Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
บริษัทจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปี ยังไม่ตัดบัญชีเครื่องจักร และถ้าจำหน่ายกำลังการผลิตจะลดลงเกิน 20 % ขั้นตอนที่บริษัทต้องทำคือดังนี้ถูกต้องไหม 1. ตัดบัญชีเครื่องจักร พร้อมแก้ไขโครงการ 2.ทำเรื่องขอจำหน่าย

ขั้นตอนที่ถูกต้องควรดำเนินการดังนี้

1.ยื่นคำขอแก้ไขโครงการเพื่อลดกำลังผลิต

2.ยื่นขออนุมัติจำหน่ายเครื่องจักรโดยไม่มีภาระภาษี (แต่ต้องเปิดดำเนินการแล้ว หรือยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ)

ถ้าจะจำหน่ายเครื่องจักรที่เกิน 5 ปี ต้องตัดบัญชีเครื่องจักรก่อน และดำเนินการขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรใช่ไหม และต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง ทั้งสองขั้นตอน

1.กรณีที่บริษัทยังไม่ทราบว่าจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปีหรือไม่

- ให้ยื่นขอตัดบัญชีเครื่องจักรเกิน 5 ปี ก่อน

- เมื่อจะจำหน่าย ให้ยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี

2.กรณีที่บริษัททราบว่าจะจำหน่ายเครื่องจักรอายุเกิน 5 ปี

- สามารถยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี โดย BOI จะพิจารณาว่าเป็นเครื่องที่เกิน 5 ปีหรือไม่ และบริษัทดำเนินการตามเงื่อนไขเปิดดำเนินการ ฯลฯ ถูกต้องหรือไม่ หากพิจารณาแล้วถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ก็จะอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษีไปในขั้นตอนเดียวกันเลย ขั้นตอนทั้งหมดให้ยื่นขออนุมัติในระบบ eMT โดยแนบสำเนาเอกสาร เช่น ใบขนขาเข้า ตามที่ระบุในระบบ

ทางบริษัทต้องการจำหน่ายเครื่องจักรที่นำเข้ามาน้อยกว่า 5 ปีไปยังต่างประเทศ พร้อมทั้งยกเลิกการดำเนินการของโครงการและยกเลิกบัตรส่งเสริม บริษัทยังต้องดำเนินการจำหน่ายเครื่องจักรแบบมีหรือไม่มีภาระภาษี นับอากรขาเข้าหรือภาษีมูลค่าเพิ่ม

การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ สามารถขออนุญาตส่งคืนได้โดยไม่มีภาระภาษี ไม่ว่าจะนำเข้ามาเป็นเวลากี่ปีก็ตาม แต่หากจะส่งคืนเครื่องจักรหลัก ที่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% โดยไม่มีการซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทน จะต้องขอลดขนาดกิจการก่อน จึงจะอนุญาตให้ส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศได้

กรณีที่สอบถาม เป็นการขอส่งคืนเครื่องจักรทั้งหมดที่นำเข้าไม่เกิน 5 ปี เนื่องจากจะยกเลิกโครงการจึงมีประเด็นต้องพิจารณาว่า โครงการครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วหรือไม่ หากโครงการดังกล่าวยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการเต็มโครงการ จะมีขั้นตอนดังนี้

1. ยื่นหนังสือขอยกเลิกโครงการ

2. ยื่นคำร้องขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ (ในระบบ eMT)

3. ส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ

4. ยื่นตัดบัญชีเครื่องจักรที่ส่งออกไปแล้ว (ในระบบ eMT)

5. BOI จะตรวจสอบว่าโครงการดังกล่าวยังมีเครื่องจักรและวัตถุดิบที่มียอดคงเหลือค้างในระบบ RMTS และ eMT หรือหากไม่มี จะอนุมัติให้ยกเลิกโครงการโดยไม่มีภาระภาษี

