Chat
x
toggle menu
toggle menu

ข่าวสาร

บีโอไอปรับมาตรการส่งเสริมลงทุนภาคเกษตร ผลักดันไทยก้าวสู่ Bio Hub ในภูมิภาค

บอร์ดบีโอไอไฟเขียวมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร ผลักดันไทยก้าวสู่ Bio Hub ในภูมิภาคอาเซียน ส่งเสริมศูนย์การค้าผลผลิตทางการเกษตรระบบดิจิทัล ตั้งนิคมอุตสาหกรรมเกษตร และอาหาร ทบทวนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บอร์ดบีโอไอ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนภาคเกษตร และเปิดประเภทกิจการใหม่ ได้แก่ กิจการศูนย์การค้าผลิตผลทางการเกษตรระบบดิจิทัล และกิจการนิคมหรือ เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร และทบทวนสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู Bio Hub ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รองรับการขยายตัวในอุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีการแข่งขันสูงมากในตลาดโลก

เปิด 2 ประเภทกิจการใหม่

บอร์ดบีโอไอได้เห็นชอบให้เปิดประเภทกิจการใหม่ ได้แก่ กิจการศูนย์การค้าผลิตผลทางการเกษตรระบบดิจิทัล เพื่อเป็นการยกระดับภาคเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ต้องมีแพลตฟอร์มสำหรับให้บริการเกษตรกรและผู้ประกอบการ และสนับสนุนให้เกิดระบบการติดตามและปรับปรุงควบคุมคุณภาพผลผลิต โดยจะต้องจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรในรูปแบบ B2B (Business-to-Business) เท่านั้น

รวมทั้งได้เปิดประเภท กิจการนิคมหรือเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร รองรับสถานประกอบการในอุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป อาหาร รวมทั้งบริการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากร โดยจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ได้แก่ ห้องปฎิบัติการ/ทดสอบ สถาบันฝึกอบรมหรือพัฒนาองค์ความรู้ด้านการเกษตรหรืออาหาร ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เหมาะสมและได้มาตรฐาน เพื่อเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และสถาบันการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเกษตรในพื้นที่ โดยมีเงื่อนไขพื้นที่นิคมหรือเขตไม่น้อยกว่า 200 ไร่ และห้ามตั้งใน เขตกรุงเทพฯ และสมุทรปราการ

ทั้งนี้ ทั้งสองประเภทกิจการใหม่จะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปี

ทบทวนมาตรการเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย

ทั้งนี้ บีโอไอได้ปรับปรุงประเภทกิจการ เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ครอบคลุมถึงยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เวชสำอาง หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้สมุนไพรเป็นวัตถุดิบ เช่น สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน และเครื่องสำอาง เป็นต้น โดยหากเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี

“ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาคคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างมากในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ปัจจุบันไทยนำสมุนไพรมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เพียง 1,800 ชนิด จากที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นชนิด จึงหวังว่าการปรับปรุงประเภทกิจการครั้งนี้จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากการพัฒนาองค์ความรู้ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ยกระดับสมุนไพรไทยเพื่อต่อยอดไปสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยมี

ความปลอดภัย มีคุณภาพและได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” นางสาวดวงใจกล่าว

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map