การกรอกกำลังผลิตสูงสุดต่อหน่วยเวลา (B) ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าต้องกรอกอย่างไร เช่น ถ้าผลิตไซเคิลละ 15 นาที ได้ชิ้นงาน 6 ชิ้น จะกรอกเป็น 15 นาที / 6 ชิ้น = 24 ชิ้น / ชั่วโมง ก็ได้ จากนั้น ก็คูณด้วยจำนวนเครื่อง ชั่วโมงทำงาน วันทำงานตามบัตร ตามตัวอย่างที่เขียนอยู่ในแบบฟอร์มนั่นแหละ
กรณีนี้น่าจะเข้าข่ายเรื่องค่าบริการด้านวิศวกรรม จึงขออธิบายความหมายก่อน ดังนี้
บริษัท A (ในประเทศ) จ่ายเงินให้บริษัท B (ต่างประเทศ) เพื่อจ้างผลิตแม่พิมพ์ราคา 1 ล้านบาท โดยไม่นำแม่พิมพ์เข้ามา แต่ให้ส่งแม่พิมพ์ไปให้บริษัท C (ต่างประเทศ) เพื่อว่าจ้างผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจำนวน 200,000 ชิ้น ในราคาชิ้นละ 10 บาท และจึงนำชิ้นส่วนพลาสติกเข้ามาในประเทศ ในกรณีเช่นนี้ กรมศุลกากรจะพิจารณาว่า ราคาที่นำเข้าชิ้นละ 10 บาท นั้น ไม่ใช่ราคาที่แท้จริง เพราะต้องนำค่าแม่พิมพ์มารวมคำนวณเป็นราคาสินค้าด้วย
แม่พิมพ์ 1 ล้านบาท หากผลิตชิ้นส่วนพลาสติกได้ 200,000 ชิ้น ก็เท่ากับว่า ชิ้นส่วนพลาสติก 1 ชิ้น ต้องใช้แม่พิมพ์ 5 บาท ดังนั้น ราคาที่แท้จริงของชิ้นส่วนพลาสติกจึงเป็น 10 + 5 = 15 บาท เมื่อบริษัท A นำเข้าชิ้นส่วนพลาสติกจากต่างประเทศ แม้จะจ่ายเงินให้บริษัท C ในราคาชิ้นละ 10 บาท แต่ต้องสำแดงราคาเพื่อประเมินภาษีอากรในราคาชิ้นละ 15 บาท ตอบคำถาม
การซื้อแม่พิมพ์ที่ต่างประเทศ แต่ไม่นำเข้ามาในประเทศ ใช้สิทธิอะไรจาก BOI ไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดภาระภาษีอะไร เมื่อนำชิ้นส่วนที่ผลิตจากแม่พิมพ์ดังกล่าวเข้ามาในประเทศ ต้องสำแดงราคาชิ้นส่วนซึ่งรวมราคาแม่พิมพ์ด้วย ซึ่งหากนำเข้ามาเพื่อผลิตส่งออก ก็สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรได้ตามมาตรา 36 (1)
วิธีการตามข้อ 2 คือสำแดงราคาสินค้าโดยการบวกค่าบริการด้านวิศวกรรมเข้าไปด้วย เป็นขั้นตอนการเดินพิธีการศุลกากร แอดมินไม่ทราบรายละเอียด แต่เข้าใจว่าน่าจะสำแดงราคาบนหน้าใบขนได้เลย ลองปรึกษากับบริษัทชิปปิ้งหรือกรมศุลกากรดูนะ
กับบีโอไอไม่ต้องแจ้งอะไร เพราะถ้าเป็นวัตถุดิบที่นำมาผลิตตามโครงการแล้วส่งออก ก็ใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตาม ม.36 ได้ตามปกติ แม้ราคาวัตถุดิบนั้นจะมีค่าบริการทางวิศวกรรมรวมอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม
1. อะไหล่ของแม่พิมพ์ ต้องเป็นส่วนประกอบของแม่พิมพ์ที่นำเข้ามาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม แต่แม่พิมพ์นั้นจะนำเข้ามาโดยยกเว้นภาษีหรือชำระภาษีก็ได้
2. ดังนั้น แม้ว่าบริษัทจะนำเข้าแม่พิมพ์เข้ามาโดยชำระภาษี แต่ก็สามารถขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีอะไหล่แม่พิมพ์ได้ โดยไม่เงื่อนไขในการใช้สิทธิคือ ต้องใช้เฉพาะในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
3. แม่พิมพ์ และอะไหล่ สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้ามาโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ตามที่อธิบายไปแล้วคือต้องใช้เฉพาะโครงการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
- หากบริษัทมีหลายกิจการ ทั้งที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องใช้ในกิจการส่วนที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
