Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
วิธีการกรอกข้อมูล ในฟอร์มเปิดดำเนินการ F PM OP 01-06 ข้อ.3 การคำนวณขนาดกิจการ ผลิตภัณฑ์ ในช่อง กำลังผลิตสูงสุดต่อหน่วยเวลา ใช้กรอกข้อมูลเป็นชิ้นต่อนาทีก่อนแล้วจึงกรอกเป็นชิ้นต่อชั่วโมงต่อเครื่องรึเปล่า ส่วนช่องกำลังผลิตสูงสุดต่อปีที่คำนวณตามเวลาทำงานในบัตรส่งเสริมนั้น ใช้ข้อมูลจำนวนชิ้นต่อชั่วโมงแล้วคูณชั่วโมงการทำงานตามบัตรฯและคูณจำนวนวันตามบัตรฯ และต้องคูณจำนวนเครื่องรึเปล่า หรือเป็นกำลังการผลิตต่อเครื่อง

การกรอกกำลังผลิตสูงสุดต่อหน่วยเวลา (B) ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าต้องกรอกอย่างไร เช่น ถ้าผลิตไซเคิลละ 15 นาที ได้ชิ้นงาน 6 ชิ้น จะกรอกเป็น 15 นาที / 6 ชิ้น = 24 ชิ้น / ชั่วโมง ก็ได้ จากนั้น ก็คูณด้วยจำนวนเครื่อง ชั่วโมงทำงาน วันทำงานตามบัตร ตามตัวอย่างที่เขียนอยู่ในแบบฟอร์มนั่นแหละ

ในการอนุมัติขอเพิ่มจำนวนเครื่องจักรใช้เวลาอนุมัติประมาณกี่วัน ไม่ใช่เครื่องจักรหลัก
การแก้ไขบัญชีเครื่องจักรทั่วไป (ชื่อหลัก) กำหนดเวลาพิจารณาไว้ไม่เกิน 30 วันทำการ
บริษัทประเภทกิจการ คือ ผลิตภัณฑ์พลาสติกและเคลือบด้วยพลาสติก มีคำถาม 1.แม่พิมพ์ผลิตที่ญี่ปุ่น ส่งไปฟิลิปปินส์ โดยที่ไทย (บริษัทT)เป็นผู้จ่ายเงินค่าแม่พิมพ์ บริษัท T สามารถใช้สิทธิอะไรได้บ้างไหม 2.ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้จากแม่พิมพ์นี้ นำส่งมาไทย(บริษัทT)สามารถใช้สิทธินำเข้าได้ไหม ชิ้นส่วนอันนี้นำมาประกอบเป็นชิ้นงานแล้วส่งไปขายญี่ปุ่น

กรณีนี้น่าจะเข้าข่ายเรื่องค่าบริการด้านวิศวกรรม จึงขออธิบายความหมายก่อน ดังนี้

บริษัท A (ในประเทศ) จ่ายเงินให้บริษัท B (ต่างประเทศ) เพื่อจ้างผลิตแม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท โดยไม่นำแม่พิมพ์เข้ามา แต่ให้ส่งแม่พิมพ์ไปให้บริษัท C (ต่างประเทศ) เพื่อว่าจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจำนวน 200,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 10 บาท และจึงนำชิ้นส่วนพลาสติกเข้ามาในประเทศ ในกรณีเช่นนี้ กรมศุลกากรจะพิจารณาว่า ราคาที่นำเข้าชิ้นละ 10 บาท นั้น ไม่ใช่ราคาที่แท้จริง เพราะต้องนำค่าแม่พิมพ์มารวมคำนวณเป็นราคาสินค้าด้วย

แม่พิมพ์ 1 ล้านบาท หากผลิตชิ้นส่วนพลาสติกได้ 200,000 ชิ้น ก็เท่ากับว่า ชิ้นส่วนพลาสติก 1 ชิ้น ต้องใช้แม่พิมพ์ 5 บาท ดังนั้น ราคาที่แท้จริงของชิ้นส่วนพลาสติกจึงเป็น 10 + 5 = 15 บาท เมื่อบริษัท A นำเข้าชิ้นส่วนพลาสติกจากต่างประเทศ แม้จะจ่ายเงินให้บริษัท C ในราคาชิ้นละ 10 บาท แต่ต้องสำแดงราคาเพื่อประเมินภาษีอากรในราคาชิ้นละ 15 บาท ตอบคำถาม

