สอบถามเพิ่มเติม การเสียภาษีสงวนสิทธิ์นำเข้าเครื่องจักร ต่างจากการใช้ธนาคารค้ำประกัน อย่างไร จะเลือกใช้ในกรณีใด
1. กรณีเสียภาษีสงวนสิทธิ หากได้รับสั่งปล่อยคืนอากร จะได้รับคืนเฉพาะอากรขาเข้าเครื่องจักร ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะไม่ได้รับคืนจากการสั่งปล่อย ต้องเป็นการเครดิตภาษีขาย - ภาษีซื้อ ที่ยื่นตามปกติทุกเดือน
2. กรณีใช้ธนาคารค้ำประกันภาษีอากร หากได้รับสั่งปล่อยถอนประกัน จะไม่ต้องชำระทั้งอากรขาเข้าเครื่องจักรและภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่หากไม่ได้รับอนุมัติสั่งปล่อยถอนประกัน จะต้องชำระภาษีอากรย้อนหลังและค่าปรับ VAT
- สามารถยื่นขออนุญาตนำเครื่องจักรไปใช้เพื่อการอื่น ตาม ประกาศ สกท ที่ ป.7/2559 ข้อ 5 แต่จะต้องเป็นกรณีที่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้วเท่านั้น2. กรณีที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการ
- หากสินค้าใหม่ที่จะผลิต อยู่ในข่ายที่จะได้รับส่งเสริม อาจยื่นขอแก้ไขโครงการเพื่อเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์ โดยใช้เครื่องจักรที่มีอยู่เดิมได้ แต่จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตที่ได้รับการส่งเสริม เพิ่มไปจากเดิม3. กรณีที่จะลงทุนซื้อเครื่องจักรมาใหม่
- หากสินค้าใหม่ที่จะผลิต อยู่ในข่ายที่จะได้รับส่งเสริม สามารถยื่นขอรับส่งเสริมเป็นกิจการขยาย (บัตรส่งเสริมฉบับที่ 2) ได้ แต่จะต้องไม่ใช้เครื่องจักรร่วมกันระหว่างบัตรที่ 1 และบัตรที่ 2
ในกรณีที่ทางบริษัทไม่ได้จำหน่าย แต่จะทำลาย ก็ต้องยื่นขอทำลายในระบบ eMT ก่อนใช่ไหม
การทำลายเครื่องจักร รวมถึงอะไหล่ และแม่พิมพ์ ต้องเป็นกรณีที่ชำรุดเสียหายเท่านั้น
- หากชำรุดเสียหาย ให้ยื่นขอทำลายในระบบ eMT
- แต่หากไม่ชำรุดเสียหาย ให้ยื่นขอจำหน่ายโดยมีภาระภาษีตามสภาพ
ในส่วนของอะไหล่ที่เป็นกระดาษทราย ซึ่งใช้แล้วหมดไป แต่ระยะเวลาการนำเข้ายังไม่ครบ 5 ปี กรณีนี้ต้องทำอย่างไร
กระดาษทราย เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีผลิตในประเทศ ปกติจะไม่อนุมัติให้ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 กรณีที่ได้รับอนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรเป็นกระดาษทราย หากเสื่อมสภาพไม่สามารถใช้งานต่อได้ สามารถขออนุมัติทำลายตาม ประกาศ สกท ที่ ป.3/2555
กรณีบริษัทนำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI โดยนำเข้าอุปกรณ์เสริม เช่น Metal Mold, Jig, Tool สายพาน เกิน 5 ปี บริษัทจะต้องทำเรื่องขอปลอดภาระภาษีอากรหรือไม่
กรณีนำเข้าเกิน 5 ปี
- หากไม่ประสงค์จะใช้ในโครงการอีกต่อไป สามารถยื่นขอจำหน่ายในประเทศโดยไม่มีภาระภาษี ซึ่งจะได้รับการตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีไปพร้อมกัน
- แต่ถ้าจะยังคงใช้ในโครงการ ก็สามารถยื่นขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี
2. การขอใช้เครื่องจักรร่วมกัน มีแนวทางการพิจารณาดังนี้
- กรณีที่ทั้ง 2 โครงการได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการ และสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว จะอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรร่วมกันได้ ตามเหตุผลความจำเป็นของบริษัท
