1.
ให้ความช่วยเหลือด้านการขอรับส่งเสริมการลงทุน
- ให้คำปรึกษาในการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งรายใหม่และรายเดิมที่ต้องการขยายการลงทุน
- ให้คำแนะนำในการดำเนินการต่างๆ เช่น การเตรียมข้อมูลสำหรับการขอรับส่งเสริมการลงทุน การขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานสำหรับชาวต่างชาติ การขอใบอนุญาตจากหน่ายงานของรัฐอื่นๆ ที่
2. บริการจับคู่ธุรกิจ
- บริการฐานข้อมูลผู้ร่วมลงทุน โดยสามารถสืบค้นข้อมูลได้จากเว็บไซต์สำนักงาน และสามารถฝากข้อมูลเพื่อ ประกาศหาผู้ร่วมลงทุนได้
- ให้บริการคำปรึกษาและจัดอบรมแก่นักลงทุนที่สนใจไปลงทุนในต่างประเทศ
3. กองพัฒนาและเชื่อมโยงการลงทุน (Industrial Linkage Development
Division) ให้บริการดังนี้
- เชื่อมโยงผู้ประกอบการในการสร้างเครือข่ายทางการค้าและธุรกิจ
- สร้างซัพพลายเออร์
และพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการไทย
- เสริมช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดได้มากขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
- แนะนำช่องทางการค้าและการลงทุน
เพื่อเปิดโอกาสร่วมลงทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยด้วยกันและระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ
4. อำนวยความสะดวกในการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน
- รับคำขอ
อนุมัติ/อนุญาต รวมถึงการให้คำแนะนำในการกรอกคำขอ
- ดำเนินการเรื่องช่างฝีมือ
การบรรจุตัวช่างฝีมือ ผู้ชำนาญการและครอบครัว
5. ให้บริการศูนย์บุคลากรทักษะสูง (Strategic Talent Center- STC)
สนใจเพิ่มเติมโปรดติดต่อที่ โทรศัพท์: 0 2209
1100 อีเมล์: stc@boi.go.th
ในการทำใบขน เข้าใจว่าให้แจ้งชิปปิ้งเพื่อระบุในหมายเหตุว่า ขอสงวนสิทธิ BOI
เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ทัดเทียมกับประเทศคู่แข่งขันในระดับสากล
จึงเป็นที่มาที่ทำให้ผู้ประกอบการไทย
รวมถึงหน่วยงานรัฐในฐานะผู้กำกับดูแลต้องปรับตัวให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
โดยมาตรฐาน GMP ตามแนวทาง PIC/S ได้ออกเป็นประกาศของกระทรวงสาธารณสุข
เรื่อง
กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบันตามกฎหมายว่าด้วยยา
พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554
ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ณ ปัจจุบัน
มาตรฐานการผลิตที่ดี Good Manufacturing
Practice: GMP ในอุตสาหกรรมยา
องค์การเภสัชกรรม
ได้ให้คำนิยามสำหรับหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตยา หรือ Good Manufacturing Practice (GMP) ไว้ว่า คือ ข้อกำหนด
ระเบียบ แบบแผน
และวิธีปฏิบัติที่นำมาใช้ในการผลิตที่ดีและได้สินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน
ซึ่งครอบคลุมถึง สถานที่ผลิต อุปกรณ์เครื่องจักร บุคลากร วัสดุ เอกสารต่างๆ
และสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการการผลิตทุกขั้นตอน
PICS หรือ Pharmaceutical Inspection
Cooperation Scheme
กำหนดโดยองค์กรสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European
Free Trade Association หรือ EFTA) ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิกเริ่มต้นทั้งหมด
18 ประเทศ เพื่อมีข้อตกลงร่วมกันในการตรวจสอบการผลิตยา
ภารกิจหลักของ PICS คือเป็นศูนย์รวมและผู้สนับสนุนหลักให้ประเทศสมาชิกในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยา
เช่น การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล องค์ความรู้ด้าน GMP ทำหน้าที่ในการรายงาน
ตรวจสอบ จัดประชุม จัดการอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ GMP (GMP
Auditor/Inspector) พัฒนาปรับปรุงเอกสารคู่มือต่างๆ ในการผลิตยา
รวมไปถึงการส่งเสริมการจัดตั้งเครือข่ายและเสริมสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศสมาชิกและส่งเสริม
International Harmonization ในด้าน GMP
สำนักงานได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อยกระดับมาตรฐานดังกล่าวเป็นอย่างมาก
โดยได้กำหนดมาตรฐานดังกล่าวเป็นเงื่อนไขในการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตยาทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณด้วย
ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนและแบ่งเบาภาระในการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในประเทศไทย
สามารถแก้ไขข้อมูลได้ ถ้ายังไม่ได้กดปุ่ม ‘ส่งข้อมูล’ แต่หากส่งข้อมูลแล้ว โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1-7 หรือกองบริหารการลงทุน 1-5 เพื่อดำเนินการส่งข้อมูลคืนให้แก้ไข ทั้งนี้ เมื่อ แก้ไขแล้ว ต้องกดปุ่ม ‘ส่งข้อมูล’ อีกครั้ง
การยื่นขอส่งเสริมเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะต้องยื่นเอกสาร
ดังนี้
1.
