Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
การยื่นขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรตอนนี้ไม่ต้องยื่นเอกสารที่สำนักงาน BOI แต่ยื่นผ่านระบบ eMT online ใช่ไหม

การจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ จะต้องยื่นแบบคำขอจำหน่ายเครื่องจักรต่อ BOI แต่ถ้าเป็นการจำหน่ายไปต่างประเทศ (ส่งคืน) ให้ยื่นขอส่งคืนเครื่องจักรบนระบบ eMT

การแจ้งยืนยันการดำเนินการตามโครงการนั้น ทางบริษัทจะสามารถแจ้งยืนยันล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดได้หรือไม่ และถ้าแจ้งยืนยันหลังกำหนดการนับตั้งแต่วันที่ออกบัตรส่งเสริมได้ไม่เกินเมื่อไหร่

1) สามารถแจ้งยืนยันก่อนครบกำหนดได้ แต่ไม่ควรแจ้งล่วงหน้าเร็วเกินไป เช่น ไม่ควรเกิน 1 เดือน เป็นต้น

2) กรณีที่ไม่ได้แจ้งยืนยันภายในกำหนด BOI จะส่งหนังสือเตือน ดังนั้น ถ้าได้รับหนังสือเตือน ก็ควรรีบยื่นให้ถูกต้อง เพราะไม่ใช่ขั้นตอนที่ยุ่งยาก

ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย เข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน และฝึกสอนช่าง แต่ไม่ได้ทำวีซ่าธุรกิจ มาประมาณ ไม่เกิน 30 วัน ได้ไหม

1. กรณีเยี่ยมชมโรงงาน สามารถเดินทางเข้าประเทศ โดยไม่ต้องทำวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน โดยสามารถอยู่ในประเทศได้ไม่เกิน 30 วัน

2. กรณีสอนงาน (Training) ซึ่งทราบระยะเวลาชัดเจนและมีกำหนดการสอนชัดเจน ต้องขอใบอนุญาตทำงาน

3. กรณีซ่อมเครื่องจักรเร่งด่วนฉับพลัน ซึ่งไม่มีกำหนดล่วงหน้ามาก่อน จะต้องขอใบอนุญาตทำงาน แต่จะออกให้เป็นใบประกาศด่วน (URGENT) แทนใบอนุญาตทำงาน โดยสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นเรื่อง/ขอรับเอกสาร แทนชาวต่างชาติได้ ส่วนวีซ่าเป็นวีซ่าผ่านเข้ามาปกติ ไม่ต้องเป็นวีซ่า Non-B

4. กรณีปฏิบัติงานเกินกว่า 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน สามารถยื่นขอใช้สิทธินำเข้าช่างฝีมือชั่วคราวเร่งด่วนต่อ BOI ได้ ซึ่งไม่ต้องขออนุมัติตำแหน่ง แต่ขั้นตอนดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานจะเหมือนขั้นตอนปกติ โดยช่างต่างชาติจะต้องเดินทางไปทำใบอนุญาตทำงานด้วย ส่วนวีซ่าจะต้องเป็นวีซ่า Non- B

เลขที่ XXXX(2)/2556 ประเภท 5.5 กิจการผลิตชิ้นส่วนและ/หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนและ/หรืออุปกรณ์ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ 1. บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 7 ปี ดูจากบัตรส่งเสริม ถูกต้องไหม 2. สิทธิประโยชน์ตามประเภทกิจการ (Activity-based Incentives) A1-A4,B1-B2 ปี2556 กิจการบริษัทอยู่ในช่วงลำดับไหน 3. ไม่ว่าทาง BOI จะมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน ยกเว้นภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง ไม่สามารถปรับเปลี่ยน ทางบริษัทต้องยึดจากบัตรที่ได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้ 7 ปี จากที่อนุมัติถูกต้องไหม

