Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
บริษัทจะลงทุนติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ที่คลังสินค้ ที่ใช้ในการเก็บ Raw material และ Finished Goods โดยคลังสินค้าจดทะเบียนเป็นสาขาของโรงงาน และโรงงานได้รับการส่งเสริมจาก BOI ในกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า กรณีนี้บริษัทสามารถขอรับการส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพได้หรือไม่(13 ธ.ค. 2564)
หากคลังสินค้านั้น ใช้เฉพาะสำหรับกิจการตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม (กรณีที่สอบถามคือ กิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า) ก็สามารถขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพได้
บริษัทฯ ได้รับอนุมัติเปิดดำเนินการแล้ว เครื่องจักรที่นับเป็นเงินลงทุน (คิด cap เพื่อใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีนิติบุคคล) เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ ไม่ใช่เครื่องจักรหลัก สามารถขายได้หรือไม่ ผิดเงื่อนไขของ BOI หรือไม่

โครงการที่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการ โดยนำมูลค่าเครื่องจักรทั้งที่ซื้อในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ มานับรวมเป็นขนาดการลงทุน เพื่อกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ไปแล้วนั้น สามารถจำหน่ายเครื่องจักรได้ โดย

เครื่องจักรที่นำเข้าโดยยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28 หรือ 29 จะต้องขออนุญาตก่อน

เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ และเครื่องจักรที่นำเข้าโดยชำระภาษี ไม่ต้องขออนุญาต แต่ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังคงมีขั้นตอนการผลิตครบถ้วน และกำลังการผลิตต้องไม่ลดลงเกินกว่า 20% เว้นแต่จะมีการซื้อ เครื่องจักรมาทดแทน หรือต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดโครงการ

วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้กำหนดไปในขั้นตอนการเปิดดำเนินการไปแล้วนั้น จะยังคงใช้วงเงินเดิม โดยไม่เปลี่ยนแปลง

ถ้าสำนักงานออกบัตรส่งเสริมให้เรียบร้อยแล้ว ต้องใช้เอกสารอะไรไปรับบัตรส่งเสริมบ้าง

การขอรับบัตรส่งเสริม กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ต้องไปรับด้วยตนเอง โดยใช้เอกสารตามข้อ 2 และ 3 หรือหากจะให้ผู้อื่นไปรับแทน ต้องใช้เอกสารดังนี้

1. หนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ขอรับบัตรส่งเสริม ติดอากรแสตมป์ 10 บาท

2. หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน)

3. สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของกรรมการผู้มอบอำนาจ

4. สำเนาบัตรประชานของผู้รับมอบอำนาจ

บริษัทได้ดำเนินยื่นแบบยืนยันการดำเนินการตามโครงการ รอบ 6 เดือน และ 1 ปีไปเรียบร้อย มาภายหลังพบว่า ข้อมูลที่แจ้งไปนั้นผิดพลาด คือ มีการนำข้อมูลของงานที่ไม่ได้รับการส่งเสริมไปรวมด้วย บริษัทจะแก้ไขข้อมูลและยื่นเข้าไปใหม่อีกครั้งได้หรือไม่ หรือ สามารถแก้ไขในการรายงานครั้งถัดไปได้เลย โดยไม่ต้องแก้ไขของเก่า

ให้ส่งอีเมล์แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักสารสนเทศ ฝ่ายเทคนิค ที่ดูแลระบบงานตรวจสอบออนไลน์ ตามรายชื่อด้านท้ายสุดใน คู่มือการใช้งาน ตส.310 โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วน เช่น ชื่อบริษัท เลขที่วันที่บัตรส่งเสริม และรายละเอียดที่ต้องการขอแก้ไข จากนั้น เจ้าหน้าที่จะแก้ไขข้อมูลในระบบให้

ตอนยื่นคำขอไม่ได้ระบุว่ามีเครื่องจักรเก่า หากต้องนำเข้าเครื่องจักรเก่าอายุไม่เกิน 5 ปี ทราบว่าต้องทำเรื่องขอแก้ไขโครงการ แต่ไม่ทราบว่าจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าหรือไม่ค่ะ (ได้รับสิทธิ์มาตรา 28) 2.ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพหรือไม่ หากต้องมี ไม่ทราบว่าต้องขอก่อนนำเข้าใช่หรือไม่

