Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
บริษัทมีการส่งรายงานความคืบหน้าโครงการ ปีละ 2 ครั้งทุกเดือน ก.พ. และ ก.ค. ของทุกปี แต่ว่ามีรายงานผลการดำเนินงานประจำปีหนึ่ง ซึ่งมาตรวจพบว่าไม่ได้ส่งข้อมูลผลการดำเนินงานเมื่อปี 2561 ให้ทาง BOI อย่างนี้เราจะคีย์ส่งข้อมูลย้อนหลังได้หรือไม่ หรือว่า ไม่ต้องส่งก็ได้

- การรายงานความคืบหน้าโครงการ จะต้องรายงานปีละ 2 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ และกรกฎาคม ของทุกปี จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ

หากไม่รายงาน จะถูกระงับสิทธิตามบัตรส่งเสริม และหากไม่รายงานติดต่อกัน 2 ครั้ง จะถูกเพิกสิทธิประโยชน์หรือเพิกถอนบัตรส่งเสริม ตาม ประกาศ สกท ที่ 1/2561

- การรายงานผลการดำเนินการประจำปี จะต้องรายงานปีละ 1 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคม ของทุกปี จนกว่าจะสิ้นสภาพการเป็นผู้ได้รับส่งเสริม

หากไม่รายงาน จะถูกระงับสิทธิตามบัตรส่งเสริม และหากไม่รายงานติดต่อกัน 2 ครั้ง จะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม ตาม ประกาศ สกท ที่ 2/2561

หากบริษัทตรวจพบว่ายังไม่ได้ยื่นรายงานในรอบปีใด สามารถยื่นรายงานย้อนหลังได้ ก่อนที่จะถูกระงับสิทธิหรือเพิกถอนสิทธิ

ชิ้นงานสำเร็จรูปพลาสติก สติ๊กเกอร์สามารถทำได้เช่นเดียวกับส่วนสูญเสียพลาสติกที่เป็นงานประเภท ม้วน หรือโรล ได้ใช่รึเปล่า

วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนอื่น ก็สามารถขอทำลายเป็นเศษซากได้เช่นกัน แต่วิธีการทำลายหรือวิธีกำจัด อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของวัตถุดิบนั้นๆ

บริษัทต้องการขายอะไหล่ของเครื่องจักรภายในประเทศ ซึ่งนำเข้ามาโดยเป็น BOI และ NON BOI ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

การจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรในประเทศทั้ง 2 กรณี ต่างกันตามนี้

กรณีเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้าจาก BOI

- ให้ยื่นขออนุญาตจาก BOI ตามแบบคำขออนุญาตจำหน่ายโอนบริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04)

- หากอะไหล่ดังกล่าวนำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี จะต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันที่ยื่นขอจำหน่าย

กรณีเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยชำระอากรขาเข้าเอง

- สามารถจำหน่ายได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต

- ไม่มีภาระภาษีอากรใด ๆ อีก

กรณีบริษัทดำเนินธุรกิจค้าส่ง โดยมีหุ้นไทยข้างมาก มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท บริษัทสนใจขอรับส่งเสริมในกิจการ IPO โดยมีแผนจะเพิ่มทุนและเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติ 100% อยากทราบว่า บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุนก่อนออกบัตรส่งเสริม หรือตั้งแต่ในขั้นยื่นคำขอรับการส่งเสริม
สามารถเพิ่มทุนให้ครบและเรียกชำระให้ครบ 10 ล้านบาท หลังยื่น Application ได้ แต่จะต้องก่อนออกบัตรส่งเสริม ทั้งนี้ ใน Application จะต้องมีการระบุว่า บริษัทจะเพิ่มทุนจดทะเบียน
ขอสอบถามกรณีบริษัทได้รับส่งเสริมในกิจการ TISO และมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้ว 10 ล้านบาท หากประสงค์ยื่นขอรับการส่งเสริมเพิ่มเติมในกิจการ IPO บริษัทจำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 10 ล้านบาท หรือไม่ / จำเป็นต้องจัดตั้งบริษัท ใหม่หรือไม่
BOI มีเกณฑ์ Debt/Equity ratio ซึ่งจะตรวจสอบจากงบการเงินล่าสุดของบริษัทว่ายังคงอยู่ในเกณฑ์ D/E ไม่เกิน 3/1 หรือไม่ หากไม่เกินเกณฑ์ที่ BOI กำหนด บริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน โดยสามารถใช้เงินลงทุนของโครงการใหม่จากกำไรสะสมของบริษัทได้ หรือใช้เงินกู้จากในประเทศหรือต่างประเทศได้ อย่างไรก็ตาม หาก D/E เกิน 3/1 อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มทุนจดทะเบียน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงินลงทุนของโครงการ IPO สำหรับการขอรับการส่งเสริมฯ บริษัทจะใช้บริษัทเดิมที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้วมาขอได้ หรือจะจัดตั้งบริษัทใหม่มาขอก็ได้
อะไหล่ตัวนี้ทางบริษัทไม่ใช้งานแล้ว ซึ่งจะขายไปในรูปแบบของเศษซาก จะต้องดำเนินการเหมือนกับขออนุญาตจาก BOI ตามแบบคำขออนุญาตจำหน่ายโอนบริจาคเครื่องจักร หรือไม่

การไม่ได้ใช้งาน ไม่ได้แปลว่าเป็นเศษซาก เช่น กรณีสินค้ารุ่นนั้นไม่ผลิตที่โรงงานเมืองไทยแล้ว จึงไม่มีความต้องการใช้อะไหล่นั้นอีก ก็ยังถือว่าอะไหล่นั้น ยังเป็นอะไหล่ปกติ หากนำเข้าไม่ครบ 5 ปี ก็ต้องชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่จำหน่าย แต่ถ้าไม่ต้องการชำระภาษี (และไม่ส่งออก) ก็เก็บไว้ให้ครบ 5 ปี แล้วจึงยื่นขอจำหน่าย

การส่งผลิตภัณฑ์ IPO ออกนอกประเทศ กรณีที่เป็นงาน NG ส่งออกไปแล้วไม่นำกลับเข้ามาออกต้องเดินพิธีการขาออกโดยสิทธิ์ BOI ต้องทำการขออนุญาต สนง.ก่อนส่งออกใช่หรือไม

การส่งคืนวัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพออกไปต่างประเทศ ที่ถูกต้องควรต้องขออนุญาต BOI ก่อน แต่ถ้าส่งออกไปแล้ว ก็สามารถยื่นขออนุญาตส่งวัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพไปต่างประเทศได้ เมื่อนำหลักฐานไปขอตัดบัญชี (ปรับยอด) ทางสมาคม IC จะตรวจสอบเฉพาะรายการและปริมาณว่าไม่เกินที่ได้รับอนุญาต โดยจะไม่ตรวจว่าวันที่ส่งออกก่อนวันที่ยื่นขออนุญาตหรือไม่

กรณีเปลี่ยนรอบปีบัญชีจาก 1 ม.ค.- 31 ธ.ค. เป็น 1 ก.ค.- 30 มิ.ย. แล้วต้องรายงานความคืบหน้าโครงการ และยื่นแบบรายงานผลการดำเนินการประจำปี อย่างไร

การรายงานความคืบหน้าโครงการ หลังจากที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัทจะต้องรายงานผลความคืบหน้าโครงการตามบัตรส่งเสริม โดยการกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม ปีละ 2 ครั้งของทุกปี

จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ ตามลิงก์: https://emonitoring.boi.go.th โดยสำหรับรอบ ก.พ. ต้องกรอกมูลค่าเงินลงทุนของปีที่ผ่านมา โดยยึดมูลค่าลงทุนที่เกิดขึ้นตามปีปฏิทิน ม.ค. - ธ.ค. (ไม่เกี่ยวกับรอบปีบัญชี) ส่วนการรายงานผลการดำเนินการประจำปี

บริษัทสามารถกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ซึ่งต้องมีการรายงานปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี ตามลิงก์: https://emonitoring.boi.go.th โดยการรายงานผลการดำเนินการประจำปี นั้น ต้องกรอกข้อมูลรอบปีบัญชีที่ผ่านมา โดยสรุปดังนี้

