Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติม เช่น นร 1307/ศ./020231 แบบนี้ ต้องคีย์ 1307/ศ./020231 ใช่รึเปล่า อีก 1 กรณี คือ หนังสืออนุมัติ ที่ได้รับ จะเป็นหนังสือ อนุมัติที่ไม่มีหัวครุฑคะเพราะ หนังสือครุฑ จะถูกส่งไปที่กรมศุลกากร สามารถนำเอาหนังสือสำนาครุฑไปยื่นตัดได้ไหม
1. ไม่ต้องคีย์อักษร "ศ." โดยให้คีย์เป็น 1307/020231

เมื่อไปยื่นตัดบัญชีที่เคาน์เตอร์ IC จะยื่นไม่ผ่าน เนื่องจาก format ไม่ตรงกับที่กำหนด ให้แจ้งกับพนักงาน IC เพื่อให้ปลดล็อคระบบให้ กรณีจะยื่นตรวจสอบตัดบัญชีออนไลน์ จะยื่นไม่ได้ เนื่องจาก format ไม่ตรงกับที่กำหนด ให้คีย์เลขที่ใบขนขาออกอะไรก็ได้ เพื่อให้ยื่นตรวจสอบออนไลน์ได้

2. เอกสารที่ต้องใช้คือ

หนังสือบริษัทขอตัดบัญชี

ใบขนขาเข้าที่ชำระภาษีอากรผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (ลงนามประทับตราทุกแผ่น) ใบเสร็จรับเงิน (ฉบับจริงและสำเนา)

สำเนาหนังสืออนุมัติให้ชำระภาษีอากรสินค้าสำเร็จรูป (ฉบับที่มีประทับตราครุฑแดงจาก BOI)

ในกรณีที่ได้รับส่งเสริมแล้ว หากต้องเปลี่ยนแปลงที่ตั้งจากจังหวัดที่ยื่น ไปจังหวัดอื่น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไหม

สามารถเปลี่ยนได้ โดยสำนักงานได้มีการกำหนดเงื่อนไขที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการไว้ในบัตรส่งเสริม โดยผู้ได้รับส่งเสริมประสงค์จะเปลี่ยนสถานที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณีดังนี้

- ย้ายที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ โดยยังคงอยู่ในจังหวัดเดิมตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม (เช่น เปลี่ยน ตำบล หรือ อำเภอ หรือย้ายไปในเขตหรือนิคมอุตสาหกรรมตามเดิม) และไม่ขัดกับกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้ไม่ต้องแก้ไขโครงการ แต่ผู้ได้รับการส่งเสริมจะต้องส่งจดหมายแจ้งให้สำนักงานทราบ

- ย้ายที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ โดยเปลี่ยนจากที่ตั้งเดิมที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม (ย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น/อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอื่น) ผู้ได้รับการส่งเสริมต้องยื่นขอแก้ไขที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการให้สำนักงาน

ตามแบบคำขออนุญาตเปลี่ยน/เพิ่ม/ลด สถานที่ตั้งโรงงาน/สถานประกอบการ (F PA PC 03-09)

บริษัทจะควบรวมกับบริษัทในเครือ เป็นบริษัทใหม่ นิติบุคคลใหม่ บริษัทฯ เดิมมีการใช้สิทธิในการถือครองที่ดิน และจะทำเรื่องควบรวมกิจการกับกิจการที่เป็น BOI ในปีหน้าหลังจากประชุมผู้ถือหุ้นมีมติออกมาแล้ว ขอสอบถามว่า ในส่วนของเรื่องที่ดิน บริษัทฯ จะต้องดำเนินการก่อนควบรวมและหลังควบรวม อย่างไรบ้าง

กรณีที่บริษัท A และ B ควบรวมกิจการ นิติบุคคลใหม่ (C) ที่เกิดจากการควบรวมกิจการต้องยื่นคำขอรับการส่งเสริมสำหรับการโอน/ควบรวมกิจการภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ทำการโอน/ควบรวมกิจการแล้ว ซึ่งบริษัทสามารถดำเนินการยื่นคำขอส่งเสริมสำหรับการโอน/ควบรวมกิจการได้ก่อนวันที่ทำการโอน/ควบรวมกิจการ

ทั้งนี้ นิติบุคคลใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกิจการจะได้รับสิทธิและประโยชน์เท่าที่บัตรส่งเสริมของผู้โอนกิจการเดิมยังเหลืออยู่ เช่น สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สิทธิด้านเครื่องจักร สิทธิด้านวัตถุดิบ และสิทธิถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นต้น ซึ่งสิทธิประโยชน์จะถูกโอนจากบัตรเดิมมายังบัตรใหม่สำหรับการโอน/ควบรวมกิจการ

