เมื่อไปยื่นตัดบัญชีที่เคาน์เตอร์ IC จะยื่นไม่ผ่าน เนื่องจาก format ไม่ตรงกับที่กำหนด ให้แจ้งกับพนักงาน IC เพื่อให้ปลดล็อคระบบให้ กรณีจะยื่นตรวจสอบตัดบัญชีออนไลน์ จะยื่นไม่ได้ เนื่องจาก format ไม่ตรงกับที่กำหนด ให้คีย์เลขที่ใบขนขาออกอะไรก็ได้ เพื่อให้ยื่นตรวจสอบออนไลน์ได้
2. เอกสารที่ต้องใช้คือ
หนังสือบริษัทขอตัดบัญชี
ใบขนขาเข้าที่ชำระภาษีอากรผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (ลงนามประทับตราทุกแผ่น) ใบเสร็จรับเงิน (ฉบับจริงและสำเนา)
สำเนาหนังสืออนุมัติให้ชำระภาษีอากรสินค้าสำเร็จรูป (ฉบับที่มีประทับตราครุฑแดงจาก BOI)
สามารถเปลี่ยนได้ โดยสำนักงานได้มีการกำหนดเงื่อนไขที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการไว้ในบัตรส่งเสริม โดยผู้ได้รับส่งเสริมประสงค์จะเปลี่ยนสถานที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณีดังนี้
- ย้ายที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ โดยยังคงอยู่ในจังหวัดเดิมตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม (เช่น เปลี่ยน ตำบล หรือ อำเภอ หรือย้ายไปในเขตหรือนิคมอุตสาหกรรมตามเดิม) และไม่ขัดกับกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้ไม่ต้องแก้ไขโครงการ แต่ผู้ได้รับการส่งเสริมจะต้องส่งจดหมายแจ้งให้สำนักงานทราบ
- ย้ายที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ โดยเปลี่ยนจากที่ตั้งเดิมที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม (ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น/อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอื่น) ผู้ได้รับการส่งเสริมต้องยื่นขอแก้ไขที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการให้สำนักงาน
ตามแบบคำขออนุญาตเปลี่ยน/เพิ่ม/ลด สถานที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ (F PA PC 03-09)
กรณีที่บริษัท A และ B ควบรวมกิจการ นิติบุคคลใหม่ (C) ที่เกิดจากการควบรวมกิจการต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมสำหรับการโอน/ควบรวมกิจการภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ทำการโอน/ควบรวมกิจการแล้ว ซึ่งบริษัทสามารถดำเนินการยื่นคำขอส่งเสริมสำหรับการโอน/ควบรวมกิจการได้ก่อนวันที่ทำการโอน/ควบรวมกิจการ
ทั้งนี้ นิติบุคคลใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการจะได้รับสิทธิและประโยชน์เท่าที่บัตรส่งเสริมของผู้โอนกิจการเดิมยังเหลืออยู่ เช่น สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สิทธิด้านเครื่องจักร สิทธิด้านวัตถุดิบ และสิทธิถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นต้น ซึ่งสิทธิประโยชน์จะถูกโอนจากบัตรเดิมมายังบัตรใหม่สำหรับการโอน/ควบรวมกิจการ
สามารถกรอกข้อมูลและแนบไฟล์งบการเงินฉบับร่างได้ หรือถ้ายังไม่มีร่าง ให้กรอก ‘0’ ในส่วนที่ไม่มีข้อมูลและแนบหนังสือบริษัทชี้แจงเหตุผลและเดือนที่คาดว่าจะสามารถกรอกข้อมูลส่วนนี้ได้ ในระบบฯ ทั้งนี้ หากประสงค์จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลในภายหลัง โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อส่งเรื่องคืนให้แก้ไข
วันครบกำหนดเปิดดำเนินการคือ 36 เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม บัตรส่งเสริมออกวันที่ 28 ม.ค. 56 จึงครบกำหนดเปิดดำเนินการวันที่ 28 ม.ค. 59 ถูกต้อง
แม่พิมพ์เก่า ไม่ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า ตามประกาศ สกท. ที่ ป.2/2546 ข้อ 6
ให้ติดต่อสอบถามกับ BOI ตาม Link : https://boieservice.boi.go.th/PMX_Files/upload/manual/UserManual.pdf
คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การถือหุ้นของต่างชาติสำหรับโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ของกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้
1. โครงการลงทุนในกิจการตามที่ปรากฏในบัญชีหนึ่ง ท้ายพรบ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ต้องมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน
2. โครงการลงทุนในกิจการตามที่ปรากฏในบัญชีสอง และบัญชีสาม ท้ายพรบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นข้างมากหรือทั้งสิ้นได้ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดไว้ เป็นการเฉพาะ
3. เมื่อมีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติเป็นการเฉพาะสำหรับกิจการที่ ให้การส่งเสริมการลงทุนบางประเภท
ดังนั้น การกำหนดสัดส่วนส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติ จึงขึ้นอยู่กับประเภทกิจการค่ะ
ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบบัญชีประเภทธุรกิจ ภายใต้พรบ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้ ตามลิงค์ https://www.dbd.go.th/ewt_news.php?nid=1053&filename=law หรือเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th
ซอฟต์แวร์ สามารถนับเป็นขนาดการลงทุนในข่ายเครื่องจักร ในกิจการ IPO/ITC ได้ แต่หากมีการใช้ร่วมกับโครงการอื่น จะต้องปันส่วนมูลค่าการลงทุน ตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ตามสัดส่วนยอดขาย เป็นต้น
ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท หากประสงค์จะขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ยื่นขออนุมัติเป็น IBC กับกรมสรรพากรโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IBC
ไม่เปลี่ยนแปลง
1.กรณีเป็นโครงการริเริ่ม (คือมีกิจการที่ประกอบการอยู่เพียงกิจการเดียวและได้รับการส่งเสริม) จะนับมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ
2.กรณีเป็นโครงการขยาย (คือมีกิจการอื่นที่ประกอบการอยู่แล้วไม่ว่าจะได้รับส่งเสริมหรือไม่ก็ตาม) จะไม่นับมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ
1) ให้รวมได้ทั้งเครื่องจักร ส่วนประกอบ แม่พิมพ์ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ทั้งที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ และไม่ใช้สิทธิ และที่ซื้อในประเทศ โดยรวมค่าติดตั้งได้ด้วย ส่วนวันที่ได้มาครั้งแรก ให้ใช้วันที่ได้มาครั้งแรกที่บันทึกในบัญชี
2) เหมือนข้อ 1 จะใช้สิทธิ ไม่ใช้สิทธิ หรือซื้อในประเทศ ก็นับได้หมด
3) รายได้ Non-BOI หมายถึงอะไร รายได้จากการผลิตสินค้าตามโครงการไม่ว่าจะเป็นสินค้าตัวอย่าง ฯลฯ ก็เป็นรายได้ตามโครงการนะ ส่วนวันที่รับรู้รายได้เป็นไปตามเกณฑ์ทางบัญชี เช่น วันที่ส่งมอบสินค้า เป็นต้น
เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี ต้องได้รับอนุญาต และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพจึงจะสามารถใช้ในโครงการได้
2.-3. จะเปิดดำเนินการแล้วหรือยังไม่เปิดหรืออยู่ระหว่างเปิด ก็มีเงื่อนไขเดียวกัน
1. ถ้ายังไม่พร้อมเปิดดำเนินการ สามารถขยายเวลาเปิดดำเนินการได้ ตามประกาศ สกท ที่ ป.1/2548 กรณีขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร สามารถขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี โดยจะได้รับการขยายเวลาเปิดดำเนินการออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดวันนำเข้าเครื่องจักรแต่ละครั้ง
กรณีขอขยายเฉพาะการเปิดดำเนินการ จะขยายให้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 1 ปี
2. กิจการ IPO หรือ ITC ปกติจะไม่มีการนำเข้าเครื่องจักร จึงเป็นกรณีหลัง คือสามารถขอขยายเฉพาะการเปิดดำเนินการได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 1 ปี
3. การเปลี่ยนประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริม จาก IPO เป็น ITC จะขอแก้ไขหลังจากเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้วก็ได้
1.หากกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับการส่งเสริม ได้รับอนุญาตให้นำวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนไปทำการว่าจ้างผลิตบริษัทก็สามารถนำวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนนั้นๆ ไปทำการว่าจ้างผลิตนอกโรงงานได้
2.กรณีนำวัตถุดิบไปว่าจ้างผลิตที่ต่างประเทศ หรือในเขต EPZ / Free Zone หากกรรมวิธีการผลิตได้รับอนุญาตให้มีการนำวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนไปว่าจ้างผลิต ก็สามารถดำเนินการได้ แต่จะมีปัญหาคือวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา จะมีอากรขาเข้า ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น
2.1 ชำระภาษีอากรวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา
2.2 ทำใบสุทธินำกลับ เพื่อยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา แต่จะมีภาษีอากรในส่วนค่าว่าจ้าง
2.3 แก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ โดยการเพิ่มชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ในบัตรส่งเสริม ซึ่งเมื่อส่งชิ้นส่วนไปว่าจ้างผลิต ให้ทำในลักษณะการจำหน่ายสินค้า และเมื่อนำกลับเข้ามาให้ทำในลักษณะการนำเข้าวัตถุดิบ แต่จะต้องปรึกษากับ จนท BOI ก่อนว่าจะพิจารณาอนุญาตให้ได้หรือไม่
ให้กรอกข้อมูลโดยใช้งบการเงินเฉพาะกิจการ
กรณีที่สอบถาม บัตรส่งเสริมระบุเงื่อนไขว่า ต้องมีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% ซึ่งเมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแล้ว ยังคงมีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% จึงไม่ขัดกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และไม่ต้องยื่นแก้ไขโครงการเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนผู้ถือหุ้น