Master List หมายถึง บัญชีรายการเครื่องจักรที่จะขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 หรือ 29 จาก BOI โดยแบ่งเป็น 3 บัญชี คือ
- บัญชีเครื่องจักร
- บัญชีอะไหล่
- บัญชีแม่พิมพ์
ส่วน BOM หมายถึง กรณีนำเข้าเครื่องจักรตามรายการใน Master List โดยถอดแยกชิ้นไม่ครบชุด หรือครบชุดแต่แยกนำเข้าหลายเที่ยวเรือ จะต้องระบุรายการชิ้นส่วนนั้นๆ โดยผูกไว้กับรายการเครื่องจักรนั้นๆ ด้วย
เช่น หากบริษัทจะนำเข้าชิ้นส่วน A1, A2, A3 จากต่างประเทศ เพื่อมาประกอบเข้ากับชิ้นส่วน A4 ที่ซื้อในประเทศ เป็นเครื่องจักร A กรณีนี้จะต้องยื่นอนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรเป็น A โดยมี BOM เป็น A1, A2, และ A3
ตรวจสอบได้จาก ประกาศ สกท ที่ ป.2/2556
ขอตอบในเบื้องต้นดังนี้
1.การที่บริษัท ก จะขอรับการส่งเสริมจาก BOI บริษัท ก จะต้องมีการลงทุนเครื่องจักรเองโดยการซื้อหรือเช่า ดังนั้น การที่บริษัท ก จะรับเครื่องจักรจากบริษัท ข มาเพื่อผลิตสินค้าให้กับบริษัท ข ตามสัญญาจ้างทำของ โดยบริษัท ก ไม่มีการลงทุนเครื่องจักรเอง จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะขอรับส่งเสริม
2.แต่หากบริษัท ก เช่าเครื่องจักรจากบริษัท ข (หากเช่าในประเทศ ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ที่ไม่เคยใช้งานเชิงพาณิชย์มาก่อน) จากนั้นผลิตสินค้าให้กับบริษัท ข ตามสัญญาจ้างทำของ
กรณีนี้ บริษัท ก สามารถยื่นขอรับส่งเสริมได้ โดยรายได้จากการทำของ ที่ตรงกับชนิดผลิตภัณฑ์ที่ระบุในบัตรส่งเสริม และมีกรรมวิธีการผลิตครบถ้วนตามที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม ถือเป็นรายได้ที่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 และหากบริษัท ก เป็นนิติบุคคลต่างชาติ จะต้องยื่นขอใบรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จากสํานักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อประกอบธุรกิจรับจ้างทำของ ตามที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ด้วย
สำคัญ! เนื่องจากคำตอบที่ 1 แม้ว่าอาจเคยมีการตีความกฎหมายมาแล้ว แต่เข้าใจว่าไม่มีประกาศหรือคำสั่งจาก BOI ที่จะนำมาอ้างอิงได้ จึงจะขอตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และหากมีข้อมูลเพิ่มเติม จะอัพเดตให้ทราบต่อไป
3. ตามคำตอบที่ 2 หากบริษัท ก ไม่มีสถานะเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักร บริษัท ก จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 หรือ 29 ไม่ได้
คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามเชิงสมมุติ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจไม่เกิดขึ้นจริง เนื่องจากหากบริษัท ก มีเครื่องจักรอยู่แล้ว บริษัท ข ไม่น่าจะมีความเป็นต้องซื้อเครื่องจักรอีกชุดหนึ่ง แล้วส่งมาจ้างให้บริษัท ก ผลิตสินค้าให้ เพราะจะทำให้ต้นทุนการได้มาซึ่งสินค้าของบริษัท ข จะสูงกว่าการซื้อสินค้าตามปกติ
แต่หากสมมุติว่าเกิดขึ้นได้จริง ก็น่าจะเข้าข่ายตามคำตอบแรก คือเป็นการผลิตสินค้าที่บริษัท ก ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในเครื่องจักร (ไม่ได้ซื้อ/ไม่ได้เช่า) จึงไม่น่าจะเข้าข่ายที่จะนับเป็นโครงการที่ได้รับส่งเสริม
กรณีที่ A (BOI) จะขายเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI ให้กับ B (BOI)