บริษัทฯ นำเข้าเครื่องจักร (ไม่ใช่เครื่องจักรหลัก) ภายใต้โครงการที่ได้รับส่งเสริม อายุนับแต่วันนำเข้า 3 ปี 1. บริษัทต้องการจำหน่ายภายในประเทศ ต้องชำระอากรขาเข้าตามมูลค่าคงเหลือหลังจากที่หักค่าเสื่อมแล้วใช่ไหม 2. แบบฟอร์มที่ใช้ขอชำระอากรขาเข้าของเครื่องจักรใช้ตัวไหน เพราะหาในแบบฟอร์มที่เว็บไซต์บีโอไอแล้วไม่มี

1.การจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ ต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ โดยต้องได้รับอนุมัติจาก BOI ก่อน แต่หากจำหน่ายไปโดยไม่ได้รับอนุมัติ ต้องชำระภาษีอากรย้อนหลัง ณ วันนำเข้า และเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

2.เอกสารที่ขอจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศตามนี้

  • check list
  • หนังสือนำส่ง ใช้หัวหนังสือบริษัท ร่างขึ้นได้เอง
  • แบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร
  • สำเนาหลักฐานการนำเข้าเครื่องจักรที่ขอจำหน่าย

กรณีต้องการจำหน่ายเครื่องจักรที่ใช้สิทธิในประเทศก่อนครบ 5 ปี และบริษัทได้ทำเรื่องขออนุมัติ BOI ก่อน ในการชำระภาษี บริษัทจะมีภาระเบี้ยปรับหรือไม่ รบกวนส่งตัวอย่างการคำนวณภาษีคืนให้หน่อย

กรณีนำเครื่องจักรเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร หากใช้ปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไข สามารถขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศก่อนครบ 5 ปีได้ โดยจะต้องชำระภาษีตามสภาพ เช่น ถ้าใช้เครื่องจักรไป 3 ปี อายุของเครื่องจักรก็จะเหลืออีก 2 ปี (BOI กำหนดอายุของเครื่องจักรเป็นเวลา 5 ปี) ดังนั้น ภาษีอากรที่ต้องชำระ จะคำนวณจากมูลค่าเครื่องจักรหลังหักค่าเสื่อม (กรณีตามตัวอย่างนี้คือ 40%) x พิกัดภาษี ณ ปัจจุบัน โดยไม่ต้องชำระเบี้ยปรับ เพราะไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข BOI

วิธีการคำนวณภาษีอากร ให้ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมศุลกากร โดยตรง

ในกรณีที่บริษัทจะทำการจำหน่ายแม่พิมพ์ (ก่อนครบ 5 ปี) ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ์ BOI การคำนวณภาษีก็จะเป็นแบบเดียวกันกับที่ทาง Admin แจ้งไว้ข้างต้นถูกต้องหรือไม่ และในกรณีที่ต้องการจำหน่ายแม่พิมพ์ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิ์ BOI ที่เกินกว่า5ปี นับตั้งแต่วันนำเข้านั้น ไม่ต้องทำการชำระภาษีถูกต้องหรือไม่

1. การจำหน่ายแม่พิมพ์ก่อนครบ 5 ปี ใช้แนวทางเดียวกับเครื่องจักรคือต้องชำระภาษีตามสภาพ ณ วันที่ขอจำหน่าย

2. การจำหน่ายแม่พิมพ์ที่นำเข้าเกิน 5 ปีแล้ว สามารถขอจำหน่ายได้ โดยไม่มีภาระภาษี ทั้ง 2 กรณี จะต้องยื่นขออนุญาตจาก BOI และชำระภาษี (ถ้ามี) ให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถจำหน่ายได้

สอบถามเกี่ยวกับคำว่า "ตามสภาพ" ของการชำระภาษีตามสภาพของเครื่องจักรหรือแม่พิมพ์นั้น ถ้าเป็นเครื่องจักรก็สามารถคำนวณได้ตามที่แจ้งไว้ข้างต้น แต่ในกรณีที่เป็นแม่พิมพ์นั้น วัสดุของแม่พิมพ์จะเป็นเหล็ก "ตามสภาพ" คือ ราคาขายที่ผู้รับซื้อประเมินราคาออกมา (ราคาอาจจะตีเป็นกิโลหรือเหมารวม) และนำราคานั้น มาคำนวณเพื่อเป็นการชำระภาษี เข้าใจถูกต้องหรือไม่

