Chat
x
toggle menu

Font Size

toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
เมื่อได้ลองกดลิงค์แบบฟอร์ม "การขอขยายเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว" ตามด้านบนแล้ว มัน error ไม่สามารถดูได้ และได้ลองเปิดดูใน www.faq108.co.thแล้ว ก็ไม่สามารถเปิดดูได้เช่นกัน ไม่ทราบว่าจะดาวน์โหลดแบบฟอร์มนี้ได้ที่ไหน หรือ มีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการในการยื่นขอขยายเปิดดำเนินการ

Link ตามนี้ https://www.boi.go.th/upload/content/F%20PM%20EX%2006%20e-form_5bbc2a008049b.pdf

บริษัทมีเครื่องจักรในโครงการ และกำลังการผลิตของเครื่องจักรที่ผลิตได้เกินจากกำลังการผลิตของบัตรส่งเสริมที่ได้รับอนุมัติจากบีโอไอ บริษัทจะสามารถทำอย่างไรได้บ้างเพื่อขอแก้ไขกำลังการผลิต (เพิ่มกำลังการผลิต) ในบัตรส่งเสริมให้ถูกต้องตรงตามกำลังการผลิตของเครื่องจักร * บริษัทเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว * บริษัทได้รับการส่งเสริมในกิจการ ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

กรณีที่เปิดดำเนินการแล้ว แต่ต่อมาภายหลังมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น น่าจะเกิดจาก 3 สาเหตุคือ

1. แจ้งกำลังผลิตในขั้นเปิดดำเนินการ ต่ำกว่าความเป็นจริง

- ไม่อยู่ในข่ายที่จะขอแก้ไขกำลังผลิต

2. cycle time ในการผลิตลดลง (เช่น สินค้ามีขนาดเล็กลง หรือ) ทำให้ผลิตสินค้าได้เพิ่มขึ้น

- อาจขอแก้ไขได้เป็นกรณีๆไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ BOI

3. มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติมหลังจากได้รับในอนุญาตเปิดดำเนินการไปแล้ว

- ไม่อยู่ในข่ายที่จะขอแก้ไขกำลังผลิต

กิจการอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องไฟฟ้า สามารถแก้ไขกำลังผลิตได้ แม้ว่าจะเปิดดำเนินการเต็มโครงการไปแล้วก็ตาม แต่หากบริษัทลงทุนเครื่องจักรเพิ่มขึ้นไปแล้ว โดยไม่ได้ยื่นขอแก้ไขโครงการต่อ BOI ก่อนที่จะซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติม ก็จะไม่นับกำลังผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นกำลังผลิตของโครงการที่ได้รับส่งเสริม

การยื่น ตส.310 มีอัพเดทเปลี่ยนแปลงข้อมูลหรือไม่ ต้องรายงานทุกปีเมื่อเริ่มมีรายได้ครั้งแรก หรือรายงานหลังเปิดดำเนินการไปแล้ว

ในบัตรส่งเสริมว่า กำหนดเงื่อนไขการยื่น ตส.310 ว่า เมื่อเปิดดำเนินการแล้ว จะต้องรายงานผลการดำเนินงานทุกรอบปีภายในวันที่ 31 กรกฎาคม ของปีถัดไป ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงจะยื่นเมื่อได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการแล้วเท่านั้น แต่ประมาณปีที่แล้ว BOI ได้เปลี่ยนแนวทางใหม่ คือต้องการให้รายงาน ตส.310 หลังจากที่มีรายได้ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการก็ตาม ซึ่ง BOI ก็ไม่แก้ไขเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมให้สอดคล้องกัน ดังนั้น เงื่อนไขในบัตร กับวิธีปฏิบัติจริง จึงยังมีความขัดแย้งกันอยู่ สรุปคือ ณ ปัจจุบัน จะต้องยื่น ตส.310 หลังจากปีที่เริ่มมีรายได้