บริษัทได้รับบัตรส่งเสริมในปี 2556 ในกิจการ 5.5 กิจการผลิตชิ้นส่วนและ/หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนและ/หรืออุปกรณ์ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 7 ปี จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นดังนี้

1. บริษัทได้รับส่งเสริมตามหลักเกณฑ์ของ ประกาศ กกท ที่ 10/2552 ซึ่งยังไม่มีการกำหนดสิทธิประโยชน์เป็นกลุ่ม A1-A4, B1-B2

2. ได้รับสิทธิประโยชน์ ประกาศ กกท ที่ 4/2549 เรื่อง นโยบายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 7 ปี หากตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในเขต 2

3. การกำหนดสิทธิประโยชน์เป็นกลุ่ม A1-A4, B1-B2 เป็นไปตาม ประกาศ กกท ที่ 2/2557 ซึ่งมีผลใช้บังคับกับโครงการที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 เป็นต้นไป

ทางบริษัทฯ ขนส่งสินค้าที่ผลิตเสร็จแล้วไปส่งให้กับ บ.A ซึ่งอยู่ในประเทศ บ.A เป็นบริษัทรับจ้างล้างชิ้นงานในห้องคลีนรูม หลังล้างเสร็จจะทำการส่งสินค้าดังกล่าวไปยัง บ.ลูกค้า ซึ่งอยู่เขต Free Zone คำถามคือ ค่าขนส่งจากบริษัทฯ ไปยังบริษัท A สามารถนำมาใช้สิทธิหักค่าขนส่งเป็น 2 เท่าได้หรือไม่

การหักค่าขนส่งเป็น 2 เท่า ตามมาตรา 35(2) จะต้องเป็นค่าขนส่งในประเทศเท่านั้น เช่น ค่าขนส่งสินค้า เครื่องจักร และวัตถุดิบ โดยไม่รวมถึงค่าขนส่งพนักงาน และจะหักได้เฉพาะส่วนที่เป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโดยตรงเท่านั้น ค่าขนส่งสินค้าไปว่าจ้างบริษัท A ให้ทำความสะอาด ก่อนจำหน่ายให้กับลูกค้า เป็นการขนส่งในประเทศที่เป็นต้นทุนการผลิตโดยตรง จึงสามารถใช้สิทธิตามมาตรา 35(2) ได้ แต่บริษัทจะต้องได้รับอนุมัติกรรมวิธีการผลิตให้มีขั้นตอนการนำสินค้าไปว่าจ้างทำความสะอาดด้วย

มีทางนายญี่ปุ่นเขาเคยได้ยินข่าวจากคนญี่ปุ่นด้วยกันว่า ถ้าบริษัทไหนที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI และได้นำช่างฝีมือเข้ามาปฏิบัติงาน ตอนที่เข้าประเทศมาถึงสนามบิน เหมือนเคยได้ยินมาว่า มีช่องทางพิเศษ สำหรับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม คือไม่ต้องไปต่อคิวยาวเหมือนปกติ ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่า

ชาวต่างชาติระดับบริหาร ในบริษัทที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI สามารถขอใช้ช่องทางพิเศษ (Fast Track Lane / Premium Lane) ที่สนามบิน ในการเดินทางเข้าออกประเทศได้ ข้อมูลเบื้องต้นตาม www.faq108.co.th/common/topic/premium_lane.php

กรณีที่บริษัทมีบัตรส่งเสริม 2 บัตร บัตรแรกปี 2547(หมดสิทธิเครื่องจักรและวัตถุดิบแล้ว, บัตร 2 ปี 2554 ใช้สิทธิเครื่องจักรและวัตถุดิบอยู่โดยทำเรื่องขยายเวลาไว้แล้ว ยังไม่ได้เปิดดำเนินการ รบกวนสอบถาม 1. บริษัทไม่ต้องแจ้งยืนยันการดำเนินการตามโครงการแล้วใช่ไหม เนื่องจากครบ 2 ปีทั้ง 2 บัตรแล้ว 2. บริษัทต้องรายงานผลการดำเนินงาน (ตส.310) สำหรับบัตรที่ 1 หรือไม่

