Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
สอบถามเรื่องเครื่องดูดฝุ่นเก่าอายุเกิน 10 ปีบริษัทสามารถซื้อเข้ามาใช้ได้รึเปล่า ถ้าได้ต้องทำอย่างไรบ้าง

เกิน 10 ปี ปกติไม่น่าจะได้ ซื้อมาเพื่อใช้งานอะไร เกี่ยวข้องกับโครงการที่ได้รับส่งเสริมอย่างไร สามารถผลิตในประเทศได้หรือไม่อย่างไร

บัตรส่งเสริมการลงทุน เลขที่ xxxx(9)/2551 และได้มีการขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรเป็นจำนวน 3 ครั้ง ทำให้ต้องเปิดกิจการในช่วงวันที่ 29 กันยายน 2557 แต่จนถึงปัจจุบัน สถานะบริษัทยังไม่ได้เปิดกิจการ ถ้าบริษัทจะต้องการทำเรื่องขอเปิดกิจการสามารถดำเนินการได้เลยหรือเปล่า มีขั้นตอนยังไงบ้าง

บริษัทได้ขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรครบ 3 ครั้งแล้ว ปัจจุบันพ้นกำหนดที่จะต้องเปิดดำเนินการแล้ว หากมีความจำเป็น เช่น ยังติดตั้งเครื่องจักรไม่เสร็จ อาจขอขยายเปิดอีก 1 ครั้ง ไม่เกิน 1 ปี ได้เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจะต้องยื่นเปิดดำเนินการ หรือถ้าปัจจุบันพร้อมแล้ว ก็ควรยื่นขอเปิดดำเนินการ เพราะเลยกำหนดเปิดไปแล้ว ขั้นตอนขอเปิดดำเนินการ ก็กรอกแบบคำขออนุญาตเปิดดำเนินการ พร้อมกับเตรียมเอกสารตามที่กำหนด และยื่นต่อ BOI

ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น (รายจ่าย) ประกอบด้วยอะไรบ้าง

รายการที่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบริษัท เช่น ต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ต้นทุนทางการเงิน และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เป็นต้น

การขอรับการส่งเสริมกิจการอาหาร และแป้งแปรรูป

กิจการผลิตอาหารเข้าข่ายให้การส่งเสริมได้ในประเภท 1.17 กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร เครื่องดื่ม โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และกิจการผลิตแป้งแปรรูปเข้าข่ายให้การส่งเสริมได้ในประเภท 1.9 กิจการผลิตแป้งแปรรูป โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี (กำหนดวงเงินภาษีที่ได้รับยกเว้น ตามมูลค่าเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน)

- ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักร

- ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบสำหรับวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก

- สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษีอากร (การอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริม การอนุญาตนำเข้าช่างฝีมือต่างด้าว การอำนวยความสะดวกในการทำวีซ่าและใบอนุญาตทำงานแก่ช่างฝีมือต่างด้าว)

หลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ

สำนักงานฯ ให้การส่งเสริมสำหรับกิจการที่มีการลงทุนในเครื่องจักรใหม่ทั้งสายการผลิต โดยเครื่องจักรที่ลงทุนใหม่นั้น จะต้องซื้อเข้ามาในโครงการที่ขอรับการส่งเสริมหลังจากวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม

ต้องเป็นการลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่ (เครื่องจักรต้องซื้อหลังจากวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม)

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียน (หรือส่วนของผู้ถือหุ้น) ไม่เกิน 3ต่อ1

เงินลงทุนขั้นต่ำ (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท

กรณีมีน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิต ต้องมีการบำบัดให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คู่มือการขอรับการส่งเสริม https://www.boi.go.th/upload/content/BOI_A_Guide_TH.pdf

กรณีต้องการขอรับการส่งเสริม กรุณากรอกแบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน (F PA PP 01-07) https://www.boi.go.th/upload/content/F PA PP 01(Th) e-Form_5ce7a02221ad9.pdf และคู่มือการกรอกแบบขอรับการส่งเสริม โดยดาว์นโหลดได้จากลิงค์ https://www.boi.go.th/upload/content/expla_app_89488.pdf และยื่นคำขอได้ที่สำนักบริหารการลงทุน 1 หรือยื่นคำขอออนไลน์ได้ในระบบ e-investment http://e-investment.boi.go.th/auth/login