ช่างฯที่ถือใบถิ่นที่อยู่สามารถนำบุตรอายุ 18 ปีเข้ามาในประเทศได้หรือไม่ จะได้ระยะเวลาอยู่ในไทยกี่ปี (คิดตามใบถิ่นที่อยู่ หรือ ตามระยะเวลาที่ BOI อนุมัติ)

ช่างฝีมือที่ได้รับอนุมัติบรรจุตามสิทธิประโยชน์ BOI สามารถขอนำครอบครัว (คู่สมรส และบุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปี) เข้ามาประเทศได้ โดยครอบครัวจะได้รับอนุมัติให้อยู่ในประเทศได้ตามระยะเวลาที่ช่างฝีมือได้รับอนุมัติจาก BOI ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริม เช่น

- กิจการผลิต 2 ปี

- กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (TISO ) 1 ปี

- กิจการ ITC และ IHQ 4 ปี

กรณีที่สอบถาม บุตรอายุ 18 ปี จึงสามารถขอใช้สิทธิข้างต้นจาก BOI ได้ แต่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ถึงอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หลังจากนั้นต้องขอวีซ่าอื่น (เช่น วีซ่านักศึกษา) ตามขั้นตอนปกติ

กรณีที่บริษัทได้ว่าจ้างบริษัทขนส่งให้ดำเนินการขนส่งสินค้าให้กับลูกค้าของบริษัท สามารถนำรายจ่ายนี้มาหักเพิ่ม 2 เท่าได้หรือไม่ แยกเป็น 2 กรณี 1.ว่าจ้างให้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศ 2.ว่าจ้างให้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าต่างประเทศ แต่ในการเรียกเก็บค่าบริการทางบริษัทขนส่งจะมีการเรียกเก็บแยกส่วนระหว่างค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในไทย กับ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมืองนอกและทางเมืองนอกเรียกเก็บ ในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในไทย สามารถนำมาหัก 2 เท่าได้หรือไม่

1.การว่าจ้างบริษัทขนส่ง ให้ขนส่งสินค้าจากบริษัทที่ได้รับส่งเสริม ไปยังโรงงานของลูกค้า เป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักเพิ่มได้ 2 เท่า ตามมาตรา 35(2)

2.การว่าจ้างบริษัทขนส่ง ให้ขนส่งสินค้าจากบริษัทที่ได้รับส่งเสริม ไปยังท่าเรือหรือสนามบิน เพื่อส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ เป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักเพิ่มได้ 2 เท่า ตามมาตรา 35(2) ทั้ง 2 กรณีข้างต้น จะต้องเป็นค่าขนส่งเท่านั้น ไม่รวมค่าบริการอื่นๆ เช่น ค่ายกของ ค่าฝากของ ฯลฯและบริษัทที่ได้รับส่งเสริมซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง จะต้องลงบัญชีเป็นค่าขนส่งด้วย

ทางบริษัทมีข้อสงสัยในสิทธิ์ที่ได้รับในมาตรา 35(3) ให้ได้รับอนุญาตหักเงินลงทุนในการติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกร้อยละ 25 ของเงินลงทุน นอกเหนือจากการหักค่าเสื่อมราคาตามปกติ ความหมายของ คำว่า ในการติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก หมายถึงอะไร

ค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ปกติจะสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ เช่น 20 ปี ปีละ 5% หากได้รับ ม 35(3) ก็จะสามารถนำวงเงิน 25% ของค่าติดตั้งหรือก่อสร้างดังกล่าว ไปหักออกจากกำไรสุทธิของปีใดปีหนึ่ง หรือหลายปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่เริ่มมีรายได้ จึงทำให้มีกำไรสุทธิที่พึงเสียภาษี น้อยลงกว่าปกติ จะได้เสียภาษีน้อยลง -> เป็นมาตรการช่วยเหลือทางภาษีอีกวิธีหนึ่ง