1) ถ้าทั้งสองบัตร เคยยื่นแบบยืนยัน 6 เดือน 1 ปี และ 2 ปีไปแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่ต้องยื่นอีก แต่หากไม่ได้ยื่น และยังไม่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการ ควรยื่นย้อนหลังให้ถูกต้องตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม

2) รายงานฐานะการเงินและผลประกอบการ (ตส.310) จะเริ่มรายงานหลังจากได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการ และต้องรายงานตลอดไป ตราบเท่าที่ยังมีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม ไม่ว่าสิทธิทางภาษีอากรจะหมดสิ้นลงแล้วหรือไม่ก็ตาม ดังนั้น บัตรที่ 1 ปี 2547 ยังมีหน้าที่ต้องรายงานฐานะการเงินและผลประกอบการตามแบบ ตส.310 ทุกรอบปี

ในกรณีที่บริษัทโรงงานเพิ่มขยายฐานการผลิต และจะมีการนำเข้าเครื่องจักรเพิ่มเติม เพื่อผลิตสายไฟเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่งานชิ้นเดิม บริษัทควรที่จะขอบัตรส่งเสริมใบใหม่ หรือควรทำการแก้ไขโครงการเดิม ปัจจุบันได้รับบัตรส่งเสริม 2 ใบ

บริษัท 1 บริษัท สามารถขอรับการส่งเสริมจาก BOI ได้หลายโครงการ โดยจะผลิตสินค้าชนิดเดียวกันหรือต่างกันก็ได้ แต่มีเงื่อนไขคือ แต่ละโครงการจะต้องมีเครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้าเฉพาะของโครงการนั้นๆ เท่านั้น จะใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการอื่นไม่ได้ (เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก BOI) กรณีที่สอบถาม ให้ข้อมูลน้อยเกินกว่าจะตอบได้ว่า ควรยื่นขอเป็นโครงการใหม่ หรือขอแก้ไขโครงการเดิม

จึงขอตอบเฉพาะหลักเกณฑ์ดังนี้

1.กรณียื่นขอเป็นโครงการใหม่

- ต้องมีการลงทุนเครื่องจักรใหม่ครบสายการผลิต โดยไม่ใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการเดิม

- จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ ณ วันยื่นคำขอ

- ต้องแยกรายรับรายจ่ายของโครงการใหม่และโครงการเดิม และแยกใช้สิทธิประโยชน์ของโครงการใหม่และโครงการเดิม

2.กรณีแก้ไขโครงการเดิม

- โครงการเดิมต้องยังไม่เปิดดำเนินการเต็มโครงการ (ยกเว้นกิจการอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน)

- เพิ่มกำลังผลิตได้ไม่เกิน 30% ของบัตรฉบับแรก หากเกิน ต้องยื่นขอเป็นโครงการใหม่ (ยกเว้นกรณีสิทธิประโยชน์เดิมและใหม่ได้รับเท่ากัน)

- จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม

ถ้ากรรมการไม่ได้ไปยื่นเอกสารเอง ต้องมอบอำนาจ หรือมีเอกสารแนบอื่นๆไหม

กรรมการเป็นผู้ลงนามและปรับตราในเอกสาร แต่จะให้ใครไปยื่นแทนก็ได้ ไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจในการไปยื่นเรื่อง

บริษัทอยู่ระหว่างเลิกกิจการ หรือโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกหรือเพิกถอน ยังต้องรายงานความคืบหน้าโครงการอีกหรือไม่

หากโครงการยังยกเลิกหรือเพิกถอนไม่แล้วเสร็จ ถือว่าเป็นโครงการที่ยังต้องรายงานความคืบหน้าโครงการ

