ระบบ eMT Online สามารถตรวจสอบรายงานได้ว่าโครงการนั้นสั่งปล่อยเครื่องจักรอะไรไปแล้วบ้าง ตามหนังสือสั่งปล่อยเลขที่เท่าใดแต่ข้อมูลนี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า เครื่องจักรที่จะขอจำหน่าย เป็นรายการเดียวกันกับที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI หรือไม่
การขออนุมัติจำหน่ายเครื่องจักร นอกจากจะต้องใช้หลักฐานการอนุมัติให้ยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรแล้ว ยังต้องใช้สำเนาใบขนขาเข้าที่แสดงการใช้สิทธิ BOI ตามเลขที่หนังสือสั่งปล่อยนั้นๆ ดังนั้น บริษัทจึงต้องตรวจสอบจากหลักฐานต่างๆ ที่บริษัทมีอยู่ด้วย
1. การจำหน่ายเครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธินำเข้าจาก BOI สามารถจำหน่ายได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และไม่ต้องรอให้ครบ 5 ปี และไม่ต้องยื่นตัดบัญชีเครื่องจักร แต่หากเครื่องจักรนั้นเป็นเครื่องจักรหลัก ซึ่งหากจำหน่ายไปแล้วจะทำให้กำลังผลิตลดลง หรือทำให้กรรมวิธีการผลิตมีไม่ครบถ้วนตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ก็จะมีปัญหาตามมาภายหลัง
2. เครื่องจักรที่มีหนังสือสั่งปล่อย แต่บริษัทจ่ายภาษี 5% แสดงว่าบริษัทได้รับสิทธิลดหย่อนอากรขาเข้ากึ่งหนึ่งตามมาตรา 29 ซึ่งสิทธินี้จะใช้ได้เฉพาะกรณีที่อากรเครื่องจักรเกินกว่า 10% เท่านั้น แต่เครื่องจักรดังกล่าวมีอากรขาเข้า 5% บริษัทจึงไม่ได้ใช้สิทธิการลดหย่อนอากรขาเข้า แต่คาดว่าบริษัทน่าจะได้ใช้สิทธิการยกเว้น VAT ไป
3. ลองตรวจสอบใบขนขาเข้า และหลักฐานการชำระภาษีให้ชัดเจนว่า ได้ชำระอากรขาเข้า แต่ไม่ได้ชำระ VAT (ตามที่อธิบายในข้อ 2) หรือว่าได้ชำระทั้งอากรขาเข้าและ VAT (คือไม่ได้ใช้สิทธิสั่งปล่อย)
4. การเปิดดำเนินการ กำหนดให้สิ้นสุดภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร หากต้องการขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร เพื่อใช้สิทธินำเข้าแม่พิมพ์ ก็ให้ยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร (ขยายได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี) พร้อมกับขยายระยะเวลาเปิดดำเนินการออกไปด้วย
หากจะไม่ทำการผลิตแม่พิมพ์อีกต่อไป สามารถยื่นขออนุญาตจำหน่ายเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตแม่พิมพ์ทั้งหมดโดยชำระภาษีตามสภาพ โดยชี้แจงเหตุผลว่าเนื่องจากจะขอยกเลิกผลิตภัณฑ์คือแม่พิมพ์ และเมื่อจำหน่ายเครื่องจักรและเคลียร์บัญชีวัตถุดิบ (หากมี) เสร็จแล้ว ก็ให้ยื่นแก้ไขโครงการเพื่อยกเลิกชนิดผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์ เหลือไว้แค่ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนพลาสติก
ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม คือโครงการนี้เคยสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว แต่ต่อมาได้รับอนุมัติขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรอีก 2 ปี เพื่อให้นำเครื่องจักรเข้ามาทดแทนเครื่องที่เสียหายจากอุทกภัย ใช่ไหม
บัตรส่งเสริมที่ขึ้นต้นด้วยเลข 5 คือ บัตรที่ออกตามมาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย เช่น โครงการเดิมอาจจะสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรไปแล้ว แต่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จึงให้ได้รับสิทธินำเข้าเครื่องจักรใหม่อีกครั้งหนึ่ง เป็นเวลา 30 เดือน และกำหนดให้เปิดดำเนินการภายใน 6 เดือนนับจากวันสิ้นสุดการนำเข้าเครื่องจักร ประเด็นที่สอบถาม น่าจะหมายความว่า บริษัทสามารถขอนำอะไหล่สำหรับเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่ในโครงการเดิม เข้ามาเพิ่มเติม ได้หรือไม่
