Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
ในการแจ้งยืนยันการดำเนินการตามโครงการ ต้องยื่นออนไลน์ ซึ่งต้องขอ Username Password ขอเรียนถามว่า 1) สามารถขอ Username Password ที่แหลมฉบังได้หรือไม่ 2) แบบฟอร์มของหนังสือมอบอำนาจ ดูได้จากที่ไหน 3) หนังสือรับรองของบริษัท ใช้ทุกหน้าใช่หรือเปล่า และต้องเซ็นรับรองเอกสารด้วยหรือไม่

1) สามารถขอรับได้ที่ สนง BOI ทุกแห่ง (นำเอกสารไปยื่น และรอรับได้เลย)

2) หนังสือมอบอำนาจไม่มีแบบฟอร์มเฉพาะ สามารถใช้รูปแบบทั่วไปที่มีให้โหลดในเน็ตได้

3) หนังสือรับรอง ใช้เฉพาะหน้าแรกหน้าเดียว โดยให้ลงนามรับรองและประทับตราด้วย รายละเอียดอื่นๆ ดูได้จาก

[http://doctracking.boi.go.th/doctrack-ts310.pdf] ตามเอกสาร 1.1 - 1.4

สอบถามเรื่องการซื้อเครื่องจักรภายในประเทศ บริษัทสามารถซื้อได้เลยรึเปล่า และจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องใช้สิทธิ BOI สามารถนำเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิ BOI มาใช้ร่วมโครงการของ BOI ได้หรือไม่

สามารถซื้อเครื่องจักรในประเทศได้ โดยไม่ต้องระบุไว้ในโครงการ และไม่ต้องขออนุญาต แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น

ไม่สามารถนำเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิ มาใช้ร่วมในโครงการ BOI เพราะเท่ากับเป็นการใช้เครื่องจักรเก่าในประเทศ ซึ่งผิดเงื่อนไขในการให้ส่งเสริม

เนื่องจากบริษัทมีรอบบัญชี 1 ต.ค.57-30 ก.ย.58 บัดนี้ได้ยื่นเรื่องเปิดดำเนินการไปวันที่ 27 ก.ค. 58 และทางเจ้าหน้าที่ได้ไปเปิดตรวจที่โรงงาน ณ วันที่ 24 ก.ย. 58 บริษัทอยากทราบว่าใบอนุญาตเปิดดำเนินการจะระบุวันที่ตรง "เปิดดำเนินการได้ตามโครงการตั้งแต่วันที่......" เป็นวันไหน เนื่องจากบริษัทจะได้คำนวณเงินเพื่อยื่น ม.31 ได้ถูกต้องตามรอบบัญชีปีนี้

ในใบอนุญาตเปิดดำเนินการ จะระบุเพียงแค่ว่า "อนุญาตให้เปิดดำเนินการได้ ตามใบอนุญาตเลขที่ ....... ลงวันที่ ........." โดยไม่มีการระบุว่า ให้เปิดดำเนินการได้ตั้งแต่เมื่อใด ส่วนในการเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 31 นั้น กำหนดไว้ตาม พรบ. และเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมอยู่แล้ว คือ "ตั้งแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริม" ซึ่งวันที่เริ่มมีรายได้ ซึ่งสามารถเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นี้ ปกติจะเป็นวันก่อนที่จะออกใบอนุญาตเปิดดำเนินการอยู่แล้ว

วันเริ่มใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ให้ยึดตามวันที่เริ่มมีรายได้ครั้งแรกตามโครงการ โดยไม่ต้องอิงกับวันที่ในใบอนุญาตเปิดดำเนินการ เช่น ถ้าในปีที่ 1 บริษัทเริ่มมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าตามโครงการ ก็ให้เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่มีรายได้นั้น ส่วนใบอนุญาตเปิดดำเนินการ อาจจะออกตามหลังมาอีก 3 ปี ก็ไม่เป็นไร เพราะใบอนุญาตเปิดดำเนินการในความหมายของบีโอไอ ไม่ใช่ออกเพื่ออนุญาตให้บริษัทเริ่มประกอบกิจการได้ แต่เป็นการออกเพียงการยืนยันว่า บริษัทมีการลงทุนครบตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม

บริษัทไม่ได้มีรอบบัญชีตามปีปฏิทิน เช่น เริ่มต้นเดือนเมษายนและสิ้นสุดเดือนมีนาคม ทำให้ ภ.ง.ด. 50 ยังไม่แล้วเสร็จ ให้กรอกข้อมูลอย่างไร

สามารถกรอกข้อมูลและแนบไฟล์ ภ.ง.ด.50 ฉบับร่างได้ หรือถ้ายังไม่มีร่าง ให้กรอก ‘0’ ในส่วนที่ไม่มีข้อมูลและแนบหนังสือบริษัทชี้แจงเหตุผลและเดือนที่คาดว่าจะสามารถกรอกข้อมูลส่วนนี้ได้ในระบบฯ ทั้งนี้ หากประสงค์จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลในภายหลัง โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อส่งเรื่องคืนให้แก้ไข

การจัดการสิทธิและประโยชน์ หากต้องการยกเลิกบัตรส่งเสริม

ผู้ได้รับส่งเสริมสามารถขอยกเลิกบัตรส่งเสริมในเวลาใดก็ได้ โดยหลักประกัน การคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะสิ้นสุดลงในวันที่ได้รับอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม

กรณีที่ได้รับส่งเสริมนำเครื่องจักรและวัตถุดิบเข้ามาโดยการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า แต่ต่อมาได้รับอนุมัติให้เลิกบัตรส่งเสริม เครื่องจักรที่มีอายุมากกว่า 5 ปี นับจากวันที่นำเข้าจะไม่มีภาระภาษีอาการขาเข้า ทั้งนี้จะต้องดำเนินการตามที่ สำนักงานกำหนด สำหรับวัตถุดิบที่นำเข้า ขอให้บริษัทชำระภาษีอากรขาเข้า หรือส่งออกไปต่างประเทศ ให้เรียบร้อย

กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมเป็นนิติบุคคลต่างด้าว และใช้สิทธิและประโยชน์ในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องจำหน่ายที่ดินดังกล่าวภายใน 1 ปีนับจากวันที่ได้รับอนุมัติให้ยกเลิกบัตรส่งเสริม

กรณีที่ผู้ได้รับส่งเสริมไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เป็นสาระสำคัญในการให้การส่งเสริมได้ เช่น มีขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือมีกรรมวิธีการผลิตไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม และทำให้มูลค่าเพิ่มของโครงการต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ได้รับส่งเสริมจะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม

ในกรณีที่ถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม ผู้ได้รับส่งเสริมอาจถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์ทั้งหมดเสมือนว่าไม่เคยได้รับส่งเสริมมาตั้งแต่ต้น ซึ่งจะต้องทำให้เสียภาษีอากรเครื่องจักรและวัตถุดิบย้อนหลังตามสภาพ ณ วันนำเข้า พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ ซึ่งรวมถึงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังอีกด้วย

โรงงานผลิตสินค้า (Fabric)ไทย ส่งออกไปขายยังกัมพูชา แบบใช้สิทธิ BOI ขาออก แต่สินค้าไม่ได้คุณภาพทางกัมพูชาจึงตีกลับ คำถามคือ โรงงานผลิตสินค้าที่เมืองไทย จะสามารถนำเข้าสินค้าตัวเดิมโดยใช้สิทธิ BOI ได้หรือไม่ และทางกัมพูชาจำเป็นต้องออกหนังสือยืนยันสินค้าไม่ได้คุณภาพหรือไม่

การนำสินค้าที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศกลับเข้ามาซ่อม สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 36(1) ได้ โดยมีเงื่อนไขคือ

1. ต้องเป็นสินค้าที่บริษัท BOI ส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ

2. ชื่อสินค้าและโมเดลที่นำกลับเข้ามาซ่อม ต้องเป็นชื่อสินค้าและโมเดลเดียวกับที่ส่งออก และได้รับอนุมัติสูตรการผลิต

3. ต้องเป็นสินค้าที่สามารถซ่อมแซมเพื่อส่งกลับออกไปใหม่ได้

4. เมื่อซ่อมแซมเสร็จแล้วต้องส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ

5. ให้ยื่นขออนุมัติ Max Stock ในข่ายสินค้านำกลับเข้ามาซ่อม

6. จะยกเว้นอากรขาเข้าให้เฉพาะสินค้าที่นำเข้ามาซ่อมเท่านั้น โดยจะไม่ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่ใช้ไปในการซ่อมสินค้านั้นๆ

ในกรณีที่นำเข้าผลิตภัณฑ์เพื่อกลับมาซ่อมแซม ต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อไม่ต้องชำระอากรขาเข้า และหากสามารถทำได้ ระหว่างที่ดำเนินการยังไม่เรียบร้อย สามารถชำระอากรแล้วสงวนสิทธิ์ไว้ก่อนได้หรือไม่

ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและส่งไปจำหน่ายต่างประเทศ สามารถขอนำกลับเข้ามาซ่อมเพื่อส่งกลับออกไปอีกครั้งหนึ่ง โดยจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับชิ้นส่วนที่ใช้การซ่อม

ขั้นตอนคือ

1. ยื่นขอแก้ไขบัญชีปริมาณสต๊อก เพื่อเพิ่มรายการผลิตภัณฑ์ที่นำกลับเข้ามาซ่อม ขออนุมัติปริมาณสต๊อกได้ไม่เกิน 10% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม

Project Code ใช้เป็นมาตรา 36(1) แบบหมุนเวียน คือ xxxxxx11

Group No. ให้เริ่มต้นจาก R00001 ไปตามลำดับ

ชื่อหลัก ให้ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ตามบัตรส่งเสริม หรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งออก

ชื่อรอง ให้ใช้ตามผลิตภัณฑ์ที่จะนำกลับเข้ามาซ่อม

2. เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว นำไปบันทึกฐานข้อมูลที่ IC จากนั้น ยื่นสั่งปล่อยเช่นเดียวกับขั้นตอนปกติ

3. ยื่นขออนุมัติสูตรการผลิตจาก BOI จากนั้นนำไปบันทึกฐานข้อมูลที่ IC

สูตรจะต้องเป็น 1 ต่อ 1 เท่านั้น จะไม่อนุมัติรายการวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ใช้เพื่อการซ่อม

ยื่นตัดบัญชีหลังจากส่งผลิตภัณฑ์ที่ซ่อมเสร็จแล้วออกไปต่างประเทศ ระหว่างที่ยื่นแก้ไขบัญชีปริมาณสต๊อก สามารถชำระภาษีสงวนสิทธิ์ได้เช่นเดียวกับกรณีการสงวนสิทธิ์วัตถุดิบรายการอื่นๆ

การยื่นขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้ง จะต้องยื่นก่อนออกบัตร หรือ ต้องออกบัตรมาก่อนแล้วจึงยื่น

สามารถทำได้ทั้ง 2 วิธี คือจะแก้ไขที่ตั้งสถานประกอบการก่อนออกบัตรหรือหลังออกบัตรก็ได้ แต่หากยื่นเอกสารประกอบการขอออกบัตรส่งเสริมไปแล้ว ควรรอให้ขั้นตอนการออกบัตรเสร็จสิ้นก่อน จึงยื่นขอแก้ไขสถานที่ตั้ง

บริษัทมีแยกยื่น ภ.ง.ด. 50 หลายฉบับ เนื่องจากประกอบกิจการ เช่น ขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่าง ประเทศ บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ITC) สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) ให้กรอกข้อมูลและแนบไฟล์ ในระบบฯ อย่างไร

เบื้องต้นให้กรอกมูลค่ารวมจาก ภ.ง.ด.50 ทุกฉบับ และรวมไฟล์ ภ.ง.ด.50 ของทุกฉบับเป็นไฟล์เดียวกันเพื่อแนบในระบบฯ

อ้างถึงแบบฟอร์ม F PM OP 01-06 คำถาม 1. ตามข้อ 2 รายละเอียดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้ในโครงการ หากบริษัทมีเครื่องจักรที่ผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการส่งเสริมอยู่ในโครงการด้วย จะต้องระบุด้วยหรือไม่ 2. ตามข้อ 5.3 ขนาดการลงทุนของโครงการ การกรอกมูลค่าในช่อง (B) กรณีบริษัทเปิดดำเนินการสำหรับโครงการที่ประสบอุทกภัย จะต้องกรอกข้อมูลในกรณีโครงการริเริ่ม ใช่หรือไม่