การซื้อแม่พิมพ์ที่ต่างประเทศ แต่ไม่นำเข้ามาในประเทศ ใช้สิทธิอะไรจาก BOI ไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดภาระภาษีอะไร เมื่อนำชิ้นส่วนที่ผลิตจากแม่พิมพ์ดังกล่าวเข้ามาในประเทศ ต้องสำแดงราคาชิ้นส่วนซึ่งรวมราคาแม่พิมพ์ด้วย ซึ่งหากนำเข้ามาเพื่อผลิตส่งออก ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้ตามมาตรา 36 (1)

ขั้นตอนและวิธีทำอย่างไรบ้าง

วิธีการตามข้อ 2 คือสำแดงราคาสินค้าโดยการบวกค่าบริการด้านวิศวกรรมเข้าไปด้วย เป็นขั้นตอนการเดินพิธีการศุลกากร แอดมินไม่ทราบรายละเอียด แต่เข้าใจว่าน่าจะสำแดงราคาบนหน้าใบขนได้เลย ลองปรึกษากับบริษัทชิปปิ้งหรือกรมศุลกากรดูนะ

กับบีโอไอต้องแจ้งอะไรไหม และจะได้รับยกเว้นภาษีได้อย่างไร

กับบีโอไอไม่ต้องแจ้งอะไร เพราะถ้าเป็นวัตถุดิบที่นำมาผลิตตามโครงการแล้วส่งออก ก็ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตาม ม.36 ได้ตามปกติ แม้ราคาวัตถุดิบนั้นจะมีค่าบริการทางวิศวกรรมรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม

ทางบริษัทฯ ได้รับการส่งเสริม BOI โดยมีแผนจะนำเข้า spare part สำหรับแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก โดย spare parts ดังกล่าวต้องเป็นส่วนประกอบของแม่พิมพ์ที่ได้เคยใช้สิทธินำเข้า BOI มาก่อนแล้วใช่ไหม เพราะแต่ก่อนจะเสียภาษีนำเข้า แต่ถ้าทางบริษัทฯ จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีภายใต้ BOI สามารถกระทำได้หรือไม่ แล้วต้องชี้แจงตอนเปิดดำเนินการด้วยหรือป่าวว่ามีการนำเข้ามากี่ตัว ขอคำชี้แนะด้วย

1. อะไหล่ของแม่พิมพ์ ต้องเป็นส่วนประกอบของแม่พิมพ์ที่นำเข้ามาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม แต่แม่พิมพ์นั้นจะนำเข้ามาโดยยกเว้นภาษีหรือชำระภาษีก็ได้

2. ดังนั้น แม้ว่าบริษัทจะนำเข้าแม่พิมพ์เข้ามาโดยชำระภาษี แต่ก็สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอะไหล่แม่พิมพ์ได้ โดยไม่เงื่อนไขในการใช้สิทธิคือ ต้องใช้เฉพาะในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น

3. แม่พิมพ์ และอะไหล่ สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้ามาโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ตามที่อธิบายไปแล้วคือต้องใช้เฉพาะโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น

ทางบริษัทฯ สงสัยเกี่ยวกับ "ต้องใช้เฉพาะในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น" หมายถึง ต้องนำเข้ามาเพื่อใช้ในขอบเขตที่ทาง BOI อนุมัติใช่หรือไม่ แล้วตอนเปิดดำเนินการจำเป็นต้องมีรายการอะไหล่ หรือ อะไหล่จริง เพื่อชี้แจงด้วยหรือเปล่า
1. ต้องใช้เฉพาะในโครงการที่ได้รับส่งเสริม คือ

- หากบริษัทมีหลายกิจการ ทั้งที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องใช้ในกิจการส่วนที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น

