การแจ้งพ้นตำแหน่งช่างฝีมือ เมื่อระบบอนุมัติแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ การดำเนินการ แยกได้เป็น 2 กรณีดังนี้
1. กรณีที่ระยะเวลาตามที่แจ้งพ้น เหลือเกินกว่า 15 วัน
สามารถยื่นขอบรรจุในตำแหน่งเดิมได้ โดยแจ้งเหตุผลว่าเคยมีการแจ้งพ้นเมื่อ .... ซึ่งแจ้งผิด จึงขอบรรจุกลับเข้าไปใหม่
2. กรณีระยะเวลาตามที่แจ้งพ้น เหลือไม่ถึง 15 วัน
2.1 ต้องเดินทางออกนอกประเทศภายในระยะเวลาที่แจ้งพ้น จากนั้น ทำ visa non-B และกลับเข้ามาในประเทศไทย และจึงยื่นขอบรรจุใหม่ หรือ
2.2 ขอบรรจุเป็นช่างชั่วคราวเป็นการเร่งด่วน (30 วัน) จากนั้นยื่นประทับตราวีซ่าเพื่อขยายเวลาอยู่ต่อตามที่ได้รับอนุญาต จากนั้นจึงยื่นแจ้งพ้นตำแหน่งช่างชั่วคราวก่อนที่วีซ่าจะหมดอายุ 15 วัน พร้อมกับยื่นขอบรรจุในตำแหน่งเดิม โดยการยื่นบรรจุนี้จะต้องมีระยะเวลาวีซ่าเหลือไม่น้อยกว่า 15 วัน
กรณีที่ใช้สิทธิภาษีได้ไม่ครบรอบปีบัญชี รายได้ ให้นับถึงอินวอยซ์ฉบับสุดท้ายที่ไม่เกินวันที่สิ้นสุดสิทธิ รายจ่าย ให้ดูเป็นกรณี รายจ่ายที่ไม่ต้องปันส่วน เช่น ค่าวัตถุดิบฯ ให้นับถึงวันที่สิ้นสุดสิทธิ ส่วนรายจ่ายที่ต้องปันส่วน เช่า ค่าเช่าฯ ให้ปันส่วนจากค่าเช่าทั้งปี เป็นต้น
รายได้จากการรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับส่งเสริม โดยมีขั้นตอนการผลิตครบถ้วนตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ถือเป็นรายได้ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ซึ่งสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
ดังนั้น บริษัทผู้ว่าจ้างจึงไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ก็ได้ โดยใช้สำเนาบัตรส่งเสริมของผู้รับจ้างเป็นหลักฐานในการไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย กรณีเป็นการรับจ้างผลิตเช่นนี้ หากบริษัทผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคลต่างชาติ จะต้องยื่นขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จากสำนักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ถูกต้องด้วย
1. เอกสารตามแบบตรวจเอกสาร ม.25 คือ สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาหนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือน และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นไม่เกิน 6 เดือน
2. ต้องยื่นขอขยายเวลาของตำแหน่งคนต่างด้าวให้เสร็จสิ้นก่อน
- การขยายเวลาตำแหน่ง ยื่นก่อนล่วงหน้าได้ 90 วัน
- ใช้เอกสารคือ แผนผังสายงาน ผลการถ่ายทอดเทคโนโลยี งบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว สำเนาหนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือน และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นไม่เกิน 6 เดือน
3. การยื่นขยายเวลาตำแหน่ง และการยื่นต่ออายุการอยู่ในประเทศ ต้องยื่นทางอินเตอร์เน็ตบนระบบ e-expert เท่านั้น
- เมื่อได้รับอนุญาตต่ออายุแล้ว จึงไปรับหนังสืออนุญาต และพาช่างฝีมือไปต่อวีซ่าและใบอนุญาตทำงานต่อไป
การรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ (ตส.310) กำหนดเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมว่า ต้องรายงานทุกรอบปี "หลังจากเปิดดำเนินการตามโครงการ" แต่ในปีที่ผ่านมา BOI ได้เปลี่ยนแนวทาง คือจะให้บริษัทรายงานผลการดำเนินการทุกรอบปี นับจากปีที่เริ่มมีรายได้ เช่น สมมุติว่าบริษัทได้รับบัตรเดือนตุลาคม 2556 และรายงานความคืบหน้า 12 เดือน ณ ตุลาคม 2557 โดยระบุว่ามีรายได้แล้ว ระบบก็จะแจ้งให้ต้องรายงานผลดำเนินการตาม ตส.310 ตั้งแต่รอบปี 2557 นั้นเลยตอบคำถามดังนี้
1) บริษัทต้องรายงาน ตส.310 ตามที่ BOI แจ้งไว้ในระบบรายงานผลการดำเนินงาน
2) รายงานผลย้อนหลังได้ เพราะบริษัทที่ยังไม่เปิดดำเนินการครบตามโครงการ ซึ่งไม่ควรมีหน้าที่ต้องรายงาน แต่ก็ต้องรายงานตามแนวทางใหม่ ดังนั้น บางบริษัทจึงต้องรายงานหลายปีย้อนหลัง เพราะเริ่มมีรายได้มาหลายปีแล้ว
1. การแก้ไขโครงการเพื่อยกเลิกผลิตภัณฑ์ กำหนดเวลาพิจารณา 30 วันทำการ
2. การแก้ไขเพื่อรับจ้างซ่อมชิ้นส่วนแม่พิมพ์จากภายนอก อยู่ในข่ายจะพิจารณาอนุมัติได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หลังจากได้รับอนุมัติ จะต้องขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจต่างด้าวให้ครอบคลุ่มขอบข่ายกิจการรับจ้างซ่อมนี้ด้วย
3. การแก้ไข บางเรื่องต้องแก้ไขก่อนเปิดดำเนินการ บางเรื่องสามารถแก้ไขพร้อมเปิดดำเนินการ บางเรื่องถ้าเปิดดำเนินการแล้วจะแก้ไขไม่ได้ จึงควรสะสางให้ชัดเจนว่า จะแก้อะไร และจะแก้ในขั้นไหน
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหลังเปิดดำเนินการเสร็จแล้ว ไม่มีครับ การเปิดดำเนินการให้ครบตามโครงการ เป็น "เงื่อนไข" ที่จะต้องทำ หากไม่สามารถทำได้ภายในเวลาที่กำหนด จะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม และถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ในขั้นตอนการเปิดดำเนินการ จะมีสิ่งที่กระทบกับสิทธิประโยชน์ของโครงการ ดังนี้
โครงการที่มีเงื่อนไขกำหนดวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะมีการตรวจสอบขนาดการลงทุน ที่ได้ลงทุนไปจริง จากนั้น จะปรับเปลี่ยนวงเงินสูงสุดที่จะให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้เป็นไปตามเงินที่ได้ลงทุนจริง ซึ่งอาจจะมากขึ้นหรือลดน้อยลงจากวงเงินที่เคยกำหนดไว้เดิมก็ได้ตามข้อเท็จจริง จะมีการตรวจสอบกำลังผลิตของเครื่องจักรที่ติดตั้งจริง ซึ่งหากมีกำลังผลิตของเครื่องจักร มากกว่ากำลังผลิตในบัตรส่งเสริม บริษัทสามารถขอแก้ไขกำลังผลิตในบัตรส่งเสริมให้มากขึ้นเท่ากับตามที่ตรวจสอบได้จริง ซึ่งจะทำให้กำลังผลิตส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
เครื่องจักรของโครงการที่อยู่ในประเภทกิจการที่ให้บริการ ให้หมายถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ เป็นหลักในการให้บริการ หากไม่มีจะไม่สามารถให้บริการตามโครงการได้ เช่น คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่ใช้ให้บริการต่างๆ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ให้บริการวิจัยและพัฒนา เครื่องบินและเรือที่ใช้ให้บริการขนส่ง เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถดูรายการเครื่องจักรที่แสดงในแบบคำขอรับการส่งเสริมที่เคยยื่นไว้เป็น แนวทางพิจารณาขอบข่ายเครื่องจักรของโครงการได้