ถ้าคนต่างชาติต้องการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย (สำหรับการส่งเสริมกิจการทั่วไป)
1. ก่อนที่จะยื่นเอกสารหรือข้อมูลเพื่อขอรับการส่งเสริมกับสำนักงานฯ จะต้องอย่างไร เช่น ซื้อที่ดินฯ
2. คนต่างชาติจะต้องมีการซื้อที่ดินสำหรับก่อตั้งบริษัทที่จะขอรับการส่งเสริมใช่หรือไม่
3. เมื่อมีที่ดินแล้วจะต้องดำเนินการก่อสร้างบริษัทตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริมให้แล้วเสร็จภายในกี่ปี
ตอบคำถามดังนี้
1. การจะซื้อที่ดินตามสิทธิประโยชน์มาตรา 27 จะต้องได้รับบัตรส่งเสริมแล้ว และจะต้องยื่นขออนุญาตถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามแบบฟอร์มที่ BOI กำหนดในระบบ E-Land เมื่อสำนักงานอนุมัติแล้วจึงนำหนังสืออนุมัติถือกรรมสิทธิ์ที่ไปแสดงต่อกรมที่ดินเพื่อทำการโอนกรรมสิทธิ์ต่อไป
2. บริษัทต่างชาติสามารถขอถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตามมาตรา 27 เพื่อเป็นที่ตั้งสถานประกอบการ ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมได้ตามขอบข่ายภายใต้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น
3. โครงการที่ได้รับการส่งเสริมจะต้องดำเนินการให้พร้อมเปิดดำเนินการได้ภายใน 36 เดือน นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม
หากต้องการยกเลิกบัตรส่งเสริม ต้องทำอย่างไร

หากท่านไม่ประสงค์จะเป็นผู้ที่ได้รับการส่งเสริม สามารถยื่นหนังสือขอยกเลิกบัตรส่งเสริมกับสำนักงาน โดยชี้แจงเหตุผลที่ต้องการยกเลิก เช่น การเลิกประกอบกิจการ การยกเลิกการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม หรือสิทธิและประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดลงและไม่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ที่ไม่ใช่ภาษี เป็นต้น โดยใช้ แบบคำขอขอยกเลิกบัตรส่งเสริม (F PM CC 01-00)

กรณีทางบริษัทนำเข้าชิ้นส่วนโดยใช้สิทธิ BOI เพื่อนำมาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์ส่งงานขายให้ลูกค้า แต่ต่อมาภายหลังทางลูกค้าไม่มีorder จึงทำให้มียอดbalance ค้างใน MML กรณีนี้ทางบริษัทต้องดำเนินการอย่างไร
กรณีมีวัตถุดิบค้างคงเหลือในสต็อค สามารถดำเนินการได้หลายวิธีเช่น

1. ขอชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันนำเข้า หลังจากนั้นจะนำไปจำหน่ายในประเทศก็ได้

2. ขอส่งคืนไปต่างประเทศโดยไม่มีภาระภาษี

3. ขอทำลายและชำระภาษีตามสภาพเศษซาก (ถ้ามี)

4. เก็บรักษาไว้ก่อน จนกว่าจะสามารถนำไปผลิตเป็นสินค้าส่งออก

แต่ถ้าระยะเวลาการยกเว้นภาษีวัตถุดิบสิ้นสุดลง จะต้องเคลียร์ยอดคงเหลือให้เป็น 0 ภายในระยะเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะมีภาระภาษีเกิดขึ้น

กรณีขอชำระภาษีอากรตามสภาพ ต้องรวมถึง เบี้ยปรับ vat 1.5% ต่อเดือนด้วยหรือไม่
กรณีขอชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันนำเข้า จะต้องชำระตามนี้

- อากรขาเข้า และ VAT ตามสภาพและพิกัดศุลกากร ณ วันนำเข้า

- เงินเพิ่ม VAT 1.5% ต่อเดือน

- เบี้ยปรับ VAT 1 เท่า

การรวมบัตรส่งเสริม ต้องดำเนินการอย่างไร

กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมลงทุนในหลายกิจการ ทั้งที่ได้รับส่งเสริมหรือไม่ได้รับการส่งเสริมก็ตาม ผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องควบคุมการใช้สิทธิประโยชน์ให้จำกัดอยู่ภายในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น เช่น จะต้องแยกบัญชีรายรับ-รายจ่ายของแต่ละโครงการ เพื่อให้สามารถคำนวณกำไรสุทธิที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของแต่ละโครงการได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น

