Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
บริษัทผลิตชิ้นส่วนเกี่ยวกับยานยนต์ มีทั้งนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้สิทธิบีโอไอและส่งออกขายไปยังต่างประเทศ และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ ขายในประเทศ แต่เป็นชิ้นส่วนยานยนต์เช่นกัน อยากทราบว่า ต้องนับรวมผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเป็นชิ้นส่วนยานพาหนะทั้งหมด ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลใช่หรือไม่

สินค้าที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ สินค้าที่ 1)ชื่อตรงกับสินค้าในบัตรส่งเสริม 2)ผลิตตามกรรมวิธีที่ได้รับส่งเสริม 3)ปริมาณไม่เกินกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม ถ้าตรงตาม 3 ข้อนี้ครบถ้วน ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ไม่ว่าจะเป็นการขายในประเทศหรือส่งออก และไม่ว่าจะผลิตจากวัตถุดิบที่ยกเว้นภาษีหรือเสียภาษีเข้ามาก็ตาม

ถ้าบริษัทได้รับกำลังการผลิตเดิม 80000 ตันต่อปี ต่อมาได้เปิดดำเนินการและได้แก้ไขเป็น 90000 ตันต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2558 อยากทราบว่าถ้าบริษัทมีรอบบัญชี 1/10/2557-30/09/2558 บริษัทจะต้องคำนวณรายได้ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร

ใช้วิธีคำนวณสัดส่วนตามบัญญัติไตรยางศ์เลย

ช่วงแรก (1 ต.ค. 57 - 19 มิ.ย. 58) เท่ากับ X วัน มีกำลังผลิต 80,000 ตัน/ปี จึงสามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 80,000 x X / 365 ตัน

ช่วงหลัง (20 มิ.ย. 58 - 30 ก.ย. 58) เท่ากับ Y วัน มีกำลังผลิต 90,000 ตัน/ปี จึงสามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 90,000 x Y / 365 ตัน

ส่วนรอบปีถัดไป จึงจะใช้สิทธิได้เต็มไม่เกิน 90,000 ตัน

กรณีบริษัทมี 2 โครงการ เวลาที่เปิดใบกำกับภาษี (invoice) ต้องแยกโครงการ หรือสามารถเปิดใบกำกับภาษีรวมกันได้หรือไม่

ถ้ามีหลายบัตรส่งเสริมและผลิตภัณฑ์ต่างกัน จะรวมออกใบกำกับภาษีฉบับเดียวกันก็ได้ เพราะสามารถแยกได้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้าผลิตภัณฑ์เหมือนกัน (บัตรส่งเสริมคนละฉบับ) แล้วมารวมออกใบกำกับภาษีฉบับเดียวกัน สุดท้ายก็ต้องไปพิสูจน์รายละเอียดกับสรรพากรอยู่ดี ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างภาระเพิ่มเติมในภายหลัง จึงน่าจะแยกกันตามบัตรส่งเสริม

เนื่องจากได้รับบัตรส่งเสริมบีโอไอเรียบร้อยแล้ว และในบัตรส่งเสริมได้ระบุว่า "ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม นับแต่วันที่มีรายได้ " แต่บริษัทยังไม่ได้เปิดดำเนินการ เนื่องจากมีทรัพย์ไม่รวมที่ดินไม่ถึง 1 ล้านบาท จึงไม่สามารถเปิดดำเนินการบีโอไอได้คำถาม : ถ้านิติบุคคลที่ได้รับบัตรส่งเสริมแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดดำเนินการ จะได้รับสิทธิ์การยกเว้นภาษีหรือไม่

กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตั้งแต่รอบปีที่มีรายได้ครั้งแรกได้ แต่จะต้องปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริม เช่น มีขนาดการลงทุนไม่ต่ำกว่าที่กำหนดในบัตรฯ และมีกรรมวิธีการผลิตครบตามขั้นตอนที่ได้รับอนุมัติ เป็นต้น กรณีที่สอบถาม บริษัทยังมีการลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่ครบ 1 ล้านบาท ตามเงื่อนไขในบัตร จึงยังไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงระยะเวลานั้นได้