- กิจการที่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในบัตรส่งเสริมอยู่แล้ว
2. คำถามที่สอง ไม่เข้าใจครับว่าจะถามอะไร- เจ้าหน้าจะตรวจสอบขั้นตอนการผลิตและกำลังผลิต ว่าเป็นไปตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม
- ส่วนการจะตรวจสอบว่า เครื่องจักร (รวมถึงอะไหล่) ทุกตัวอยู่ที่โรงงานหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่แต่ละคน แม้ว่าในทางปฏิบัติส่วนใหญ่อาจไม่ได้ตรวจก็ตาม
- การจำหน่ายเครื่องจักรหรือนำออกไปใช้นอกโครงการ โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบในวันเปิดดำเนินการ สามารถตรวจสอบจากเอกสารอื่นได้ หากหน่วยงานราชการ เช่น กรมศุลกากรตรวจพบการกระทำผิด BOI ก็สามารถเพิกถอนสิทธิเครื่องจักรนั้นๆได้ แม้ว่าจะเปิดดำเนินการไปแล้วหรือไม่ก็ตาม
"จะต้องไม่จำนอง จำหน่าย โอน ให้เช่า หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้จำนองเครื่องจักร............."
กล่าวคือ ถ้าจะจำนองเครื่องจักรที่ใช้สิทธิยกเว้นอากร ต้องขออนุญาตก่อน แต่ถ้าจะจำนองเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากร ก็ไม่ต้องขออนุญาต ตอบคำถามดังนี้
1.สามารถทำได้ เพราะหลักเกณฑ์การพิจารณาคืนอากรเครื่องจักร จะพิจารณาเพียงว่าเครื่องจักรนั้นตรงตามบัญชีรายการเครื่องจักรที่ได้รับอนุมัติไว้แล้วหรือไม่ หากตรงตามบัญชี ก็สามารถยื่นขอคืนอากรได้ 2.การขออนุมัติต่างๆ ปกติจะกำหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่บริษัทยื่นขอ จะไม่ย้อนหลังไปในอดีต 3.ปกติไม่ควรอนุมัติย้อนหลัง จึงขอไม่ตอบ เรื่องที่สอบถาม น่าจะทำได้ 2 วิธีคือ วิธีที่ 1 ยื่นขอคืนอากรเครื่องจักร- เมื่อได้รับอนุมัติคืนอากรแล้วจึงยื่นขออนุญาตนำเครื่องจักรไปจำนอง
- เมื่อได้รับอนุมัติให้จำนอง ควรทำสัญญาจำนองอีกรอบหนึ่ง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้จำนอง (แก้ไขเพิ่มเติม ณ 18 ส.ค. 58) - สำหรับการจำนองก่อนหน้านั้น ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะในขณะที่จำนองนั้น ยังเป็นเครื่องจักรที่ไม่ได้รับยกเว้นอากร ซึ่งจะยื่นขออนุญาตจำนองในขณะนั้นไม่ได้ วิธีที่ 2 ยกเลิกการจำนองไปก่อน
- จากนั้นจึงยื่นขอคืนอากรเครื่องจักร
- เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงทำเรื่องขออนุญาตนำเครื่องจักรไปจำนอง
- จากนั้นจึงทำการจำนองใหม่อีกครั้งหนึ่ง จะเลือกใช้วิธีไหน น่าจะปรึกษากับ จนท BOI ที่ดูแลงานเครื่องจักรของบริษัท
เครื่องจักร ส่วนประกอบ แม่พิมพ์ ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าจาก BOI หากชำรุดเสียหาย สามารถดำเนินการโดยวิธีต่างๆ ตามนี้
ทำลาย
- ต้องขออนุมัติวิธีทำลายก่อน จากนั้นจึงให้บริษัท inspector ตรวจสอบก่อนและหลังการทำลาย
- ไม่มีภาระภาษี
ส่งออก
- ต้องขออนุญาตก่อน
- ไม่มีภาระภาษี
บริจาคให้กับส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือองค์กรสาธารณะกุศล
- ต้องขออนุญาตก่อน
- ไม่มีภาระภาษี
จำหน่ายในประเทศ
- ต้องขออนุญาตชำระภาษีตามสภาพ
เก็บไว้จนครบ 5 ปีนับจากวันนำเข้า
- เมื่อครบ 5 ปีจึงขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาระภาษี แล้วจึงจำหน่ายได้โดยไม่มีภาระภาษี