เมื่อสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรของแต่ละโครงการสิ้นสุดลง ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขอรวมโครงการที่ได้รับส่งเสริมเข้าด้วยกันก็ได้ เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการภายในบริษัท

ทั้งนี้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมแต่ละโครงการ อาจได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน หรืออาจจะมีกำหนดเริ่มต้นและสิ้นสุดแตกต่างกัน อีกทั้งสิทธิประโยชน์ของแต่ละบัตรส่งเสริม ก็จะต้องใช้เฉพาะโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้นๆ เท่านั้น

ดังนั้น ผู้ที่ได้รับส่งเสริมหลายโครงการ จึงต้องควบคุมการใช้สิทธิและประโยชน์ของแต่ละโครงการแยกออกจากกันโดยเคร่งครัด และบางครั้งจึงเป็นภาระต่อการควบคุมการใช้สิทธิประโยชน์ทั้งในด้านบุคลากร ระยะเวลา และค่าใช้จ่าย

ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขอรวมบัตรส่งเสริม 2 ฉบับ หรือหลายฉบับเข้าด้วยกัน เพื่อลดภาระในการบริหารจัดการด้านสิทธิประโยชน์ และเพื่อทำให้การใช้เครื่องจักรของแต่ละโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดได้ โดยมีแนวทางการพิจารณา ดังนี้

1. ควรเป็นโครงการที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว และ

2. ควรเป็นโครงการที่สิ้นสุดระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว

กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมประสงค์จะรวมโครงการที่ยังเปิดดำเนินการไม่เต็มโครงการ หรือสิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรยังไม่สิ้นสุดลง จะอนุญาตให้รวมโครงการได้ โดยผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องยินยอมสละสิทธิประโยชน์ให้เหลือเท่ากับโครงการที่มีสิทธิประโยชน์น้อยที่สุด ดังนี้

นอกเหนือจากการรวมโครงการแล้ว ผู้ได้รับส่งเสริมอาจขอรวมบัญชีปริมาณสต๊อควัตถุดิบของแต่ละโครงการเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องรวมบัตรส่งเสริมก็ได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระในการควบคุมการใช้สิทธิประโยชน์การนำเข้าและตัดบัญชีวัตถุดิบของแต่ละโครงการได้

การขอไฟล์ฐานข้อมูล เช่น FRM, TRANSIMP ทราบมาว่าทางแหลมฉบังได้เปลี่ยนแปลงวิธีการที่เคยส่งให้ทางอีเมล เป็นต้องไปขอไฟล์ที่หน้าเคาน์เตอร์ วิธีการนี้ไม่สะดวกสำหรับผู้ประกอบการเลย ทาง BOI/IC น่าจะมีวิธีปฏิบัติที่เอื้อต่อผู้ประกอบการ หรือหากมีข้อจำกัดใดๆก็สามารถระบุเงื่อนไขการใช้บริการไว้ได้ เพราะบริษัทต้องการข้อมูลเพื่อนำมาเช็คความถูกต้อง เช็คข้อมูลย้อนหลังเพื่อทำการวิเคราะห์หรือดูสถิติข้อมูลบางอย่าง ประกอบการทำงานหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องการความเร่งด่วน หรือนำไปใช่ประโยชน์อื่นๆ ทุกครั้งต้องเดินทางไปถึงแหลมฉบังก่อนจึงจะได้ไฟล์ข้อมูลมา เสียเวลาและค่าเดินทางไปอีก

เนื่องจากข้อมูลสูตรการผลิต และ Transaction นำเข้า/ส่งออก/ตัดบัญชี ต่างๆ ถือเป็นข้อมูลความลับของบริษัทนั้นๆ ดังนั้น IC จึงกำหนดให้บริษัทที่ต้องการดาวน์โหลดข้อมูล จะต้องติดต่อขอรับข้อมูลที่เคาน์เตอร์ของ IC โดยตรง