หากเป็นโครงการที่ยื่นคำขอรับส่งเสริมภายในปี 2557 จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเก่า แต่หากเป็นโครงการที่ยื่นคำขอตั้งแต่ปี 2558 จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเก่า

ใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า หากมีแสดงในขณะที่ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร ก็จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้า (กรณีเป็นโครงการที่ขอรับส่งเสริมภายในปี 57) แต่หากยังไม่มีในวันที่ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร ก็จะไม่ได้รับอนุมัติบัญชีเครื่องจักรเก่าจึงต้องชำระอากรขาเข้าไปก่อน จากนั้นจึงทำใบรับรองประสิทธิภาพ แล้วจึงขอเพิ่มรายการในบัญชี และสั่งปล่อยขอคืนอากรในภายหลัง

สอบถามเรื่องการขั้นตอนการผลิตที่เป็นตัวกำหนดกำลังการผลิตของโครงการ ดูจากขั้นตอนการผลิตรึเปล่า บริษัทมี 4 ขั้นตอนการผลิต ดังนี้ 1.Injection 2.Cutting Plastic 3.Assembly 4.Measurement/Inspection

การกำหนดกำหนดการผลิตของโครงการ ปกติจะดูจากกำลังการผลิตของเครื่องจักรในขั้นตอนที่น่าจะเป็นคอขวด (Bottle Neck) ตามตัวอย่างที่สอบถาม ปกติก็ควรเป็นขั้นตอนที่ 1 ฉีดพลาสติก คือกำหนดตามกำลังผลิตของเครื่องฉีดพลาสติก ส่วนขั้นตอนที่ 3 และ 4 ถ้าใช้แรงคนเป็นหลัก ปกติจะไม่นับเป็นขั้นตอนที่กำหนดกำลังผลิต เพราะถ้ารับพนักงานเพิ่ม ก็สามารถผลิตเพิ่มได้

ระบบฯ ปรากฏข้อความสีแดง ‘สินทรัพย์ไม่เท่ากับหนี้สินบวกส่วนผู้ถือหุ้น’ หมายความว่าอย่างไร

เบื้องต้นให้ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล โดย (A) มูลค่าสินทรัพย์ ต้องเท่ากับ (B) มูลค่าหนี้สิน รวมกับ (C) มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้น (ส่วนของเจ้าของหรือทุน) ตามหลักการบัญชีทั่วไป หรือ (A) = (B) + (C) ตามรูปด้านล่าง

การโอนและรับโอนกิจการต้องทำอย่างไร

เมื่อผู้ได้รับส่งเสริมโอนหรือขายกิจการที่ได้รับส่งเสริมให้กับผู้อื่น บัตรส่งเสริมฉบับนั้นจะใช้ต่อไปได้อีกไม่เกิน 3 เดือนนับจากวันที่โอนหรือขายกิจการ

ในกรณีที่ผู้รับโอนกิจการ ประสงค์จะรับช่วงดำเนินการที่ได้รับส่งเสริมตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม ผู้รับโอนกิจการจะต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมเพื่อขอรับโอนกิจการดังกล่าว โดยคณะกรรมการจะพิจารณาให้ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่ยังเหลืออยู่เดิม

ขั้นตอนการโอน - รับโอนกิจการ

การโอน - รับโอนกิจการมีขั้นตอน และแนวทางพิจารณา ดังนี้

1. ผู้รับโอนกิจการจะต้องยื่นคำขอรับส่งเสริมเพื่อรับโอนกิจการ (เอกสารหมายเลข F PA PC 17) โดยคำขอดังกล่าวต้องมีเอกสารแสดงเจตจำนงของผู้โอน และคำขอรับการส่งเสริมของผู้รับโอน โดยยื่นเรื่องเข้ามาพร้อมกัน

2. การยื่นคำขอรับโอนกิจการ ควรยื่นก่อนที่จะทำการโอน-รับโอนกิจการ เนื่องจากหากมีการโอนกิจการไปแล้วก่อนยื่นคำขอรับโอนกิจการ บัตรส่งเสริมฉบับเดิมจะสิ้นสุดภายใน 3 เดือนนับจากวันที่โอนกิจการ ซึ่งอาจทำให้บัตรส่งเสริมเดิมสิ้นสุดอายุไปก่อนก็ได้