แบบฟอร์มขอรับการส่งเสริม ทั่วไป (F PA PP 01-06)
2.
แผนงานรวม (Package)
ที่ประกอบด้วย โครงการประกอบรถยนต์และโครงการผลิตหรือใช้ชิ้นส่วนสำคัญ
แผนการนำเข้าเครื่องจักรและติดตั้ง แผนการผลิตรถยนต์ปีที่ 1-3 แผนการผลิตหรือจัดหาชิ้นส่วนอื่นๆ
แผนการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้ว และแผนการพัฒนาผู้ผลิตวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนในประเทศ
(Local Supplier) ที่มีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
51 ในการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีและการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค
3.
เอกสารแนบเกี่ยวกับเงื่อนไขอื่นๆ ของประเภทกิจการ เช่น ข้อมูลผลิตภัณฑ์
กระบวนการผลิต เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า
รวมถึงแผนการผลิตและตลาด เป็นต้น
1.ในบัญชีสินทรัพย์จะต้องระบุว่าเครื่องจักรรายการใด ลงบันทึกสินทรัพย์เป็นของโครงการใด เพื่อให้สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายของแต่ละโครงการได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น แม้ว่าในอินวอยซ์จะมีการซื้อเครื่องจักรของ 2 โครงการเข้ามาพร้อมกัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร
2.กรณีที่บัตรส่งเสริมระบุเวลาทำงานเป็น 24 ชั่วโมง แต่บริษัทผลิตจริงเพียง 8 ชั่วโมง หากคำนวณกำลังผลิตต่อ 1 ชั่วโมง แล้วได้เท่ากัน (บวกลบไม่เกิน 20%) ก็ถือว่ามีกำลังตรงตามบัตรส่งเสริม แม้จะผลิตจริงไม่ถึง 24 ชั่วโมงก็ตาม
3.หากคำนวณกำลังผลิตต่อ 1 ชั่วโมงแล้วได้ไม่ถึง 80% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ก็จะถูกปรับลดกำลังผลิตในบัตรส่งเสริมให้เหลือเท่ากับกำลังผลิตของเครื่องจักรที่มีอยู่จริง
4.บริษัทสามารถไปติดต่อขอรับคำปรึกษากับ จนท BOI ของกองที่กำกับดูแลกิจการตามประเภทนั้นๆ
5.หากจะนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่ม จะต้องนำเข้ามาภายในระยะเวลาก่อนสิ้นสุดวันครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการ มิฉะนั้น เครื่องจักรที่นำเข้ามาเพิ่ม จะไม่นับเป็นกำลังผลิตของโครงการนั้น และไม่นับเป็นเงินลงทุนที่จะคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของโครงการนั้น
การให้การส่งเสริมของ BOI จะให้ส่งเสริมเป็น "รายโครงการ" ไม่ใช่ "รายบริษัท" ดังนั้น ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปคือ โครงการแต่ละโครงการที่ขอรับการส่งเสริม จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรแยกกันเป็นรายโครงการ จะใช้เครื่องจักรร่วมกันในหลายโครงการไม่ได้ เหตุผลที่สำคัญข้อหนึ่งคือ เครื่องจักรในโครงการเดิมเคยใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ไปแล้วครั้งหนึ่ง หากนำไปใช้ในโครงการใหม่อีก ก็จะเป็นการเวียนเทียนนำเครื่องจักรชุดเดียวกันมาใช้สิทธิประโยชน์หลาย ๆ รอบ ซึ่งขัดต่อเจตนาในการให้การส่งเสริมการลงทุน
1.โครงการที่ได้รับส่งเสริมตามนโยบาย (ประกาศที่ 2/2557) จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเก่าหากบริษัทฯ ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรเก่า จะต้องขอชำระภาษีอากรของเครื่องจักรนั้น
2.ขั้นตอนคือ ให้ยื่นคำขอชำระภาษีเครื่องจักร ผ่านระบบ eMT และเลือกประเภทขอชำระภาษีเป็น "ชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่นำเข้า"
1. กรณีที่เปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว ก็ยังสามารถขอแก้ไขโครงการได้ หากไม่มีการลงทุนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังผลิตหรือเพิ่มขั้นตอนการผลิต แต่ถ้าเป็นกิจการในหมวด 5 (เครื่องไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน) แม้จะเปิดดำเนินการแล้ว จะแก้ไขอย่างไรก็ได้
2. กรณีที่สอบถาม เป็นการผ่อนผันกรรมวิธีการผลิตชั่วคราว เพื่อนำเข้าชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปมาผลิตเป็นสินค้า ซึ่งไม่ต้องลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม ดังนั้น แม้จะเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว ก็ยังขอผ่อนผันกรรมวิธีผลิตได้
3. หากได้รับผ่อนผันตามข้อ 2 ปกติจะได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ แต่การยกเว้นภาษีเงินได้ จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป
- บริษัทยื่นหนังสือขอยกเลิกบัตรส่งเสริม (ไม่มีแบบฟอร์ม ร่างหนังสือขึ้นได้เอง)
- BOI จะตรวจสอบว่ามีการใช้สิทธิด้านเครื่องจักรและวัตถุดิบหรือไม่
- หากมี จะต้องเคลียร์ภาระภาษีทั้งหมดให้เสร็จสิ้นก่อน
- กรณีใช้สิทธิช่างฝีมือ ต้องยกเลิกการใช้สิทธิ
- กรณีใช้สิทธิถือครองที่ดิน ต้องจำหน่ายที่ดินภายใน 1 ปีนับจากวันยกเลิกบัตร