- A (BOI) สามารถจำหน่ายเครื่องจักรได้ โดยยื่นคำขอจำหน่ายเครื่องจักรโดยมีภาระภาษีตามสภาพ แต่หากทำให้กรรมวิธีการผลิตไม่ครบถ้วนตามที่ได้รับส่งเสริม หรือทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% โดยไม่มีการซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทน จะต้องยื่นขอแก้ไขโครงการด้วย
- B (BOI) สามารถรับซื้อเครื่องจักรนั้นได้ แต่ไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม เนื่องจากเป็นเครื่องจักรเก่าที่เคยใช้งานเชิงพาณิชย์ในประเทศมาแล้ว
โดยหลักการ โครงการที่ได้รับส่งเสริมแต่ละโครงการ ไม่สามารถใช้เครื่องจักรร่วมกันได้ เพราะจะถือเป็นการสวมสิทธิ คือนำเครื่องจักรที่เคยใช้ผลิตเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ในโครงการหนึ่ง ไปใช้ผลิตเพื่อใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในอีกครั้งในโครงการอื่น
แต่หากเป็นเครื่องจักรเป็นที่ไม่มีผลกระทบต่อกำลังผลิตและกรรมวิธีการผลิต เช่น แม่พิมพ์ รถโฟลค์ลิฟต์ อาจอยู่ในข่ายที่จะขอใช้ร่วมกันได้ ซึ่งมี 3 แนวทางคือ
1.แจ้งในขั้นยื่นขอรับส่งเสริมโครงการที่ 2 ว่าจะขอใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการที่ 1 ในขั้นตอน
2.ยื่นขอแก้ไขโครงการที่ 2 (กรณีได้รับบัตรส่งเสริมโครงการที่ 2 แล้ว) เพื่อขอแก้ไขโครงการเพื่อใช้เครื่องจักรร่วมกับโครงการที่ 1 ในขั้นตอน ....
3.ยื่นเรื่องในสถานะโครงการที่ 1 เพื่อขออนุญาตใช้เครื่องจักรเพื่อการอื่น (คือขอนำไปใช้ในโครงการที่ 2)
เนื่องจากเรื่องนี้ BOI ไม่มีคำสั่งหรือระเบียบปฏิบัติที่สามารถนำมาอ้างอิงได้โดยชัดเจน จึงควรปรึกษา จนท BOI ที่พิจารณาโครงการของบริษัทโดยตรงด้วย
กรณีที่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการจาก BOI แล้ว แต่ต่อมาภายหลังเครื่องจักรชำรุดเสียหาย บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนเครื่องจักรที่ชำรุดเสียหาย เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ตามที่เหลืออยู่ของโครงการเดิมได้ โดยเครื่องจักรที่ซื้อมาทดแทนนี้
- จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ (หรือกรณีที่บัตรส่งเสริมอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า จะต้องเป็นเครื่องจักรเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งผลิตไม่ก่อนปีที่กำหนดในบัตรส่งเสริม และมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า)
- จะไม่ได้รับสิทธิยกเว้นถาษีอากรขาเข้า (ยกเว้นเป็นประเภทกิจการที่ระบุในบัตรส่งเสริมให้ได้รับสิทธิเครื่องจักรตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม)
- จะต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้น
- บริษัทจะยังคงมีกำลังผลิตและมูลค่าวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามที่ระบุในบัตรส่งเสริมอยู่เดิม แม้ว่าเครื่องจักรที่ซื้อมาทดแทนนี้จะทำให้บริษัทมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นหรือลดลงกว่าเดิมก็ตาม
กรณีนี้ไม่ต้องแจ้ง BOI เนื่องจากเป็นเครื่องจักรที่นำเข้ามาทดแทนโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษี และในบัตรส่งเสริมไม่มีเงื่อนไขระบุให้ต้องแจ้งรายงานต่อ BOI
หากนำเข้าแม่พิมพ์ที่ส่งไปซ่อมต่างประเทศ กลับเข้ามาไม่ทันระยะเวลาที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 28 หรือ 29 ให้ดำเนินการดังนี้
- ให้ยื่นคำร้องเปลี่ยนเรื่องการส่งซ่อมต่างประเทศ เป็นส่งคืนต่างประเทศ เพื่อไม่ให้แม่พิมพ์ดังกล่าวติดค้างในบัญชีรายการที่ใช้สิทธิ