ในอดีต กิจการที่จะได้รับสิทธิตาม ม.35(3) จะเป็นกิจการในเขต 3 ซึ่งจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปีดังนั้น ม.35(3) จึงจะใช้ประโยชน์จริงๆได้ในปีที่ 9 และ 10 เท่านั้น แต่ปัจจุบัน เนื่องจากมีการกำหนดวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้ (cap วงเงิน) จึงสามารถใช้ ม.35(3) ได้เร็วขึ้น โดยจะใช้สิทธิ ม.35(3) ตั้งแต่ปีต้นๆ ควบคู่ไปกับการใช้สิทธิ ม.31 ก็ได้

หลังจากได้รับการขออนุมัติตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ต้องดำเนินการบรรจุช่างฝีมือภายในเวลากี่วัน

หลังจากได้รับอนุมัติตำแหน่ง บริษัทจะยื่นบรรจุช่างฝีมือเมื่อใดก็ได้ แต่ระยะเวลาวีซ่าของช่างฝีมือที่จะบรรจุ จะต้องเหลือไม่น้อยกว่า 7 วัน และเมื่อได้รับอนุมัติบรรจุ จะต้องไปดำเนินการทำใบอนุญาตงานและต่อวีซ่าก่อนที่ระยะเวลาวีซ่าเดิมจะสิ้นสุด

ทางบริษัทฯ ปิดรอบบัญชีตั้งแต่เดือน พ.ค. 56 - เม.ย. 57 ดังนั้นทางบริษัทฯ ต้องยื่นรายงานภายในเดือน กรกฎาคม 2558 ใช่หรือไม่

ถูกต้อง หากรอบปีบัญชีคือ พ.ค. 56 - เม.ย. 57 การรายงานผลการดำเนินงาน (ตส.310) ก็คือภายใน 31 ก.ค. 58

เอกสาร "หนังสือรับทราบเงื่อนไขว่าจะไม่สามารถขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ (ไม่มีแบบฟอร์ม) " ที่แจ้งไว้ข้างต้น ยังคงต้องยื่นพร้อมกับแบบฟอร์มคำขอขยายด้วยใช่หรือไม่
ต้องยื่นด้วย
รายงานความคืบหน้าโครงการรอบที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ บริษัทต้องกรอกมูลค่าเงินลงทุนในช่วงที่ ผ่านมา แต่รายงานรอบที่ 2 เดือนกรกฎาคม ไม่มีให้กรอกข้อมูลดังกล่าว ระบบฯ มีข้อผิดพลาดหรือไม่

ระบบฯ ไม่ได้มีข้อผิดพลาดแต่อย่างใด เนื่องจากเบื้องต้นจะเปิดให้บันทึกมูลค่าเงินลงทุนในช่วงที่ผ่านมาเฉพาะการรายงานรอบที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น

ถ้าจะยื่นขอรับการส่งเสริมขยายการลงทุน จะต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารสำหรับการขอรับการส่งเสริม ประกอบด้วยรายการดังต่อไปนี้ https://www.boi.go.th/index.php?page=before_promo_apply_form

บริษัทฯ กิจการ 2.9.3 กิจการผลิตเหล็กทรงยาวสำหรับงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ เดิม ประเภท 2.4 การแปรรูปและแปรสภาพโลหะ อุตสาหกรรมการผลิตลวดและเพลาสแตนเลส ซึ่งบริษัทแจ้งยืนยันโครงการคาดว่าจะเริ่มผลิต มกราคม 2561 แต่ทาง สนง BOI ได้มีหนังสือแจ้งเข้าไปที่ IC .ให้ระงับการให้บริการ ของบริษัท ฯ ในโครงการเดิม คือ ประเภทกิจการ 2.4 แต่ไม่มีหนังสือแจ้งมาที่บริษัท ฯ ให้รับทราบ จึงทำให้บริษัท ฯ ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบ Import Inline ได้ และมีสินค้า ที่ลูกค้าจะส่งกลับเข้ามาซ่อมแซมเพื่อส่งออกไป จึงรบกวนสอบถามว่าบริษัทต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อที่จะสามารถนำเข้าวัตถุดิบได้ หรือบริษัท ฯ ต้อง นำเข้า โดยโครงการ กิจการ 2.9.3และ บริษัท ฯต้อง ยื่นขอ Max Stock ใหม่ และขอสูตรการผลิตใหม่ทั้งหมด และดำเนินการโอนวัตถุดิบ จากโครงการ 2.4 มาที่โครงการ 2.9.3