- กิจการที่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริมอยู่แล้ว

2. คำถามที่สอง ไม่เข้าใจครับว่าจะถามอะไร

ถ้านำเข้าอะไหล่ภายใต้เงื่อนไขตามบัตรส่งเสริมแล้ว พอครบกำหนดเปิดดำเนินการ ณ วันที่เจ้าหน้าที่สำนักงาน BOI เข้าตรวจสอบ ทางบริษัทฯ ต้องชี้แจงรายการอะไหล่ที่นำเข้าด้วยหรือไม่ และต้องแสดงอะไหล่จริงที่นำเข้ามานั้นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยหรือไม่
ในวันตรวจสอบเปิดดำเนินการ

- เจ้าหน้าจะตรวจสอบขั้นตอนการผลิตและกำลังผลิต ว่าเป็นไปตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม

- ส่วนการจะตรวจสอบว่า เครื่องจักร (รวมถึงอะไหล่) ทุกตัวอยู่ที่โรงงานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่แต่ละคน แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่อาจไม่ได้ตรวจก็ตาม

- การจำหน่ายเครื่องจักรหรือนำออกไปใช้นอกโครงการ โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบในวันเปิดดำเนินการ สามารถตรวจสอบจากเอกสารอื่นได้ หากหน่วยงานราชการ เช่น กรมศุลกากรตรวจพบการกระทำผิด BOI ก็สามารถเพิกถอนสิทธิเครื่องจักรนั้นๆได้ แม้ว่าจะเปิดดำเนินการไปแล้วหรือไม่ก็ตาม

บริษัทฯ กำลังจะทำเรื่องขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง และทำบัญชีรายการเครื่องจักร เพื่อขอคืนอากร แต่ตรวจพบภายหลังว่าได้นำเครื่องจักรไปจำนองแล้ว โดยไม่ได้ขออนุญาตจาก BOI สอบถามว่า 1.ทางบริษัทฯ ยังคงสามารถทำเรื่องขยายเวลาย้อนหลัง เพื่อขอคืนอากรได้อยู่หรือไม่ 2.เครื่องจักรที่นำไปจำนอง สามารถทำหนังสือให้ BOI อนุมัติย้อนหลัง ได้หรือเปล่า 3.ในกรณีที่สามารถทำเอกสารย้อนหลังได้ ควรดำเนินการอะไรก่อน-หลัง (ขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลัง,ขออนุมัติรายการเครื่องจักร,ขออนุญาตจำนองเครื่องจักร)
เงื่อนไขในบัตรส่งเสริมกำหนดไว้ว่า

"จะต้องไม่จำนอง จำหน่าย โอน ให้เช่า หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้จำนองเครื่องจักร............."

กล่าวคือ ถ้าจะจำนองเครื่องจักรที่ใช้สิทธิยกเว้นอากร ต้องขออนุญาตก่อน แต่ถ้าจะจำนองเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากร ก็ไม่ต้องขออนุญาต ตอบคำถามดังนี้

1.สามารถทำได้ เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาคืนอากรเครื่องจักร จะพิจารณาเพียงว่าเครื่องจักรนั้นตรงตามบัญชีรายการเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วหรือไม่ หากตรงตามบัญชี ก็สามารถยื่นขอคืนอากรได้

2.การขออนุมัติต่างๆ ปกติจะกำหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่บริษัทยื่นขอ จะไม่ย้อนหลังไปในอดีต

3.ปกติไม่ควรอนุมัติย้อนหลัง จึงขอไม่ตอบ

เรื่องที่สอบถาม น่าจะทำได้ 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 ยื่นขอคืนอากรเครื่องจักร

- เมื่อได้รับอนุมัติคืนอากรแล้วจึงยื่นขออนุญาตนำเครื่องจักรไปจำนอง

- เมื่อได้รับอนุมัติให้จำนอง ควรทำสัญญาจำนองอีกรอบหนึ่ง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้จำนอง (แก้ไขเพิ่มเติม ณ 18 ส.ค. 58) - สำหรับการจำนองก่อนหน้านั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะในขณะที่จำนองนั้น ยังเป็นเครื่องจักรที่ไม่ได้รับยกเว้นอากร ซึ่งจะยื่นขออนุญาตจำนองในขณะนั้นไม่ได้ วิธีที่ 2 ยกเลิกการจำนองไปก่อน