ปัจจุบัน (2568) ให้ผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ e-Investment Promotion ผ่าน https://www.boi.go.th/un/boi_online_services_form
ทั้งนี้แบบฟอร์มสำหรับการขอรับการส่งเสริมสามารถดูได้จาก https://www.boi.go.th/index.php?page=form_app1
1. ในการพิจารณาอนุญาตให้ส่งคืนวัตถุดิบไปต่างประเทศ BOI จะตรวจสอบเฉพาะชื่อวัตถุดิบที่ขอส่งคืน ว่าเป็นชื่อเดียวกับวัตถุดิบที่นำเข้า โดย BOI จะไม่ตรวจสอบเรื่องราคา
2. การส่งคืนวัตถุดิบกลับไปยังผู้ผลิตในต่างประเทศ ปกติผู้ผลิตในต่างประเทศไม่น่าจะต้องเสียภาษีขาเข้า เพราะเป็นการนำสินค้าของตนเองที่ถูก reject กลับเข้ามา จึงควรให้ผู้ผลิตต่างประเทศเป็นผู้แจ้งมาว่าต้องการให้ทำอินวอยซ์อย่างไร
โครงการที่ได้รับส่งเสริม จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม ซึ่งครอบคลุมทั้งชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต กรรมวิธีผลิต ที่ตั้งโรงงงาน ฯลฯ
กรณีนี้ แม้ว่าบริษัทจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ก็ยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นตลอดระยะเวลาที่มีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม
ดังนั้น เมื่อจะมีการจำหน่ายเครื่องจักรหลัก และทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ก็ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ จากนั้นจึงจะจำหน่ายเครื่องจักรออกไปได้
สรุปคือ
1. ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ
2. แต่ไม่ต้องขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร เนื่องจากไม่ได้นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้า
3. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI นี้ สามารถจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกก็ได้ โดยไม่มีภาระภาษีอากร
หากเครื่องจักรนำเข้ามาเกิน 5 ปี และได้ตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีแล้ว จะสามารถขอจำหน่ายในประเทศก็ได้ โดยจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ขั้นตอนคือให้ยื่นแบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร และใบรายการเอกสาร (checklist) และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะจำหน่ายเครื่องจักรดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เครื่องจักรที่จำหน่ายในประเทศไปแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการใด ๆ ภายใต้บีโอไอได้อีก
กรณีนำเข้าวัตถุดิบโดยใช้สิทธิมาตรา 36 แต่วัตถุดิบนั้นไม่ได้คุณภาพ ถือเป็นส่วนสูญเสียตามประกาศ ป.5/2543 สามารถทำได้ 2 วิธี คือ
ขอส่งคืนวัตถุดิบไปต่างประเทศ
- ขออนุญาตจาก BOI ก่อน
- เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงส่งออก
- นำหลักฐานส่งออกมายื่นตัดบัญชี (ปรับยอด) ที่สมาคม IC
ขอทำลาย
- ขออนุมัติวิธีการทำลายต่อ BOI
- เมื่อได้รับอนุมัติ ติดต่อบริษัท inspector ที่ได้รับอนุญาตจาก BOI ให้มาตรวจสอบการทำลาย ชนิดและปริมาณของส่วนสูญเสียก่อนและหลังการทำลาย
