ขั้นตอนที่ถูกต้องควรดำเนินการดังนี้
1.ยื่นคำขอแก้ไขโครงการเพื่อลดกำลังผลิต
2.ยื่นขออนุมัติจำหน่ายเครื่องจักรโดยไม่มีภาระภาษี (แต่ต้องเปิดดำเนินการแล้ว หรือยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ)
1.กรณีที่บริษัทยังไม่ทราบว่าจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปีหรือไม่
- ให้ยื่นขอตัดบัญชีเครื่องจักรเกิน 5 ปี ก่อน
- เมื่อจะจำหน่าย ให้ยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี
2.กรณีที่บริษัททราบว่าจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปี
- สามารถยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี โดย BOI จะพิจารณาว่าเป็นเครื่องที่เกิน 5 ปีหรือไม่ และบริษัทดำเนินการตามเงื่อนไขเปิดดำเนินการ ฯลฯ ถูกต้องหรือไม่ หากพิจารณาแล้วถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ก็จะอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษีไปในขั้นตอนเดียวกันเลย ขั้นตอนทั้งหมดให้ยื่นขออนุมัติในระบบ eMT โดยแนบสำเนาเอกสาร เช่น ใบขนขาเข้า ตามที่ระบุในระบบ
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ สามารถขออนุญาตส่งคืนได้โดยไม่มีภาระภาษี ไม่ว่าจะนำเข้ามาเป็นเวลากี่ปีก็ตาม แต่หากจะส่งคืนเครื่องจักรหลัก ที่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% โดยไม่มีการซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทน จะต้องขอลดขนาดกิจการก่อน จึงจะอนุญาตให้ส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศได้
กรณีที่สอบถาม เป็นการขอส่งคืนเครื่องจักรทั้งหมดที่นำเข้าไม่เกิน 5 ปี เนื่องจากจะยกเลิกโครงการจึงมีประเด็นต้องพิจารณาว่า โครงการครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ หากโครงการดังกล่าวยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการ จะมีขั้นตอนดังนี้
1. ยื่นหนังสือขอยกเลิกโครงการ
2. ยื่นคำร้องขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ (ในระบบ eMT)
3. ส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ
4. ยื่นตัดบัญชีเครื่องจักรที่ส่งออกไปแล้ว (ในระบบ eMT)
5. BOI จะตรวจสอบว่าโครงการดังกล่าวยังมีเครื่องจักรและวัตถุดิบที่มียอดคงเหลือค้างในระบบ RMTS และ eMT หรือหากไม่มี จะอนุมัติให้ยกเลิกโครงการโดยไม่มีภาระภาษี
1.การจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ ต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ โดยต้องได้รับอนุมัติจาก BOI ก่อน แต่หากจำหน่ายไปโดยไม่ได้รับอนุมัติ ต้องชำระภาษีอากรย้อนหลัง ณ วันนำเข้า และเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
2.เอกสารที่ขอจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศตามนี้
- check list
- หนังสือนำส่ง ใช้หัวหนังสือบริษัท ร่างขึ้นได้เอง
- แบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร
- สำเนาหลักฐานการนำเข้าเครื่องจักรที่ขอจำหน่าย
กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร หากใช้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไข สามารถขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศก่อนครบ 5 ปีได้ โดยจะต้องชำระภาษีตามสภาพ เช่น ถ้าใช้เครื่องจักรไป 3 ปี อายุของเครื่องจักรก็จะเหลืออีก 2 ปี (BOI กำหนดอายุของเครื่องจักรเป็นเวลา 5 ปี) ดังนั้น ภาษีอากรที่ต้องชำระ จะคำนวณจากมูลค่าเครื่องจักรหลังหักค่าเสื่อม (กรณีตามตัวอย่างนี้คือ 40%) x พิกัดภาษี ณ ปัจจุบัน โดยไม่ต้องชำระเบี้ยปรับ เพราะไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข BOI