ต้องแจ้งหรือดำเนินการ ต่อ BOI อย่างไรบ้าง (2 ก.ค. 2563)
หากการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ทำให้อัตราส่วนผู้ถือหุ้นไทยต่ำกว่าเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม ให้ยื่นแบบคำขอแก้ไขอัตราส่วนผู้ถือหุ้นต่อ BOI
ขนาดการลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดิน และทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาทที่กำหนดในบัตรส่งเสริมฯ มีหลักการคำนวณอย่างไร

ขนาดการลงทุนที่กำหนดในบัตรส่งเสริม นับจากเงินลงทุน โดยแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

กรณีโครงการริเริ่ม (ตั้งบริษัทใหม่ และประกอบกิจการภายใต้ชื่อบริษัทนี้เป็นครั้งแรก) เงินลงทุนประกอบด้วย
ค่าก่อสร้าง หรือค่าเช่าอาคารที่ทำสัญญาเช่ามากกว่า 3 ปี
ค่าเครื่องจักร ค่าติดตั้ง ค่าทดลองเครื่อง หรือค่าเช่าเครื่องจักรที่ทำสัญญาเช่ามากกว่า 1 ปี
ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการ หมายถึง ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่
ค่าทรัพย์สินอื่นๆ ได้แก่ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ยานพาหนะ และค่าสัมปทาน ประทานบัตร

กรณีโครงการขยาย (เป็นบริษัทที่เคยประกอบกิจการมาแล้ว ไม่ว่ากิจการนั้นจะได้รับส่งเสริมหรือไม่ก็ตาม) เงินลงทุนประกอบด้วย
ค่าก่อสร้าง หรือค่าเช่าอาคารที่ทำสัญญาเช่ามากกว่า 3 ปี
ค่าเครื่องจักร ค่าติดตั้ง ค่าทดลองเครื่อง หรือค่าเช่าเครื่องจักรที่ทำสัญญาเช่ามากกว่า 1 ปี

เงื่อนไขขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทนี้ จะต้องดำรงตลอดระยะเวลาที่ได้รับการส่งเสริม หากมีการขายเครื่องจักรหรือทรัพย์สินไปก่อนวันที่ BOI ตรวจเปิดดำเนินการ จะนำมูลค่าเครื่องจักรหรือทรัพย์สินนั้น มานับเป็นขนาดการลงทุนไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม : คลิก

บริษัทได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานฯ ให้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 โครงการ 1. โครงการ A ( เปิดดำเนินการแล้วประมาณ 5 - 6 ปี ) 2. โครงการ B (ยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ) ในกรณีนี้บริษัทสามารถขออนุมัติรวมบัญชีสต็อควัตถุดิบของทั้ง 2 โครงการเข้าด้วยกันได้หรือไม่

หากทั้ง 2 โครงการได้รับอนุมัติบัญชี Max Stock แล้ว และมีรายการวัตถุดิบเหมือนกันตั้งแต่ 1 รายการขึ้นไป สามารถขอรวมบัญชี Max Stock เข้าด้วยกันได้ แต่จะถูกปรับลดระยะเวลานำเข้าให้เหลือเท่ากับโครงการที่สั้นที่สุด และเมื่อจะขอขยายระยะเวลานำเข้าวัตถุดิบ จะต้องยื่นขอขยายพร้อมกันทั้ง 2 โครงการ

สอบถามเกี่ยวกับคำว่า "ตามสภาพ" ของการชำระภาษีตามสภาพของเครื่องจักรหรือแม่พิมพ์นั้น ถ้าเป็นเครื่องจักรก็สามารถคำนวณได้ตามที่แจ้งไว้ข้างต้น แต่ในกรณีที่เป็นแม่พิมพ์นั้น วัสดุของแม่พิมพ์จะเป็นเหล็ก "ตามสภาพ" คือ ราคาขายที่ผู้รับซื้อประเมินราคาออกมา (ราคาอาจจะตีเป็นกิโลหรือเหมารวม) และนำราคานั้น มาคำนวณเพื่อเป็นการชำระภาษี เข้าใจถูกต้องหรือไม่