ค่าใช้จ่ายสวัสดิการพนักงาน เช่น ค่าชุดเครื่องแบบประจำปี ชุดคอมพิวเตอร์สำนักงาน สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่าย ที่ได้รับการส่งเสริมเพื่อนำมาคำนวณภาษีเงินได้นิติฯ หรือไม่

เงินลงทุนที่จะนับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ ที่จะนำมากำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้ยึดตามประกาศ ป.12/2544 โดยสรุปรายละเอียดไว้ตาม link : http://www.faq108.co.th/boi/tax/amount.php คำถามที่สอบถาม หากเป็นโครงการริเริ่ม สามารถนำเครื่องคอมพิวเตอร์สำนักงาน มานับเป็นขนาดการลงทุน ในข่ายสินทรัพย์อื่นๆได้ ส่วนสวัสดิการพนักงาน เช่น ค่าเครื่องแบบ ไม่นับเป็นขนาดการลงทุน

บริษัทได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว รายการการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในแบบคำขอใช้สิทธิยกเว้น CIT หน้า 4/7 คือรายการลงทุนในเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติให้ cap วงเงินยกเว้น CIT ตอนเปิดดำเนินการ ใช่หรือไม่ หรือเป็นรายการเครื่องจักร ตามงบการเงิน ซึ่ง classify เครื่องจักรตามนโยบายบัญชีขององค์กร ไม่ใช่ตามความหมายของ BOI

แบบคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ หน้า 4/7 ข้อ 1.3 (2) มูลค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ ควรใช้รายการเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ได้ยื่นไว้ในคำขออนุญาตเปิดดำเนินการ -> รายการที่นำไป cap วงเงิน เพราะเป็นรายการที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า สามารถนับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ

ถ้าบริษัทยังไม่เปิดดำเนินการ บัตรส่งเสริม (1) ไม่ cap วงเงิน --> หน้า 4/7 ข้อ 1.3 (2) กรอกเฉพาะมูลค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ หรือว่า กรอกทะเบียนสินทรัพย์ทั้งหมด

การกรอกแบบคำขอยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (F PM TA 01) กรณีเป็นบัตร (1) คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยไม่กำหนดวงเงินสูงสุด หากมูลค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในข้อ 1.3 (2) เกินกว่า 1 ล้านบาท ก็ไม่ต้องกรอกมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆ ในข้อ 1.3 (3)

บริษัทมีโครงการ BOI ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และโครงการที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่มีรายจ่ายของกิจการดังกล่าวเกิดขึ้น เช่นรายจ่ายค่าเช่าโรงงาน ,รายจ่ายค่าไฟฟ้า,ค่าน้ำ,ค่าจ้างยาม หรือรายจ่ายอื่น ๆ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะมีรายได้ คำถาม : ค่าใช้จ่ายดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนที่กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จะมีรายได้ สามารถนำปันส่วนคิดคำนวณเป็นรายจ่ายของกิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้หรือไม่ หรือจะต้องถือเป็นรายจ่ายของกิจการที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

กรณีที่บริษัทมีการลงทุนเพียง 1 โครงการ โดยเป็นโครงการที่ได้รับส่งเสริม ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อนวันมีรายได้ ย่อมถือเป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าก่อนวันมีรายได้ของโครงการที่ 1 ได้ แต่กรณีที่บริษัทมีการลงทุน 2 โครงการ โดยโครงการแรกไม่ได้รับส่งเสริม และต่อมามีการลงทุนโครงการที่ 2 โดยได้รับส่งเสริม ค่าใช้จ่ายของโครงการที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนวันมีรายได้ครั้งแรกของโครงการที่ 2 ก็ย่อมถือเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการที่ 2 ได้เช่นกัน เพียงแต่จะต้องแยกบัญชีค่าใช้จ่ายโดยชัดเจน โดยค่าใช้จ่ายบางรายการที่เป็นค่าใช้จ่ายรวม เช่น ค่าน้ำค่าไฟ หรือเงินเดือนผู้บริหาร สามารถใช้วิธีปันส่วนตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ แต่ค่าใช้จ่ายบางรายการซึ่งแยกไม่ได้ และไม่มีเกณฑ์ปันส่วนที่เหมาะสม หากเกิดขึ้นก่อนวันมีรายได้โครงการที่ 2 จะมีรายได้ ก็อาจต้องลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายของโครงการที่ 1

เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และ โครงการที่ไม่ได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล วิธีการเฉลี่ยรายจ่าย สามารถใช้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ได้ หรือไม่ 1. กรณีที่เป็นรายจ่ายส่วนของฝ่ายขายและบริหาร ใช้หลักเกณฑ์ เฉลี่ยรายจ่ายตามส่วนของรายได้ ของแต่ละโครงการ ที่ประมาณการไว้ตอนต้นปีได้หรือไม่ หรืออ้างอิงจากตัวเลขที่ใช้อ้างอิงในแบบคำขอรับการส่งเสริม ได้หรือไม่ ? 2. กรณีที่เป็นค่าเช่าโรงงานใช้แบ่งตามพื้นที่การใช้งาน มีหลักเกณฑ์การแบ่งพื้นที่การใช้งานได้หรือไม่

BOI ไม่ได้เป็นผู้ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการปันส่วนค่าใช้จ่าย บริษัทมีหน้าที่ต้องปันส่วนรายจ่ายให้เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชี เรื่องนี้ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงด้านบัญชีดีกว่า ตามมาตรฐานการทำบัญชี บริษัทจะต้องปันส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถแยกได้ ตามเกณฑ์ที่เหมาะสม

แต่ก็ไม่ได้ถึงกับกำหนดว่า ค่าใช้จ่ายทุกประเภทต้องปันส่วนด้วยเกณฑ์เดียวกัน ดังนั้น หากเห็นว่าเงินเดือนผู้บริหารจะปันส่วนตามรายได้ของแต่ละโครงการ ส่วนค่าเช่าอาคารจะปันส่วนตามสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยของแต่ละโครงการ ก็น่าจะทำได้

ขอแนะนำให้ปรึกษาผู้เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น ผู้สอบบัญชี และสรรพากร

กรณีที่กิจการมีการเปลี่ยนแปลงจากคลินิกเป็นโรงพยาบาลเพื่อได้รับการส่งเสริมฯ วันที่เริ่มถือเป็นรายได้ BOI ควรเริ่มจากวันไหนในกรณีที่การเปิดบริการเป็นโรงพยาบาลเกิดก่อนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลสามารถเริ่มรายได้ที่ได้รับการสิทธิ์ยกเว้นภาษีจากวันที่เปิดบริการโรงพยาบาลได้เลยหรือไม่และต้องมีหลักฐานใดประกอบบ้าง

การเปลี่ยนแปลงจากคลินิกเป็นโรงพยาบาล เพื่อขอรับการส่งเสริมฯ ต้องแจ้งหยุดกิจการสถานพยาบาลแบบไม่ค้างคืน (Clinic) กับกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนการขอรับการส่งเสริมกิจการโรงพยาบาลต้องมีการทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ใหม่ โดยอนุญาตให้ใช้ตึกเก่าได้ ดังนั้น วันที่เริ่มนับรายได้ BOI จะเริ่มนับหลังจากได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการกับกระทรวงสาธารณสุข

ในแบบคำขอใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลข้อ 1.3 การลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ นั้น - มูลค่าเครื่องจักร สามารถนับรวมสินทรัพย์ทรัพย์ที่รับเข้าตั้งแต่ยื่นขอใบอนุมัติบัตรส่งเสริมฯ เลยหรือไม่ หรือต้องภายหลังวันที่ในบัตรส่งเสริมฯ