เครื่องจักรที่ไม่ได้รับส่งเสริม คืออะไร

ก. เครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า

ข. เครื่องจักรที่ผิดเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริม (เช่น เครื่องจักรเก่าที่ไม่มีใบรับรองประสิทธิภาพ หรือเครื่องจักรเก่าซื้อในประเทศ เป็นต้น)

ตอบคำถาม

1. หากเป็นเครื่องจักรตามข้อ ก. ก็ต้องระบุด้วย มิฉะนั้น กรรมวิธีการผลิตหรือกำลังผลิตอาจไม่ครบตามบัตรส่งเสริม แต่หากเป็นข้อ ข. จะระบุหรือไม่ ก็มีปัญหา เพราะกำลังทำผิดเงื่อนไขในการส่งเสริม

2. ช่อง 5.3 เป็นการกรอกมูลค่าการลงทุนเพื่อนำไปกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ถ้าเป็นโครงการริเริ่ม จะนับค่าสินทรัพย์ และค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการ เป็นขนาดการลงทุนได้ด้วย แต่ต้องเป็นโครงการขยาย จะนับได้เฉพาะค่าเครื่องจักร และค่าก่อสร้างส่วนที่เพิ่มเติม ในบัตรส่งเสริมระบุเงื่อนไขไว้อย่างไร และประเด็นที่สอบถามคืออะไร ขอรายละเอียดอีกหน่อย

กรณีที่บริษัทฯ นำเครื่องจักรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่มีอายุทั้งที่เกิน 10 ปี และไม่เกิน 10 ปี มาใช้ร่วมกับบัตรโครงการใหม่ บริษัทฯ ต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง

การนำเครื่องจักรของโครงการ 1 ไปใช้ในโครงการ 2 เป็นการปฏิบัติเงื่อนไขทั้งโครงการ 1 และโครงการ 2 คือ

โครงการ 1 ผิดเงื่อนไข คือนำเครื่องจักรที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีอากร ไปใช้งานนอกเหนือกิจการตามบัตรส่งเสริมฉบับนั้น

โครงการ 2 ผิดเนื่องจากไม่มีการลงทุนตามโครงการ แต่นำเครื่องจักรที่มีอยู่แล้วมาสวมสิทธิในการผลิตเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ฯลฯ

แต่หากเป็นเครื่องจักรบางรายการที่ไม่มีผลกับกำลังผลิต เช่น แม่พิมพ์ อยู่ในข่ายที่สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่เป็นการยอมรับในทางปฏิบัติเท่านั้น ซึ่งหากจะทำให้ถูกต้องจริงๆ อาจจะต้องยื่นหนังสือขอใช้แม่พิมพ์ของโครงการที่ 1 และ 2 ร่วมกัน

แบบฟอร์มแบบแจ้งยืนยันการดำเนินการตามโครงการ 6m/1Y/2Y ไม่ทราบว่าต้องส่งที่ไหน ถ้าบริษัทอยู่ที่จังหวัดตรัง

การยืนยันการดำเนินการตามโครงการ ให้ยื่นผ่านระบบงานตรวจสอบทางอินเตอร์เน็ต https://boieservice.boi.go.th/PM/ โดย user ID และ password เป็นอันเดียวกับระบบตรวจสอบเอกสารทางอินเตอร์เน็ต (http://doctracking.boi.go.th/) แต่หากยังไม่มี user ID ให้ติดต่อขอรับได้ที่ BOI ทุกแห่ง รายละเอียดตาม Link : http://doctracking.boi.go.th/doctrack-ts310.pdf