บริษัทควรตรวจสอบกับ BOI ว่าเหตุใดจึงแจ้งระงับการใช้สิทธิมาตรา 36(1) ไปยัง IC แอดมินคาดว่า โครงการของบริษัทอาจไม่ได้รับสิทธิมาตรา 36 ตั้งแต่ต้น หรือสิทธิอาจจะขาดไปแล้ว และนโยบายส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ก็ไม่ได้ให้สิทธิมาตรา 36 เพิ่มเติม แต่อาจมีการระบุสิทธิผิดพลาดไปหรือไม่? กรณีที่บริษัทไม่ได้รับสิทธิมาตรา 36 หรือสิทธิขาดไปแล้ว สามารถยื่นขอรับสิทธิมาตรา 36 เพิ่มเติมได้

1. ภาษีที่จะต้องนำจ่ายที่ศุลฯ จะถูกคำนวณจากราคาขาย(แม่พิมพ์) ถูกต้องหรือไม่ 2. จากข้อที่1 ในกรณีที่ภาษีถูกคำนวณจากราคาขาย (แม่พิมพ์) ไม่ทราบว่า จะถูกคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ หรือมีวิธีการคิดอย่างไรบ้าง

กรณีที่ BOI อนุมัติให้ชำระภาษีตามสภาพ กรมศุลกากรจะคำนวณจากราคาสินค้าตามสภาพ x อัตราอากร ณ วันที่อนุมัติ

บริษัทร่วมทุนญี่ปุ่น-ไทย โดยมีผู้ถือหุ้นไทยข้างมาก สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมในกิจการ IPO ได้หรือไม่
จะต้องจัดตั้งเป็นบริษัทนิติบุคคลในไทย โดยสามารถเป็นหุ้นไทยข้างมาก หรือหุ้นต่างชาติข้างมากได้
กิจการ IPO สามารถดำเนินธุรกรรมในรูปแบบ In-In, In-Out, Out-In, Out-Out ได้ทั้งหมดหรือไม่
กิจการ IPO ไม่สามารถทำกิจกรรม Out-Out ได้ เนื่องจากมีเงื่อนไขจะต้องมี Warehouse ในประเทศ (สามารถลงทุนสร้างเอง หรือเช่าได้) เพื่อทำการตรวจสอบสินค้า หรือ Repackage ก่อนส่งสินค้าให้ลูกค้า
1. "อัตราอากร ณ วันที่อนุมัติ" ทางบริษัทสามารถตรวจสอบเองได้หรือไม่ ในกรณีที่ทางบริษัทสามารถตรวจสอบได้ ไม่ทราบว่าจะตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ไหนได้บ้าง 2. "หากเป็นเครื่องจักรนำเข้ามาไม่เกิน 5 ปี จะมีภาระภาษีตามสภาพ" นับตั้งแต่วันนำเข้า ถูกต้องหรือไม่

1. พิกัดอัตราศุลกากร ตรวจสอบได้จาก เว็บข้อมูลอากร กรมศุลกากร

2. เครื่องจักรที่นำเข้ามายังไม่ครบ 5 ปี หากปฏิบัติเงื่อนไขถูกต้องตามที่ได้รับส่งเสริม จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายโดยชำระภาษีตามสภาพ

ในกรณีที่รวมบัญชีสต๊อกวัตถุดิบ จะทำเรื่องขอขยายระยะเวลานำเข้าวัตถุดิบ ต้องทำเรื่องแยกทีละบัตร หรือสามารถทำรวมได้

กรณีรวมสต็อควัตถุดิบ (แต่ไม่ได้รวมบัตรส่งเสริม) เมื่อจะขยายระยะเวลานำเข้า ให้เตรียมคำร้องแยกตามบัตรส่งเสริม โดยแต่ละคำร้องให้แนบเอกสารตามที่กำหนดให้ครบถ้วน เช่น MML report เป็นต้น แต่ตอนที่ยื่นคำร้องให้ยื่นเข้าไปพร้อมกัน เพื่อจะได้พิจารณาไปในคราวเดียวกัน