กรณีนี้เข้าใจว่า จะต้องใช้ คำชี้แจงเรื่องแนวทางปฏิบัติตามมาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤติอุทกภัย ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2556 ตามข้อ 2.1.2 กำหนดไว้ว่า เครื่องจักรในโครงการเก่าที่ยังใช้งานได้ จะต้องโอนย้ายไปยังโครงการที่ขอรับส่งเสริมใหม่ โดยจะคัดข้อมูลเครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิจากสมาคม IC และแจ้งรายการต่อ BOI ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ออกบัตรส่งเสริมฉบับใหม่
หากดำเนินการตามที่ BOI ประกาศ เครื่องจักรที่มีอยู่ในโครงการเดิม ก็จะถูกย้ายไปในบัญชีเครื่องจักรของโครงการใหม่ ซึ่งน่าจะขอนำเข้าอะไหล่ของเครื่องจักรส่วนนี้ได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรใหม่ที่นำเข้ามาใหม่ภายหลัง
ส่วนการนำเครื่องจักรเข้ามาเพิ่มเติมในกระบวนการผลิต หากไม่ทำให้กำลังผลิต หรือชนิดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไป น่าจะทำได้ เนื่องจากในคำชี้แจง ข้อ 5.1 ระบุว่า จะไม่อนุมัติในกรณีเป็นการเพิ่มกำลังผลิต หรือเพิ่มชนิดผลิตภัณฑ์ แต่หากเป็นการแก้ไขอื่นๆ สามารถแก้ไขได้ตามเกณฑ์
การแจ้งบีโอไอในที่นี้ คือการยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า การที่บีโอไออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรโดยยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะทำให้บริษัทได้รับการค้ำประกันและถอนค้ำประกัน VAT ด้วย (คือไม่ต้องชำระ VAT) ดังนั้น แม้ว่าเครื่องจักรจะมีอากรเป็น 0 แต่หากไม่ต้องการชำระ VAT ก็สามารถยื่นขอใช้สิทธิสั่งปล่อยได้ แต่หากปรากฏว่ามีการนำเครื่องจักรดังกล่าวไปใช้งานผิดเงื่อนไขที่ได้รับส่งเสริม และถูกเพิกถอน บริษัทจะต้องชำระ VAT พร้อมกับค่าปรับ และเงินเพิ่ม ย้อนหลังไปถึงวันที่นำเข้าเครื่องจักร
1.แม้ว่าจะได้รับสิทธิยกเว้นหรืออากรเครื่องจักร ตามมาตรา 28 และ 29 แต่หากจะนำเครื่องจักรเข้ามาโดยชำระอากรขาเข้าและ VAT ตามปกติ ก็สามารถทำได้ แต่เครื่องจักรนั้นต้องมีสภาพใหม่เก่าตรงตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และหากเป็นเครื่องจักรเก่าก็ต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพ
2.เครื่องจักรที่นำเข้าโดยชำระภาษีอากรเข้ามาเอง จะเป็นเครื่องจักรหลักของโครงการก็ได้ และมูลค่าเครื่องจักรนี้ก็นับเป็นขนาดการลงทุนของโครงการสามารถนำไปรวมคำนวณวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามปกติ
3.เครื่องจักรที่ไม่ได้ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า ไม่ต้องยื่นขอตัดบัญชีเพื่อปลอดภาษีหลังนำเข้าครบ 5 ปี
4.ไม่ต้องใส่เครื่องจักรนั้นใน Master List ก็ได้ เพราะปัจจุบัน Master List จะให้ยื่นขอเฉพาะรายการที่ต้องการใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร
เครื่องมือสำหรับตรวจสอบชิ้นงาน ให้ยื่นขออนุมัติในบัญชีรายการเครื่องจักรทั่วไป ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติแก้ไขบัญชีเครื่องจักร (ชื่อหลัก) กำหนดไว้ 30 วันทำการ แต่หากยื่นขออนุมัติไม่กี่รายการ และไม่มีประเด็นที่เป็นปัญหา โดยทั่วไปก็น่าจะใช้เวลา 2-3 วัน
เมื่อยื่นคำร้องขออนุมัติหรือแก้ไขบัญชีเครื่องจักร บริษัทสามารถตรวจสอบสถานภาพโดยดูในระบบ emt ได้ว่า เจ้าหน้าที่คนไหนถือครองงานอยู่ การพิจารณาอนุมัติจะผ่าน 3 ระดับ คือ เจ้าหน้าที่ หัวหน้าฝ่าย และ ผอ. โดยระบบจะแสดงเฉพาะชื่อ โดยไม่แสดงระดับ ดังนั้น หากจะติดตามงาน ก็สามารถติดตามจากคนที่แสดงชื่อว่าถือครองงานนั้นอยู่ได้โดยตรง
การทำใบขนฯ เป็นคำถามในส่วนของงานศุลกากร จึงขอให้ปรึกษากับกรมศุลฯ และ/หรือชิปปิ้ง จะได้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจนกว่า
ตามความเข้าใจส่วนตัว กรณีหีบห่อบรรจุเป็นวัสดุคงทนมีค่า เช่น โลหะ พลาสติก ฯ ควรแสดงรายการในใบขน และชำระอากรขาเข้าในส่วนนี้ แต่ถ้าเป็นหีบห่อบรรจุที่ไม่คงทนมูลค่าต่ำ จะรวมไปในรายการเครื่องจักร และสั่งปล่อยโดยใช้สิทธิ์ยกเว้น/ลดหย่อนภาษีอากรไปพร้อมกับเครื่องจักรก็ได้
1. สมัครใช้บริการระบบ eMT