- ในการนำแม่พิมพ์กลับเข้ามาหลังสิ้นสุดสิทธิ น่าจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเฉพาะตัวแม่พิมพ์ตามที่ได้ทำใบสุทธินำกลับไว้ได้ แต่ค่าซ่อม จะต้องชำระอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ ครับ
1. เหตุผล จะกรอกอย่างไรก็ได้ ตามข้อเท็จจริงที่ต้องการเปลี่ยนสถานะจากส่งซ่อมเป็นส่งคืน
2. วันที่ยื่นเปลี่ยนสถานะ จะยื่นในวันที่ทราบชัดว่าไม่สามารถซ่อมเสร็จแล้วนำกลับเข้ามาได้ทันกำหนด หรือจะยื่นวันสุดท้ายของวันสิ้นสุดระยะเวลานำเข้า ก็ได้
ตามที่ท่านได้สอบถามเกี่ยวกับการนำเข้าเครื่องจักร มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
1. บริษัทเตรียมข้อมูลขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักร (Machinery’s Master List) โดยนำส่งข้อมูลรายการเครื่องจักรที่ใช้ทั้งหมดในโครงการ
2. บริษัทยื่นคำร้องบัญชีรายการเครื่องจักรผ่านระบบ eMT
3. เมื่อสำนักงาน รับคำร้องบัญชีรายการเครื่องจักรแล้ว จะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติ / ไม่อนุมัติ ภายใน 60 วันทำการ ผ่านระบบ eMT
4. บริษัทยื่นขออนุมัตินำเข้าเครื่องจักร โดยยื่นขออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักร (F IN MI) ซึ่งสามารถขอสั่งปล่อยเครื่องจักรเฉพาะรายการได้ ผ่านระบบ eMT โดยสมาคมสโมสรนักลงทุน (IC) ดำเนินการภายใน 3 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก ประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ ป.2/2554 เรื่อง วิธีปฏิบัติในการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับเครื่องจักรด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจร (Electronic Machine Tracking (eMT online))
กรณีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมท่านสามารถติดต่อสมาคมสโมสรนักลงทุน (Investor Club Association : IC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานบีโอไอ ให้บริการสิทธิประโยชน์ด้านเครื่องจักรและวัตถุดิบแก่บริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ให้บริการตอบคำถาม วิธีปฏิบัติ ขั้นตอนการดำเนินงาน ประสานงานแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับโปรแกรมการใช้งาน สำหรับงานสิทธิและประโยชน์ด้านเครื่องจักรด้วยระบบ eMT Online โทร.0 2936 1429 หรือติดต่อสมาคมสโมสรนักลงทุน เลขที่ 1 อาคารทีพีแอนด์ที ชั้น 12 ถนน วิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
ในระบบ eMT การขอสั่งปล่อยคืนอากร จะมีช่องให้ระบุราคาเครื่องจักรด้วย โดยข้อมูลราคาเครื่องจักรนี้ เป็นเพียงการเก็บข้อมูลเชิงสถิติของ BOI เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติ
ดังนั้น ในส่วนของ BOI จึงจะไม่มีขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบว่ามูลค่าเครื่องจักรที่บริษัทระบุในระบบ eMT นั้น ตรงกับเอกสารหลักฐานหรือไม่
แต่ทั้งนี้การสำแดงราคาเครื่องจักรในใบขนสินค้าขาเข้าจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของกรมศุลกากร
1. บริษัทสามารถจำหน่ายเครื่องจักรที่ซื้อมาโดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรขาเข้าตามมาตรา 28, 29 โดยไม่ต้องแจ้งขออนุญาตต่อ BOI ไม่ว่าเครื่องจักรนั้นจะซื้อมาครบ 5 ปีหรือไม่ก็ตาม