มูลค่าของโครงการที่ขอรับการส่งเสริมจะนับหลังจากวันที่ยื่นคำขอ และต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ทั้งสิ้น

สินทรัพย์ที่นับเป็นขนาดการลงทุน: หากมีการปรับปรุงโครงสร้าง อาคาร เพื่อให้บริการสถานพยาบาล ซึ่งได้รับสิทธิส่งเสริมฯ (ปรับปรุงคลินิกเป็นโรงพยาบาล) สามารถกรอกในช่องนี้ได้หรือไม่

ขนาดการลงทุน หมายถึง ค่าก่อสร้างหรือค่าเช่า ค่าปรับปรุง รวมถึงค่าตกแต่งอาคาร

ในแบบคำขอใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลข้อ 1.4 ปริมาณการผลิต เนื่องจากกิจการเป็นโรงพยาบาลซึ่งตามบัตรส่งเสริมกำหนดไว้ว่าต้องเป็นสถานพยาบาลขนาด 30 เตียง จึงอยากสอบถามว่าจำนวนเตียงคนไข้ถือเป็นกำลังการผลิตหรือไม่ และตามบัตรส่งเสริมฯ ไม่ได้มีการกล่าวถึงกำลังการผลิตอื่นเลย

กำลังผลิตหรือขนาดของโครงการให้ยึดตามที่ปรากฏในบัตรส่งเสริม

ทั้งนี้ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้องกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่กองบริหารการลงทุน 4 ชั้น 2 หรือโทรติดต่อ 02-553-8337

บริษัทได้รับส่งเสริมการลงทุนในกิจการซอฟต์แวร์มีข้อสอบถามในเรื่องของ “การยกเว้นภาษีจากกำไรที่ได้จากการขายสินค้า” 1. สามารถใช้ได้กับสินค้า (ซอฟต์แวร์) ทุกตัวของบริษัทหรือไม่ 2. หากไม่สามารถใช้ได้กับสินค้าทุกตัว เราต้องดำเนินการอย่างไรให้สินค้าของบริษัท ที่กำลังจะออกมาขายในตลาดในเร็วๆ นี้ให้ได้ BOI

การให้การส่งเสริมการลงทุนกิจการซอฟต์แวร์ มีเงื่อนไขคือ

1. ต้องมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนของบุคลากรด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาท/ปี

2. ต้องมีกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกำหนดหรือเห็นชอบ

ดังนั้น หากบริษัทมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนบุคลากรตามเงื่อนไขข้อ 1 และซอฟต์แวร์ที่จะจำหน่ายมีกระบวนการ พัฒนาตามเงื่อนไขข้อ 2 ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่ใช่ซอฟต์แวร์เดิมที่บริษัทเคยจำหน่ายอยู่แล้วก่อนได้รับการส่งเสริม

การนำผลขาดทุนมาหักจากกำไร มีหลักปฏิบัติการขอใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร

หลักปฏิบัติการขอใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การนำผลขาดทุนมาหักจากกำไร สำนักงานขอตอบในหลักการ ดังนี้

1. การขอใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องแยกบัญชี BOI และ NON BOI โดยสามารถขอใช้สิทธิ์ได้เฉพาะโครงการ BOI เท่านั้น

2. กรณีรอบบัญชีผ่านมา หากบริษัทนำรายได้ของ NON BOI มารวม ท่านสามารถปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องในภงด 50 ยื่นต่อกรมสรรพากร และเก็บหลักฐานไว้ประกอบการยื่นขอใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบบัญชีถัดไป สำหรับรอบบัญชีใหม่หากต้องการใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้นำหลักฐานข้อมูลที่ปรับปรุงแล้วแสกนแนบพร้อมกับการยื่นแบบคำขอใช้สิทธิ์ E-Tax ในรอบบัญชีใหม่ซึ่งปรับปรุงข้อมูลเดิมให้ถูกต้อง

