กิจการผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ถือว่าการฉีดพลาสติกเป็นขั้นตอนสำคัญของโครงการ จึงไม่น่าจะขอแก้ไขกรรมวิธีการผลิต เพื่อจ้างผู้อื่นให้ฉีดชิ้นส่วนพลาสติกแทนได้
กรณีตามที่สอบถาม สินค้าของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม เครื่องจักรที่มีอยู่เดิมจึงไม่สามารถรองรับความต้องการได้ หากบริษัทจะรับออร์เดอร์นี้ จะต้องลงทุนเครื่องจักรใหม่ เพื่อให้ผลิตสินค้าชนิดใหม่ได้ แต่เนื่องจากบริษัทเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว จึงไม่สามารถแก้ไขโครงการโดยมีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมได้ หากจะลงทุนเพิ่ม จะต้องยื่นขอรับส่งเสริมเป็นโครงการใหม่ (กิจการขยาย)
การนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรืออุปกรณ์ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI ไปให้ผู้อื่นใช้ผลิตสินค้าให้ ต้องดำเนินการดังนี้
1.ขอแก้ไขกรรมวิธีการผลิต ให้มีขั้นตอนการนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรืออุปกรณ์ ไปว่าจ้างผู้อื่นให้ผลิตสินค้าหรือชิ้นส่วนให้
2.ยื่นขออนุญาตนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรืออุปกรณ์ ไปให้ผู้อื่นใช้ หลังจากได้รับอนุมัติแล้ว จึงจะนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ หรืออุปกรณ์ ไปให้ผู้อื่นใช้ ตามที่ได้รับอนุมัติได้
ในบัตรส่งเสริมมีเงื่อนไขเขียนไว้ว่า "จะต้องไม่จำนอง จำหน่าย โอน ให้เช่า หรือให้ผู้อื่นใช้เครื่องจักรที่ได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนภาษี" หากจะให้ผู้อื่นใช้ จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน
ขั้นตอนที่ 3 เขียนว่า
3).นำชิ้นงานพลาสติกอื่น และซื้อบางส่วนจากผู้ประกอบการภายนอก
ผมอ่านไม่เข้าใจว่าขั้นตอนนี้คืออะไร ต้องใช้แม่พิมพ์ Stamping อย่างไร
สรุปคือผมมองไม่เห็นภาพว่า โครงการนี้มีขั้นตอนอย่างไร จะเอาแม่พิมพ์ขั้นตอนไหนไปว่าจ้าง เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่บริษัทควรต้องการทำการผลิตเองหรือไม่ การว่าจ้างนอกจากจะนำแม่พิมพ์ไปจ้างแล้ว ต้องนำวัตถุดิบไปว่าจ้างด้วยหรือไม่ ควรขออนุญาตไปพร้อมกันหรือไม่ ฯลฯ จึงไม่ทราบว่าจะให้คำแนะนำอะไร
ขอตอบเฉพาะหลักการ คือ
1. การนำเครื่องจักร แม่พิมพ์ วัตถุดิบ ที่ใช้สิทธินำเข้าโดยยกเว้นภาษี ไปให้ผู้อื่นใช้ หรือไปใช้เพื่อการอื่น จะต้องได้รับอนุญาตก่อน
2. สินค้าที่มีขั้นตอนการผลิตไม่ตรงกับที่ได้รับส่งเสริม ไม่ถือเป็นสินค้าตามโครงการ จะใช้สิทธิใด ๆ ไม่ได้
1. บริษัทได้รับส่งเสริมผลิตผลิตภัณฑ์ฉีดพลาสติกขึ้นรูป แต่ไม่ฉีดพลาสติกขึ้นเอง จึงน่าจะเป็นการผิดเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญในการให้การส่งเสริมอย่างร้ายแรง และจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นตามบัตรส่งเสริมได้
2. บริษัทซื้อเครื่องฉีดพลาสติกในประเทศ โดยไม่ได้ใช้สิทธิจาก BOI ดังนั้น การจะขายหรือให้เช่าเครื่องจักรนั้น จึงไม่น่าจะต้องขออนุญาตจาก BOI แต่หากเมื่อให้เช่าเครื่องจักรไปแล้ว ทำให้บริษัทไม่มีเครื่องจักรตามกรรมวิธีการผลิตและกำลังผลิตที่ได้รับส่งเสริม ก็จะขัดกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม ซึ่งหากไม่แก้ไขให้ถูกต้อง ก็อาจอยู่ในข่ายที่ต้องถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริมต่อไป
3. ในกรณีทั่วไป บริษัทสามารถขอแก้ไขกรรมวิธีการผลิต เพื่อทำการว่าจ้างผลิตชิ้นส่วน พร้อมกับขออนุญาตนำเครื่องจักรไปให้ผู้รับจ้างยืมใช้ ก็ได้ แต่ทั้งนี้ การว่าจ้างต้องไม่ทำให้สาระสำคัญของโครงการลดลงเหลือน้อยกว่าที่จะให้ส่งเสริมต่อไปได้
กรณีนี้ หากได้รับส่งเสริมฉีดพลาสติก แต่จะว่าจ้างฉีดพลาสติก โดยไม่ดำเนินการเอง จะทำให้สาระสำคัญของโครงการลดลงเกินกว่าที่จะให้ส่งเสริมต่อไปได้
เครื่องจักรที่จะนับเป็นการลงทุนของโครงการ และนับกำลังผลิตเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องเป็นไปตามนี้