สอบถามเพิ่มเติม เนื่องจากมีปัญหาตามหลังคือ พอดีปิดงบแล้วก็ยื่น ภงด.50 ค่าเครื่องจักรมันลดลง แต่ไม่ส่งผลต่อกำลังการผลิต เหตุผลตอนส่งกับความเป็นจริง มันขัดแย้งกัน เจ้าหน้าที่จึงขอคำชี้แจงจากบริษัท
คำตอบ
หากเจ้าหน้าที่ขอทราบเหตุผล เพื่อประกอบการพิจารณาในงานอื่น บริษัทน่าจะทำหนังสือชี้แจงเพิ่มเติมให้กับเจ้าหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องแก้ไขข้อมูลย้อนหลังในระบบ eMT อีกทั้งระบบ eMT ก็ไม่ได้ออกแบบให้สามารถแก้ไขข้อมูลของงานที่พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว
ตอบ:
1. หากเป็นเครื่องจักรที่มีข้อมูลการใช้สิทธิในระบบ eMT ไม่ต้องแนบเอกสาร แต่สามารถเลือกเครื่องจักรจากรายการสั่งปล่อยคืนอากรที่เคยอนุมัติอยู่เดิม
2. หากเป็นเครื่องจักรที่ไม่มีข้อมูลในระบบ eMT (เช่น ได้รับอนุมัติให้โอนมาจากโครงการอื่น หรือนำเข้าก่อนการเริ่มใช้ระบบ eMT ฯลฯ) ให้แนบหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่า เครื่องจักรที่ขออนุญาตนั้นได้รับยกเว้นภาษีอากรโดยใช้สิทธิ BOI
กรณีเป็นเครื่องจักรที่นำเข้าโดยชำระภาษี และขอคืนอากรภายหลังนั้น เอกสารที่ต้องใช้ เช่น สำเนาหนังสืออนุมัติสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักร หรือสำเนาหนังสือคืนอากรจากกรมศุลกากรที่มีการอ้างถึงการใช้สิทธิของ BOI
A2:
เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI หากต้องการจำหน่ายทั้งตัวเครื่องจักร หรือส่วนประกอบของเครื่อง จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน
กรณีเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาเกิน 5 ปี ไม่ได้ใช้ในโครงการ คือไม่กระทบกับกำลังผลิตและกรรมวิธีการผลิตตามที่ได้รับส่งเสริมแล้ว จึงควรยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักร (จำหน่ายออกจากโครงการ) หลังจากได้รับอนุญาตจาก BOI แล้ว บริษัทจะนำไปทำลาย หรือถอดแยกชิ้นจำหน่ายอย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตจาก BOI อีก
Q2.1:
บริษัทจะต้องยื่นเรื่องในระบบ eMT ในหัวข้อใด ระหว่างการขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร หรือตัดบัญชีเครื่องจักรนำเข้าเกิน 5 ปี และเอกสารที่ต้องใช้คืออะไร หากบริษัทไม่สามารถหาใบขนสินค้าขาเข้าได้ บริษัทฯ จะต้องดำเนินการอย่างไร (เพราะเครื่องจักรเข้ามาอายุเกิน 20 ปี เอกสารไม่น่าจะมีเก็บไว้แล้ว)
A2.1:
ตาม ประกาศ BOI ที่ ป.7/2559
1) การขอจำหน่าย คือ การจำหน่ายออกจากโครงการ คือบริษัทจะตัดเครื่องจักรดังกล่าวออกจากทะเบียนสินทรัพย์ของโครงการนั้น แล้วจะนำไปจำหน่าย ทำลาย ส่งออก บริจาค อย่างไรก็ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI
2) การขอตัดบัญชี คือ การตัดภาระภาษีของเครื่องจักรที่นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี เพื่อเป็นเครื่องจักรดังกล่าวจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีในภายหลัง แต่ทั้งนี้ ยังคงต้องใช้เครื่องจักรดังกล่าวในโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้นต่อไป จนกว่าจะขออนุญาตจำหน่าย ทำลาย ส่งคืน หรือบริจาค
ตอบคำถามดังนี้
1. บริษัทต้องการถอดแยกชิ้นส่วนของเครื่องจักรที่นำเข้าเกิน 20 ปี เพื่อนำไปจำหน่าย โดยจะไม่ใช้เครื่องจักรในโครงการที่ได้รับส่งเสริมอีกต่อไป จึงต้องยื่นเรื่องเป็นการขอจำหน่ายเครื่องจักร