2. การจำหน่ายเครื่องจักรตามข้อ 1 จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตลดลงเกินกว่า 20% จากกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม และไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตเปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม เว้นแต่จะมีการซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทนส่วนที่ขาดหายไป
3. หากการจำหน่ายเครื่องจักร ทำให้ขนาดกิจการลดลงเกินกว่า 20% จากกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม หรือทำให้กรรมวิธีการผลิตเปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม จะต้องยื่นขอแก้ไขโครงการ เพื่อลดขนาดกิจการ หรือเพื่อลดขั้นตอนการผลิต แล้วแต่กรณี
กรณีที่สอบถาม เป็นการจำหน่ายเครื่องจักรตามข้อ 1 และไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ตามข้อ 2 จึงไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตใดๆ ต่อ BOI
การขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ จะไม่มีภาษี แม้ว่าเครื่องจักรนั้นจะนำเข้ามาครบ 5 ปีหรือไม่ก็ตาม แต่จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% ของกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม และต้องไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมขาดหายไป ยกเว้นแต่จะมีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน
แต่หากจะส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ ซึ่งทำให้กำลังผลิตลดลงมากกว่า 20% โดยไม่นำเครื่องจักรใหม่มาทดแทน เนื่องจากจะยกเลิกโครงการให้ยื่นขออนุญาตส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศผ่านระบบ eMT และชี้แจงเหตุผลว่าขอส่งคืน เนื่องจากจะขอยกเลิกโครงการ
การใช้สิทธิยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 หรือ 29 ผู้นำเข้าจะต้องเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวเท่านั้น
หากผู้นำเข้าเป็นผู้ไม่ได้รับการส่งเสริม แล้วนำมาจำหน่ายให้กับผู้ได้รับส่งเสริม กรณีนี้ผู้ได้รับส่งเสริมจะใช้สิทธิยกเว้นลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรนั้นไม่ได้
หากผู้ได้รับส่งเสริม (A) จำเป็นต้องนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ (C) โดยซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศ (B) สามารถใช้สิทธิยกเว้นลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรได้ โดยต้องดำเนินการดังนี้
1. A (BOI) สั่งซื้อเครื่องจักรจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายในประเทศ B (non-BOI) เพื่อซื้อเครื่องจักรจากจาก C (ต่างประเทศ)
2. C ส่งเครื่องจักรมายังประเทศไทย โดยออกอินวอยซ์เรียกเก็บเงินจาก B (sold to B) และส่งเครื่องจักรไปยัง A (ship to A) 3. เมื่อเครื่องจักรมาถึงประเทศไทย A และ B ติดต่อกรมศุลกากรเพื่อขอโอนสิทธิการเป็นผู้นำเข้าเครื่องจักรจาก B ให้กับ A 4. A เป็นผู้เดินพิธีการขาเข้า และหาก A ได้รับอนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรดังกล่าวจาก BOI ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรดังกล่าวได้
การสงวนสิทธิคืนอากรและสั่งปล่อยคืนอากร มีขั้นตอนดังนี้
1. นำเข้าเครื่องจักรภายใต้ชื่อบริษัทที่ได้รับส่งเสริม โดยระบุเป็นการชำระภาษีอากรสงวนสิทธิ
2. ขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักร โดยมีชื่อรองที่ตรงตามชื่อที่ระบุในอินวอยซ์และใบขนสินค้าขาเข้า
3. ยื่นคำร้องขอสั่งปล่อยคืนอากรเครื่องจักรผ่านระบบ eMT
4. ติดต่อกรมศุลกากรเพื่อขอคืนเฉพาะอากรขาเข้า ตามสิทธิที่ได้รับอนุมัติ