- จากนั้นจึงยื่นขอคืนอากรเครื่องจักร

- เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงทำเรื่องขออนุญาตนำเครื่องจักรไปจำนอง

- จากนั้นจึงทำการจำนองใหม่อีกครั้งหนึ่ง จะเลือกใช้วิธีไหน น่าจะปรึกษากับ จนท BOI ที่ดูแลงานเครื่องจักรของบริษัท

อะไหล่ที่นำเข้าใช้สำหรับเครื่องจักร เช่น HONING STONE, MANDREL อะไหล่พวกนี้ถ้าใช้แล้วเกิดการเสื่อมสภาพเราสามารถขายได้ไหม

เครื่องจักร ส่วนประกอบ แม่พิมพ์ ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าจาก BOI หากชำรุดเสียหาย สามารถดำเนินการโดยวิธีต่างๆ ตามนี้

ทำลาย

- ต้องขออนุมัติวิธีทำลายก่อน จากนั้นจึงให้บริษัท inspector ตรวจสอบก่อนและหลังการทำลาย

- ไม่มีภาระภาษี

ส่งออก

- ต้องขออนุญาตก่อน

- ไม่มีภาระภาษี

บริจาคให้กับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือองค์กรสาธารณะกุศล

- ต้องขออนุญาตก่อน

- ไม่มีภาระภาษี

จำหน่ายในประเทศ

- ต้องขออนุญาตชำระภาษีตามสภาพ

เก็บไว้จนครบ 5 ปีนับจากวันนำเข้า

- เมื่อครบ 5 ปีจึงขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี แล้วจึงจำหน่ายได้โดยไม่มีภาระภาษี

ถ้าเราขอบัญชีอะไหล่ BOI อนุมัติแล้ว แต่ไม่ได้มีการนำเข้าจะเป็นอะไรไหม

การอนุมัติบัญชี เป็นเพียงขั้นตอนในการจะขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร หากจะไม่ใช้สิทธิ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

กรณีส่งคืนอะไหล่กลับต่างประเทศ ต้องขออนุญาตส่งคืนในระบบ EMT ด้วยใช่ไหม

การส่งคืนอะไหล่ของเครื่องจักรไปต่างประเทศ หากเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 (หรือ29) ให้ยื่นขออนุญาตบนระบบ eMT ด้วย

บริษัท ได้รับการส่งเสริมการลงทุนประเภท 5.5 ในคำขอรับการส่งเสริม ข้อ 4.4 (F PA PP 01-04) ช่อง Country of origin เป็น Japan - ถ้าเราซื้อเครื่องจักรจากในประเทศไทย ใน item เดียวกันกับคำขอรับการส่งเสริม ได้หรือไม่
เครื่องจักรจะซื้อในประเทศก็ได้ แต่ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
ในกรณีที่โครงการเปิดดำเนินการไปแล้ว ด้วยกำลังการผลิต xx หน่วย โครงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ต่อมาพบว่าเครื่องจักรหลักที่ใช้ในการผลิตชำรุด 1 เครื่อง จาก 10 เครื่องบริษัทจึงได้ซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน อยากทราบว่า เครื่องจักรที่ซื้อมาทดแทน จะต้องขออนุญาต BOI ก่อนหรือไม่ (โครงการเปิดดำเนินการไปแล้ว) และกำลังการผลิตที่ได้จากเครื่องจักรที่ซื้อมาทดแทน บริษัทสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หรือไม่

กรณีที่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ต่อมา เครื่องจักรเสียหายใช้งานไม่ได้บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (เพราะระยะเวลายกเว้นอากรจะสิ้นสุดไปแล้ว) การซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทนนี้ ไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI โดยเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่มเติมนี้ บริษัทสามารถบันทึกบัญชีเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมได้ และกำลังผลิตที่เกิดขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่มนี้ ก็สามารถใช้สิทธิตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมได้ แต่จะไม่แก้ไขเพิ่มเติมกำลังผลิต และไม่แก้ไขเพิ่ม cap วงเงินยกเว้นภาษีให้ คือ ยังต้องใช้กำลังผลิต และ cap วงเงินยกเว้นภาษีตามเดิม

