) และจะได้รับแก้ไขวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มขึ้นเท่ากับ 100% ของมูลค่าการลงทุนในส่วนของแผง Solar (ซึ่งจะมากกว่าข้อ 2 ที่กำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเพียง 50% ของมูลค่าการลงทุนแผง Solar)
2. หากโครงการที่ได้รับส่งเสริม สิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้ และได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
- สามารถนำโครงการนี้มายื่นขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงฯ
- จะได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 และยกเว้นภาษีเงินได้เป็นวงเงิน 50% ของมูลค่าการลงทุนในส่วนของแผง Solar
3. หากโครงการที่ได้รับส่งเสริม ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว แต่ยังไม่สิ้นสุดสิทธิการยกเว้น/ ลดหย่อนภาษีเงินได้
- ไม่สามารถยื่นแก้ไขโครงการตามข้อ 1 เนื่องจาก BOI ไม่อนุญาตให้แก้ไขโครงการที่มีการลงทุนเพิ่มเติม หลังเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
- และไม่สามารถยื่นขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงตามข้อ 2 เนื่องจากยังไม่สิ้นสุดสิทธิการยกเว้น/ลดหย่อนภาษีเงินได้
ถาม Q14.2:
- การใช้สิทธิยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร หากทางบริษัทที่เป็นผู้รับติดตั้งนำเข้ามาเอง สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรนำเข้าของบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมได้หรือไม่
- ระบบบัญชีต้องดำเนินการอย่างไร ต้องแยกบัญชีหรือไม่หากได้รับการส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ
- Serial No. ของอุปกรณ์ จะต้องถูกต้องตรงกับที่จะนำมาติดตั้งจริง หากไม่ตรงกันจะทำให้ไม่สามารถผ่านพิธีศุลกากรใช่หรือไม่
ตอบ A14.2:
ตอบคำถามดังนี้1. ในการจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ผู้นำเข้าจะต้องเป็นบริษัทที่ได้รับส่งเสริมที่ได้รับสิทธิ เท่านั้น (แต่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่น เป็นผู้ดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรแทนได้ ตามระเบียบของกรมศุลกากร) หากบริษัทที่เป็นผู้รับติดตั้งแผงโซลาร์ เป็นผู้นำเข้าจากนั้นจำหน่ายพร้อมติดตั้งให้กับผู้ได้รับส่งเสริม จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรได้
2. กรณีติดตั้งแผงโซลาร์ ปกติจะตรวจสอบเพียงว่าได้นำพลังงานจากแผงโซลาร์ไปใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมปรับปรุงประสิทธิภาพเท่านั้น เช่น หากบริษัทได้รับส่งเสริมหลายโครงการ (บัตร 1, บัตร 2, บัตร 3) อยู่ในสถานประกอบการเดียวกัน แต่ยื่นขอส่งเสริมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเฉพาะบัตร 1 บริษัทจะต้องดำเนินการให้สามารถตรวจสอบได้ว่า การลงทุนแผงโซลาร์ เป็นการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในบัตร 1 เท่านั้น
3. การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร มีเงื่อนไขว่า ต้องไม่เป็นเครื่องจักรที่ผลิตหรือประกอบได้ในประเทศ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกับชนิดที่ผลิตในต่างประเทศ และมีปริมาณเพียงพอที่จะจัดหามาใช้ได้ การระบุ serial หรือ spec เป็นวิธีการหนึ่งที่จะยืนยันว่า เครื่องจักรที่จะขอนำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร ไม่เป็นชนิดที่มีผลิตหรือประกอบในประเทศ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ดังนั้น หากบริษัทยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรโดยระบุ serial / spec ก็จะต้องระบุ serial / spec ของสินค้านำเข้า ให้ตรงกับที่ได้รับอนุมัติ มิฉะนั้นจะขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรไม่ได้
การคำนวณขนาดการลงทุนเพื่อนับเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สามารถนับได้ถึงวันที่บริษัทขอยุติการนับขนาดการลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินวันครบกำหนดเปิดดำเนินการ กรณีที่สอบถามข้างต้น หากบริษัทยื่นคำขอเปิดดำเนินการในวันที่ 30 มิ.ย. ก็สามารถกำหนดวันยุติการนับขนาดการลงทุนเป็นวันที่ 30 มิ.ย. และนำมูลค่าเครื่องจักรที่ซื้อมาระหว่าง 1 ก.พ. - 29 มิ.ย. มารวมนับเป็นขนาดการลงทุนได้ แม้ว่าเครื่องจักรนั้นจะชำระภาษีอากรเข้ามาเองก็ตาม แต่ทั้งนี้ต้องเป็นเครื่องจักรที่ถูกต้องตามเงื่อนไขของโครงการ (เช่น เป็นเครื่องจักรใหม่ ในกรณีมีเงื่อนไขให้ใช้เครื่องจักรใหม่ เป็นต้น)
(ปล. หากระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดในวันที่ 30 ม.ค. ระยะเวลาเปิดดำเนินการน่าจะนับไปอีก 6 เดือน คือ 30 ก.ค. ไม่น่าจะใช่ 30 มิ.ย.)