2. BOI จำเป็นต้องตรวจสอบว่า เครื่องจักรที่ยื่นขออนุญาตจำหน่าย เป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28, 29 ของ พรบ.ส่งเสริมการลงทุน หรือไม่ หากไม่ใช่ BOI ก็ไม่มีอำนาจในการอนุมัติให้จำหน่ายหรือไม่จำหน่ายเครื่องจักรดังกล่าว ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการพิจารณา เช่น สำเนาใบขนขาเข้า หรือสำเนาหนังสืออนุมัติสั่งปล่อย เป็นต้น ในเบื้องต้นอาจสอบถามกับ IC ว่ายังมีข้อมูลอนุมัติสั่งปล่อยในระบบเก่า (MCTS) หรือไม่ หากไม่มี อาจต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ BOI ที่รับผิดชอบโครงการของบริษัท เพื่อหารือวิธีดำเนินการ
กรณีนำเข้าเครื่องจักร A และต้องการส่งส่วนประกอบของเครื่องจักร A (สมมุติว่าคือ Motor) ไปซ่อมต่างประเทศ
- ให้ยื่นขอส่งออกไปซ่อมโดยเลือกรายการที่เคยได้รับอนุมัติสั่งปล่อย (เครื่องจักร A)
- จากนั้นให้คลิกในช่องที่ระบุว่าชื่อที่ขอส่งซ่อมไม่ตรงกับชื่อที่นำเข้า จากนั้นระบุชื่อรายการที่จะส่งซ่อมให้ตรงกับที่จะขอส่งออกไปซ่อม (Motor)
คำถาม: หากเป็นการส่งไปคืน ไม่ใช่ส่งไปซ่อม จะต้องดำเนินการอย่างไร
คำตอบ: หากจะขอส่งคืนชิ้นส่วนของเครื่องจักร ให้ยื่นคำร้องขอส่งคืนเครื่องจักร โดยอ้างอิงจากเลขที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักร จากนั้นทำเครื่องหมายในช่องชื่อส่งคืนไม่ตรงกับชื่อที่นำเข้า และระบุชื่อรายการของชิ้นส่วนที่จะขอส่งคืน
แนะนำให้ขอเพิ่มชื่อรองของเครื่องจักร ให้ตรงกับอินวอยซ์ เช่น ในกรณีที่สอบถามคือ เพิ่มชื่อรองเป็น Injection machine MNB44A-01 และยื่นสั่งปล่อยให้ตรงกับชื่อใบขนสินค้าขาเข้า(และอินวอยซ์)
กรณีบริษัทนำเข้าเครื่องจักร (แม่พิมพ์ อะไหล่ ฯลฯ) เข้ามาเกินกว่า 5 ปี และประสงค์จะจำหน่ายออกจากโครงการ บริษัทสามารถยื่นขอจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว จะนำไปจำหน่ายเป็นเศษเหล็ก หรือทำลาย หรือจัดการอย่างใดก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งขออนุญาตจาก BOI และไม่ต้องยื่นหลักฐานในการจำหน่ายต่อ BOI เพียงแต่จะต้องตัดรายการนั้นออกจากทะเบียนสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้น
การสั่งปล่อยเครื่องจักรที่นำกลับเข้ามาจากการส่งไปซ่อมต่างประเทศ จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและ VAT เฉพาะสำหรับค่าซ่อม
ส่วนอากรขาเข้าของเครื่องจักร จะได้รับยกเว้นตามใบสุทธินำกลับที่บริษัทยื่นดำเนินการไว้กับกรมศุลกากร
เนื่องจากหน่วย SET มีความหมายทั้งกรณีที่เป็นชุด (หลายชิ้น) หรือ 1 เครื่อง ดังนั้น ตามปกติเจ้าหน้าที่ BOI จึงจะไม่อนุมัติหน่วยของเครื่องจักรเป็น SET แต่จะอนุมัติเป็น PIECE OR UNIT
หากชื่อเครื่องจักรตามอินวอยซ์ เป็นรายการที่ตรงกับชื่อเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติในบัญชีรายการเครื่องจักร และในบัญชีระบุหน่วยเป็น PIECE OR UNIT ควรระบุหน่วยในอินวอยซ์เป็น UNIT (หรือ PIECE) เช่นกัน เพื่อให้การทำใบขนสินค้ามีหน่วยเป็น C62 ตรงตามการอนุมัติสั่งปล่อย
1) ตัดบัญชีภาระภาษีเพื่อปลดภาระภาษีของเครื่องจักร/แม่พิมพ์ที่นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี แต่ยังจะต้องใช้ในโครงการต่อไปจนกว่าจะขอจำหน่ายออกจากโครงการ
2) จำหน่ายออกจากโครงการเพื่อปลดจากการเป็นเครื่องจักร BOI เช่น การจำหน่าย ส่งออกไปต่างประเทศ ทำลาย บริจาค หรือชำระภาษี เป็นต้น