แต่สำหรับบริษัทที่ไม่สะดวกจะเดินทางไปติดต่อที่ IC อาจสามารถใช้วิธีขอข้อมูลทางไปรษณีย์เพื่อให้ IC ส่งข้อมูลกลับให้ทางไปรษณีย์ก็ได้ โดยบริษัทจะต้องส่งแบบคำขอรับข้อมูล และเอกสารต่างๆที่กำหนด เช่น สำเนาหนังสือรับรองบริษัท สำเนาหนังสือเดินทางกรรมการ ฯลฯ ไปยัง IC ทางไปรษณีย์ ในทุกๆครั้ง และหากต้องการข้อมูลเป็นไฟล์ digital จะต้องส่ง flash drive ไปพร้อมกันด้วย ซึ่งในการส่งข้อมูลทางไปรษณีย์นี้ จะมีค่าใช้จ่ายในการให้บริการ ค่าซอง ค่าส่งไปรษณีย์ด้วย

กำไรสุทธิ หมายถึง กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ หรือกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

การกรอกข้อมูลในส่วนของค่าซื้อที่ดินควรกรอกข้อมูลในช่องไหน 1.ค่าก่อสร้าง 2. สินทรัพย์อื่น ๆ หรือข้อ 3.ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการ

ค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ไม่นับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ ตารางที่ 5.3 ให้กรอกเฉพาะการลงทุนส่วนที่นับเป็นขนาดการลงทุนตามประกาศ BOI ป.1/2545 เท่านั้น

เข้ามาใช้ในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมในห้องประกอบชิ้นงานเพื่อดูดฝุ่น ไม่มีผลิตในประเทศ

หากเป็นโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมก่อนปี 2558 สามารถยื่นขออนุญาตใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี เพื่อให้กรรมการพิจารณาได้ หากได้รับอนุมัติ จะต้องทำใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า และต้องชำระภาษีอากรเครื่องจักร

บริษัทได้รับการส่งเสริม กิจการผลิต xx โดยมีกรรมวิธีการผลิต ขั้นตอนหนึ่งในนั้นคือ ให้นำเครื่องจักรและวัตถุดิบไปว่าจ้างผู้ผลิตในประเทศผลิตชิ้นส่วน /ชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปให้บางส่วน เนื่องจากบริษัทมีกรรมวิธีการผลิตในโครงการแล้ว บริษัทฯ สามารถนำเครื่องจักรออกไปว่าจ้างได้เลย เช่นเดียวกับกรณีนำแม่พิมพ์ออกไปว่าจ้าง บริษัทฯ โดยไม่ต้องทำหนังสือถึงสำนักงาน เพื่อแจ้งรายการเครื่องจักรที่จะออกไปในแต่ละครั้งอีก เข้าใจถูกต้องไหม

ขอตอบตามความเห็นของ admin ดังนี้

1.การอนุมัติกรรมวิธีการผลิตให้มีขั้นตอนการนำเครื่องจักร/แม่พิมพ์และวัตถุดิบไปว่าจ้างผลิตชิ้นส่วน เนื่องจาก

1.1 เพื่อให้สามารถอนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรและวัตถุดิบ เพื่อให้บริษัทสามารถนำเครื่องจักร/แม่พิมพ์และวัตถุดิบเข้ามาได้โดยยกเว้นภาษีอากร

1.2 เพื่อให้สามารถนำมูลค่าการลงทุนเครื่องจักร/แม่พิมพ์ที่นำไปจ้างผลิตในประเทศ มานับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ เพื่อกำหนดวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

2.กรณีที่บริษัทนำเข้าเครื่องจักร/แม่พิมพ์และวัตถุดิบเข้ามาโดยใช้สิทธิ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด

3.ในอดีต เป็นที่ทราบว่า บริษัทจะต้องขออนุญาตต่อ BOI ก่อนนำเครื่องจักร/แม่พิมพ์ และวัตถุดิบไปว่าจ้างผลิต

4.ปัจจุบัน ทราบว่า BOI มีแนวทางปฏิบัติคือ กรณีที่บริษัทได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมโดยมีขั้นตอนการนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผลิตชิ้นส่วน บริษัทไม่ต้องยื่นขออนุญาต BOI ก่อนนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผลิต

ตรงช่องเครื่องจักร ถ้าเรามีการนำเข้ามา แต่ไม่ได้ใช้สิทธิ์ BOI เราควรเลือกช่องไหน

เครื่องจักรให้กรอกข้อมูลรวมกัน ไม่ว่าจะใช้สิทธิยกเว้นภาษี หรือไม่ได้ใช้สิทธิก็ตาม วัตถุดิบก็เช่นกัน ให้รวมทั้งกรณีใช้สิทธิและไม่ใช้สิทธิ

บริษัทจะขอขยายเวลาส่งหลักฐานการออกบัตรส่งเสริม จะขยายได้กี่ครั้ง

กรณีมีเหตุผลและความจำเป็น จะอนุมัติให้ขยายเวลาการส่งเอกสารประกอบการออกบัตรส่งเสริมให้ ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 4 เดือน ดำเนินการผ่านระบบงานบัตรส่งเสริม (Promotion Certificate System) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

https://www.boi.go.th/index.php?page=before_promo_get_cert

ในกรณีที่บริษัทขอรับการส่งเสริม เช่น ผลิตภัณฑ์ A จำนวน 1000 ตัน/ปี วงเงินลงทุน 30 ล้านบาท ที่ได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่เมื่อดำเนินการจริง กำลังการผลิตที่ได้คือ ผลิตภัณฑ์ A จำนวน 1000 ตัน/ปี เงินลงทุนจริงในโครงการทั้งสิ้น 200 ล้านบาท (เป็นข้อผิดพลาดในการคำนวณการลงทุนในขั้นตอนการขอรับการส่งเสริม) คำถามคือ ... ในการเปิดดำเนินการจะอนุมัติวงเงินลงทุนให้แบบไหน 30 ล้านบาทตามคำขอ หรือ 200 ล้านบาท ตามที่ลงทุนจริง

กรณีที่สอบถาม กำลังผลิตที่ตรวจสอบพบ เท่าที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม ดังนั้น การเปิดดำเนินการ จึงจะปรับมูลค่าการลงทุนให้เป็นไปตามจริง คือ 200 ล้านบาท

“มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ” ตัวชี้วัด ค่า yield คำนวณได้อย่างไร หากเลือกมาตรการการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร (2 ธ.ค. 2564)
การคำนวณค่า yield สามารถดูการคำนวนได้จากคำชี้แจงสำนักงานฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2561 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการปรับเปลียนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 9/2560
บริษัทมีหุ้นต่างชาติทั้งสิ้นปัจจุบันได้รับส่งเสริมการลงทุน “IHQ และ ITC” ของ BOI อยู่แล้ว หลังจากนี้จะต้องเปลี่ยนมาขอรับการส่งเสริมการลงทุน “IBC” แทนหรือไม่

หากการได้รับการส่งเสริมการลงทุนในประเภทกิจการ “IHQ และ ITC” ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของโครงการ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาขอรับการส่งเสริมการลงทุน “IBC” แต่หากประสงค์จะเปลี่ยนเป็นกิจการ IBC จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกิจการ IBC

บริษัทมีหุ้นต่างชาติทั้งสิ้น ได้รับการส่งเสริมกิจการ “ITC” จาก BOI ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 มีแผนการที่จะยื่นขอรับเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจากกรมสรรพากร เนื่องจากจะมีธุรกิจเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เพื่อจำหน่ายสินค้า (Commercial distribution) จากเวียดนามไปยังฮ่องกง โดยให้ส่งสินค้าโดยตรงจากเวียดนามไปยังฮ่องกง และบริษัทเป็นผู้สั่งซื้อและชำระเงินค่าสินค้าไปยังเวียดนามและเป็นผู้จำหน่ายสินค้าไปยังฮ่องกง บริษัทควรจะดำเนินการอย่างไร

Commercial Distribution แบบ Out-Out ดังกล่าวอยู่ในขอบข่ายกิจการ ITC ที่บริษัทได้รับการ ส่งเสริมอยู่ ปัจจุบันหลังจากที่กระทรวงการคลังปรับนโยบายเป็นให้การส่งเสริมการลงทุนกิจการ IBC และยุติ การอนุมัติให้เป็น IHQ หรือ ITC รายได้ดังกล่าวไม่สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง จึงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map