กรณียื่นขอรับส่งเสริมออนไลน์ ผ่านระบบ e-Investment Promotion ยื่นในนามบุคคล และตอบรับมติในนามบุคคลเรียบร้อยแล้วในระบบขึ้นสถานะขอรับการส่งเสริม ขั้นตอนต่อไปคือ ออกบัตรส่งเสริม ซึ่งทางบริษัทฯ ยังไม่สามารถจัดตั้งนิติบุคคลได้ตามกำหนด จึงรบกวนสอบถาม ขั้นตอนยื่นขอออกบัตรส่งเสริมมีระยะเวลากำหนดต้องยื่นภายในกี่วัน บริษัทฯ สามารถขยายตอบรับมติได้ไหม

หลังจากตอบรับมติการให้การส่งเสริมแล้ว จะต้องยื่นเอกสารเพื่อขอออกบัตรส่งเสริมภายใน 6 เดือนหลังวันที่ตอบรับมติ โดยสามารถขยายเวลาการยื่นเอกสารฯ ได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 เดือน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.boi.go.th/index.php?page=before_promo_get_cert

บริษัทฯต้องการขายโรงงาน แต่ไม่ทราบข้อมูลว่าปิดโครงการหรือยัง และไม่ทราบว่าสถานะของบัตรส่งเสริมติดค้างอะไรบ้าง ต้องทำอย่างไร? และในการขายโรงงาน ต้องทำหนังสือแจ้ง BOI หรือไม่ *หมายเหตุ มีทั้งหมด 4 project

ตามความหมายของ BOI จะเรียกว่า เป็นการโอนกิจการ หรือการยกเลิกโครงการ

การโอนกิจการ

คือการจะขอโอนสิทธิความเป็นผู้ได้รับส่งเสริมไปให้กับบริษัทอื่นเพื่อดำเนินโครงการนั้นต่อไป ดูรายละเอียดตาม link และหากมีคำถามเพิ่มเติม ให้ตั้งเป็นกระทู้ใหม่ภายใต้หมวดหมู่ "การขอรับส่งเสริม / การโอน-รับโอนกิจการ" การยกเลิกโครงการ

คือการจะยกเลิกความเป็นผู้ได้รับส่งเสริม (ยกเลิกบัตรส่งเสริม) ในโครงการนั้นๆ แต่บริษัทจะยังคงดำรงอยู่ต่อไป และประกอบกิจการนั้นต่อไปก็ได้ โดยจะไม่ได้รับสิทธิใดๆทั้งสิ้นจาก BOI ในการยกเลิกโครงการ จะต้องเคลียร์ภาระภาษีต่างๆให้หมดสิ้น จึงจะยกเลิกโครงการได้โดยไม่มีภาระภาษี

และจะต้องเปิดดำเนินการตามโครงการให้ได้ มิฉะนั้นจะถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม และอาจถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์ย้อนหลัง เสมือนไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์ หากมีคำถามเพิ่มเติม ให้ตั้งเป็นกระทู้ใหม่ภายใต้หมวดหมู่ "การขอรับส่งเสริม / อื่นๆ (ยกเลิกโครงการ)"

การขยายเวลามาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ
มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพที่สิ้นสุดระยะเวลาในปี 2565 มีการขยายระยเวลาเพิ่มเติมหรือไม่

เนื่องจากเป็นมาตรการที่ช่วยยกระดับในด้านต่างๆ ให้กับผู้ประกอบการในประเทศ และมีมาตรการย่อย บางข้อที่เพิ่งเริ่มประกาศใช้ได้ไม่นาน จึงอาจจะมีการพิจารณาขยายเวลาของมาตรการนี้ ทั้งนี้ขอให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักงานจากหน้าเว็บไซต์

การติดตั้ง Solar Roof ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ
มีการกำหนดสัดส่วนของพลังงานที่ได้จากโซลาร์เซลล์หรือไม่ และต้องมีการลงทุนเท่าใด

ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ ด้านการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในกิจการ หมายถึง การเปลี่ยพลังงานที่ใช้ในโครงการ จากเดิมที่ใช้พลังงานฟอสซิล (เช่น น้ำมัน ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ) เป็นการใช้พลังงานทดแทน ตามชนิดที่กำหนด (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม เป็นต้น) นั้นไม่มีเงื่อนไขตัวชี้วัดเป็นตัวเลขที่ต้องปฏิบัติให้ได้ เนื่องจากในบางกรณีหรือในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การใช้พลังงานทดแทนอาจมีต้นทุนสูงกว่าพลังงานที่ใช้อยู่เดิม แต่จะพิจารณาว่าพลังงานทดแทนที่จะนำมาใช้ มีความเหมาะสมหรือไม่