3. กรณีที่อนุมัติให้โอนกิจการ ผู้ที่รับโอนกิจการจะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ตามโครงการเดิม และมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอยู่เดิม

4. ภายหลังจากรับโอนกิจการไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่ามีการปฏิบัติผิดเงื่อนไขซึ่งจะต้องเพิกถอนสิทธิประโยชน์ทางภาษีบางส่วนหรือทั้งหมด ไม่ว่าการปฏิบัติผิดเงื่อนไขนั้น จะก่อนหรือหลังการรับโอนกิจการก็ตาม ผู้รับโอนกิจการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางด้านภาษีอากรทั้งหมด

5. การโอน - รับโอนกิจการจะโอนทั้งบัตรส่งเสริม หรือโอนเฉพาะบางส่วนของบัตรส่งเสริมก็ได้ เช่น โครงการที่ได้รับส่งเสริมผลิตสินค้า A และ B อาจขอโอนโครงการเฉพาะผลิตภัณฑ์ B ให้กับผู้รับโอนก็ได้ โดยจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป

ข้อควรระวังในการรับโอนกิจการ

1. เนื่องจากผู้รับโอนกิจการจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระภาษีทั้งหมดหากมีการปฏิบัติผิดเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม ไม่ว่าความผิดนั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการรับโอนกิจการ ดังนั้น ผู้รับโอนกิจการจึงควรตรวจสอบสถานะของโครงการที่จะรับโอนอย่างละเอียดรอบคอบก่อนการรับโอนโครงการ

2. กรณีที่ผู้รับโอนกิจการขอรับโอนวัตถุดิบที่ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเพียงบางส่วนจากผู้รับโอนหรือไม่รับโอน ซึ่งจะทำให้ปริมาณวัตถุดิบคงเหลืออยู่ที่ผู้โอนกิจการ ผู้ที่จะโอนกิจการจะต้องดำเนินการจัดการปริมาณวัตถุดิบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานก่อนยื่นเรื่องขอโดนกิจการ

ตัวอย่าง

บริษัท A จะรับโอนกิจการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากบริษัท B โดยบริษัท A ได้ตรวจสอบทรัพย์สินของบริษัท B แล้ว ตกลงจะซื้อทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วยเครื่องจักร 10 เครื่อง และวัตถุดิบ (ผ้า) ทั้งหมดในบัญชีทรัพย์สินจำนวน 100,000 ตารางหลา

แต่หากหลักฐานทางบัญชีเครื่องจักรและวัตถุดิบของ BOI ปรากฏว่า บริษัท B นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้ารวมทั้งสิ้น 12 เครื่อง และนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศซึ่งยังไม่ได้นำหลักฐานการส่งออกมาตัดบัญชี จำนวน 250,000 ตารางหลา BOI ก็จะพิจารณาว่า บริษัท A ได้รับโอนเครื่องจักรและวัตถุดิบตามบัญชีทั้งหมดจากบริษัท B แล้ว และต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระภาษีของเครื่องจักรและวัตถุดิบดังกล่าว

หากปรากฏหลักฐานในภายหลังว่า โครงการนี้มีการนำเครื่องจักร 2 เครื่องไปจำหน่ายในประเทศ และนำวัตถุดิบจำนวน 150,000 ตารางหลา ไปผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายในประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขในการใช้สิทธิประโยชน์ BOI จะพิจารณาว่า ผู้ได้รับส่งเสริมในปัจจุบัน (บริษัท A) จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระภาษีอากรของเครื่องจักรและวัตถุดิบดังกล่าว ไม่ว่าการกระทำผิดเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม

ในกรณีดังกล่าวนี้ BOI จะแจ้งให้กรมศุลกากรดำเนินการเรียกเก็บภาษีจากบริษัท A ในฐานะผู้รับโอนกิจการต่อไป

กรณีทำลายและขอชำระภาษีอากรตามสภาพเศษซาก 1. Inspector ของ BOI ติดต่ออย่างไรได้ 2. ภาษีตามสภาพเศษซาก ติดต่อชำระที่กรมศุลกากร ใช่หรือไม่ และต้องชำระภาษีกี่ %

1. รายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบส่วนสูญเสียจาก BOI ค้นหาได้จากประกาศ BOI โดยพิมพ์คำว่า ตรวจสอบ ในช่องคำค้นหา และเลือกหมวดหมู่เป็น วัตถุดิบ

2. เมื่อได้รับอนุญาตจาก BOI ให้ชำระภาษี ต้องไปชำระภาษีต่อกรมศุลกากร โดยกรมศุลฯ จะเป็นผู้ประเมินพิกัด ตามสภาพเศษซากนั้นๆ หรือจะสอบถามกับ บ.ชิปปิ้ง ก็น่าจะทราบอัตราภาษีของเศษซาก

ทางบริษัทฯ นำเข้าวัตถุดิบโดยสิทธิ BOI ไป 1 ชุด ภายหลังพบว่าวัตถุดิบที่จะใช้ผลิต NON-BOI ไม่เพียงพอ ...จึงมีแผนนำวัตถุดิบ BOI ไปใช้ผลิต NON-BOI รบกวนสอบถามแนวทางที่บริษัทดำเนินการว่าบริษัทควรดำเนินการอย่างไรดี ระหว่าง 1. ชำระคืนภาษีในรูปของวัตถุดิบ 2. ชำระภาษีในรูปแบบสินค้าสำเร็จรูป ทั้ง 2 วิธี มีวิธีการดำเนินการอย่างไร และการคืนภาษีจะมีค่าปรับเกิดขึ้นต่างกันอย่างไรบ้าง
มีความแตกต่างกันดังนี้

1. กรณีชำระภาษีในรูปวัตถุดิบ

ต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันนำเข้า และเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ดังนี้

อากรขาเข้า

VAT

เบี้ยปรับ VAT 1 เท่า เงินเพิ่ม VAT ร้อยละ 1.5 ต่อเดือน นับจากวันยื่นใบขนขาเข้า จนถึงวันชำระ

2. กรณีชำระภาษีตามสภาพสินค้าสำเร็จรูป

ต้องเป็นกิจการผลิตเพื่อส่งออกเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 80) คำนวณภาษีตามราคาสินค้าหน้าโรงงาน ตามสภาพและอัตราภาษีอากร ณ วันที่ขอจำหน่าย ไม่มีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

การควบรวมกิจการ

เมื่อบริษัท A และบริษัท B ควบรวมกิจการเข้าด้วยกันเป็นบริษัทไม่ว่าจะใช้ชื่อเป็น A หรือ B หรือ C ก็ตาม ในทางกฎหมายถือเป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัทเดิมที่ก่อนจะควบรวมกิจการ ดังนั้น บัตรส่งเสริมของบริษัท A และ B จึงจะสิ้นสุดอายุไปในเวลา 3 เดือนนับจากวันที่ควบรวมกิจการด้วยเช่นกัน

กรณีที่บริษัทที่เกิดขึ้นใหม่จากการควบรวมกิจการ ประสงค์จะเป็นผู้ได้รับส่งเสริมในกิจการเดิมของบริษัท A และ B จะต้องยื่นขอรับโอนกิจการจากบริษัท A และ B เช่นเดียวกับกรณีของการโอนและรับโอนกิจการข้างต้น

ทั้งนี้หากบริษัท C ที่คาดว่าจะขอรับการส่งเสริมเพื่อควบรวมกิจการยังไม่มีการจัดตั้ง ณ วันที่ยื่นขอรับการส่งเสริม สามารถยื่นขอในนามบุคคลธรรมดาได้ แต่ควรระบุชื่อบริษัทที่คาดว่าจะจัดตั้งในคำขอรับการส่งเสริมด้วย

บริษัท C จะต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมเพื่อขอรับโอนกิจการดังกล่าว โดยคณะกรรมการจะพิจารณาให้ได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่ยังเหลืออยู่เดิม

ขั้นตอนการขอรับโอนกิจการในกรณีที่ผู้รับโอนเป็นบริษัทที่เกิดใหม่จากการควบรวมกิจการ มีขั้นตอนและแนวทางพิจารณาเช่นเดียวกันกับการโอน – รับโอนกิจการตามปกติ