แม่พิมพ์ก็คำนวณเหมือนกับเครื่องจักร แม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท ถ้าใช้ไป 2 ปี แล้วจะจำหน่ายมูลค่าตามสภาพ (คำนวณจากอายุ 5 ปี) ก็คือ 1 ล้าน x 60% คือ 600,000 บาท

บริษัทที่ได้รับส่งเสริมในกิจการ IBC อยู่แล้ว สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมในกิจการ IPO ได้หรือไม่ หากไม่ได้ จะขอยกเลิกบัตรส่งเสริมกิจการ IBC และยื่นขอรับการส่งเสริมในกิจการ IPO ได้หรือไม่ หรือสามารถเปลี่ยนกิจการที่ได้รับส่งเสริมจาก IBC เป็นกิจการ IPO ได้หรือไม่
หากมีบัตร IBC อยู่แล้ว บริษัทสามารถขอรับการส่งเสริมกิจการ IPO ได้ เนื่องจาก 1 บริษัท สามารถขอรับการส่งเสริมได้หลายบัตรหรือหลายกิจการ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเฉพาะโครงการของกิจการแต่ละประเภท อย่างไรก็ตามบริษัทไม่สามารถนำบัตร IBC มาเปลี่ยนประเภทเป็นกิจการ IPO ได้ เนื่องจากเป็นคนละประเภทกิจการกัน และมีลักษณะการให้บริการที่แตกต่างกัน
อยากทราบขอบข่ายการให้บริการภายใต้กิจการ IPO
ขอบข่ายการให้บริการภายใต้กิจการ IPO เป็นการให้บริการทางด้านการจัดหา จัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงการให้บริการตรวจสอบคุณภาพและการบรรจุสินค้า เป็นต้น
จะรบกวนสอบถามเกี่ยวกับการจำหน่ายแม่พิมพ์ที่นำเข้าจากตปท.โดยใช้สิทธิ์ BOI ในการนำเข้ามา (เป็นการจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อภายในประเทศ) 1. มีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรบ้าง 2. แม่พิมพ์ที่จะจำหน่ายมีหลาย Code No.จะต้องแยกออกจากกันหรือไม่ เพื่อให้ทางสำนักงานฯที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจ เช่น จำนวน, รูปแบบของแม่พิมพ์เป็นต้น เพื่อจะนำไปเสียภาษีอากรในภายหลัง

ขั้นตอนคือ

1. ยื่นแบบฟอร์มขอจำหน่ายเครื่องจักร

- หนังสือนำส่งของบริษัทฯ

- รายการเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องการนำเครื่องจักรไปใช้เพื่อการอื่น/การตัดบัญชีเครื่องจักร (F IN MC 01-03)

- แบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04-03)

2. หากเป็นเครื่องจักรนำเข้าไม่เกิน 5 ปี จะมีภาระภาษีตามสภาพ ซึ่งต้องไปติดต่อขอชำระภาษีต่อกรมศุลกากร ตามหนังสือที่ BOI แจ้ง และเก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินต่างๆ เป็นหลักฐานไว้

3. การขอจำหน่ายเครื่องจักร ต้องแยกแสดงเป็นแต่ละรายการ ตามที่นำเข้าและได้รับอนุมัติสั่งปล่อย โดยระบุเลขที่/วันที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อย ในแบบฟอร์มด้วย

สมมุติว่าบริษัทจะขอรวมสต๊อควัตถุดิบบัตร A และบัตร B โดยบัตร A ระยะเวลานำเข้า 2 ก.พ. 56 - 1 ก.พ.60 และ บัตร B ระยะเวลานำเข้า 14 มิ.ย. 59 - 13 มิ.ย. 61 กรณีนี้ หากได้รับอนุมัติรวมสต๊อควัตถุดิบแล้ว BOI จะอนุมัติให้ตามระยะเวลาใด