ถาม Q14.1:

ทำไมจึงไม่ให้สิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุตตลตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพกับโครงการที่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากโครงการเดิมที่มีอยู่

ตอบ A14.1:

กรณีที่บริษัทจะลงทุนติดตั้งแผง Solar

1. หากโครงการที่ได้รับส่งเสริม ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้ และยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ
- ให้ยื่นขอแก้ไขกรรมวิธีผลิต โดยให้ระบุว่าจะมีการลงทุนติดตั้งแผง Solar เพื่อใช้พลังงานทดแทนในโครงการด้วย
- เมื่อได้รับอนุมัติ จะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าแผง Solar (กรณีไม่ผลิตหรือประกอบในประเทศ) และจะได้รับแก้ไขวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล เพิ่มขึ้นเท่ากับ 100% ของมูลค่าการลงทุนในส่วนของแผง Solar (ซึ่งจะมากกว่าข้อ 2 ที่กำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเพียง 50% ของมูลค่าการลงทุนแผง Solar)
2. หากโครงการที่ได้รับส่งเสริม สิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้ และได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
- สามารถนำโครงการนี้มายื่นขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงฯ
- จะได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 และยกเว้นภาษีเงินได้เป็นวงเงิน 50% ของมูลค่าการลงทุนในส่วนของแผง Solar
3. หากโครงการที่ได้รับส่งเสริม ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว แต่ยังไม่สิ้นสุดสิทธิการยกเว้น/ ลดหย่อนภาษีเงินได้
- ไม่สามารถยื่นแก้ไขโครงการตามข้อ 1 เนื่องจาก BOI ไม่อนุญาตให้แก้ไขโครงการที่มีการลงทุนเพิ่มเติม หลังเปิดดำเนินการเต็มโครงการแล้ว
- และไม่สามารถยื่นขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงตามข้อ 2 เนื่องจากยังไม่สิ้นสุดสิทธิการยกเว้น/ลดหย่อนภาษีเงินได้

ถาม Q14.2:

- การใช้สิทธิยกเว้นอากรนำเข้าเครื่องจักร หากทางบริษัทที่เป็นผู้รับติดตั้งนำเข้ามาเอง สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรนำเข้าของบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมได้หรือไม่
- ระบบบัญชีต้องดำเนินการอย่างไร ต้องแยกบัญชีหรือไม่หากได้รับการส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ
- Serial No. ของอุปกรณ์ จะต้องถูกต้องตรงกับที่จะนำมาติดตั้งจริง หากไม่ตรงกันจะทำให้ไม่สามารถผ่านพิธีศุลกากรใช่หรือไม่

ตอบ A14.2:

ตอบคำถามดังนี้
1. ในการจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ผู้นำเข้าจะต้องเป็นบริษัทที่ได้รับส่งเสริมที่ได้รับสิทธิ เท่านั้น (แต่สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่น เป็นผู้ดำเนินการผ่านพิธีการศุลกากรแทนได้ ตามระเบียบของกรมศุลกากร) หากบริษัทที่เป็นผู้รับติดตั้งแผงโซลาร์ เป็นผู้นำเข้าจากนั้นจำหน่ายพร้อมติดตั้งให้กับผู้ได้รับส่งเสริม จะไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรได้
2. กรณีติดตั้งแผงโซลาร์ ปกติจะตรวจสอบเพียงว่าได้นำพลังงานจากแผงโซลาร์ไปใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมปรับปรุงประสิทธิภาพเท่านั้น เช่น หากบริษัทได้รับส่งเสริมหลายโครงการ (บัตร 1, บัตร 2, บัตร 3) อยู่ในสถานประกอบการเดียวกัน แต่ยื่นขอส่งเสริมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเฉพาะบัตร 1 บริษัทจะต้องดำเนินการให้สามารถตรวจสอบได้ว่า การลงทุนแผงโซลาร์ เป็นการนำพลังงานทดแทนมาใช้ในบัตร 1 เท่านั้น
3. การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร มีเงื่อนไขว่า ต้องไม่เป็นเครื่องจักรที่ผลิตหรือประกอบได้ในประเทศ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกับชนิดที่ผลิตในต่างประเทศ และมีปริมาณเพียงพอที่จะจัดหามาใช้ได้ การระบุ serial หรือ spec เป็นวิธีการหนึ่งที่จะยืนยันว่า เครื่องจักรที่จะขอนำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร ไม่เป็นชนิดที่มีผลิตหรือประกอบในประเทศ ซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกัน ดังนั้น หากบริษัทยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรโดยระบุ serial / spec ก็จะต้องระบุ serial / spec ของสินค้านำเข้า ให้ตรงกับที่ได้รับอนุมัติ มิฉะนั้นจะขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรไม่ได้
ในกรณีที่สิทธิฯ ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร สิ้นสุดวันที่ 30 ม.ค. และบริษัท ต้องเปิดดำเนินการภายใน 30 มิ.ย. แต่ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. - 29 มิ.ย. บริษัทมีการซื้อเครื่องจักรเข้ามาใช้เพิ่มเติมในโครงการ (ทั้งนำเข้าและซื้อในประเทศ) บริษัทฯ สามารถนำมูลค่าของเครื่องจักรที่ซื้อมาในช่วงระยะเวลาดังกล่าว มารวมคำนวณเป็นวงเงินที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่

การคำนวณขนาดการลงทุนเพื่อนับเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สามารถนับได้ถึงวันที่บริษัทขอยุติการนับขนาดการลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินวันครบกำหนดเปิดดำเนินการ กรณีที่สอบถามข้างต้น หากบริษัทยื่นคำขอเปิดดำเนินการในวันที่ 30 มิ.ย. ก็สามารถกำหนดวันยุติการนับขนาดการลงทุนเป็นวันที่ 30 มิ.ย. และนำมูลค่าเครื่องจักรที่ซื้อมาระหว่าง 1 ก.พ. - 29 มิ.ย. มารวมนับเป็นขนาดการลงทุนได้ แม้ว่าเครื่องจักรนั้นจะชำระภาษีอากรเข้ามาเองก็ตาม แต่ทั้งนี้ต้องเป็นเครื่องจักรที่ถูกต้องตามเงื่อนไขของโครงการ (เช่น เป็นเครื่องจักรใหม่ ในกรณีมีเงื่อนไขให้ใช้เครื่องจักรใหม่ เป็นต้น)

(ปล. หากระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดในวันที่ 30 ม.ค. ระยะเวลาเปิดดำเนินการน่าจะนับไปอีก 6 เดือน คือ 30 ก.ค. ไม่น่าจะใช่ 30 มิ.ย.)

ข้อความในบัตรส่งเสริมการลงทุน [ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 25xx ให้ไว้ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 25xx] หมายถึงอะไร

วันแรก คือ วันที่อนุมัติให้การส่งเสริม ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ด้านวัตถุดิบ และภาษีเงินได้ สามารถขอใช้ย้อนหลังได้ไม่เกินวันนี้ (ส่วนเครื่องจักรจะย้อนได้ถึงวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม) แต่จะต้องได้รับบัตรส่งเสริมก่อน

วันที่สอง คือ วันที่ออกบัตรส่งเสริม

อย่างไรก็ตาม สถานะความเป็นผู้ได้รับการส่งเสริม และการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ จะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อมีการออกบัตรส่งเสริมแล้ว