- นำหลักฐานการรับรองจาก inspector มายื่นขอตัดบัญชีจาก BOI
- หากส่วนสูญเสียหลังทำลายมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ เช่น เศษโลหะ เศษพลาสติก BOI จะมีหนังสือแจ้งให้ไปเสียภาษีตามสภาพเศษซาก
- นำหนังสืออนุมัติจาก BOI และใบเสร็จรับเงินค่าภาษีอากรจากกรมศุลกากร (กรณีมีภาระภาษีตามสภาพเศษซาก) มายื่นขอตัดบัญชี (ปรับยอด) ที่สมาคม IC
- เศษซากหลังทำลายต้องดำเนินการกำจัดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครับ
ท่านสามารถกรอกข้อมูลการผลิตไฟฟ้า โดยคำนวณจากกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงสุดของแผงโซลาร์เซลล์ ตัวอย่างเช่น
ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ หลังจากติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
ข้อมูล |
การผลิตไฟฟ้า |
ขนาดแผงเซลล์แสงอาทิตย์ 380 วัตต์/แผง/ชั่วโมง (A) |
การผลิตไฟฟ้ารวมต่อชั่วโมง (A) X B) = (ก) 212.80 กิโลวัตต์/ชั่วโมง |
จำนวนแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้ง 560 แผง (B) |
|
จำนวนเวลาที่ผลิตไฟฟ้าได้ต่อวัน 3.60 ชั่วโมง (C) |
ปริมาณผลิตไฟฟ้าต่อปี (ก) X (C) X (D) = (ข) 279,619.20 kWh/ปี |
จำนวนวันทำงานต่อปี ตามโครงการที่ดำเนินการอยู่เดิมที่ยื่นขอรับการส่งเสริม 365 วัน (D) |
มูลค่าไฟฟ้าที่ผลิตได้ หลังจากติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์
ข้อมูล |
การผลิตไฟฟ้า |
ปริมาณผลิตไฟฟ้าต่อปี (ข) 279,619.20 kWh/ปี |
มูลค่าไฟฟ้าต่อปี (ข) X (ค) = (ง) 1,126,865.37 บาท/ปี |
ค่าไฟฟ้า (ค) 4.03 บาท/kWh |
รายการลงทุนที่เคยแสดงในการยื่นขอรับการส่งเสริมสามารถใช้เป็นแนวทางพิจารณาว่ารายการลงทุนใดเป็นการลงทุนตามโครงการ อย่างไรก็ตาม ในการรายงานให้ยึดตามมูลค่าการลงทุนหรือค่าใช้จ่ายที่ได้เกิดขึ้นจริง
งานเปิดดำเนินการ กำหนดเวลาทำงานไว้ไม่เกิน 45 วันทำการ (คือ 2 เดือนเศษ) แต่ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่จะใช้เวลานานกว่านั้น เช่น 3 เดือน หรือ 5-6 เดือนก็มี เนื่องจากต้องตรวจสอบเอกสารมาก ทั้งรายการเครื่องจักร สภาพเก่าใหม่ การคำนวณกำลังผลิต ขั้นตอนการผลิต และการตรวจวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เป็นต้น หากยื่นเรื่องขอเปิดไปแล้ว แม้ว่าการพิจารณาอนุมัติเปิดดำเนินการจะล่าช้าไปบ้าง แต่บริษัทก็ยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆได้ งานเปิดดำเนินการเป็นงานที่ต้องใช้เวลา ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่คนนั้นต้องดูแลงานหลายอย่าง เช่น เครื่องจักร วัตถุดิบ ฯ เจ้าหน้าที่มักจะให้เวลากับงานเครื่องจักร และวัตถุดิบ ซึ่งเป็นงานเร่งด่วนมากกว่างานเปิดดำเนินการ
การขออนุมัติตำแหน่งช่างฝีมือ กำหนดระยะเวลาพิจารณา 3 วันทำการ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากระบบฯ ว่า วันครบกำหนดคือวันใด แต่หาก BOI พิจารณาแล้วข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง จะคืนคำร้อง ซึ่งบริษัทจะต้องแก้ไขและยื่นใหม่ และจะนับเวลาพิจารณาใหม่