  • รายงานประจำปี 2562 ต้องกรอกข้อมูลปีบัญชี 2561 (1 ม.ค. 61 – 31 ธ.ค. 61)
  • รายงานประจำปี 2563 (ก.ค. ปีหน้า) ต้องกรอกข้อมูลปีบัญชี 2562 (1 ก.ค. 62 – 30 มิ.ย. 63)
  • รายงานประจำปี 2564 ต้องกรอกข้อมูลปีบัญชี 2563 (1 ก.ค. 63 – 30 มิ.ย. 64)

หมายเหตุ: ช่วงเปลี่ยนรอบปีบัญชี (1 ม.ค. 62 – 30 มิ.ย. 62) ไม่จำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลเพียงแต่ดำเนินการตามระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

สอบถามเรื่องทะเบียนสินทรัพย์สำหรับยื่นเปิดดำเนินการ ลักษณะเป็นอย่างไร จะต้องมีการจดหรือขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานใดและจะต้องมีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
ทะเบียนทรัพย์สินของบริษัท น่าจะขอดูตัวอย่างและสอบถามกับแผนกบัญชีของบริษัทโดยตรง
บริษัทสามารถขอคัดหนังสือขอรับการส่งเสริมบีโอไอได้หรือไม่ และหากได้ต้องทำหนังสือเรียนถึงใคร

สามารถขอคัดสำเนาคำขอรับส่งเสริมได้โดยทำหนังสือบริษัท (ไม่มีแบบฟอร์ม ร่างขึ้นได้เอง) ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามประทับตรา แจ้งความประสงค์ขอคัดสำเนาคำขอรับการส่งเสริม รวมถึงการมอบให้นาย....... เป็นผู้รับสำเนาคำขอฯ และนำหนังสือไปติดต่อกับฝ่ายบัตรส่งเสริม BOI กรุงเทพ โดยหนังสือทั้งหมดที่ยื่นต่อ BOI ให้ส่งถึง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

ทางบริษัทได้รับอนุมัติตำแหน่งเป็นระยะเวลา 2 ปี จนถึง 21 มกราคม 2560 แต่ต่างชาติหมดสัญญาจ้างต้องกลับประเทศประมาณ 30 มีนาคม 2559 ไม่ทราบบริษัทจะแจ้งพ้นตำแหน่งได้หรือไม่ เพราะในระบบ ระบุอย่างน้อย 15 วัน

ให้รอจนถึง 15 วันก่อนพ้นตำแหน่ง จึงค่อยยื่นแจ้งพ้นตำแหน่งบนระบบ จากนั้นจึงนำหนังสืออนุมัติไปแจ้งยกเลิกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

บริษัทได้รับการส่งเสริมให้ผลิตจอภาพแสดงผล ซึ่งจอภาพดังกล่าวจะมีฐานรองเพื่อยึดกับรถยนต์ ต่อมาบริษัทมีลูกค้าที่ต้องการซื้อเฉพาะฐานของจอภาพ ไม่ทราบว่ารายได้จากการขายจอภาพ จะสามารถนำมาใช้สิทธิ์ได้หรือไม่ บริษัทจำเป็นต้องทำเรื่องขอแก้ไขโครงการหรือไม่

หากฐานรองจอภาพเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นเอง สามารถขอแก้ไขโครงการเพื่อจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปได้ (ยื่นแบบคำขอแก้ไขโครงการ) ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติ รายได้ส่วนนี้ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย แต่หากฐานรองจอภาพไม่ได้เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นเอง ปกติจะไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายภายใต้โครงการที่ได้รับส่งเสริม

หากเป็นชิ้นส่วนที่ไม่ได้ผลิตขึ้นเอง รายได้ไม่สามารถนำมาใช้สิทธิ์ถูกต้องไหม แล้วการขายถือว่าผิดเงื่อนไข BOI หรือไม่