บริษัทไม่ได้มีรอบบัญชีตามปีปฏิทิน เช่น เริ่มต้นเดือนเมษายนและสิ้นสุดเดือนมีนาคม ทำให้งบ การเงินยังไม่แล้วเสร็จ (ผู้สอบบัญชีฯ ยังไม่ได้รับรองงบการเงิน) ให้กรอกข้อมูลอย่างไร

สามารถกรอกข้อมูลและแนบไฟล์งบการเงินฉบับร่างได้ หรือถ้ายังไม่มีร่าง ให้กรอก ‘0’ ในส่วนที่ไม่มีข้อมูลและแนบหนังสือบริษัทชี้แจงเหตุผลและเดือนที่คาดว่าจะสามารถกรอกข้อมูลส่วนนี้ได้ ในระบบฯ ทั้งนี้ หากประสงค์จะแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลในภายหลัง โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อส่งเรื่องคืนให้แก้ไข

พอดีอยากทราบว่า ที่นับอยู่ถูกต้องไหม บริษัทได้รับบัตรส่งเสริม อนุมัติวันที่ 21 ธันวาคม 2555 บัตรลงวันที่ 28 มกราคม 2556 ปัจจุบัน ส่งรายงานตามแบบแจ้งยืนยันการดำเนินงานปีที่ 2 ไปแล้ว ดังนั้นวันครบกำหนดเปิดดำเนินการจะเป็นวันที่ 28 มกราคม 2559 ถูกต้องไหม

วันครบกำหนดเปิดดำเนินการคือ 36 เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม บัตรส่งเสริมออกวันที่ 28 ม.ค. 56 จึงครบกำหนดเปิดดำเนินการวันที่ 28 ม.ค. 59 ถูกต้อง

บริษัทนำเข้าแม่พิมพ์เก่าใช้งานตั้งแต่นำเข้าครั้งแรกธันวาคม 2554 -ปัจจุบัน(พฤศจิกายน 58) ระบบที่ลงไว้ในEMT เป็น type 2 แต่ไม่มีเอกสารหรือใบ certificate เลยครับและบริษัทอยู่ระหว่างแจ้งเปิดดำเนินการฯ บริษัทต้องทำอย่างไร เกี่ยวกับการแจ้งเปิดดำเนินการ เพราะตามปกติเครื่องจักรเก่าจะต้องมีใบ Certificate รับรอง แต่เอกสารแจ้งเปิดดำเนินการ (F PM OP 01-06) ข้อ.2 รายละเอียดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้ในโครงการฯ ช่อง สภาพเครื่องจักร ณ วันที่ได้มา ใหม่ ,เก่า ถ้าเก่าให้ระบุปีที่ผลิต ประเทศ พร้อมที่แนบเอกสาร Certificate สำหรับเครื่องจักรเก่าบริษัทมี Certificate แนบ แต่ Mold เก่าบริษัทไม่มีเอกสารแนบเพราะบริษัทไม้ได้ขอมาจากต่างประเทศตั้งแต่ปี 54 ถึง ปีปัจจุบัน(พฤศจิกายน 58) กรณีบริษัทฯต้องทำอย่างไรครับ (ตรวจสอบรายละเอียดจาด Mold แล้วไม่มี namepate บอกวันเดือนปีที่ผลิตเลย บอกแต่เพียงรุ่น/Model เท่านั้น)

แม่พิมพ์เก่า ไม่ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า ตามประกาศ สกท. ที่ ป.2/2546 ข้อ 6

ในกรณีที่ติดปัญหาเกี่ยวกับการลงข้อมูล ไม่ทราบว่าติดต่อได้ที่ฝ่ายใด รบกวนขอเบอร์โทรศัพท์ติดด้วยก็ได้

ให้ติดต่อสอบถามกับ BOI ตาม Link : https://boieservice.boi.go.th/PMX_Files/upload/manual/UserManual.pdf

หลักเกณฑ์การถือหุ้นชาวต่างชาติ

คณะกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การถือหุ้นของต่างชาติสำหรับโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ของกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้

1. โครงการลงทุนในกิจการตามที่ปรากฏในบัญชีหนึ่ง ท้ายพรบ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ต้องมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน

2. โครงการลงทุนในกิจการตามที่ปรากฏในบัญชีสอง และบัญชีสาม ท้ายพรบการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นข้างมากหรือทั้งสิ้นได้ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายอื่นกำหนดไว้ เป็นการเฉพาะ