ข้อแตกต่างระหว่างเงินลงทุนและทุนจดทะเบียนที่ระบุในบัตรส่งเสริม เช่นในบัตร ระบุว่า “จะต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน 500,000 บาท รวมทุนจะทะเบียนเดิมไม่น้อยกว่า สามสิบหกล้านห้าแสนบาท ต้องชำระเต็มก่อนวันเปิดดำเนินการ” กับ “จะต้องมีขนาดลงทุน ไม่รวมค่าที่ดินและเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท”

ความหมายของ BOI เงินลงทุน คือ จำนวนเงินทั้งหมดที่ใช้ไปเพื่อดำเนินการโครงการนั้น เช่น ค่าที่ดิน ค่าก่อสร้าง ค่าเครื่องจักร ค่าสินทรัพย์ต่างๆ และเงินทุนหมุนเวียน เป็นต้น

เงินลงทุนนี้ มีที่มาหลักๆ คือ 1) เงินของเราเอง คือเงินทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระ และ 2) เงินของคนอื่น คือ เงินกู้ ในการขอรับการส่งเสริมทั่วไป BOI จะกำหนดเงื่อนไขว่า ต้องใช้เงินของเราเองไม่น้อยกว่า 1 ส่วน และกู้ไม่เกิน 3 ส่วน (คือมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนไม่เกิน 3:1)

ยกตัวอย่าง บริษัทจะยื่นโครงการใหม่เข้าไป โดยมีขนาดการลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท บีโอไอก็เลยกำหนดเงื่อนไขว่า ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนและเรียกชำระไม่น้อยกว่า 0.5 ล้านบาท (ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้าน ใช้เงินกู้ก็ได้) ส่วนเงื่อนไข "ขนาดการลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท" นั้น เป็นเงื่อนไขพื้นฐาน ซึ่งกำหนดเหมือนกันทุกโครงการ (ยกเว้นโครงการ SME) คือไม่ว่าจะยื่นโครงการขอรับส่งเสริมที่มีขนาดการลงทุน 2 ล้านบาท หรือ 200 ล้านบาท หรือ 2,000 ล้านบาท บีโอไอก็จะกำหนดเงื่อนไขเหมือนกันว่า "ต้องมีขนาดการลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท"

ขนาดการลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทนี้ มีวิธีนับแตกต่างกัน ระหว่างโครงการริเริ่ม กับโครงการขยาย จึงต้องศึกษาทำความเข้าใจให้ถูกต้องด้วย

มูลค่าการลงทุนช่วงที่ผ่านมาในรายงานความคืบหน้าโครงการรอบที่ 1 ให้ยึดรอบปีปฏิทิน (มกราคม-ธันวาคม) หรือรอบปีบัญชี

ให้ยึดรอบปีปฏิทินเพื่อให้ได้ข้อมูลการลงทุนในภาพรวมของประเทศเป็นข้อมูลในระยะเวลาเดียวกัน

1. ขอคำแนะนำในการจัดทำ "หนังสือรับทราบเงื่อนไขว่าจะไม่สามารถขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร" ได้หรือไม่ ว่าเนื้อหารายละเอียด จะต้องระบุอะไรบ้าง เพราะไม่มีแบบฟอร์ม 2. เอกสารที่จะต้องยื่นให้กับสำนักงาน มีเพียงแค่ 2 อย่างนี้ใช่หรือไม่

ใช้ชื่อเรื่องว่า การรับทราบเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 28 เนื้อความในหนังสือให้ระบุเหตุผลที่ต้องการขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว และมีข้อความว่า บริษัทรับทราบเงื่อนไขสิทธิประโยชน์การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 ว่า หากบริษัทยื่นขอขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว บริษัทจะไม่สามารถยื่นขอขยายระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 ได้อีก ส่วนเนื้อความที่เหลือ เขียนเพิ่มเติมเองได้ให้หนังสือสมบูรณ์

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map