- การรายงานความคืบหน้าโครงการ จะต้องรายงานปีละ 2 ครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์ และกรกฎาคม ของทุกปี จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ
หากไม่รายงาน จะถูกระงับสิทธิตามบัตรส่งเสริม และหากไม่รายงานติดต่อกัน 2 ครั้ง จะถูกเพิกสิทธิประโยชน์หรือเพิกถอนบัตรส่งเสริม ตาม ประกาศ สกท ที่ 1/2561
- การรายงานผลการดำเนินการประจำปี จะต้องรายงานปีละ 1 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคม ของทุกปี จนกว่าจะสิ้นสภาพการเป็นผู้ได้รับส่งเสริม
หากไม่รายงาน จะถูกระงับสิทธิตามบัตรส่งเสริม และหากไม่รายงานติดต่อกัน 2 ครั้ง จะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม ตาม ประกาศ สกท ที่ 2/2561
หากบริษัทตรวจพบว่ายังไม่ได้ยื่นรายงานในรอบปีใด สามารถยื่นรายงานย้อนหลังได้ ก่อนที่จะถูกระงับสิทธิหรือเพิกถอนสิทธิ
วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนอื่น ก็สามารถขอทำลายเป็นเศษซากได้เช่นกัน แต่วิธีการทำลายหรือวิธีกำจัด อาจแตกต่างกันไปตามชนิดของวัตถุดิบนั้นๆ
การจำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรในประเทศทั้ง 2 กรณี ต่างกันตามนี้
กรณีเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้าจาก BOI
- ให้ยื่นขออนุญาตจาก BOI ตามแบบคำขออนุญาตจำหน่ายโอนบริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04)
- หากอะไหล่ดังกล่าวนำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี จะต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันที่ยื่นขอจำหน่าย
กรณีเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยชำระอากรขาเข้าเอง
- สามารถจำหน่ายได้โดยไม่ต้องยื่นขออนุญาต
- ไม่มีภาระภาษีอากรใด ๆ อีก
การไม่ได้ใช้งาน ไม่ได้แปลว่าเป็นเศษซาก เช่น กรณีสินค้ารุ่นนั้นไม่ผลิตที่โรงงานเมืองไทยแล้ว จึงไม่มีความต้องการใช้อะไหล่นั้นอีก ก็ยังถือว่าอะไหล่นั้น ยังเป็นอะไหล่ปกติ หากนำเข้าไม่ครบ 5 ปี ก็ต้องชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่จำหน่าย แต่ถ้าไม่ต้องการชำระภาษี (และไม่ส่งออก) ก็เก็บไว้ให้ครบ 5 ปี แล้วจึงยื่นขอจำหน่าย
การส่งคืนวัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพออกไปต่างประเทศ ที่ถูกต้องควรต้องขออนุญาต BOI ก่อน แต่ถ้าส่งออกไปแล้ว ก็สามารถยื่นขออนุญาตส่งวัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพไปต่างประเทศได้ เมื่อนำหลักฐานไปขอตัดบัญชี (ปรับยอด) ทางสมาคม IC จะตรวจสอบเฉพาะรายการและปริมาณว่าไม่เกินที่ได้รับอนุญาต โดยจะไม่ตรวจว่าวันที่ส่งออกก่อนวันที่ยื่นขออนุญาตหรือไม่
การรายงานความคืบหน้าโครงการ หลังจากที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน บริษัทจะต้องรายงานผลความคืบหน้าโครงการตามบัตรส่งเสริม โดยการกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม ปีละ 2 ครั้งของทุกปี
จนกว่าจะได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ ตามลิงก์: https://emonitoring.boi.go.th โดยสำหรับรอบ ก.พ. ต้องกรอกมูลค่าเงินลงทุนของปีที่ผ่านมา โดยยึดมูลค่าลงทุนที่เกิดขึ้นตามปีปฏิทิน ม.ค. - ธ.ค. (ไม่เกี่ยวกับรอบปีบัญชี) ส่วนการรายงานผลการดำเนินการประจำปี
บริษัทสามารถกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ซึ่งต้องมีการรายงานปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี ตามลิงก์: https://emonitoring.boi.go.th โดยการรายงานผลการดำเนินการประจำปี นั้น ต้องกรอกข้อมูลรอบปีบัญชีที่ผ่านมา โดยสรุปดังนี้