ข้อควรระวังในการควบรวมกิจการ

ควรจะต้องยื่นขอรับการส่งเสริมก่อนที่การควบรวมกิจการมีผล เนื่องจากผลกำไรของรายได้ที่จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากจากกิจการที่มีการควบรวมกิจการจะมีผลตั้งแต่วันอนุมัติขอรับการส่งเสริมควบรวมกิจการ

หากอนุมัติภายหลังหรือยื่นภายหลังเกิดการควบรวมกิจการแล้ว รายได้ในช่วงระหว่างยื่นเรื่องถึงวันก่อนอนุมัติจะไม่สามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้

บริษัทเพิ่งจัดตั้งยังไม่มี ภ.ง.ด.50 ให้กรอกข้อมูลอย่างไร

ให้กรอก ‘0’ ในส่วนที่ยังไม่มีข้อมูล และโปรดแนบหนังสือบริษัทชี้แจงเหตุผลในระบบฯ เช่น บริษัทเพิ่งจัดตั้งยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้

ตามขั้นตอนการผลิตทั้ง 4 ตอนแล้ว บริษัทฯ ฉีดขึ้นรูปชิ้นงาน,ตัดตกแต่ง,ประกอบชิ้นงานเข้าด้วยกัน,ตรวจสอบแล้วส่งขาย ถ้าอย่างนี้ขั้นตอนการฉีดขึ้นรูปชิ้นงานเป็นตัวกำหนดกำลังการผลิตของโครงการใช่รึเปล่า

ปกติก็ควรเป็นเช่นนั้น แต่หากสินค้าของบริษัท ต้องทำการตรวจสอบ 100% ด้วยเครื่องจักรทันสมัย ขั้นตอนตรวจสอบก็อาจจะเป็นตัวกำหนดกำลังการผลิตของโครงการก็ได้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของโครงการนั้นๆ ด้วย

ยื่นโครงการปี 57 ค่ะ ถ้าเครื่องจักรไม่ถึง 1 ปี ต้องมีใบอนุญาตหรือไม่

ถ้าเป็นเครื่องจักรเก่าใช้แล้วจะกี่วันกี่เดือนก็ต้องขออนุญาต และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพ

1) เครื่องจักรใหม่ที่ซื้อในประเทศ คือเครื่องจักรที่ซื้อก่อนวันที่ได้รับอนุมัติโครงการ แต่ไม่ก่อนวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมฯ ถูกต้องหรือเปล่า และมูลค่าที่ต้องใส่คืนยอดรวมภาษี7% ใช่หรือไม่ 2) วัตถุดิบที่ซื้อในประเทศ ต้องพิจารณาอย่างไร (ทางบริษัทฯ ยังไม่มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ)

1) เครื่องจักรที่ซื้อใหม่ในประเทศ สามารถนับได้ตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม จนถึงวันที่ครบกำหนดยื่นรายงาน โดยให้รวม vat ด้วย

2) วัตถุดิบที่ซื้อในประเทศ จะนับจากวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริมก็ได้ แต่ถ้ายังไม่มีการซื้อวัตถุดิบ ก็กรอกเป็น 0

เนื่องจากบริษัท ฯ ได้รับบัตรส่งเสริมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ข้อความที่ระบุ ประเภท กิจการ ภาษาไทย / อังกฤษ ไม่ตรงกัน ภาษาไทย กิจการผลิตลวดเหล็กและเพลาเหล็ก ภาษาอังกฤษ CARBON & STAINLESS STEEL WIRE AND BAR ซึ่งต้องได้แก้ไข ข้อความภาษาไทย เป็นกิจการผลิต เหล็ก และ ลวดและเพลาสแตนเลส ไม่ทราบว่าบริษัท ฯ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม และต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ถ้าชื่อภาษาไทย/อังกฤษ ของประเภทกิจการในบัตรส่งเสริมไม่ตรงกัน ควรแก้ไขให้ถูกต้อง แต่ไม่มีแบบฟอร์มสำหรับการแก้ไขกรณีนี้เป็นการเฉพาะ จึงควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ BOI ผู้วิเคราะห์โครงการนี้ว่า จะให้ยื่นเป็นหนังสือบริษัทเพื่อขอแก้ไข หรือจะให้ใช้แบบฟอร์มแก้ไขโครงการ(กรณีปกติ)