แม่พิมพ์ก็คำนวณเหมือนกับเครื่องจักร แม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท ถ้าใช้ไป 2 ปี แล้วจะจำหน่ายมูลค่าตามสภาพ (คำนวณจากอายุ 5 ปี) ก็คือ 1 ล้าน x 60% คือ 600,000 บาท

จะรบกวนสอบถามเกี่ยวกับการจำหน่ายแม่พิมพ์ที่นำเข้าจากตปท.โดยใช้สิทธิ์ BOI ในการนำเข้ามา (เป็นการจำหน่ายให้กับผู้รับซื้อภายในประเทศ) 1. มีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรบ้าง 2. แม่พิมพ์ที่จะจำหน่ายมีหลาย Code No.จะต้องแยกออกจากกันหรือไม่ เพื่อให้ทางสำนักงานฯที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจ เช่น จำนวน, รูปแบบของแม่พิมพ์เป็นต้น เพื่อจะนำไปเสียภาษีอากรในภายหลัง

ขั้นตอนคือ

1. ยื่นแบบฟอร์มขอจำหน่ายเครื่องจักร

- หนังสือนำส่งของบริษัทฯ

- รายการเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาเรื่องการนำเครื่องจักรไปใช้เพื่อการอื่น/การตัดบัญชีเครื่องจักร (F IN MC 01-03)

- แบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร (F IN MC 04-03)

2. หากเป็นเครื่องจักรนำเข้าไม่เกิน 5 ปี จะมีภาระภาษีตามสภาพ ซึ่งต้องไปติดต่อขอชำระภาษีต่อกรมศุลกากร ตามหนังสือที่ BOI แจ้ง และเก็บเอกสารใบเสร็จรับเงินต่างๆ เป็นหลักฐานไว้

3. การขอจำหน่ายเครื่องจักร ต้องแยกแสดงเป็นแต่ละรายการ ตามที่นำเข้าและได้รับอนุมัติสั่งปล่อย โดยระบุเลขที่/วันที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อย ในแบบฟอร์มด้วย

1. ภาษีที่จะต้องนำจ่ายที่ศุลฯ จะถูกคำนวณจากราคาขาย(แม่พิมพ์) ถูกต้องหรือไม่ 2. จากข้อที่1 ในกรณีที่ภาษีถูกคำนวณจากราคาขาย (แม่พิมพ์) ไม่ทราบว่า จะถูกคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือมีวิธีการคิดอย่างไรบ้าง

กรณีที่ BOI อนุมัติให้ชำระภาษีตามสภาพ กรมศุลกากรจะคำนวณจากราคาสินค้าตามสภาพ x อัตราอากร ณ วันที่อนุมัติ

1. "อัตราอากร ณ วันที่อนุมัติ" ทางบริษัทสามารถตรวจสอบเองได้หรือไม่ ในกรณีที่ทางบริษัทสามารถตรวจสอบได้ ไม่ทราบว่าจะตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ไหนได้บ้าง 2. "หากเป็นเครื่องจักรนำเข้ามาไม่เกิน 5 ปี จะมีภาระภาษีตามสภาพ" นับตั้งแต่วันนำเข้า ถูกต้องหรือไม่

1. พิกัดอัตราศุลกากร ตรวจสอบได้จาก เว็บข้อมูลอากร กรมศุลกากร

2. เครื่องจักรที่นำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี หากปฏิบัติเงื่อนไขถูกต้องตามที่ได้รับส่งเสริม จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยชำระภาษีตามสภาพ

การที่จะรู้ได้ว่าเครื่องจักรที่นำเข้ามานั้นเกิน 5 ปีแล้ว หรือ ยังไม่เกิน 5 ปีต้องนับตั้งแต่ "วันที่นำเข้า" หรือ "วันที่ผลิต" ของเครื่องจักร (เพราะส่วนตัวถ้าอ่านจาก wording นี้แล้ว คือ คิดได้ว่า นับตั้งแต่ "วันที่นำเข้าเครื่องจักร")

การนับอายุเครื่องจักร เพื่อปลอดภาระภาษี นับอายุ 5 ปีจากวันนำเข้า

ทางบริษัทฯ มีแผนจะจำหน่ายเครื่องจักรหลักไปต่างประเทศในเครือเดียวกัน ดังนั้นทางบริษัทฯ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง แล้วต้องชำระภาษีอากรด้วยหรือไม่

การส่งเครื่องจักรหลักคืนกลับไปต่างประเทศ

1. หากไม่ทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% และไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตขาดหายไป สามารถยื่นคำร้องขอส่งคืนเครื่องจักรได้ในระบบ eMT จากนั้นจะต้องส่งเครื่องจักรคืนออกไปภายใน 90 วัน และยืนยันการส่งออกบนระบบ eMT อีกครั้งหนึ่ง

2. แต่หากเป็นการส่งคืนเครื่องจักรหลัก ที่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% หรือทำให้กรรมวิธีการผลิตขาดหายไป โดยจะไม่นำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน จะต้องขอแก้ไขโครงการ เพื่อลดกำลังผลิตหรือลดขั้นตอนการผลิตก่อน จึงจะส่งคืนเครื่องจักรหลักไปต่างประเทศได้

บริษัทมีแผนการยกเลิกผลิตภัณฑ์บาง model จึงจะขายเครื่องจักรหลักออกไป สำหรับโครงการที่ได้เปิดดำเนินการแล้ว ซึ่งเครื่องจักรหลักดังกล่าว บริษัทนำเข้ามาโดยการจ่ายชำระค่าอากร มีคำถามดังนี้ 1.ต้องดำเนินการขออนุญาตขายเครื่องจักรกับ BOI หรือไม่ 2.เครื่องจักรที่จะขายทำคิดเป็น 30 % ของเครื่องจักรหลัก ต้องดำเนินการขอลดกำลังการผลิตก่อน จึงจะขายได้ใช่หรือไม่

โครงการที่ได้รับส่งเสริม จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม ซึ่งครอบคลุมทั้งชนิดผลิตภัณฑ์ กำลังผลิต กรรมวิธีผลิต ที่ตั้งโรงงงาน ฯลฯ

กรณีนี้ แม้ว่าบริษัทจะได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ก็ยังคงมีหน้าที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้นตลอดระยะเวลาที่มีสถานะเป็นผู้ได้รับส่งเสริม

ดังนั้น เมื่อจะมีการจำหน่ายเครื่องจักรหลัก และทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม ก็ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ จากนั้นจึงจะจำหน่ายเครื่องจักรออกไปได้

สรุปคือ

1. ต้องขอแก้ไขโครงการเพื่อลดขนาดกิจการ

2. แต่ไม่ต้องขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร เนื่องจากไม่ได้นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้า

3. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI นี้ สามารถจำหน่ายในประเทศหรือส่งออกก็ได้ โดยไม่มีภาระภาษีอากร

ในกรณีที่เครื่องจักรเก่าเกิน 5 ปี ทางบริษัทขออนุญาตตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีแล้ว จะขอขาย ทางบริษัท อยากทราบว่าการขายนั้นจะสามารถให้กับบุคคลที่เป็นบุคคลธรรมดาได้หรือไม่ แล้วการขายนั้นต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อยื่นขออนุญาตกับทางบีโอไอ

หากเครื่องจักรนำเข้ามาเกิน 5 ปี และได้ตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีแล้ว จะสามารถขอจำหน่ายในประเทศก็ได้ โดยจะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ขั้นตอนคือให้ยื่นแบบคำขออนุญาตจำหน่าย/โอน/บริจาคเครื่องจักร และใบรายการเอกสาร (checklist) และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จึงจะจำหน่ายเครื่องจักรดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เครื่องจักรที่จำหน่ายในประเทศไปแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการใด ๆ ภายใต้บีโอไอได้อีก