- รายงานประจำปี 2562 ต้องกรอกข้อมูลปีบัญชี 2561 (1 ม.ค. 61 – 31 ธ.ค. 61)
- รายงานประจำปี 2563 (ก.ค. ปีหน้า) ต้องกรอกข้อมูลปีบัญชี 2562 (1 ก.ค. 62 – 30 มิ.ย. 63)
- รายงานประจำปี 2564 ต้องกรอกข้อมูลปีบัญชี 2563 (1 ก.ค. 63 – 30 มิ.ย. 64)
หมายเหตุ: ช่วงเปลี่ยนรอบปีบัญชี (1 ม.ค. 62 – 30 มิ.ย. 62) ไม่จำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลเพียงแต่ดำเนินการตามระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด
สามารถขอคัดสำเนาคำขอรับส่งเสริมได้โดยทำหนังสือบริษัท (ไม่มีแบบฟอร์ม ร่างขึ้นได้เอง) ให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามประทับตรา แจ้งความประสงค์ขอคัดสำเนาคำขอรับการส่งเสริม รวมถึงการมอบให้นาย....... เป็นผู้รับสำเนาคำขอฯ และนำหนังสือไปติดต่อกับฝ่ายบัตรส่งเสริม BOI กรุงเทพ โดยหนังสือทั้งหมดที่ยื่นต่อ BOI ให้ส่งถึง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ให้รอจนถึง 15 วันก่อนพ้นตำแหน่ง จึงค่อยยื่นแจ้งพ้นตำแหน่งบนระบบ จากนั้นจึงนำหนังสืออนุมัติไปแจ้งยกเลิกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
หากฐานรองจอภาพเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นเอง สามารถขอแก้ไขโครงการเพื่อจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปได้ (ยื่นแบบคำขอแก้ไขโครงการ) ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติ รายได้ส่วนนี้ก็จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย แต่หากฐานรองจอภาพไม่ได้เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นเอง ปกติจะไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายภายใต้โครงการที่ได้รับส่งเสริม
กรณีที่บัตรส่งเสริมไม่ได้ระบุให้มีการจำหน่ายชิ้นส่วนที่ไม่ได้ผลิตเอง ก็เท่ากับว่าการจำหน่ายชิ้นส่วนนั้นไม่ใช่เป็นส่วนที่ได้รับการส่งเสริม
1. รายได้จากการจำหน่ายชิ้นส่วนนั้น จะใช้สิทธิไม่ได้
2. หากชิ้นส่วนนั้นนำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 36 แล้วจำหน่ายไปโดยไม่ได้แปรรูปเป็นสินค้าตามที่ระบุในบัตรส่งเสริม ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง และจะตัดบัญชีวัตถุดิบไม่ได้
3. หากบริษัทชำระอากรขาเข้าชิ้นส่วนนั้น แล้วนำไปจำหน่าย ก็อาจเข้าข่ายการซื้อมาขายไป ซึ่งเป็นธุรกิจบริการ ดังนั้น หากเป็นบริษัทที่มีหุ้นต่างชาติข้างมาก ก็อาจต้องขออนุญาตตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วย
การแจ้งพ้นจากตำแหน่ง ระบบ e-expert จะล็อคให้กำหนดวันพ้นตำแหน่งล่วงหน้าได้ไม่เกิน 15 วัน โดยบริษัทจะแจ้งพ้นล่วงหน้าเมื่อใดก็ได้ใน 1-15 วัน นี้ แต่หากเป็นการแจ้งพ้นจากตำแหน่งหนึ่ง เพื่อบรรจุในตำแหน่งอื่น หรือเพื่อย้ายไปทำงานในบริษัทอื่น ควรแจ้งพ้นล่วงหน้า 15 วัน เพื่อให้มีระยะเวลาวีซ่าเหลือเพียงพอที่จะยื่นบรรจุในตำแหน่งใหม่ได้
1. โครงการที่ 3 ได้รับส่งเสริมผลิตเส้นลวดอลูมิเนียมหากจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม ให้กับโครงการอื่นในบริษัทเดียวกันก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องแก้ไขบัตรส่งเสริม และไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI
2. หากกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมของโครงการที่ 1 และ 2 มีขั้นตอนตั้งแต่การนำเส้นลวดอลูมิเนียมมาใช้ในการผลิต ก็สามารถซื้อเส้นลวดอลูมิเนียมจากโครงการ 3 โดยไม่ต้องแก้ไขบัตร และไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI
3. ในส่วนของบีโอไอ ถือเสมือนเป็นการจำหน่าย เช่น โครงการที่ 3 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม เพื่อเป็นชิ้นส่วนให้กับโครงการที่ 2 จากนั้นโครงการที่ 2 นำไปผลิตต่อเป็นสินค้าและส่งออก กรณีเช่นนี้ โครงการที่ 2 สามารถตัดบัญชี และโอนสิทธิตัดบัญชีให้กับโครงการที่ 2 ได้ สำหรับในส่วนการลงบัญชี ขอให้ปรึกษากับผู้สอบบัญชีโดยตรง เท่าที่ทราบคือ การซื้อขายภายในบริษัทเดียวกัน จะต้องซื้อขายกันในราคาต้นทุน ดังนั้นหากโครงการที่ 3 จำหน่ายสินค้าทั้งหมดให้กับโครงการที่ 2 โครงการที่ 3 ก็จะไม่มีกำไรที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษี เพราะจำหน่ายไปในราคาต้นทุน
การแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ สรุปโดยรวมคือ I.กรณีเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีการลงทุนเพิ่ม
- ใช้แนวทางการพิจารณาตาม ประกาศ สกท ที่ ป.3/2547
- ต้องยังไม่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ และยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องอยู่ในประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้ ณ วันที่ยื่นขอแก้ไขโครงการ
- จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มไม่เกิน 30% ของมูลค่าเครื่องจักรที่เคยยื่นขอรับส่งเสริมในครั้งแรก
- จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม
- หากสิทธิประโยชน์กรณียื่นขอเป็นโครงการใหม่กับการยื่นแก้ไขโครงการเดิมไม่แตกต่างกัน จะลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเกินกว่า 30% ก็ได้
- กรณีสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์เดิมและหลักเกณฑ์ปัจจุบันแตกต่างกัน จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป II.กรณีเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยไม่มีการลงทุนเพิ่ม
- จะเป็นกรณีที่เปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้วก็ได้
- กำลังผลิตรวมของทุกผลิตภัณฑ์ ต้องไม่มากกว่าที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมอยู่เดิม
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องอยู่ในประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้ ณ วันที่ยื่นขอแก้ไขโครงการ
- จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม
- กรณีสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์เดิมและหลักเกณฑ์ปัจจุบันแตกต่างกัน จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป การแก้ไขโครงการ ให้ใช้ แบบคำขออนุญาตแก้ไขโครงการ F PA PC 01
กรณียังไม่เปิดดำเนินการ บริษัทจะต้องรายงานผลความคืบหน้าโครงการตามบัตรส่งเสริม โดยการกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม ปีละ 2 ครั้งจนกว่าจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการ
กรณีเปิดดำเนินการแล้ว บริษัทต้องดำเนินการรายงานผลการดำเนินการประจำปี โดยบริษัทสามารถกรอกข้อมูลลงในระบบ e-monitoring ซึ่งต้องมีการรายงานปีละ 1 ครั้ง ภายในเดือนกรกฎาคมของทุกปี ตามลิงค์: https://emonitoring.boi.go.th โดยการรายงานผลการดำเนินการประจำปีนั้น มีขั้นตอนดังนี้
![]() |
ลองดูจากลิ้งค์นี้ เลยช่วงกลางๆไปหน่อย http://faq108.co.th/common/topic/boiform.php
1. กรณีจำหน่ายโดยส่งออกไปต่างประเทศ
ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 1 วันทำการ
แต่หากเป็นเครื่องจักรหลัก และระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว ใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 15 วันทำการ
2. กรณีจำหน่าย โอน หรือบริจาค ในประเทศ ใช้เวลาพิจารณา 15 วันทำการ
_5e731fea9bbbb.png)