1.เป็นเครื่องจักรที่ใช้ในกรรมวิธีการผลิตตามที่ได้รับส่งเสริม
2.เป็นเครื่องจักรใหม่
3.กรณีเป็นเครื่องจักรเก่า ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าในโครงการ โดยเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ และมีอายุไม่เกินกว่าที่กำหนดในบัตรส่งเสริม โดยมีใบรับรองประสิทธิภาพตามที่ BOI กำหนด
4.จะนำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือไม่ก็ได้
กรณีที่สอบถาม หากถูกต้องตามเงื่อนไขข้างต้น ก็จะนับเป็นเครื่องจักรในโครงการ และนับกำลังผลิตเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 ได้
การขอจำนองเครื่องจักรที่สั่งปล่อยคืนอากร และสั่งปล่อยปกติ มีขั้นตอนเหมือนกัน คือ ยื่นหนังสือถึงสำนักบริหารการลงทุน หรือศูนย์เศรษฐกิจการลงทุน ที่รับผิดชอบโครงการของบริษัท ประกอบด้วย
หนังสือหัวจดหมายบริษัทฯ เรื่อง ขออนุญาตจำนองเครื่องจักรที่ได้ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม (ไม่มีแบบฟอร์ม พิมพ์ขึ้นได้เอง)
แบบคำขออนุญาตจำนองเครื่องจักรที่ได้ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม (F IN MC 02) ไม่ต้องแนบรายการเครื่องจักรที่ขอจำนอง ระบุเพียงแค่ชื่อที่อยู่ของบริษัทรับจำนองเท่านั้น เมื่อได้รับอนุมัติจาก BOI แล้ว จึงจะสามารถนำเครื่องจักรที่ใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริม ไปจำนองได้
การขออนุญาตนำเครื่องจักรไปจำนอง ต้องเป็นกรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักรดังกล่าวโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI จากนั้นจึงยื่นขออนุญาตนำเครื่องจักรดังกล่าวไปจำนอง จะยื่นขอนำเครื่องจักรไปจำนองเมื่อไรก็ได้ แต่ต้องก่อนมีการจำนอง
ให้ยื่นคำร้องในระบบ eMT
หลังจากยื่นเรื่องผ่านระบบ eMT เจ้าหน้าที่ BOI ประจำสมาคม IC จะเป็นผู้พิจารณาคำร้อง และลงนามหนังสืออนุมัติ ให้บริษัทตรวจสอบผลการพิจารณาในระบบ eMT หากได้รับอนุมัติ ให้ไปติดต่อสมาคม IC เพื่อรับหนังสืออนุมัติ และเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน
หากในหนังสืออนุมัติ ไม่มีข้อความระบุให้นำบัตรส่งเสริมไปแก้ไขเอกสารท้ายบัตร บริษัทก็ไม่ต้องนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข แต่ให้เก็บหนังสืออนุมัตินั้นไว้เป็นหลักฐาน
หากหนังสืออนุมัติ มีเงื่อนไขให้นำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข แต่บริษัทไม่นำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข ถือว่าการอนุมัตินั้นยังไม่ผลบังคับ
จะต้องนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข ตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุมัติ
การให้การส่งเสริมของ BOI ไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แต่สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมีระยะสิ้นสุด
เช่น เครื่องจักร 30 เดือน (ขยายเวลาได้ 3 ครั้ง) หรือภาษีเงินได้ 3-8 ปี (ขยายเวลาไม่ได้) เป็นต้น แม้ว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะสิ้นสุดลง แต่บริษัทก็ยังคงมีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม และต้องปฏิบัติเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริมตลอดไปจนกว่ายกเลิกบัตร/หรือถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม เครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร มีเงือนไขคือ จะต้องใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น การจะจำหน่ายจ่ายโอน หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ หรือนำไปใช้เพื่อการอื่น จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน ไม่ว่าเครื่องจักรนั้นจะนำเข้ามาแล้วนานเท่าใด โดย BOI จะพิจารณาความเหมาะสม พร้อมกับพิจารณาภาระภาษี (ถ้ามี) ตามอายุเครื่องจักร ตามประกาศ ที่ ป.3/2558 กรณีที่สอบถาม