ในกรณีที่บริษัทนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิ BOI ยกเว้นอากรเข้ามาเพื่อผลิตและส่งขายลูกค้าในเขต Free Zone และลูกค้าได้ทำการขอซื้อแม่พิมพ์ที่บริษัทนำเข้ามาเป็นของลูกค้าโดยจ่ายเงินค่าแม่พิมพ์ให้กับบริษัท ในกรณีนี้บริษัทจะสามารถทำเรื่องโอน หรือจำหน่ายแม่พิมพ์ให้กับลูกค้าได้หรือไม่ โดยที่แม่พิมพ์ยังมีอายุการใช้งานไม่ถึง 5 ปี

การนำเข้าแม่พิมพ์เข้ามาจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการผลิต และต่อมาจะจำหน่ายแม่พิมพ์นั้นไปยังโรงงานของลูกค้าใน Free Zone สามารถทำได้โดยไม่มีภาระภาษี แม้จะนำแม่พิมพ์เข้ามาไม่ถึง 5 ปีก็ตาม เนื่องจากถือเสมือนเป็นการส่งคืนแม่พิมพ์ออกไปต่างประเทศ แต่ทั้งนี้ จะต้องมีการส่งแม่พิมพ์เข้าไปยัง Free Zone จริงๆ หลังจากนั้น หากบริษัทจะนำแม่พิมพ์จาก Free Zone กลับออกมาเพื่อผลิตสินค้าให้ลูกค้าอีก ก็สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้อีก แต่ครั้งนี้ในทางบัญชีจะถือว่าแม่พิมพ์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้า ที่ส่งมาให้บริษัทใช้ผลิตชิ้นส่วนให้กับลูกค้า ซึ่งเมื่อใช้งานเสร็จ ก็ต้องส่งคืนกลับไปให้ลูกค้า

ในกรณีที่เราใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรนำเข้าแม่พิมพ์จากลูกค้าในเขตฟรีโซนเข้ามาผลิตที่บริษัทโดยที่แม่พิมพ์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้าและตอนนี้ได้ทำการผลิตจนจบโครงการแล้วจะส่งแม่พิมพ์ดังกล่าวคืนให้ลูกค้าบริษัทจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง และใช้เอกสารอะไรบ้าง และต้องทำเรื่องขออนุญาตแจ้ง BOI ด้วยหรือไม่

การส่งไปยังฟรีโซน ถือเสมือนการส่งออกไปยังต่างประเทศ จึงให้ยื่นคำร้องผ่านระบบ eMT เป็นคำร้องขอส่งเครื่องจักรไปต่างประเทศ(ส่งคืน) หลังจากนั้น ให้ส่งเครื่องจักรออกไปภายใน 90 วัน และเข้าไปยืนยันการส่งคืนในระบบ eMT อีกครั้งหนึ่ง

พอดีบริษัทได้ทำเรื่องยื่นคำร้องผ่านระบบ EMT เรียบร้อยแล้วได้รับการอนุมัติแล้ว แต่ดูในหนังสืออนุมัติ แจ้งว่าจะต้องนำหลักฐานใบขนสินค้าออกพร้อมสำเนาอินวอยซ์ยื่นกับสำนักงานเพื่อขอตัดบัญชีดังกล่าว ถ้าบริษัทจะไม่ทำใบขนสินค้าออกแต่ทำเป็น กศก.122 แทนได้ไหม เพราะไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างชิปปิ้ง และถ้าใช้เอกสาร กศก.122 แทนได้ บริษัทจะต้องนำเอกสารดังกล่าวพร้อมสำเนาอินวอยซ์ไปยื่นที่ BOI ด้วยหรือเปล่า หรือแค่ลงหมายเลขเอกสารยืนยันในระบบ EMT อย่างเดียว