บริษัทยื่นกรอกรายละเอียดตอนได้บัตรส่งเสริมว่าจะก่อสร้างอาคารเอง ไม่ได้เช่า และก็ได้สร้างโรงงานขึ้นจริง แต่หลังจากได้บัตรมาแล้วประมาณ 2 ปีกว่า และจะยื่นเปิดดำเนินการในปีหน้า บริษัทจำเป็นต้องขายอาคาร โดยจะเปลี่ยนเป็นการเช่าแทน - ถ้าขายก่อนเปิดโครงการ จะมีผลอย่างไร และต้องทำเรื่องขออนุญาตหรือไม่ - และถ้าขายหลังเปิดโครงการ จะมีผลอย่างไร และต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อนหรือไม่

1. การขายโรงงานก่อนเปิดดำเนินการ โดยเปลี่ยนเป็นการเช่า ไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI แต่มูลค่าก่อสร้างที่ได้ลงทุนไปแล้ว ไม่สามารถนำมานับเป็นเงินลงทุนของโครงการได้ เนื่องจากในวันเปิดดำเนินการ บริษัทได้จำหน่ายโรงงานไปแล้ว จึงจะนับค่าเช่าตามสัญญาที่มากกว่า 3 ปี เป็นขนาดการลงทุนแทน

2. การขายโรงงานหลังเปิดดำเนินการ ไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI และค่าก่อสร้างที่ได้นับเป็นขนาดการลงทุนไปแล้วในวันเปิดดำเนินการ ก็จะไม่ลดลง แม้จะขายโรงงานออกไปก็ตาม

ตามประกาศที่ 1/2564 การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หากมีขนาดการลงทุนน้อยกว่า 1 ล้านบาท จะเข้าข่ายได้รับส่งเสริม ต้องเข้าข่ายข้อ 2.4.1 และ 2.4.2 แต่หากเกิน 1 ล้านบาท ก็ไม่จำเป็นต้องมีข้อ 2.4.1 และ 2.4.2 ใช่หรือไม่ หากต้องการจะติดตั้งโซลาร์เซลล์ (สมมติว่าเกิน 1 ล้านบาท) สำหรับโครงการเดิมที่สิทธิและประโยชน์การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลยังไม่สิ้นสุด (เหลืออีก 5 ปี) และสำหรับโครงการใหม่ที่กำลังจะยื่นคำขอในปีนี้ แสดงว่าสิทธิประโยชน์ของโซลาร์เซลล์จะใช้ได้เฉพาะกับโครงการใหม่ และสิทธิเรื่องภาษีเงินได้จะใช้ได้ 3 ปี หลังจากเริ่มมีรายได้ครั้งแรกจากโครงการใหม่ใช่หรือไม่

ตอบคำถามดังนี้

1. หากมีขนาดการลงทุนเกินกว่า 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 2.4 ของประกาศ

2. มาตรการตามประกาศ กกท ที่ 1/2564 ใช้กับกิจการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ดังนั้น หากบริษัทจะลงทุนเพื่อขยายกิจการ (ยื่นคำขอเป็นโครงการใหม่) จะไม่เข้าข่ายตามประกาศ กกท ที่ 1/2546
แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน ตาม ประกาศ กกท ที่ 2/2557


Q5.1:

หมายความว่าหากบริษัททจะขอขยายโครงการใหม่ ก็จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ใช่หรือไม่

A5.1:

หากยื่นขอรับส่งเสริมเป็นโครงการใหม่ การลงทุนในส่วนของ Solar Roof จะนับเป็นการลงทุนเครื่องจักรที่จะนำมาคำนวณเป็นขนาดการลงทุนของโครงการได้ แต่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการที่ยื่นขอรับส่งเสริม ว่าเข้าข่ายกิจการในประเภท A ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้หรือไม่


Q5.2:

หมายถึงหากเป็นกิจการประเภท A จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มเติมจากตัวโครงการ แต่หากเป็นประเภท B ที่ไม่ได้รับยกเว้นเงินได้จากตัวโครงการ ก็จะไม่ได้รับยกเว้นเงินได้จากตัวโซลาร์เซลล์ใช่หรือไม่