กรณีที่สอบถาม บริษัท A ทำเรื่องตัดบัญชีภาระภาษีแม่พิมพ์ที่นำเข้ามาเกินกว่า 5 ปี แต่ไม่ได้ทำเรื่องจำหน่ายออกจากโครงการ คือ ได้ยื่นเรื่องขอโอนแม่พิมพ์ให้บริษัท B ทำให้เงื่อนไขการต้องใช้แม่พิมพ์ในโครงการ และภาระการขอจำหน่ายออกจากโครงการ ถูกโอนมาเป็นภาระหน้าที่ของ B ดังนั้น B ต้องยื่นขอจำหน่ายแม่พิมพ์ดังกล่าวออกจากโครงการ
หากในหนังสือที่ BOI อนุมัติให้ B รับโอนแม่พิมพ์ ระบุรายละเอียดครบถ้วน เช่น เลขที่/วันที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อย หรือเลขที่/วันที่ใบขนสินค้าขาเข้า หรือหาก B มีสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่ได้รับจาก A บริษัท B น่าจะสามารถยื่นขอจำหน่ายเครื่องจักร (นอกระบบ/ไม่มีภาษี) ได้ แต่หากเอกสารไม่ครบถ้วน/ไม่เพียงพอ อาจติดปัญหาในขั้นตอนการอนุมัติของเจ้าหน้าที่ BOI
ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่กองส่งเสริมการลงทุน 1 - 4 โทร 02-553-8111 กด 1 กดเลือก กองส่งเสริมการลงทุนที่ดูแลประเภทกิจการของท่าน หรือเข้าหารือได้ที่ : https://booking.boi.go.th
ตอบคำถามดังนี้
ข้อ 1 และ 2. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28, 29 จะต้องใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น หากจะนำไปผลิตสินค้าอื่นที่ไม่ได้รับส่งเสริม จะต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน ซึ่งปกติจะอนุญาตในกรณีที่โครงการนั้นเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
ข้อ 3. และ 4. การผลิตสินค้าที่ไม่ได้รับส่งเสริม จะใช้สิทธิใดๆ ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมไม่ได้ บริษัทจะต้องชำระภาษีอากรตามปกติ
5. เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28, 29 และลงไว้ในทะเบียนสินทรัพย์จะนับเป็นมูลค่าการลงทุนของโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
Q ถาม 2.1:
หากเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันและมีกระบวนการผลิตเหมือนกัน แต่แตกต่างกันตรงที่การขายสินค้าสำเร็จรูป (Finish Goods) เป็นการขายแบบ BOI กับ NON BOI ก็ตามใช่หรือไม่
A ตอบ 2.1:
ผลิตภัณฑ์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม คือผลิตภัณฑ์ที่ระบุในบัตรส่งเสริม และผลิตตามขั้นตอนการผลิตที่ได้รับอนุมัติ โดยใช้เครื่องจักรใหม่ตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม หรือใช้เครื่องจักรเก่าจากต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตตามเงื่อนไขของประกาศบริษัทจะต้องจัดทำบัญชีภายในแยกระหว่างโครงการ BOI และ Non BOI ให้ชัดเจน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่เป็น Non BOI จะไม่สามารถใช้สิทธิและประโยชน์ของ BOI ได้
1. Negative List หมายถึง บัญชีรายการเครื่องจักรที่มีผลิตหรือประกอบในประเทศ จึงไม่สามารถนำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือ 29 ได้
2. ในการใช้สิทธิยกเว้นลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักร ผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้ได้รับส่งเสริม จึงจะใช้สิทธิได้
- หากจำเป็นต้องซื้อจาก บ.Trading จะต้องมีการโอนสิทธิการนำเข้าจาก บ.Trading เป็นผู้ได้รับส่งเสริม (สลักหลัง consignee ชื่อผู้ได้รับการส่งเสริม) ในใบขนก่อนการเดินพิธีการขาเข้า และผ่านพิธีการขาเข้าโดยมีชื่อผู้ได้รับส่งเสริมเป็นชื่อผู้นำเข้า จึงจะใช้สิทธิได้