3. การนำผลขาดทุนไปหักกำไร เมื่อสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นสุดลง มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

อย่างไรก็ตามท่านสามารถดูรายละเอียด แนวทางการคำนวณกำไร/ขาดทุน สำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมตามประกาศที่ ป 9/2559 ตามลิงก์ https://www.boi.go.th/upload/content/por9_2559_26229.pdf

4. การนำผลขาดทุนมาหักกำไร กรณีคำนวณตามการใช้สิทธิ์ของบีโอไอ จะอนุญาตให้นำผลขาดทุนของโครงการไหนก็ต้องหักจากกำไรของโครงการนั้นภายหลังระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสิ้นสุดลง

ท่านสามารถศึกษารายละเอียด แนวทางการคำนวณกำไร/ขาดทุน สำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมตามประกาศที่ ป 9/2559 ตามลิงก์ https://www.boi.go.th/upload/content/por9_2559_26229.pdf

5. การนำผลขาดทุนมาหักกำไรโดยคำนวณจากทั้งโครงการ BOI และ NonBOI เป็นการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ กรุณาศึกษารายละเอียดจากลิงค์ : https://www.rd.go.th/publish/308.0.html

รายได้จากการขายเศษของเสียจากการผลิต ต้องนำมากรอกในรายละเอียดการผลิตหรือเปล่า เพราะเป็นรายได้ที่ขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และเป็นรายได้ที่รวมยื่นใน ภ.ง.ด. 50 หากต้องกรอก จะกรอกอย่างไร เพราะเป็นเศษของเสียไม่สามารถนับรวมกับปริมาณที่ผลิตได้

รายได้จากการจำหน่ายเศษหรือของเสียจากกระบวนการผลิต เป็นรายได้จากผลพลอยได้ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ซึ่งไม่นับรวมเป็นกำลังการผลิตของโครงการ และเป็นรายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 ตาม ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริม ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2530

การยื่นใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ให้ระบุเป็นรายได้อื่นๆ(/p>

กิจการได้รับบัตรส่งเสริม ENTERPRISE SOFTWARE และ DIGITAL CONTENT ประเภท 5.8 กิจการซอฟต์แวร์ -วันที่ในบัตร 18/10/2555 –วันที่เปิดดำเนินการ 8/2/2560 -วันที่เริ่มมีรายได้บีโอไอ 27/2/2556 คำถาม : วันที่ได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้ให้นับตั้งแต่วันที่เริ่มมีรายได้บีโอไอ 27/2/2556 เป็นวันแรกใช่หรือไหม (11 มิ.ย. 2563)

วันมีรายได้ครั้งแรกที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ คือวันที่เริ่มมีรายได้ครั้งแรกตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม กรณีที่สอบถามคือ วันที่ 27/2/2556

แต่ทั้งนี้ ในการจะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริมด้วย เช่น หากในบัตรส่งเสริมกำหนดเงื่อนไข ต้องมีค่าใช้จ่ายเงินเดือนของบุคลากรด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศไม่น้อยกว่า 1,500,000 บาทต่อปี หรือมีเงินลงทุนขั้นต่ำที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นได้ก่อน จึงจะเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้

นอกจากนี้การจะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ จะต้องยื่นคำร้องผ่านระบบการขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax) ของ BOI ด้วย