A5.2:

1. หากเป็นกิจการในประเภท A จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 3 - 8 ปี โดยมูลค่าการลงทุน Solar Roof ทั้ง 100% จะถูกนับรวมเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ (และรวมกับมูลค่าการลงทุนค่าก่อสร้าง และเครื่องจักรอื่นๆ) เพื่อกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่หากเป็นมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ จะได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ เพียงแค่ 50% ของมูลค่าการลงทุนของ Solar Roof

2. หากเป็นกิจการในประเภท B จะไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งในส่วนของการยื่นขอรับส่งเสริมเป็นโครงการขยาย หรือยื่นขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ


Q5.3:

สำหรับโครงการที่สิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้แล้ว จึงจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 50% ของเงินลงทุน ในที่นี้คือเงินลงทุนทั้งหมดหรือเงินลงทุนค่าโซลาร์เซลล์

หากเป็นโครงการเดิมที่ยังไม่หมดภาษีเงินได้ไม่สามารถขอยื่นปรับปรุงประสิทธิภาพได้ แต่สามารถนำเข้าโซลาร์เซลล์โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีเครื่องจักรได้ใช่หรือไม่

การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ หากจะนำมาใช้กับโครงการเดิม (ที่ยังเหลือสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ 50% อีก 5 ปี) สามารถขอรับการส่งเสริมได้หรือไม่

A5.3:

ตอบคำถามดังนี้

1. การลงทุนตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี เป็นสัดส่วน 50% ของเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน เฉพาะเงินลงทุนในการปรับปรุง

2. หากโครงการเดิมยังไม่สิ้นสุดการยกเว้นภาษีเงินได้ จะขอรับการส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพไม่ได้ แต่หากโครงการเดิมยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ บริษัทสามารถลงทุนโซลาร์เซลล์ และนำมูลค่าการลงทุนนั้นมารวมคำนวณเป็นมูลค่าการลงทุนของโครงการ เพื่อปรับเปลี่ยนวงเงินที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ภายใต้โครงการเดิมได้

3. มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตามประกาศ กกท ที่ 4/2564 จะต้องเป็นโครงการที่สิ้นสุดสิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว


Q5.4:

ตามคำตอบข้อ 2 ข้างต้น ไม่ทราบว่าสามารถได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าโซลาร์เซลล์ไหม (ทั้งกรณีเปิดดำเนินการแล้วและยังไม่ได้เปิด)

A5.4:

หากยังมีระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรเหลืออยู่ สามารถขอแก้ไขบัญชีรายการเครื่องจักรเพื่อนำเข้า โซลาเซลล์ได้

กรณีติดโซล่าเซลล์ที่คลังสินค้าซึ่งอยู่คนละที่กับโรงงานผลิต โดยได้สิทธิ์ตามมาตรา 27 ทั้งหมด บริษัทสามารถนำบัตรกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าของโรงงานผลิตไปขอรับการส่งเสริมการติดโซล่าเซลล์ที่คลังสินค้าได้หรือไม่

หากคลังสินค้านั้นใช้เฉพาะกิจการที่ได้รับส่งเสริมตามโครงการนั้น การติดตั้งโซลาเซลล์ที่คลังสินค้า ก็เข้าข่ายมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพตามประกาศ

ถ้าหากเงินลงทุนที่เรายื่นตอนขอเปิดดำเนินการ มีมูลค่าแตกต่างจากตอนยื่นคำร้องขอบัตรฯ ค่อนข้างมาก ทางบีโอไอจะปรับขนาดการลงทุนให้เราไหม จะใช้หลักการเดียวกันกับการปรับกำลังการผลิตของเครื่องจักรหรือไม่

หากเงินลงทุนในขั้นเปิดดำเนินการ มีมูลค่าแตกต่างจากตอนยื่นคำร้องขอรับการส่งเสริม จะแก้ไขวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม ให้เป็นไปตามมูลค่าที่ลงทุนที่แท้จริงในวันเปิดดำเนินการ ไม่ว่าจะแตกต่างกันมากหรือน้อยเพียงใด

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map