- แต่หาก บ.Trading เป็นผู้นำเข้าโดยชำระอากรขาเข้าแล้ว และต่อมาจำหน่ายให้ผู้ได้รับส่งเสริม จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรา 28, 29 ของผู้ได้รับส่งเสริม
BOI ไม่ได้กำหนดนิยามของการส่งเครื่องจักรไป Modify ต่างประเทศ โดยการขอส่งเครื่องจักรไป Modify ต่างประเทศ สามารถยื่นขออนุญาต/และยื่นสั่งปล่อยในหัวข้อการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ ซึ่งจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามสิทธิที่ได้รับอยู่เดิม และบริษัทยังคงต้องทำใบสุทธินำกลับ เช่นเดียวกับการส่งเครื่องจักรไปซ่อมต่างประเทศ
BOI ได้กำหนดวิธีการใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรจากเดิมที่เก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานต่างๆ ด้วยกระดาษมาเป็นเก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลระบบ MCTS (ยื่นข้อมูลด้วย Diskette) ประมาณปี 2544 และต่อมาพัฒนาเป็นระบบ eMT (ยื่นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต) ประมาณปี 2554
เนื่องจากการพัฒนาระบบแต่ละครั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูล ดังนั้นในช่วงรอยต่อของการปรับเปลี่ยนระบบ เครื่องจักรที่ได้นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรแล้ว จะยังคงเก็บข้อมูลไว้ในระบบเดิม แต่เครื่องจักรที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ จะอนุมัติสั่งปล่อยด้วยระบบใหม่
ดังนั้นโครงการที่ได้รับส่งเสริมมาเป็นเวลานาน และได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักรหรือแม่พิมพ์ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม อาจนำเข้าเครื่องจักรโดยยกเว้นอากรขาเข้าภายใต้ระบบ eMT, MCTS และหนังสืออนุมัติสั่งปล่อย (กรณีสั่งปล่อยก่อนเริ่มใช้ระบบ MCTS) ร่วมกันก็ได้
กรณีเป็นการสั่งปล่อยตามหนังสืออนุมัติ ที่ไม่มีข้อมูลในระบบ eMT บริษัทสามารถยื่นขอตัดภาระภาษีเครื่องจักรได้ เนื่องจากนำเข้าเกินกว่า 5 ปีแล้ว โดยให้ยื่นเรื่องในระบบ eMT โดยเลือกเมนู "สั่งปล่อยนอกระบบ" และแนบสำเนาหลักฐานแสดงการนำเข้าโดยใช้สิทธิ เช่น สำเนาใบขนขาเข้า หรือสำเนาหนังสืออนุมัติสั่งปล่อย
1. เครื่องจักรที่นำเข้ามาก่อนวันที่ขอรับส่งเสริม สามารถใช้ในโครงการได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรนั้น ทั้งนี้จะต้องระบุในคำขอฯว่าจะมีการใช้เครื่องจักรที่นำเข้ามาก่อนวันที่ขอรับส่งเสริม และเครื่องจักรนั้นจะต้องไม่เคยใช้ผลิตในเชิงพาณิชย์มาก่อน
2. วันที่ขอรับการส่งเสริม คือวันที่ BOI ตรวจสอบข้อมูลและออกเลขที่/วันที่ลงรับคำขอ ไม่ใช่วันที่บริษัทส่งยื่นคำขอในระบบออนไลน์
บริษัทฯ นำเข้าเครื่องจักรโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้ามากกว่าจำนวนเครื่องจักรที่ติดตั้งอยู่จริง ดังนั้น เครื่องจักรที่ไม่ได้ติดตั้งอยู่จริง จึงเป็นเครื่องที่ใช้สิทธิผิดเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และมีภาระต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันที่นำเข้า และเบี้ยปรับ VAT
ขั้นตอนคือเมื่อได้รับอนุญาตจาก BOI ให้ชำระภาษีแล้ว ให้ติดต่อกรมศุลกากรเพื่อขอชำระภาษีอากร หลังจากชำระภาษีเสร็จสิ้นแล้ว ให้ยื่นตัดบัญชีเครื่องจักรในระบบ EMT ต่อไป