3. เมื่อมีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติเป็นการเฉพาะสำหรับกิจการที่ ให้การส่งเสริมการลงทุนบางประเภท

ดังนั้น การกำหนดสัดส่วนส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติ จึงขึ้นอยู่กับประเภทกิจการค่ะ

ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบบัญชีประเภทธุรกิจ ภายใต้พรบ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้ ตามลิงค์ https://www.dbd.go.th/ewt_news.php?nid=1053&filename=law หรือเว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th

บริษัทซื้อ Program ใช้ในกิจการ IPO แต่มีกิจการอื่นใช้ร่วมด้วยเป็นบ้างครั้ง กรณีนี้ถือว่านับเป็นเงินลงทุนของกิจการ IPO ได้รึเปล่า

ซอฟต์แวร์ สามารถนับเป็นขนาดการลงทุนในข่ายเครื่องจักร ในกิจการ IPO/ITC ได้ แต่หากมีการใช้ร่วมกับโครงการอื่น จะต้องปันส่วนมูลค่าการลงทุน ตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ตามสัดส่วนยอดขาย เป็นต้น

“มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ” จากตัวอย่างที่ทางวิทยากรอธิบายในเรื่องของโซลาร์เซลล์ ในฟอร์มคำขอทั่วไป ในส่วนของแผนการลงทุนก็ให้กรอกข้อมูลเฉพาะเงินลงทุนของโซลาร์เซลล์ใช่หรือไม่ (2 ธ.ค. 2564)
การกรอกแบบคำขอมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพเรื่องเงินทุนและรายละเอียดเครื่องจักร จะให้กรอกเฉพาะเงินลงทุนที่เกิดจากการปรับปรุงเท่านั้น ดังนั้น แผนการลงทุนที่จะต้องกรอกในแบบคำขอทั่วไป จะเป็นเฉพาะในส่วนเงินลงทุนที่ใช้ในการติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่านั้น
บริษัทมีหุ้นต่างชาติทั้งสิ้นได้รับการส่งเสริมกิจการ ROH จาก BOI ในปี พ.ศ. 2546 และได้รับสิทธิและประโยชน์ทางภาษีจากกรมสรรพากรกิจการ ROH ในปี พ.ศ. 2548 บริษัทควรพิจารณาเปลี่ยนเป็น IBC หรือไม่

ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท หากประสงค์จะขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ยื่นขออนุมัติเป็น IBC กับกรมสรรพากรโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ IBC

การลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากิจการ IHQ และ ITC ของกรมสรรพากรระบุว่า หากชาวต่างชาติที่ปฏิบัติงาน มีรายได้สุทธิมากกว่า 2 แสนบาทต่อเดือน พำนักอยู่ในประเทศไทยมากกว่า 180 วัน จะสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราคงที่ 15%) กิจการ IBC มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ อย่างไร

ไม่เปลี่ยนแปลง

“มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ”หากจะขอเรื่องโซลาร์เซลล์ ในการกรอกแบบฟอร์มคำขอทั่วไป แต่มีช่องให้กรอกวัตถุดิบที่ใช้การผลิต อันนี้จำเป็นต้องกรอกมั้ย (2 ธ.ค. 2564)
การกรอกข้อมูลวัตถุดิบที่ใช้การผลิตในคำขอทั่วไป เป็นการกรอกข้อมูลในส่วนของกิจการที่ดำเนินการอยู่เดิม เพื่อให้สำนักงานสามารถพิจารณาได้ว่า กิจการที่ดำเนินการอยู่เดิมของบริษัท เข้าข่ายประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมได้ หากในกรณีที่บริษัทไม่ได้มีวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น กิจการบริการ ก็ไม่จำเป็นเป็นจะต้องกรอก เนื่องจากไม่มีข้อมูลการใช้วัตถุดิบ
ในกรณีที่บริษัทเป็นกิจการผลิตสินค้าอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ IPO/ITC) และซื้อซอฟต์แวร์ มาใช้ในกิจการ (งานด้านคลังสินค้า , การผลิต และงานบัญชีเป็นต้น) สามารถนับรวมเป็นวางเงินลงทุนของโครงการได้หรือไม่
ซอฟต์แวร์ตามที่สอบถาม ปกติจะพิจารณาเป็นสินทรัพย์อื่นๆ

1.กรณีเป็นโครงการริเริ่ม (คือมีกิจการที่ประกอบการอยู่เพียงกิจการเดียวและได้รับการส่งเสริม) จะนับมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ

2.กรณีเป็นโครงการขยาย (คือมีกิจการอื่นที่ประกอบการอยู่แล้วไม่ว่าจะได้รับส่งเสริมหรือไม่ก็ตาม) จะไม่นับมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ

1) การกรอกมูลค่าเครื่องจักร รวมถึงพวกแม่พิมพ์,จิ๊ก หรือเครื่องจักรที่นำเข้ามาทั้งที่ใช้สิทธิ์ และไม่ใช้สิทธิ์เลยใช่ไหม รวมมูลค่าการติดตั้งเครื่องจักรด้วยหรือไม่ และวันนำเข้าครั้งแรกลงวันที่ในใบขนขาเข้าใช่ไหม 2) การกรอกมูลค่าวัตถุดิบรวมทั้งที่ใช้สิทธิ์ และไม่ใช้สิทธิ์เลยใช่ไหม วันนำเข้าครั้งแรกลงวันที่ในใบขนขาเข้าใช่ไหม 3) การมีรายได้จากการผลิตหรือการประกอบการถ้า Invoice มีเพียงเป็นรายได้ Non BOI ต้องนำมากรอกไหม ถ้ายังไม่มีรายได้ที่เป็น BOI ควรกรอกข้อมูลอย่างไร และในส่วนลงวันที่คือวันที่ในใบขนขาออก หรือวันที่ใน Invoice

1) ให้รวมได้ทั้งเครื่องจักร ส่วนประกอบ แม่พิมพ์ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ทั้งที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ และไม่ใช้สิทธิ และที่ซื้อในประเทศ โดยรวมค่าติดตั้งได้ด้วย ส่วนวันที่ได้มาครั้งแรก ให้ใช้วันที่ได้มาครั้งแรกที่บันทึกในบัญชี

2) เหมือนข้อ 1 จะใช้สิทธิ ไม่ใช้สิทธิ หรือซื้อในประเทศ ก็นับได้หมด

3) รายได้ Non-BOI หมายถึงอะไร รายได้จากการผลิตสินค้าตามโครงการไม่ว่าจะเป็นสินค้าตัวอย่าง ฯลฯ ก็เป็นรายได้ตามโครงการนะ ส่วนวันที่รับรู้รายได้เป็นไปตามเกณฑ์ทางบัญชี เช่น วันที่ส่งมอบสินค้า เป็นต้น

สอบถามเรื่องการนำเข้าเครื่องจักรเก่าที่มีอายุเกิน 10 ปี บริษัทฯได้ยื่นขอแก้ไขโครงการเพื่อขอใช้เครื่องจักรเก่าที่มีอายุเกิน 10ปีและผ่านการอนุมัติแล้ว แต่ระหว่างนี้บริษัทฯได้ยื่นขอเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558ที่ผ่านมา แต่จะมีเครื่องจักรเก่าที่มีอายุเกิน 10 ปีเข้ามา 2 เครื่อง ซึ่งทั้ง 2 เครื่องมีชื่อทั้งที่ขอแก้ไขโครงการเพื่อขอใช้แล้ว และอีก1 เครื่องบริษัทฯยังไม่ได้ยื่นขอแก้ไขโครงการเพื่อขอใช้ บริษัทฯขอถามดังนี้ บริษัทฯ สามารถนำเข้าได้รึเปล่า โดยไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษี(เสียภาษีเครื่องจักรเก่าเกิน 10ปี) ถ้านำเข้าได้ บริษัทฯต้องทำอย่างไร ทั้งเครื่องที่มีชื่อแก้ไขโครงการ และเครื่องที่มีชื่อที่ยังไม่ได้ยื่นแก้ไขโครงการ เพราะบริษัทยื่นเปิดดำเนินการไปแล้ว (รอการตรวจสอบรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่/ ยังไม่ผ่านการอนุมัติ) หลังเปิดดำเนินการและผ่านการอนุมัติแล้ว บริษัทสามารถนำเข้าเครื่องจักรเก่าอายุเกิน 10 ปีได้หรือไม่ และสิทธินำเข้าเครื่องจักรอื่นๆ ยังคงเดิมหรือไม่หลังจากเปิดดำเนินการแล้ว

เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี ต้องได้รับอนุญาต และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพจึงจะสามารถใช้ในโครงการได้

2.-3. จะเปิดดำเนินการแล้วหรือยังไม่เปิดหรืออยู่ระหว่างเปิด ก็มีเงื่อนไขเดียวกัน

รบกวนถามต่อ 1.ถ้ายังไม่พร้อมเปิดดำเนินการ จะไปขอขยายระยะเวลาเปิดดำเนินการจะได้ไหม 2. ถ้าบริษัทมีแผนการจะแก้ไขโครงการจาก IPO เป็น ITC ยังสามารถทำได้ไหม