2 กรณี ด้านล่างนี้ กรณีใดสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อใช้สิทธิ์ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรได้บ้าง 1.ในกรณีที่ลูกค้าลงทุนค่าเครื่องจักรให้ แต่ให้เรานำเข้าเองโดยใช้สิทธิ์ยกเว้นอากรขาเข้า เพื่อนำไปผลิตสินค้าให้ 2. ลูกค้าให้เราซื้อเครื่องจักรเข้ามาก่อน โดยใช้สิทธิ์ยกเว้นอากรขาเข้า แล้วค่อยขายเครื่องจักรนั้นให้ลูกค้าคืนในภายหลัง โดยทำข้อตกลงกันไว้ก่อนว่าหลังจากที่เราขายเครื่องจักรให้ลูกค้า เราจะลดราคาชิ้นงานให้ลูกค้า

คำถามไม่ชัดเจน เครื่องจักรคืออะไร เป็นเครื่องจักรหลัก หรือแม่พิมพ์ หรืออะไร ขอตอบในภาพรวม เพื่อเป็นแนวทางไปเปรียบเทียบต่อ ดังนี้

1. A (BOI) ต้องการซื้อชิ้นส่วนพลาสติกจาก B (BOI) โดย A จะเป็นผู้ลงทุนแม่พิมพ์ และนำไปจ้างให้ B ฉีดชิ้นส่วนพลาสติกให้

กรณีนี้ A สามารถขอแก้ไขกรรมวิธีผลิต เพื่อให้มีขั้นตอนการนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผลิตชิ้นส่วน เมื่อได้รับอนุมัติแก้ไขกรรมวิธีผลิตดังกล่าว A จะสามารถนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิของ A จากนั้นให้ยื่นขออนุญาตนำแม่พิมพ์ไปให้ผู้อื่นใช้ เพื่อผลิตชิ้นส่วนให้กับ A

2. B (BOI : ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก) นำแม่พิมพ์เข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร เพื่อผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจำหน่ายให้ A หาก B จะขายแม่พิมพ์ให้กับ A B จะต้องยื่นขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร(แม่พิมพ์) และจะต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ

ทางบริษัทได้ซื้อเครื่องจักรผ่านเทรดดิ้ง โดยเสีย Vat7% ทุกเครื่อง และเครื่องจักรพวกนี้เป็นเครื่องจักรหลัก ทางบริษัทเราสามารถที่จะนำมาใช้ในโครงการได้หรือเปล่า (บริษัทเราไม่มีการนำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศเลย) 1. ได้หรือไม่ได้ 2. แล้วเราจะต้องทำอย่างไรต่อบ้าง

บริษัทเทรดดิ้ง นำเข้าเครื่องจักร โดยชำระอากรขาเข้าและ vat ตามปกติ จากนั้นจำหน่ายให้กับ บริษัทคุณที่เป็น BOI กรณีนี้ บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรจากเทรดดิ้งดังกล่าว เพื่อมาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมได้ แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น และบริษัทก็ไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตใดๆจาก BOI เพราะไม่ขัดเงื่อนไขใดๆ แต่ในกรณีนี้ บริษัทไม่ใช่ผู้นำเข้าโดยตรง จึงไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรดังกล่าวได้

การนำเข้าเครื่องจักรใหม่หลังเปิดดำเนินการแล้วสามารถนำมารวมเป็นเครื่องจักรในโครงการและต้องขออนุมัติด้วยหรือไม่? และสินค้าที่ผลิตผ่านเครื่องจักรนี้ควรจะแยกรายได้กันอย่างไร