วิธีการคำนวณภาษีอากร ให้ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมศุลกากร โดยตรง
1. การจำหน่ายแม่พิมพ์ก่อนครบ 5 ปี ใช้แนวทางเดียวกับเครื่องจักรคือต้องชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่ขอจำหน่าย
2. การจำหน่ายแม่พิมพ์ที่นำเข้าเกิน 5 ปีแล้ว สามารถขอจำหน่ายได้ โดยไม่มีภาระภาษี ทั้ง 2 กรณี จะต้องยื่นขออนุญาตจาก BOI และชำระภาษี (ถ้ามี) ให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถจำหน่ายได้
แม่พิมพ์ก็คำนวณเหมือนกับเครื่องจักร แม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท ถ้าใช้ไป 2 ปี แล้วจะจำหน่ายมูลค่าตามสภาพ (คำนวณจากอายุ 5 ปี) ก็คือ 1 ล้าน x 60% คือ 600,000 บาท
ขั้นตอนคือ
1. ยื่นแบบฟอร์มขอจำหน่ายเครื่องจักร
- หนังสือนำส่งของบริษัทฯ
- รายการเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องการนำเครื่องจักรไปใช้เพื่อการอื่น/การตัดบัญชีเครื่องจักร (F IN MC 01-03)
- แบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04-03)
2. หากเป็นเครื่องจักรนำเข้าไม่เกิน 5 ปี จะมีภาระภาษีตามสภาพ ซึ่งต้องไปติดต่อขอชำระภาษีต่อกรมศุลกากร ตามหนังสือที่ BOI แจ้ง และเก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินต่างๆ เป็นหลักฐานไว้
3. การขอจำหน่ายเครื่องจักร ต้องแยกแสดงเป็นแต่ละรายการ ตามที่นำเข้าและได้รับอนุมัติสั่งปล่อย โดยระบุเลขที่/วันที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อย ในแบบฟอร์มด้วย
กรณีที่ BOI อนุมัติให้ชำระภาษีตามสภาพ กรมศุลกากรจะคำนวณจากราคาสินค้าตามสภาพ x อัตราอากร ณ วันที่อนุมัติ
1. พิกัดอัตราศุลกากร ตรวจสอบได้จาก เว็บข้อมูลอากร กรมศุลกากร
2. เครื่องจักรที่นำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี หากปฏิบัติเงื่อนไขถูกต้องตามที่ได้รับส่งเสริม จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยชำระภาษีตามสภาพ
การนับอายุเครื่องจักร เพื่อปลอดภาระภาษี นับอายุ 5 ปีจากวันนำเข้า
การส่งเครื่องจักรหลักคืนกลับไปต่างประเทศ
1. หากไม่ทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% และไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตขาดหายไป สามารถยื่นคำร้องขอส่งคืนเครื่องจักรได้ในระบบ eMT จากนั้นจะต้องส่งเครื่องจักรคืนออกไปภายใน 90 วัน และยืนยันการส่งออกบนระบบ eMT อีกครั้งหนึ่ง
2. แต่หากเป็นการส่งคืนเครื่องจักรหลัก ที่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% หรือทำให้กรรมวิธีการผลิตขาดหายไป โดยจะไม่นำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน จะต้องขอแก้ไขโครงการ เพื่อลดกำลังผลิตหรือลดขั้นตอนการผลิตก่อน จึงจะส่งคืนเครื่องจักรหลักไปต่างประเทศได้
โครงการที่ได้รับส่งเสริม จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม ซึ่งครอบคลุมทั้งชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต กรรมวิธีผลิต ที่ตั้งโรงงงาน ฯลฯ
กรณีนี้ แม้ว่าบริษัทจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ก็ยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นตลอดระยะเวลาที่มีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม
ดังนั้น เมื่อจะมีการจำหน่ายเครื่องจักรหลัก และทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ก็ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ จากนั้นจึงจะจำหน่ายเครื่องจักรออกไปได้
สรุปคือ
1. ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ
2. แต่ไม่ต้องขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร เนื่องจากไม่ได้นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้า
3. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI นี้ สามารถจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกก็ได้ โดยไม่มีภาระภาษีอากร
หากเครื่องจักรนำเข้ามาเกิน 5 ปี และได้ตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีแล้ว จะสามารถขอจำหน่ายในประเทศก็ได้ โดยจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ขั้นตอนคือให้ยื่นแบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร และใบรายการเอกสาร (checklist) และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะจำหน่ายเครื่องจักรดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เครื่องจักรที่จำหน่ายในประเทศไปแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการใด ๆ ภายใต้บีโอไอได้อีก
การนำเข้าแม่พิมพ์เข้ามาจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการผลิต และต่อมาจะจำหน่ายแม่พิมพ์นั้นไปยังโรงงานของลูกค้าใน Free Zone สามารถทำได้โดยไม่มีภาระภาษี แม้จะนำแม่พิมพ์เข้ามาไม่ถึง 5 ปีก็ตาม เนื่องจากถือเสมือนเป็นการส่งคืนแม่พิมพ์ออกไปต่างประเทศ แต่ทั้งนี้ จะต้องมีการส่งแม่พิมพ์เข้าไปยัง Free Zone จริงๆ หลังจากนั้น หากบริษัทจะนำแม่พิมพ์จาก Free Zone กลับออกมาเพื่อผลิตสินค้าให้ลูกค้าอีก ก็สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้อีก แต่ครั้งนี้ในทางบัญชีจะถือว่าแม่พิมพ์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้า ที่ส่งมาให้บริษัทใช้ผลิตชิ้นส่วนให้กับลูกค้า ซึ่งเมื่อใช้งานเสร็จ ก็ต้องส่งคืนกลับไปให้ลูกค้า
การส่งไปยังฟรีโซน ถือเสมือนการส่งออกไปยังต่างประเทศ จึงให้ยื่นคำร้องผ่านระบบ eMT เป็นคำร้องขอส่งเครื่องจักรไปต่างประเทศ(ส่งคืน) หลังจากนั้น ให้ส่งเครื่องจักรออกไปภายใน 90 วัน และเข้าไปยืนยันการส่งคืนในระบบ eMT อีกครั้งหนึ่ง
ใข้เอกสาร กศก 122 ไม่ได้ จะต้องใช้หลักฐานใบขนสินค้า ซึ่งกรณีนี้เป็นใบขนสินค้าขาออกโอนย้ายเข้าเขตปลอดอากร (Type D) ส่วนการยืนยัน จะเป็นคีย์ข้อมูลผ่านระบบ eMT และระบบจะนำข้อมูลใบขนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมศุลกากร
การจำหน่ายเครื่องจักรไปต่างประเทศ
1. จะเป็นเครื่องจักรหลักก็ได้ แต่จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตของโครงการเปลี่ยนแปลงไป หรือหากจะเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเครื่องจักรเข้ามาทดแทน
2. - 4. กรณีส่งเครื่องจักรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ไม่มีภาษีอากรที่ต้องชำระคืน
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ให้ยื่นขอบนระบบ emt ได้เลย และภายหลังส่งออก จะต้องคีย์ข้อมูลยืนยันการส่งออกอีกครั้งหนึ่ง
1.การโอนเครื่องจักร จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 20% และไม่ทำให้กรรมวิธีผลิตเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากไม่ใช่เครื่องจักรหลัก ก็น่าจะอยู่ในข่ายที่สามารถให้โอนได้
2.การโอนจะมีผลตั้งแต่วันที่อนุญาตให้โอน ดังนั้น หากในวันที่อนุญาตให้โอน บัตรที่รับโอนได้รับสิทธิ ม.28 และยังมีระยะเวลานำเข้าเหลืออยู่ ก็อยู่ในข่ายที่จะอนุญาตให้โอนโดยไม่มีภาระภาษี แต่หากวันที่อนุญาตให้โอน พ้นจากระยะเวลาที่ได้รับสิทธิของบัตรที่รับโอน ก็จะเป็นการโอนโดยมีภาระภาษี