การอนุมัติบัญชี เป็นเพียงขั้นตอนในการจะขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร หากจะไม่ใช้สิทธิ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
การส่งคืนอะไหล่ของเครื่องจักรไปต่างประเทศ หากเป็นอะไหล่ที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 28 (หรือ29) ให้ยื่นขออนุญาตบนระบบ eMT ด้วย
กรณีที่ได้รับใบอนุญาตเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้ว แต่ต่อมา เครื่องจักรเสียหายใช้งานไม่ได้บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทนได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (เพราะระยะเวลายกเว้นอากรจะสิ้นสุดไปแล้ว) การซื้อเครื่องจักรใหม่มาทดแทนนี้ ไม่ต้องขออนุญาตจาก BOI โดยเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่มเติมนี้ บริษัทสามารถบันทึกบัญชีเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมได้ และกำลังผลิตที่เกิดขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ที่ซื้อมาเพิ่มนี้ ก็สามารถใช้สิทธิตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมอยู่เดิมได้ แต่จะไม่แก้ไขเพิ่มเติมกำลังผลิต และไม่แก้ไขเพิ่ม cap วงเงินยกเว้นภาษีให้ คือ ยังต้องใช้กำลังผลิต และ cap วงเงินยกเว้นภาษีตามเดิม
คำถามไม่ชัดเจน เครื่องจักรคืออะไร เป็นเครื่องจักรหลัก หรือแม่พิมพ์ หรืออะไร ขอตอบในภาพรวม เพื่อเป็นแนวทางไปเปรียบเทียบต่อ ดังนี้
1. A (BOI) ต้องการซื้อชิ้นส่วนพลาสติกจาก B (BOI) โดย A จะเป็นผู้ลงทุนแม่พิมพ์ และนำไปจ้างให้ B ฉีดชิ้นส่วนพลาสติกให้
กรณีนี้ A สามารถขอแก้ไขกรรมวิธีผลิต เพื่อให้มีขั้นตอนการนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผลิตชิ้นส่วน เมื่อได้รับอนุมัติแก้ไขกรรมวิธีผลิตดังกล่าว A จะสามารถนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิของ A จากนั้นให้ยื่นขออนุญาตนำแม่พิมพ์ไปให้ผู้อื่นใช้ เพื่อผลิตชิ้นส่วนให้กับ A2. B (BOI : ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก) นำแม่พิมพ์เข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร เพื่อผลิตชิ้นส่วนพลาสติกจำหน่ายให้ A หาก B จะขายแม่พิมพ์ให้กับ A B จะต้องยื่นขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักร(แม่พิมพ์) และจะต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ
บริษัทเทรดดิ้ง นำเข้าเครื่องจักร โดยชำระอากรขาเข้าและ vat ตามปกติ จากนั้นจำหน่ายให้กับ บริษัทคุณที่เป็น BOI กรณีนี้ บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรจากเทรดดิ้งดังกล่าว เพื่อมาใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมได้ แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น และบริษัทก็ไม่ต้องแจ้งหรือขออนุญาตใดๆจาก BOI เพราะไม่ขัดเงื่อนไขใดๆ แต่ในกรณีนี้ บริษัทไม่ใช่ผู้นำเข้าโดยตรง จึงไม่สามารถใช้สิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าเครื่องจักรดังกล่าวได้