ขอสอบถามเกี่ยวกับการได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้ตามบีโอไอ บริษัทของเราเป็นผู้ประกอบการรับจัดทำบัญชี ซึ่งเรามีลูกค้าที่เป็นธุรกิจที่มีบีโอไอ และไม่มีบีโอไออยู่ในบริษัทเดียวกัน กิจการของลูกค้าได้รับ บัตรส่งเสริมยกเว้นภาษี 5 ปี ซึ่งในแต่ละปีภาษีกิจการมีผลประกอบการประมาณนี้ ปี 2560 BOI กำไร = 1,000,000 Non BOI ขาดทุน= 12,000,000. คำถาม1 ทุกๆ ปีจะต้องจัดทำรายงานขอสิทธิ์ยกเว้นภาษีทุกปีโดยผู้สอบบัญชี > เจ้าหน้าที่สรรพากรแจ้งมา ถูกต้องไหม 2 เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรแจ้งว่าทุกๆ ปี ถ้าผลประกอบการทาง บีโอไอ ถ้ามีขาดทุนสะสมของบีโอไอ จะไม่สามารถนำขาดทุนสะสมทางบีโอไอไปใช้ได้ ถ้าในปีที่ขาดทุนไม่ได้ จัดทำรายงานขอสิทธิ์ยกเว้นภาษีทุกปีโดยผู้สอบบัญชี > ถูกต้องไหม 3.ถ้าต้องจัดทำรายงานขอสิทธิ์ยกเว้นภาษีทุกปีโดยผู้สอบบัญชี – จะต้องยื่นภายในกี่วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี – สามารถทำย้อนหลังได้ไหม รบกวนตอบคำถามให้ด้วย เนื่องจากทำงานให้กับกิจการต่างประเทศทางลูกค้าต้องการความถูกต้องชัดเจนพร้อมกับหลักฐาน (11 มิ.ย. 2563)

1.การยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ขอตอบรวมในข้อ 3

2.กรณีบริษัทมี 2 กิจการ คือกิจการที่ได้รับส่งเสริม และไม่ได้รับส่งเสริมการคำนวณกำไรและขาดทุนสุทธิให้ปฎิบัติตามประกาศกรมสรรพากร ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2530

3.กรณีที่บริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก BOI ในบัตรส่งเสริมจะมีการระบุเงื่อนไขดังนี้

"จะต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ให้สำนักงานเห็นชอบภายใน 120 วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี เพื่อการขอรับสิทธิและประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น"

หมายความว่าหากในรอบระยะเวลาบัญชีใดบริษัทมีกำไรสุทธิ และต้องการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ บริษัทจะต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิฯ ตามที่ BOI กำหนด โดยปัจจุบันเป็นการยื่นออนไลน์ ผ่าน ระบบ e-Tax ของ BOI

แต่หากรอบระยะเวลาบัญชีใดบริษัทไม่มีกำไรสุทธิ หรือมีกำไรสุทธิแต่ไม่ต้องการใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ก็ไม่ต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิฯ

สอบถามการนับสิทธิยกเว้นภาษี บริษัทมี 2 บัตรส่งเสริม 1.บัตรก่อนน้ำท่วม (ปิดไปแล้ว) 2. บัตรหลังน้ำท่วม(ฟื้นฟู) การนับสิทธิยกเว้นภาษี ต้องเริ่มนับของบัตรใหม่หรือนับต่อจากบัตรเก่า (2 ก.ค. 2563)
บริษัทสามารถตรวจสอบข้อกำหนดเรื่องวันเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ จากการลงทุนตามภายใต้มาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย กำหนดไว้ตาม คำชี้แจง สกท เรื่อง แนวปฏิบัติตามมาตรการด้านภาษีอากรเพื่อฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2556
วงเงินในการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับการยกเว้นกึ่งหนึ่ง: บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี และได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งหนึ่งต่ออีก 5 ปี อยากทราบว่าหากครบ 8 ปี อีก 5 ปีเหลือ วงเงินที่ได้รับยกเว้น เช่น 1 ล้านบาท จะเป็นวงเงินที่รวมกันทั้งหมด 13 ปีหรือไม่ หรือ 5 ปีหลังไม่มีวงเงิน
กรณีที่บริษัทใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 ไม่ครบตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ไม่สามารถนำวงเงินส่วนที่เหลือ ไปใช้สิทธิในช่วงที่ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 35 เนื่องจากมาตรา 35 ไม่กำหนดวงเงินสูงสุดที่จะได้รับการลดหย่อน แต่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามวงเงินภาษีที่ต้องชำระจริง

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map