การซื้อเครื่องจักรใหม่หลังเปิดดำเนินการ ไม่ต้องขออนุญาต เนื่องจากไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว) เครื่องจักรใหม่ที่ซื้อเพิ่มเติมภายหลังนี้ หากจะใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องลงบัญชีเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้น แต่จะไม่ให้แก้ไขกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม และไม่ให้แก้ไข cap วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกิจการที่มีประกาศกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น กิจการผลิตเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

การซื้อเครื่องจักรภายในประเทศ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการขออนุมัติบัญชีรายชื่อ

การซื้อเครื่องจักรในประเทศ ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ จะไม่ยื่นขออนุมัติบัญชีก็ได้ แต่หากในอนาคตจำเป็นต้องนำเข้าอะไหล่ของเครื่องจักรดังกล่าว ให้ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรรายการนั้นเผื่อไว้ด้วย โดยระบุจำนวนเป็น 0.5 set ซึ่งจะสั่งปล่อยเครื่องจักรไม่ได้ แต่สามารถขออนุมัติบัญชีอะไหล่เพื่อโยงกับเครื่องจักรรายการนั้นได้ การยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ ไม่ต้องแนบเอกสารใดเป็นพิเศษ การแนบเอกสาร จะเป็นกรณีขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรเก่า (แนบใบรับรองประสิทธิภาพ) หรือการขออนุมัติเครื่องจักรที่เป็น Negative List (แนบ Specification ว่าเป็นรุ่นที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ)

ในกรณีจะขอรับการส่งเสริมการลงทุน เครื่องจักรหลักที่ใช้ในโครงการสามารถซื้อในประเทศได้หรือไม่คะ และจะนับเป็น Capacity สำหรับ บีโอไอได้หรือไม่ และกิจการประเภท 4.10 จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลกี่ปี

1. ในการขอรับการส่งเสริม จะซื้อเครื่องจักรหลักจากในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศก็ได้ โดยสามารถนับเป็นกำลังผลิตของโครงการได้ทั้งสิ้น แต่มีเงื่อนไขดังนี้

1.1 กรณีซื้อเครื่องจักรในประเทศ

- ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น

1.2 กรณีซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศ

- หากเป็นเครื่องจักรเก่า ต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า

- เครื่องจักรเก่าอายุเกิน 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี จะไม่นับเป็นเงินลงทุนสำหรับคำนวณวงเงินการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

- หากเครื่องจักรดังกล่าวมีการผลิตในประเทศ แต่บริษัทต้องการนำเข้าจากต่างประเทศ จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร

2. กิจการประเภท 4.10 การผลิตรถไฟหรือรถไฟฟ้าหรืออุปกรณ์หรือชิ้นส่วน (เฉพาะระบบราง) ตามประกาศฉบับปัจจุบัน เป็นประเภท A2 ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี

กิจการ 2.9.3 กิจการผลิตเหล็กทรงยาวสำหรับงานอุตสาหกรรม มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ได้สิทธิประโยชน์ ตามมาตรา 28 ให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรตามที่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ แต่ถ้าบริษัท ต้องการซื้อเครื่องจักรในประเทศ คำถาม 1. บริษัทฯ ซื้อเครื่องจักร ในประเทศเข้ามาใช้ในโครงการได้หรือไม่ 2. ถ้าซื้อในประเทศจะได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

กิจการ 2.9.3 การผลิตเหล็กทรงยาวสำหรับงานอุตสาหกรรม ได้รับสิทธิประโยชน์ในกลุ่ม A4 คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 และยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบตามมาตรา 36

ตอบคำถามตามนี้

1.บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรที่ผลิตหรือประกอบในประเทศได้ แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น

2.การซื้อเครื่องจักรในประเทศ ไม่สามารถใช้สิทธิมาตรา 28 เพื่อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มได้ แต่จะนับมูลค่าเครื่องจักรเป็นมูลค่าการลงทุนของโครงการ เพื่อคำนวณวงเงินที่จะให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31

3.กรณีเป็นเครื่องจักรที่มีผลิตหรือประกอบในประเทศ หากบริษัทจะนำเครื่องจักรเข้ามาจากต่างประเทศ จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 28

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map