สอบถามเกี่ยวกับการกรอกข้อมูลตรงส่วนของเครื่องจักรและวัตถุดิบ โดยปกติจะยืนยันเมื่อครบ 6 เดือน 1 ปี 2 ปี ตามลำดับ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องจักร 6 เดือน = 2,000,000 บาท และเมื่อถึงกำหนดที่จะทำการยืนยันครบปีที่1 มีเครื่องจักรเข้ามาอีก = 1,000,000 บาท ตัวเลขที่จะนำไปกรอก คือ ส่วนต่างจากเดือนที่ 6 จนถึงครบปีที่ 1 คือ 1,000,000 บาทหรือ นำส่วนต่างบวกกับจำนวนที่ได้แจ้งไว้เมื่อครบ 6 เดือน คือ 2,000,000 + 1,000,000 = 3,000,000 บาท
ให้กรอกตัวเลขสะสมจนถึงตอนที่ยื่น คือ 3,000,000 บาท
เครื่องจักรที่ระบุในโครงการที่ขอเปิดดำเนินการ ทั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตและเครื่องจักรสาธารณูปโภครอบนอกที่จ่ายให้กับการผลิต เช่น Boiler, Chiller, Air compressor เป็นต้น ด้วยหรือไม่ - จากคำถามข้อ 2 บริษัทขอชี้แจงว่าบริษัทมีโครงการเดิม ซึ่งเปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนั้นน้ำได้ท่วม บริษัทจึงขอรับการส่งเสริมเพื่อฟื้นฟูอุทกภัยและได้รับบัตรส่งเสริมฉบับใหม่มา บัดนี้บริษัทต้องการเปิดดำเนินการตามบัตรใหม่ อยากทราบว่าบริษัทต้องกรอกช่อง 5.3 (B) ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าเครื่องจักร ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการและสินทรัพย์อื่นๆ ใช่หรือไม่ (ตามแบบฟอร์ม F PM OP 01-06 )

1. เครื่องจักรที่จะกรอกให้แบบฟอร์มการขอเปิดดำเนินการ ให้รวมถึงเครื่องจักรด้านสาธารณูปโภคได้ด้วย เพราะเป็นการลงทุนที่นับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ด้วย

2. ตามที่แอดมินเข้าใจคือ โครงการตามนโยบายฟื้นฟูฯ จะได้รับอนุญาตให้นำเครื่องจักรจากโครงการเก่าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย มาใช้ในโครงการใหม่ได้ โดยกำลังผลิตของเครื่องจักรเก่านั้น สามารถนับรวมกำลังในโครงการใหม่ได้ด้วย และจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้มากกว่าปกติ เช่น จะได้รับวงเงินยกเว้นภาษีเท่ากับ 150% ของขนาดการลงทุนโดยไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน เป็นต้น

แต่ขนาดการลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน ที่จะคำนวณวงเงินยกเว้นภาษี จะนับเฉพาะการลงทุนที่เกิดขึ้นใหม่ และการลงทุนในการซ่อมแซมอาคารหรือเครื่องจักรเท่านั้น แต่ไม่รวมไปถึงค่าก่อสร้างอาคารและค่าเครื่องจักรที่มีอยู่ในโครงการเดิม ซึ่งเคยนับเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ไปแล้วครั้งหนึ่ง

การกรอกข้อ 5.3 (B) จึงควรเป็น

- ค่าก่อสร้าง กรอกเฉพาะส่วนที่ก่อสร้างใหม่ ก่อสร้างเพิ่มเติม หรือการซ่อมแซมส่วนเดิมที่ได้รับความเสียหาย

- ค่าเครื่องจักร กรอกเฉพาะในส่วนที่ลงทุนใหม่ หรือที่ซ่อมแซมเครื่องจักรเดิมที่ได้รับความเสียหาย

- ค่าใช้จ่ายก่อนเปิดดำเนินการ ไม่นับ เพราะไม่ใช่โครงการริเริ่ม

- ค่าสินทรัพย์ ไม่นับ เพราะไม่ใช่โครงการริเริ่ม

อย่างไรก็ตาม การกรอกข้อมูลเครื่องจักรในข้อ 2 ควรต้องกรอกข้อมูลเครื่องจักรทั้งหมด คือทั้งที่ลงทุนใหม่ และที่นำมาใช้จากโครงการเดิม (แต่ส่วนที่นำมาจากโครงการเดิมจะไม่นับเป็นขนาดการลงทุน)โครงการตามนโยบายฟื้นฟูฯ ค่อนข้างแตกต่างจากกิจการปกติ หากเป็นไปได้ ควรนัดหมายเข้าไปพบกับเจ้าหน้าที่ BOI ผู้ดูแลโครงการ เพื่อขอรับคำปรึกษาโดยตรง จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่า

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map