การซื้อเครื่องจักรใหม่หลังเปิดดำเนินการ ไม่ต้องขออนุญาต เนื่องจากไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร (ระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว) เครื่องจักรใหม่ที่ซื้อเพิ่มเติมภายหลังนี้ หากจะใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริม ก็ต้องลงบัญชีเป็นสินทรัพย์ของโครงการที่ได้รับส่งเสริมนั้น แต่จะไม่ให้แก้ไขกำลังผลิตในบัตรส่งเสริม และไม่ให้แก้ไข cap วงเงินยกเว้นภาษีเงินได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกิจการที่มีประกาศกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เช่น กิจการผลิตเครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
การซื้อเครื่องจักรในประเทศ ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ จะไม่ยื่นขออนุมัติบัญชีก็ได้ แต่หากในอนาคตจำเป็นต้องนำเข้าอะไหล่ของเครื่องจักรดังกล่าว ให้ยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรรายการนั้นเผื่อไว้ด้วย โดยระบุจำนวนเป็น 0.5 set ซึ่งจะสั่งปล่อยเครื่องจักรไม่ได้ แต่สามารถขออนุมัติบัญชีอะไหล่เพื่อโยงกับเครื่องจักรรายการนั้นได้ การยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ ไม่ต้องแนบเอกสารใดเป็นพิเศษ การแนบเอกสาร จะเป็นกรณีขออนุมัติบัญชีเครื่องจักรเก่า (แนบใบรับรองประสิทธิภาพ) หรือการขออนุมัติเครื่องจักรที่เป็น Negative List (แนบ Specification ว่าเป็นรุ่นที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ)
1. ในการขอรับการส่งเสริม จะซื้อเครื่องจักรหลักจากในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศก็ได้ โดยสามารถนับเป็นกำลังผลิตของโครงการได้ทั้งสิ้น แต่มีเงื่อนไขดังนี้
1.1 กรณีซื้อเครื่องจักรในประเทศ
- ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
1.2 กรณีซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศ
- หากเป็นเครื่องจักรเก่า ต้องมีอายุไม่เกิน 10 ปี และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า
- เครื่องจักรเก่าอายุเกิน 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี จะไม่นับเป็นเงินลงทุนสำหรับคำนวณวงเงินการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
- หากเครื่องจักรดังกล่าวมีการผลิตในประเทศ แต่บริษัทต้องการนำเข้าจากต่างประเทศ จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร
2. กิจการประเภท 4.10 การผลิตรถไฟหรือรถไฟฟ้าหรืออุปกรณ์หรือชิ้นส่วน (เฉพาะระบบราง) ตามประกาศฉบับปัจจุบัน เป็นประเภท A2 ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี
กิจการ 2.9.3 การผลิตเหล็กทรงยาวสำหรับงานอุตสาหกรรม ได้รับสิทธิประโยชน์ในกลุ่ม A4 คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตามมาตรา 28 และยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบตามมาตรา 36
ตอบคำถามตามนี้
1.บริษัทสามารถซื้อเครื่องจักรที่ผลิตหรือประกอบในประเทศได้ แต่จะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
2.การซื้อเครื่องจักรในประเทศ ไม่สามารถใช้สิทธิมาตรา 28 เพื่อยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มได้ แต่จะนับมูลค่าเครื่องจักรเป็นมูลค่าการลงทุนของโครงการ เพื่อคำนวณวงเงินที่จะให้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31
3.กรณีเป็นเครื่องจักรที่มีผลิตหรือประกอบในประเทศ หากบริษัทจะนำเครื่องจักรเข้ามาจากต่างประเทศ จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 28