1. ถ้ายังไม่พร้อมเปิดดำเนินการ สามารถขยายเวลาเปิดดำเนินการได้ ตามประกาศ สกท ที่ ป.1/2548 กรณีขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร สามารถขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ปี โดยจะได้รับการขยายเวลาเปิดดำเนินการออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันครบกำหนดวันนำเข้าเครื่องจักรแต่ละครั้ง

กรณีขอขยายเฉพาะการเปิดดำเนินการ จะขยายให้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 1 ปี

2. กิจการ IPO หรือ ITC ปกติจะไม่มีการนำเข้าเครื่องจักร จึงเป็นกรณีหลัง คือสามารถขอขยายเฉพาะการเปิดดำเนินการได้ 1 ครั้ง ไม่เกิน 1 ปี

3. การเปลี่ยนประเภทกิจการที่ได้รับส่งเสริม จาก IPO เป็น ITC จะขอแก้ไขหลังจากเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้วก็ได้

บริษัท A ซึ่งได้รับการส่งเสริม BOI ได้ว่าจ้าง บริษัท B ซึ่งอยู่ในเขต EPZ เพื่อทำการชุบสินค้าได้ไหม

1.หากกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับการส่งเสริม ได้รับอนุญาตให้นำวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนไปทำการว่าจ้างผลิตบริษัทก็สามารถนำวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนนั้นๆ ไปทำการว่าจ้างผลิตนอกโรงงานได้

2.กรณีนำวัตถุดิบไปว่าจ้างผลิตที่ต่างประเทศ หรือในเขต EPZ / Free Zone หากกรรมวิธีการผลิตได้รับอนุญาตให้มีการนำวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนไปว่าจ้างผลิต ก็สามารถดำเนินการได้ แต่จะมีปัญหาคือวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา จะมีอากรขาเข้า ซึ่งสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น

2.1 ชำระภาษีอากรวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา

2.2 ทำใบสุทธินำกลับ เพื่อยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบ/ชิ้นส่วนที่นำกลับเข้ามา แต่จะมีภาษีอากรในส่วนค่าว่าจ้าง

2.3 แก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ โดยการเพิ่มชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ในบัตรส่งเสริม ซึ่งเมื่อส่งชิ้นส่วนไปว่าจ้างผลิต ให้ทำในลักษณะการจำหน่ายสินค้า และเมื่อนำกลับเข้ามาให้ทำในลักษณะการนำเข้าวัตถุดิบ แต่จะต้องปรึกษากับ จนท BOI ก่อนว่าจะพิจารณาอนุญาตให้ได้หรือไม่

งบการเงินของบริษัทแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบการเงินรวม และงบการเงินเฉพาะกิจการ เนื่องจาก มีบริษัทย่อย ให้กรอกข้อมูลโดยใช้ส่วนใด

ให้กรอกข้อมูลโดยใช้งบการเงินเฉพาะกิจการ

บริษัทฯ ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร ประเภท 4.5.2 ซึ่งปัจจุบันต้องการแก้ไขทุนจดทะเบียน โดยบัตรส่งเสริมกำหนดอัตราผู้ถือหุ้น ไทย 51% ต่างชาติ เกาหลี 49% รวม 100% มีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ชำระค่าหุ้นจะเรียกเก็บ 5 ล้านบาท มีรายละเอียดดังนี้ (1) นาย ก สัญชาติไทย ถือหุ้น 33% (2) นาย ข สัญชาติไทย ถือหุ้น 18% รวม = 51% (3) นาย ค สัญชาติเกาหลี ถือหุ้น 39% (4) นาย ง สัญชาติเกาหลี ถือหุ้น 5% (5) นาย จ สัญชาติเกาหลี ถือหุ้น 5% รวม = 49% โครงสร้างจะมีการเปลี่ยนแปลง คือ นาย ค, นาย ง และ นาย จ สัญชาติเกาหลี จำนวน 49% จะเปลี่ยนผู้ถือหุ้นเป็น บ. ABC (เกาหลี) กรณีนี้บริษัทต้องยื่นแก้ไขอัตราสวนผู้ถือหุ้นใช่หรือไม่ และรบกวนสอบถามระยะเวลาอนุมัติ

กรณีที่สอบถาม บัตรส่งเสริมระบุเงื่อนไขว่า ต้องมีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% ซึ่งเมื่อบริษัทมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นแล้ว ยังคงมีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% จึงไม่ขัดกับเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และไม่ต้องยื่นแก้ไขโครงการเพื่อเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนผู้ถือหุ้น

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map