การรวมบัญชีสต๊อควัตถุดิบ จะกำหนดวันที่สิ้นสุดให้เท่ากับวันที่ของบัตรที่สั้นที่สุด จากนั้นจึงจะขยายระยะเวลานำเข้าของทุกบัตรไปพร้อมๆกัน

กรณีที่สอบถาม ขั้นแรกให้รวมบัญชีสต็อค โดยกำหนดวันสิ้นสุดของทั้ง 2 บัตร เป็น 1 ก.พ. 60 จากนั้นเมื่อจะขยายระยะเวลา ให้ยื่นขอขยายเวลาพร้อมกันทั้ง 2 บัตรส่งเสริม ซึ่งปกติจะขยายให้ครั้งละ 2 ปี คือ จาก 1 ก.พ. 60 เป็น 1 ก.พ. 62

บริษัทจะประกอบกิจการผู้ผลิตและจำหน่ายแม่พิมพ์ จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตามที่ได้ดูในเว็บไซต์แล้ว อยู่ในประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริม 3.1.2 กิจการผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือชิ้นส่วน และ/หรือ การซ่อมแซมแม่พิมพ์ โดยมีเงื่อนไขต้องมีขั้นตอนการขึ้นรูปชิ้นส่วนที่ใช้ทำงานตามวัตถุประสงค์หลักของเครื่องจักรที่ผลิต และ/หรือการออกแบบทางวิศวกรรม และได้รับสิทธิและประโยชน์ A3

คำถามข้อที่ 1. ขอรับการส่งเสริมในหมวดนี้ได้หรือไม่ และจะขอในนามบุคคลก่อน แล้วจึงจะจดทะเบียนบริษัทภายหลัง ทั้งนี้การจดทะเบียนบริษัท A ........ CO.,LTD จะมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท หุ้นส่วน : เกาหลี 49%: ไทย 51%

คำถามข้อที่ 2. กรณีเงินปันผล ถ้า บมจ. B... ร่วมจดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นกับบริษัท A... CO.,LTD บริษัทฯ จะต้องนำเงินปันผลที่ได้มาคำนวณรายได้เพื่อเสียภาษีนิติบุคคลหรือไม่ หรือไม่ต้องนำมาคำนวณ

ตอบคำถามข้อที่ 1. กิจการผลิตแม่พิมพ์ ขอรับส่งเสริมได้ในประเภท 3.1.2 โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องมีขั้นตอนการขึ้นรูปชิ้นส่วนที่ใช้ทำงานตามวัตถุประสงค์หลักของเครื่องจักรที่ผลิต และ/หรือ และ/หรือ การออกแบบทางวิศวกรรม สิทธิและประโยชน์ A3

ตอบคำถามข้อที่ 2. กรณีที่บริษัท A มีกำไรจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 31 และ 34 เงินปันผลส่วนที่จ่ายจากกิจการที่ได้การส่งเสริมจากบีโอไอไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ดังนั้น ผู้ถือหุ้นของบริษัท A (บุคคล/นิติบุคคล/บริษัท B) จึงไม่ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ส่วนเงินปันผลส่วนอื่นจะต้องเสียภาษีตามที่สรรพากรกำหนด

กรณีเป็นโครงการที่รับโอนแต่ก่อนโอนได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการจากสำนักงานแล้ว ยังต้องรายงานความคืบหน้าโครงการอีกหรือไม่

ไม่ต้องรายงานความคืบหน้าโครงการอีก ทั้งนี้ หากพบว่าระบบฯ ยังกำหนดให้รายงาน โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องโดยอาจต้องแสดงหลักฐาน เพื่อยืนยันสถานะบัตรส่งเสริม เช่น สำเนาใบอนุญาตเปิดดำเนินการ

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map