เป็นการขอนำเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีไปทำการเช่าซื้อแบบลีสซิ่ง ซึ่งอ้างอิงประกาศ ที่ ป.6/2541 จึงควรยื่นขออนุญาตไปตามขั้นตอนปกติ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องอายุเครื่องจักรหากการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ กระทำในนามบริษัทที่ได้รับส่งเสริม และการนำเครื่องจักรดังกล่าวกลับเข้ามาในประเทศ กระทำในนามบริษัทที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถยื่นขออนุญาตส่งซ่อม และขอสั่งปล่อยยกเว้นอากรขาเข้า(ค่าซ่อม) ของเครื่องจักรที่นำกลับเข้ามาได้
ส่วนการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน จะต้องกระทำอย่างไรเพื่อให้เป็นตามเงื่อนไขข้างต้น ควรสอบถามกับกรมศุลกากรโดยตรงการขอส่งเครื่องจักร (ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28) ไปซ่อม (รวมถึงตรวจสอบ ปรับค่า ฯลฯ) ในต่างประเทศ มีขั้นตอนดังนี้
1. ยื่นคำร้องผ่านระบบ eMT เพื่อขอส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ 2. ยื่นคำร้องต่อกรมศุลกากรเพื่อขอทำใบสุทธินำกลับ 3. ส่งเครื่องจักรที่ได้รับอนุญาตตาม 1 และ 2 ไปซ่อมต่างประเทศ 4. เมื่อจะนำกลับเข้ามา ให้ยื่นคำร้องผ่านระบบ eMT เพื่อขอสั่งปล่อยเครื่องจักรที่ส่งไปซ่อมต่างประเทศ โดยเครื่องจักรดังกล่าว จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับค่าซ่อม ตามสิทธิมาตรา 28 และจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร ตามสิทธิใบสุทธินำกลับ1.ขั้นตอนการขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ
- ยื่นคำร้องในระบบ eMT - เมื่อได้รับอนุมัติให้ส่งคืน จะต้องส่งเครื่องจักรไปต่างประเทศภายใน 90 วัน - จากนั้นให้บันทึกข้อมูลเลขที่ใบขนสินค้าขาออกในระบบ eMT 2.การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ - ไม่มีภาระภาษีที่ต้องชำระคืน - ต้องไม่เป็นเครื่องจักรหลัก - กรณีเป็นเครื่องจักรหลักที่ทำให้กำลังผลิตหรือกรรมวิธีการผลิตเปลี่ยนแปลง จะต้องนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน หรือจะต้องยื่นขอแก้ไขโครงการก่อน จึงจะอนุญาตให้ส่งเครื่องจักรคืนไปต่างประเทศได้กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาโดยยกเว้นภาษีอากรตามสิทธิ BOI แต่ต่อมาไม่ต้องการใช้เครื่องจักรดังกล่าวในโครงการ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
1.ขอส่งคืนไปต่างประเทศ - หากเป็นเครื่องจักรหลัก ต้องไม่ทำให้กำลังลดลงเกินกว่า 20% ยกเว้นจะมีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน - ไม่มีภาระภาษีอากรที่ต้องชำระคืน - เรียกเก็บเงินค่าสินค้า (เครื่องจักร) ได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นการจำหน่ายสินทรัพย์ออกจากโครงการ 2.ขอจำหน่ายในประเทศ - หากเป็นเครื่องจักรหลัก ต้องไม่ทำให้กำลังลดลงเกินกว่า 20% ยกเว้นจะมีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน - หากนำเข้ายังไม่ครบ 5 ปี ต้องชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่อนุญาตให้จำหน่าย - เรียกเก็บเงินค่าสินค้า (เครื่องจักร) ได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นการจำหน่ายสินทรัพย์ออกจากโครงการ1. การส่งชิ้นส่วนของเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ มีขั้นตอนดังนี้
- เข้าไปที่เมนูส่งซ่อมเครื่องจักรไปต่างประเทศ - คีย์เลขหนังสืออนุมัติสั่งปล่อยที่ใช้สิทธินำเข้าเครื่องจักรนั้น - เลือกรายการเครื่องจักร - ติ๊กช่อง "ชื่อรายการที่ส่งซ่อมไม่ตรงกับชื่อในบัญชี" - คือในช่อง "ชื่อตามที่ส่งซ่อม" เป็นชื่อชิ้นส่วนที่จะส่งไปซ่อมต่างประเทศ 2. เมื่อซ่อมเสร็จแล้วนำกลับเข้ามา จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเฉพาะค่าซ่อม ส่วนอากรขาเข้าของชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา จะต้องทำใบสุทธินำกลับต่อกรมศุลกากร เพื่อยกเว้นอากรขาเข้าในส่วนนั้น