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล ใช้สิทธิได้ถึงวันที่ BOI มีคำสั่งยกเลิกบัตรส่งเสริม
สามารถยื่นขอแก้ไขย้อนหลังได้ เช่น บางรอบปีอาจยื่นแบบ ภงด โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี ต่อสรรพากร แต่ลืมยื่นแบบขอใช้สิทธิต่อ BOI ก็สามารถยื่นแบบขอใช้สิทธิย้อนหลังของรอบปีนั้น
สืบเนื่องจากนโยบายที่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่
2/2557 ได้มีประกาศอื่นๆเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าวดังนี้
- มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
- นโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และมาตรการส่งเสริมการลงทุนภายใต้โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
- นโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
“มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต”
ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 9/2560 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2560
มาตรการนี้ใช้กับ
1. กิจการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะได้รับการส่งเสริมหรือไม่ก็ตาม
หากไม่ได้รับการส่งเสริมต้องเป็นกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนประกาศให้การส่งเสริมการลงทุนในปัจจุบัน
2. โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอยู่เดิมสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการนี้ได้
เมื่อระยะเวลาการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นสิ้นสุดลงแล้ว หรือเป็นโครงการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
เงื่อนไข
1. ต้องมีขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท โดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน
ยกเว้นโครงการลงทุนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องมีขนาดลงทุนไม่น้อยกว่า 500,000 บาทโดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน
2. ผู้ประกอบการที่จะเข้าข่ายเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้
2.1 เมื่อรวมกิจการทั้งหมดทั้งที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมแล้ว
ผู้ขอรับการส่งเสริมต้องมีสินทรัพย์ถาวรสุทธิหรือขนาดลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่เกิน
200 ล้านบาท
2.2
ต้องมีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
51 ของทุนจดทะเบียน
3. จะต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนภายในปี
2563 และจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม
สิทธิประโยชน์
1. ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร
2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
3 ปี เป็นสัดส่วนร้อยละ 50 ของเงินลงทุนโดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนในการปรับปรุง
โดยให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากรายได้ของกิจการที่ดำเนินการอยู่เดิม ทั้งนี้ หากเป็นการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
โดยใช้หุ่นยนต์และเครื่องจักรระบบอัตโนมัติที่มีการเชื่อมโยงหรือสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องจักรระบบอัตโนมัติในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ
30 ของมูลค่าเครื่องจักรที่มีการปรับเปลี่ยนให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3
ปี จากรายได้ของกิจการที่ดำเนินการอยู่เดิม ในวงเงินไม่เกินร้อยละ 100
ของเงินลงทุนไม่รวมที่ดินและทุนหมุนเวียนในการปรับปรุง
3. ระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
ให้นับจากวันที่มีรายได้ภายหลังได้รับบัตรส่งเสริม
หลักเกณฑ์การให้การส่งเสริม แบ่งออกเป็น 4 มาตรการย่อย ดังนี้
1. มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
กิจการที่มายื่นขอรับการส่งเสริมจะต้องเสนอแผนการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อการประหยัดพลังงาน
การนำพลังงานทดแทนมาใช้ในกิจการ หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ดังนี้
1) จะต้องมีการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรไปสู่เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้เกิดการใช้พลังงาน
ลดลงตามสัดส่วนที่กำหนด
2) จะต้องมีการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เพื่อให้มีการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในกิจการในสัดส่วนตามที่กำหนด
เมื่อเทียบกับการใช้พลังงานทั้งสิ้น
3) จะต้องมีการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการลดปริมาณของเสีย
น้ำเสีย หรืออากาศตามเกณฑ์ที่กำหนด
2.
มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
กิจการที่มายื่นขอรับการส่งเสริมจะต้องเสนอแผนการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรตามเกณฑ์ที่กำหนด
เช่น การนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในสายการผลิตที่มีอยู่เดิม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
เป็นต้น
3. มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการวิจัยพัฒนาและออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
กิจการที่มายื่นขอรับการส่งเสริมจะต้องเสนอแผนการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาหรือออกแบบทางวิศวกรรมตามเกณฑ์ที่กำหนด
โดยจะต้องมีการลงทุนหรือมีค่าใช้จ่ายด้านวิจัยและพัฒนาหรือออกแบบทางวิศวกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของยอดขายรวมใน3 ปีแรก นับจากวันที่ยื่นขอรับการส่งเสริม
ในกรณีเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต้องลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาหรือออกแบบทางวิศวกรรม
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของยอดขายรวมใน 3 ปีแรก นับจากวันที่ยื่นขอรับการส่งเสริม
4. มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไปสู่มาตรฐานระดับสากล
ผู้ยื่นขอจะต้องจะต้องเสนอแผนการลงทุนเพื่อการยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไปสู่มาตรฐานระดับสากล เช่น มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agriculture Practices: GAP) มาตรฐานการรับรองป่าไม้ตามแนวทางขององค์การพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council: FSC) มาตรฐาน PEFCs (Program for the Endorsement of Forest Certification Scheme) มาตรฐานระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร (ISO 22000) หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบการจัดการป่าไม้แบบยั่งยืน (ISO 14061 Sustainable Forest Management System (SFM)) หรือ มาตรฐานสากลอื่นที่เทียบเท่า และจะต้องมีการลงทุนหรือมีค่าใช้จ่ายดำเนินการตามแผนดังกล่าว โดยต้องได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวภายใน 3 ปี นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริม
สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ IBC สำหรับการขยายธุรกิจดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้อง จัดตั้งบริษัทใหม่
หากจะขยายกิจการทำธุรกิจในกิจการการค้าระหว่างประเทศโดยนำเข้าสินค้ากึ่งสำเร็จรูปมาจำหน่ายในไทยให้ขออนุญาตกองประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าหุ้นหนึ่งร้อยล้านบาทเพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่ง หากต้องการดำเนินธุรกิจค้าปลีกจะต้องขออนุญาตกองประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ หรือเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าหุ้นอีกหนึ่งร้อยล้านบาท
หากจะขยายกิจการทำธุรกิจในกิจการการค้าระหว่างประเทศโดยนำเข้าสินค้ากึ่งสำเร็จรูปมาจำหน่ายในไทยให้ขออนุญาตกองประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือเพิ่มเงินทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าหุ้นหนึ่งร้อยล้านบาทเพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่ง หากต้องการดำเนินธุรกิจค้าปลีกจะต้องขออนุญาตกองประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ หรือเพิ่มทุนจดทะเบียนชำระเต็มมูลค่าหุ้นอีกหนึ่งร้อยล้านบาท
ในเบื้องต้นจะดูจากวุฒิการศึกษา และตำแหน่งงานรวมถึงลักษณะงานที่ทำในโครงการ IBC และจะตรวจสอบทุกครั้งที่มีการใช้สิทธิประโยชน์
สินค้าที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม คือ
- เป็นผลิตภัณฑ์ที่ระบุในบัตรส่งเสริม
- ปริมาณไม่เกินที่ระบุในบัตรส่งเสริม
- มีกรรมวิธีการผลิตตามที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม
โดยสินค้าที่จะใช้สิทธิมาตรา 31 จะส่งออกหรือจำหน่ายในประเทศก็ได้ / เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตจะนำเข้าหรือซื้อในประเทศก็ได้ (เฉพาะเครื่องจักรใหม่) / วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจะนำเข้าหรือซื้อในประเทศก็ได้
กรณีที่สอบถาม หากสินค้านั้นเป็นไปตามเงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 ได้
ส่วนการขออนุมัติสูตรการผลิต เป็นเงื่อนไขของการใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบตามมาตรา 36 ซึ่งไม่เกี่ยวกับการใช้สิทธิมาตรา 31
กรณีได้รับหนังสือแจ้งผลการปฎิบัติตามเงื่อนไข ISO ถูกต้องจาก BOI แล้ว หากต่อมาภายหลังบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงเวอร์ชั่น ISO หรือเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลระบบสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องแจ้ง BOI
ให้ขออนุญาตการดำเนินธุรกิจ TC (Treasury Center) กับธนาคารแห่งประเทศไทย จากนั้นให้ยื่นขอรับ ส่งเสริมการลงทุนในกิจการ IBC สำหรับขอบข่าย “TC (Treasury Center)” หากต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ยื่นขออนุมัติเป็น IBC กับกรมสรรพากร