กรณีที่บัตรส่งเสริมไม่ได้ระบุให้มีการจำหน่ายชิ้นส่วนที่ไม่ได้ผลิตเอง ก็เท่ากับว่าการจำหน่ายชิ้นส่วนนั้นไม่ใช่เป็นส่วนที่ได้รับการส่งเสริม

1. รายได้จากการจำหน่ายชิ้นส่วนนั้น จะใช้สิทธิไม่ได้

2. หากชิ้นส่วนนั้นนำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 36 แล้วจำหน่ายไปโดยไม่ได้แปรรูปเป็นสินค้าตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง และจะตัดบัญชีวัตถุดิบไม่ได้

3. หากบริษัทชำระอากรขาเข้าชิ้นส่วนนั้น แล้วนำไปจำหน่าย ก็อาจเข้าข่ายการซื้อมาขายไป ซึ่งเป็นธุรกิจบริการ ดังนั้น หากเป็นบริษัทที่มีหุ้นต่างชาติข้างมาก ก็อาจต้องขออนุญาตตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย

ช่างฝีมือของบริษัทจะเดินทางกลับประเทศวันที่ 19 ธันวาคม 2014 จะต้องแจ้งพ้นตำแหน่งภายในวันที่เท่าไหร่

การแจ้งพ้นจากตำแหน่ง ระบบ e-expert จะล็อคให้กำหนดวันพ้นตำแหน่งล่วงหน้าได้ไม่เกิน 15 วัน โดยบริษัทจะแจ้งพ้นล่วงหน้าเมื่อใดก็ได้ใน 1-15 วัน นี้ แต่หากเป็นการแจ้งพ้นจากตำแหน่งหนึ่ง เพื่อบรรจุในตำแหน่งอื่น หรือเพื่อย้ายไปทำงานในบริษัทอื่น ควรแจ้งพ้นล่วงหน้า 15 วัน เพื่อให้มีระยะเวลาวีซ่าเหลือเพียงพอที่จะยื่นบรรจุในตำแหน่งใหม่ได้

บริษัทขอปรึกษาเรื่องการส่งต่อผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไปเป็นวัตถุดิบในโครงการอื่น ทางบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุน 3 โครงการ โครงการที่ 1 ผลิตแท่งอลูมิเนียม โครงการที่ 2 ผลิตสายไฟฟ้าอลูมิเนียม โครงการที่ 3 ผลิตเส้นลวดอลูมิเนียม สิ่งที่จะทำ บริษัทจะนำผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ในโครงการที่ 3 ส่งต่อไปเป็นวัตถุดิบในโครงการที่ 1 และ โครงการที่ 2 คำถาม คือ 1. บริษัทสามารถดำเนินการดังกล่าวได้หรือไม่ 2. หากทำได้ บริษัทต้องแจ้ง หรือทำการแก้ไขบัตรส่งเสริม กับทางสำนักงานส่งเสริมการลงทุนหรือไม่อย่างไร 3. หากจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม ให้กับโครงการอื่นในบริษัทเดียวกัน : สามารถจำหน่ายได้ หรือ ส่งมอบกันได้อย่างเดียว

1. โครงการที่ 3 ได้รับส่งเสริมผลิตเส้นลวดอลูมิเนียมหากจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม ให้กับโครงการอื่นในบริษัทเดียวกันก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องแก้ไขบัตรส่งเสริม และไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI

2. หากกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมของโครงการที่ 1 และ 2 มีขั้นตอนตั้งแต่การนำเส้นลวดอลูมิเนียมมาใช้ในการผลิต ก็สามารถซื้อเส้นลวดอลูมิเนียมจากโครงการ 3 โดยไม่ต้องแก้ไขบัตร และไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI

3. ในส่วนของบีโอไอ ถือเสมือนเป็นการจำหน่าย เช่น โครงการที่ 3 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม เพื่อเป็นชิ้นส่วนให้กับโครงการที่ 2 จากนั้นโครงการที่ 2 นำไปผลิตต่อเป็นสินค้าและส่งออก กรณีเช่นนี้ โครงการที่ 2 สามารถตัดบัญชี และโอนสิทธิตัดบัญชีให้กับโครงการที่ 2 ได้ สำหรับในส่วนการลงบัญชี ขอให้ปรึกษากับผู้สอบบัญชีโดยตรง เท่าที่ทราบคือ การซื้อขายภายในบริษัทเดียวกัน จะต้องซื้อขายกันในราคาต้นทุน ดังนั้นหากโครงการที่ 3 จำหน่ายสินค้าทั้งหมดให้กับโครงการที่ 2 โครงการที่ 3 ก็จะไม่มีกำไรที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษี เพราะจำหน่ายไปในราคาต้นทุน

การขอเปิดดำเนินต้องทำอย่างไร
ขั้นตอนการขอเปิดดำเนิน ต้องกรอกเอกสาร F PM OP 01-06 ตาม link นี้ https://www.boi.go.th/upload/content/F PM OP 01(e-form)_43760.pdf
เรื่องการเพิ่มผลิตภัณฑ์ ใน BOI ต้องทำอย่างไรบ้าง ใช้เอกสารอะไรบ้าง

การแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ สรุปโดยรวมคือ I.กรณีเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีการลงทุนเพิ่ม

- ใช้แนวทางการพิจารณาตาม ประกาศ สกท ที่ ป.3/2547

- ต้องยังไม่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ และยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ

- ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องอยู่ในประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้ ณ วันที่ยื่นขอแก้ไขโครงการ

- จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มไม่เกิน 30% ของมูลค่าเครื่องจักรที่เคยยื่นขอรับส่งเสริมในครั้งแรก

- จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม

- หากสิทธิประโยชน์กรณียื่นขอเป็นโครงการใหม่กับการยื่นแก้ไขโครงการเดิมไม่แตกต่างกัน จะลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเกินกว่า 30% ก็ได้

- กรณีสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์เดิมและหลักเกณฑ์ปัจจุบันแตกต่างกัน จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป II.กรณีเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยไม่มีการลงทุนเพิ่ม

- จะเป็นกรณีที่เปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้วก็ได้

- กำลังผลิตรวมของทุกผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มากกว่าที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมอยู่เดิม

- ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องอยู่ในประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้ ณ วันที่ยื่นขอแก้ไขโครงการ

- จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม

- กรณีสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์เดิมและหลักเกณฑ์ปัจจุบันแตกต่างกัน จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป การแก้ไขโครงการ ให้ใช้ แบบคำขออนุญาตแก้ไขโครงการ F PA PC 01

หากบริษัทฯ ใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีครบตามที่กำหนดแล้ว บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องยื่นรายงานอะไร ให้ BOI บ้างคะ ขอทราบชื่อรายงานและกำหนดส่งรายงานคะ (19 มี.ค. 2563)

กรณียังไม่เปิดดำเนินการ บริษัทจะต้องรายงานผลความคืบหน้าโครงการตามบัตรส่งเสริม โดยการกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม ปีละ 2 ครั้งจนกว่าจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการ

กรณีเปิดดำเนินการแล้ว บริษัทต้องดำเนินการรายงานผลการดำเนินการประจำปี โดยบริษัทสามารถกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ซึ่งต้องมีการรายงานปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี ตามลิงค์: https://emonitoring.boi.go.th โดยการรายงานผลการดำเนินการประจำปีนั้น มีขั้นตอนดังนี้

รบกวนขอแบบฟอร์มขอส่งคืนวัตถุดิบไปต่างประเทศด้วย

ลองดูจากลิ้งค์นี้ เลยช่วงกลางๆไปหน่อย http://faq108.co.th/common/topic/boiform.php

การพิจารณาจำหน่าย โอน บริจาคเครื่องจักร ใช้ระยะเวลาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้ายประมาณกี่วัน

1. กรณีจำหน่ายโดยส่งออกไปต่างประเทศ

ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 1 วันทำการ

แต่หากเป็นเครื่องจักรหลัก และระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 15 วันทำการ

2. กรณีจำหน่าย โอน หรือบริจาค ในประเทศ ใช้เวลาพิจารณา 15 วันทำการ

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map