Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
บริษัทได้รับอนุมัติเพิ่มกำลังผลิตโดยการเพิ่มเวลาการทำงานสำหรับโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว และหมดระยะเวลาการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว แต่ยังเหลือสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% จะได้รับสิทธิแค่ส่วนที่เหลือใช่หรือไม่
เช่น กำลังการผลิตต่อปี 100 ชิ้น เพิ่มเป็น 110 ชิ้น ก็นำมาใช้กับปีปัจจุบันไม่ย้อนหลัง แต่วงเงินภาษีเท่าเดิมใช่หรือไม่
การลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% ตามมาตรา 35(1) ไม่มีการกำหนดวงเงินการใช้สิทธิ แต่ต้องเป็นรายได้จากการผลิตตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม (ชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต เวลาทำงาน กรรมวิธีผลิต) เท่านั้น และจะเริ่มใช้สิทธิลดหย่อนได้หลังจากที่มาตรา 31 สิ้นสุดลง
ใช้สิทธิลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 50
บริษัทได้รับสิทธิลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของอัตราปกติ ต้องยื่นขอใช้สิทธิกับสำนักงานหรือไม่
การยื่นคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในระบบ E-Tax https://etax.boi.go.th/home/signin สำหรับการขอใช้สิทธิยกเว้นตามมาตรา 31 เท่านั้น ส่วนสิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 ตามมาตรา 31(1) สามารถใช้สิทธิได้เลย ไม่ต้องยื่นขอใช้สิทธิในระบบ E-Tax และไม่ต้องยื่นเอกสารกับสำนักงาน
การใช้สิทธิยกเว้นภาษี
ขอสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สิทธิยกเว้นภาษี ต่อไปนี้
1. ตามบัตรส่งเสริมระบุว่า "ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมีกำหนดเวลา 5 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการนั้น" ขอสอบถามว่า บริษัทฯ ได้เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการและมีกำไรที่ต้องเสียภาษีแล้ว ซึ่งในการใช้สิทธิยกเว้นภาษีนี้ จำเป็นต้องดำเนินการตามเงื่อนไขเฉพาะโครงการให้ครบถ้วนหรือไม่ ถึงสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้ หรือได้รับอนุมัติให้ได้รับการยกเว้นภาษีหรือไม่
2. ในกรณีที่บริษัทไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเนื่องจากดำเนินการ ไม่ครบในเงื่อนไขเฉพาะโครงการ (ในส่วนของขนาดการลงทุน) ขอสอบถามว่าในการยื่นภาษีประจำปี ในแบบฟอร์ม ภ.ง.ด. 50 นั้น ต้องระบุรายการในช่องใด เพราะกิจการของบริษัทฯ เป็นกิจการที่ได้รับสิทธิการยกเว้นภาษี แต่ไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้สิทธิ

1. การใช้สิทธิภาษีเงินได้ มีเงื่อนไขคือ ต้องมีการลงทุนไม่น้อยกว่าขนาดการลงทุนขั้นต่ำของโครงการ (ปกติคือไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) และต้องเป็นรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ปริมาณไม่เกินกำลังการผลิตที่ได้รับส่งเสริม และมีกรรมวิธี การผลิตตามที่ได้รับส่งเสริม จากกรณีที่สอบถาม ไม่แน่ใจว่าที่บริษัทเข้าใจว่าดำเนินการตามเงื่อนไขเฉพาะโครงการไม่ครบถ้วน หมายถึงในข้อใด ยกตัวอย่าง เช่น หากบริษัทไม่มีการลงทุนเครื่องจักรในขั้นตอนที่เป็นสาระสำคัญ หรือมีขนาดการลงทุนต่ำกว่า 1 ล้านบาท จะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม แต่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข ไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้ แต่ระยะเวลาการใช้สิทธิยกเว้นภาษี จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่มีจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้นแล้ว

2. หรือหากบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกับที่ได้รับส่งเสริม แต่เป็นการซื้อมาจำหน่าย (ซื้อมา-ขายไป : trading) กรณีนี้อาจพิจารณาว่า ไม่ใช่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ระยะเวลาการใช้สิทธิยกเว้นภาษี จึงจะยังไม่เริ่มนับจากการเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบบซื้อมา-ขายไปนี้ เป็นต้น

3. กรณีที่ BOI พิจารณาว่ารายได้ที่ขอใช้สิทธิฯ เป็นรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริม แต่ไม่อนุญาตให้ใช้สิทธิ เนื่องจากผิดเงื่อนไขสำคัญ การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 บันทึกเป็นรายได้ในกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้

การใช้สิทธิและประโยชน์หักค่าไฟฟ้าและประปาเป็นค่าใช้จ่ายสองเท่าตามมาตรา 35(2)

สำนักงานกำหนดให้การใช้สิทธิและประโยชน์หักค่าไฟฟ้าและประปาเป็นค่าใช้จ่ายสองเท่าตามมาตรา 35(2) หากกิจการมีการใช้ไฟฟ้าหรือประปาเป็นวัตถุดิบทางตรงในการผลิตชนิดผลิตภัณฑ์ที่ระบุใน บัตรส่งเสริม ย่อมไม่สามารถใช้สิทธิและประโยชน์หักเป็นค่าใช้จ่ายสองเท่าได้ โดยพิจารณาจากชนิดผลิตภัณฑ์และประเภทกิจการได้รับการส่งเสริม ตัวอย่างข้อหารือ ดังนี้

1. บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนการผลิต ETHYLENE, PROPYLENE ประเภทกิจการการผลิตผลิตภัณฑ์เคมี, การจัดสร้างศูนย์บริการสาธารณูปโภค ประเภทกิจการศูนย์บริการสาธารณูปโภคสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี, การผลิตไฟฟ้า ประเภทกิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าและไอน้ำ โดยในการประกอบกิจการบริษัทมีการซื้อน้ำดิบจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ในการผลิตน้ำประเภทต่างๆ ซึ่งน้ำประปาที่ได้ส่วนใหญ่ใช้ในกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ตามโครงการ และสาธารณูปโภคของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังมีการผลิตไฟฟ้าขึ้นเองเพื่อใช้ในกิจการ เนื่องจากในระยะเริ่มแรกการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไม่สามารถส่งไฟฟ้าให้ได้ตามความต้องการ

แนววินิจฉัย ค่าน้ำดิบที่บริษัทซื้อจากการนิคมอุตสาหกรรมฯ และค่าไฟฟ้าที่บริษัทผลิตขึ้นเอง เพื่อใช้ในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมนั้น สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 35(2) ได้ โดยต้องจัดทำบัญชีแยกประเภทสำหรับรายการค่าใช้จ่าย เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิตามมาตราดังกล่าว แต่หากกิจการใดมีการใช้น้ำดิบ และไฟฟ้า เป็นวัตถุดิบในการประกอบกิจการโดยตรงตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริมบริษัทย่อมไม่สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 35(2) ได้

2. บริษัทได้รับการส่งเสริมในกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี กิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ การประปาหรือน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ฯลฯ ในการดำเนินกิจการ บริษัทได้รับน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำดอกกราย โดยน้ำดิบจะถูกส่งเข้ายังหน่วยปรับปรุงคุณภาพ เมื่อผ่านการปรับปรุงสภาพแล้วจะถูกส่งเข้าไปยังหน่วยผลิตต่างๆ เช่น

- หน่วยผลิตน้ำประปา ซึ่งเป็นหน่วยผลิตน้ำสำหรับใช้ในการอุปโภคและบริโภค

- ระบบผลิตน้ำหล่อเย็น ซึ่งเป็นระบบน้ำหล่อเย็นที่ใช้ในการระบายความร้อนจากกระบวนการผลิตและระบบสาธารณูปโภค

- ระบบผลิตน้ำ DEMINERALIZATION WATER SUPPLY เป็นระบบน้ำที่ปราศจากแร่ธาตุใช้ในการป้อนเข้าระบบ BOILER เพื่อผลิตไอน้ำสำหรับใช้ในกระบวนการผลิต

แนววินิจฉัย การหักค่าประปาเป็นสองเท่าของจำนวนเงินที่ผู้ได้รับการส่งเสริมเสียไปเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมนั้น ต้องเป็นค่าใช้จ่ายในด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ได้กำหนดไว้ตามมาตรา ๓๕(๒) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 เท่านั้น ดังนั้น การที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริม เช่น ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี การผลิตไฟฟ้า เป็นต้น โดยขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพน้ำจะต้องอยู่ในขั้นตอนการผลิตที่ได้รับอนุมัติสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์นั้นๆ จึงถือเป็นค่าใช้จ่ายตามความหมายของมาตรา ๓๕(๒) แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพน้ำเพื่อผลิตเป็นน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่าย

3. บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิต AMMONIUM SULFATE (AMS), ACETONE CYANOHYDRIN (ACH), METHYL METHACRYLATE (MMA), ACRYLONITRILE (AN) และไอน้ำ โดยในการประกอบกิจการบริษัทมีการใช้น้ำสะอาด คือ CLARIFIED WATER ในระบบหล่อเย็น และ DEMINERALIZED WATER ในการผลิตไอน้ำ เนื่องจากคุณสมบัติมีความพิเศษเหมาะสำหรับใช้ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กรณีดังกล่าวบริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำสะอาด มาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมตามมาตรา 35(2) ได้หรือไม่

แนววินิจฉัย กรณีที่บริษัทได้รับสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 35(2) โดยได้รับอนุญาตให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าประปาสองเท่าของค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นระยะเวลาสิบปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ ดังนั้น การที่บริษัทฯ ซื้อน้ำสะอาด CLARIFIED WATER และ DEMINERALIZED WATER มาเพื่อใช้ในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม บริษัทฯ ย่อมสามารถใช้สิทธิและประโยชน์หักค่าประปาเป็นสองเท่าของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงในการซื้อน้ำสะอาดนั้น แต่หากกิจการนำน้ำสะอาดดังกล่าวมาเป็นวัตถุดิบทางตรงในการผลิตชนิดผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม ย่อมไม่สามารถใช้สิทธิและประโยชน์หักค่าประปาเป็นสองเท่าตามมาตรา ๓๕(๒) ได้

4. นอกจากนี้การใช้สิทธิและประโยชน์อื่นตามมาตรา 25 ได้มีประกาศสำนักงาน ที่ ป.4/2537 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2537 ดังนี้

(1) การอนุญาตให้หักค่าขนส่งสองเท่าตามมาตรา 35(2) โดยหักได้เฉพาะค่าขนส่งภายในประเทศเท่านั้น

(2) การอนุญาตให้หักเงินที่ผู้ได้รับการส่งเสริมลงทุนในการติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมตามมาตรา 35(3) ให้หักได้เฉพาะค่าใช้จ่าย ดังนี้

(2.1) ค่าติดตั้งหรือก่อสร้างระบบคมนาคม เช่น ถนน ท่าเทียบเรือ ทางรถไฟ และการวางท่อสำหรับการขนส่ง เป็นต้น

(2.2) ค่าติดตั้งหรือก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการที่ได้รับการส่งเสริม เช่น ระบบไฟฟ้า (การปักเสา พาดสาย) ระบบน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม (การวางท่อ) เป็นต้น

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map