5. สำหรับ VAT จะไม่ได้รับคืนตามข้อ 4 แต่จะเป็นการเครดิต VAT ซื้อ VAT ขาย ตามปกติ
1. กรณีเป็นอะไหล่/แม่พิมพ์ ที่นำเข้าเกิน 5 ปีแล้ว หากต้องการตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี แต่ยังจะไม่จำหน่าย ขอแนะนำให้ยื่นขออนุญาตตามขั้นตอน คือ ยื่นเฉพาะการตัดบัญชีเครื่องจักรเกิน 5 ปี เพื่อปลอดจากภาระภาษีหลังจากนั้น เมื่อต้องการจำหน่าย จึงค่อยยื่นเรื่องขออนุญาตจำหน่าย
2. เครื่องจักรที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่าย สามารถจำหน่ายได้ทันที แต่หากเป็นเครื่องจักรที่ยังมีภาระภาษี โดยการอนุญาตให้จำหน่ายระบุเงื่อนไขให้ต้องชำระภาษี บริษัทจะต้องชำระภาษีให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะจำหน่ายได้
3. หลักเกณฑ์การตัดบัญชีเพื่อปลอดจากภาระภาษีหลังจากนำเข้ามาครบ 5 ปี เป็นไปตาม ประกาศ สกท ที่ ป.3/2538
กรณีนำเข้าเครื่องจักรโดยใช้สิทธิBOI เรียบร้อยแล้ว และนำเข้ายังไม่เกิน 5 ปี แต่เครื่องจักรไม่สามารถใช้งานได้ (ไม่ได้ชำรุดหรือเสียหาย) บริษัทจะต้องดำเนินการอย่างไร และต้องชำระภาษีหรือไม่
A: เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรจาก BOI จะสามารถตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษีหลังจากนำเข้าแล้วเป็นเวลา 5 ปี
กรณีที่สอบถาม เป็นเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ และยังไม่ครบ 5 ปี แต่บริษัทไม่ต้องการใช้งานต่อ เนื่องจากสินค้าอาจมีการเปลี่ยนรุ่น เป็นต้น
1. หากจะจำหน่ายในประเทศ จะต้องขออนุญาตจำหน่าย และชำระภาษีตามสภาพ ณ วันอนุญาต
2. หากจะส่งคืน จะต้องขออนุญาตส่งคืน โดยจะไม่มีภาระภาษี
3. หากไม่ส่งคืน และไม่ต้องการชำระภาษีตามข้อ 1 จะต้องเก็บไว้ที่โรงงานจนครบ 5 ปี จากนั้นจึงยื่นขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี แล้วจึงขออนุญาตจำหน่ายโดยไม่มีภาระภาษี ครับ
การส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศไม่มีข้อกำหนดว่าต้องเป็นเครื่องจักรที่ชำรุดหรือเสียหาย หรือนำเข้ามาแล้วเป็นเวลาเท่าใด แต่สามารถขอส่งคืนได้ทุกกรณี โดยไม่มีภาษี
แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ทำให้กำลังผลิตของโครงการลดลงมากกว่า 20% ของกำลังผลิตตามบัตรส่งเสริม และไม่ทำให้กรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมขาดหายไป เว้นแต่จะมีการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน
กรณีที่ซื้อเครื่องจักรดังกล่าวก่อนวันที่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการ เครื่องจักรดังกล่าวจะถูกนับรวมกำลังผลิตและนับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย จึงไม่มีประเด็นพิเศษใดๆ
แต่หากเป็นการซื้อเครื่องจักรหลังจากได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว (เช่น เพื่อทดแทนเครื่องจักรเดิมที่ชำรุดเสียหาย หรือเพื่อให้สอดคล้องกับ spec ของสินค้าที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น) หากเครื่องจักรดังกล่าวเป็นเครื่องจักรใหม่ และสอดคล้องกับกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถนับกำลังผลิตของเครื่องจักรดังกล่าวเป็นของโครงการได้ แต่ทั้งนี้ จะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกำลังผลิตและวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้อีก
คำตอบตามวรรคสอง ไม่มีประกาศอ้างอิง แต่พิจารณาตามข้อเท็จจริงว่าไม่ขัดกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และไม่ขัดกัปประกาศใดๆของ BOI