วันแรก คือ วันที่อนุมัติให้การส่งเสริม ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ด้านวัตถุดิบ และภาษีเงินได้ สามารถขอใช้ย้อนหลังได้ไม่เกินวันนี้ (ส่วนเครื่องจักรจะย้อนได้ถึงวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม) แต่จะต้องได้รับบัตรส่งเสริมก่อน
วันที่สอง คือ วันที่ออกบัตรส่งเสริม
อย่างไรก็ตาม สถานะความเป็นผู้ได้รับการส่งเสริม และการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อมีการออกบัตรส่งเสริมแล้ว
1. เครื่องจักรที่จะกรอกให้แบบฟอร์มการขอเปิดดำเนินการ ให้รวมถึงเครื่องจักรด้านสาธารณูปโภคได้ด้วย เพราะเป็นการลงทุนที่นับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ด้วย
2. ตามที่แอดมินเข้าใจคือ โครงการตามนโยบายฟื้นฟูฯ จะได้รับอนุญาตให้นำเครื่องจักรจากโครงการเก่าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มาใช้ในโครงการใหม่ได้ โดยกำลังผลิตของเครื่องจักรเก่านั้น สามารถนับรวมกำลังในโครงการใหม่ได้ด้วย และจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้มากกว่าปกติ เช่น จะได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเท่ากับ 150% ของขนาดการลงทุนโดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน เป็นต้น
แต่ขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ที่จะคำนวณวงเงินยกเว้นภาษี จะนับเฉพาะการลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่ และการลงทุนในการซ่อมแซมอาคารหรือเครื่องจักรเท่านั้น แต่ไม่รวมไปถึงค่าก่อสร้างอาคารและค่าเครื่องจักรที่มีอยู่ในโครงการเดิม ซึ่งเคยนับเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้วครั้งหนึ่ง
การกรอกข้อ 5.3 (B) จึงควรเป็น- ค่าก่อสร้าง กรอกเฉพาะส่วนที่ก่อสร้างใหม่ ก่อสร้างเพิ่มเติม หรือการซ่อมแซมส่วนเดิมที่ได้รับความเสียหาย
- ค่าเครื่องจักร กรอกเฉพาะในส่วนที่ลงทุนใหม่ หรือที่ซ่อมแซมเครื่องจักรเดิมที่ได้รับความเสียหาย
- ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการ ไม่นับ เพราะไม่ใช่โครงการริเริ่ม
- ค่าสินทรัพย์ ไม่นับ เพราะไม่ใช่โครงการริเริ่ม
อย่างไรก็ตาม การกรอกข้อมูลเครื่องจักรในข้อ 2 ควรต้องกรอกข้อมูลเครื่องจักรทั้งหมด คือทั้งที่ลงทุนใหม่ และที่นำมาใช้จากโครงการเดิม (แต่ส่วนที่นำมาจากโครงการเดิมจะไม่นับเป็นขนาดการลงทุน)โครงการตามนโยบายฟื้นฟูฯ ค่อนข้างแตกต่างจากกิจการปกติ หากเป็นไปได้ ควรนัดหมายเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ BOI ผู้ดูแลโครงการ เพื่อขอรับคำปรึกษาโดยตรง จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่า