ใข้เอกสาร กศก 122 ไม่ได้ จะต้องใช้หลักฐานใบขนสินค้า ซึ่งกรณีนี้เป็นใบขนสินค้าขาออกโอนย้ายเข้าเขตปลอดอากร (Type D) ส่วนการยืนยัน จะเป็นคีย์ข้อมูลผ่านระบบ eMT และระบบจะนำข้อมูลใบขนไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมศุลกากร

เนื่องจากบริษัทต้องการส่งแบบจำหน่ายเครื่องจักรสำหรับผลิตแม่พิมพ์ไปยังบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศ 1.ในกรณีที่เป็นเครื่องจักรหลัก สามารถยื่นขออนุญาต BOI ได้หรือไม่ 2.และการเสียภาษีสำหรับจำหน่าย ทางบริษัทต้องดำเนินการติดต่อทางกรมศุลหลังจากBOI อนุมัติหรือไม่ 3.นอกจากจะต้องชำระภาษีนำเข้าแล้วยังต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%ด้วยหรือไม่ และจะมีเบี้ยปรับหรือรายการอื่นๆ หรือไม่ 4.หลังจาก BOI อนุมัติ สามารถส่งออกเครื่องจักรได้เลย หรือต้องจ่ายภาษีที่กรมศุลก่อนจึงจะส่งออกได้

การจำหน่ายเครื่องจักรไปต่างประเทศ

1. จะเป็นเครื่องจักรหลักก็ได้ แต่จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตของโครงการเปลี่ยนแปลงไป หรือหากจะเปลี่ยนแปลงจะต้องมีเครื่องจักรเข้ามาทดแทน

2. - 4. กรณีส่งเครื่องจักรออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ไม่มีภาษีอากรที่ต้องชำระคืน

ขั้นตอนการจำหน่ายเครื่องจักรไปยังต่างประเทศ ต้องเข้าไปคีย์ส่งออกที่ระบบ eMT ก่อน หรือต้องยื่นขออนุมัติจาก BOI ก่อน

การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ให้ยื่นขอบนระบบ emt ได้เลย และภายหลังส่งออก จะต้องคีย์ข้อมูลยืนยันการส่งออกอีกครั้งหนึ่ง

1. บริษัท ได้รับสิทธิประโยชน์ นำเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 และได้นำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์มาแล้ว (ไม่ใช่เครื่องจักรหลัก) แล้วต้องการโอนให้กับกิจการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ เช่นเดียวกัน สามารถดำเนินการได้หรือไม่ 2. จากคำถามข้อที่ 1 หากดำเนินการได้ บริษัทได้มีการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ เข้ามา เดือน ตุลาคม 2556 แต่บัตรส่งเสริมของผู้รับโอนได้รับการอนุมัติให้การส่งเสริม วันที่ 18 กรกฎาคม 2557 ซึ่งสามารถนำเข้าเครื่องจักร ขยายเวลาย้อนหลังไปถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 จะยังสามารถทำการโอนเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้กันได้หรือไม่

1.การโอนเครื่องจักร จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตเปลี่ยนแปลงเกินกว่า 20% และไม่ทำให้กรรมวิธีผลิตเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากไม่ใช่เครื่องจักรหลัก ก็น่าจะอยู่ในข่ายที่สามารถให้โอนได้

2.การโอนจะมีผลตั้งแต่วันที่อนุญาตให้โอน ดังนั้น หากในวันที่อนุญาตให้โอน บัตรที่รับโอนได้รับสิทธิ ม.28 และยังมีระยะเวลานำเข้าเหลืออยู่ ก็อยู่ในข่ายที่จะอนุญาตให้โอนโดยไม่มีภาระภาษี แต่หากวันที่อนุญาตให้โอน พ้นจากระยะเวลาที่ได้รับสิทธิของบัตรที่รับโอน ก็จะเป็นการโอนโดยมีภาระภาษี

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map