2. ยื่นขออนุมัติบัญชีรายการเครื่องจักร (Master List) ผ่านระบบ eMT
3. ยื่นขอสั่งปล่อยเครื่องจักรที่นำเข้าตามบัญชีรายการที่ได้รับอนุมัติ
4. ส่งข้อมูลผลอนุมัติให้ชิปปิ้งเพื่อทำใบขนขาเข้าโดยการยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามสิทธิที่ได้รับอนุมัติ
B (ต่างประเทศ) ส่งเครื่องจักรมายังไทย -------> C (BOI) นำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI และขออนุญาตนำเครื่องจักรไปให้ผู้อื่นใช้ -------> A (BOI) กรณีนี้สามารถทำได้ โดย A จะต้องใช้เครื่องจักรเพื่อประโยชน์ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริมของ C เช่น C อาจจะนำเข้าแม่พิมพ์โดยใช้สิทธิ BOI และขออนุญาตนำแม่พิมพ์นั้นไปให้ A ยืมใช้ เพื่อรับจ้างผลิตชิ้นส่วนให้ C เป็นต้น
แต่ทั้งนี้ กรรมวิธีการผลิตที่ได้รับส่งเสริมของ C จะต้องระบุไว้ด้วยว่า จะมีการนำแม่พิมพ์ไปว่าจ้างผู้อื่นให้ผลิตชิ้นงานให้ เป็นต้น
กรณีนี้แม่พิมพ์ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ C เพียงแค่ขอนำไปให้ A ยืมใช้ตามกรรมวิธีที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
ถ้า B (BOI) นำเข้าเครื่องจักรจากต่างประเทศ โดยใช้สิทธิ BOI แต่ B จ่ายเงินให้ A (ไทย) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของ C (ต่างประเทศ) เข้าใจว่าไม่น่าจะมีปัญหา
กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร แต่จะไม่ใช้ดังกล่าว คือจะนำเข้าเครื่องจักรโดยการชำระภาษีอากรขาเข้าก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร
เครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยชำระภาษี สามารถนำมาใช้ในผลิตผลิตภัณฑ์ในโครงการ BOI ได้
- ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ - กรณีเป็นเครื่องจักรเก่า ต้องได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า และต้องไม่เคยนำไปใช้ในโครงการอื่นในประเทศมาก่อน เครื่องจักรที่ซื้อในประเทศ สามารถนำมาผลิตผลิตภัณฑ์ในโครงการ BOI ได้ - แต่ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น1.เครื่องจักรผลิตปี 2002 นำเข้ามาในปี 2011 แต่ไม่ได้รับอนุมัติ
- ทราบเหตุผลในการไม่อนุมัติหรือไม่ครับ ปกติ BOI น่าจะมีการแจ้งผลในการไม่อนุมัติให้ทราบ - การไม่อนุมัติคืออะไร ไม่อนุมัติให้ใช้ในโครงการ หรือไม่อนุมัติให้ได้รับยกเว้นภาษี ช่วยอธิบายรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีกหน่อยครับ2.เครื่องจักรเก่าที่อายุไม่เกิน 10 ปี และนำเข้ามาได้รับอนุมัติยกเว้นภาษีอากรขาเข้า แต่หลังจากใช้งานไปเรื่อยๆ ก็จะมีอายุเกิน 10 ปี กรณีไม่ต้องขออนุญาตใช้เครื่องจักรอายุเกิน 10 ปีอีก
- เป็นรายการที่มีผลิตในประเทศ
- เป็นเครื่องจักรเก่าโดยที่โครงการไม่ได้รับอนุมัติให้ใช้เครื่องจักรเก่า
- เป็นเครื่องจักรเก่าที่ไม่มีใบรับรองประสิทธิภาพ
- เป็นเครื่องจักรเก่าเกินกว่า 10 ปี
- ไม่ตรงกับกรรมวิธีผลิตที่ได้รับอนุมัติ
- กำลังผลิตเกินกว่าที่ได้รับส่งเสริม ... เป็นต้น
ลองตรวจทานดูว่าเข้าข่ายข้อไหนบ้าง ไม่อย่างนั้นก็เช็คกับพนักงานของบริษัทฯที่เคยรับผิดชอบในช่วงนั้น (แม้อาจจะลาออกไปแล้ว ก็น่าจะติดต่อได้) แต่หากตรวจสอบแล้ว หาสาเหตุไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องนำเอกสารและข้อมูลเท่าที่จะมี ไปปรึกษากับ จนท. BOI1-3,5 ระหว่างที่รออนุมัติโครงการ จะยังใช้สิทธิใดๆไม่ได้ ในกรณีนี้จึงต้องชำระภาษีอากรเครื่องจักรไปก่อน จากนั้นเมื่อได้รับบัตรส่งเสริม จึงขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรย้อนหลังไปจนถึงวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม จากนั้นจึงยื่นสั่งปล่อยขอคืนอากรเครื่องจักร 4. การอนุมัติบัญชีเครื่องจักร กำหนดระยะเวลาไว้ 60 วันทำการ แต่ส่วนใหญ่จะพิจารณาอนุมัติได้เร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่และรายละเอียดของโครงการนั้นๆ โดยเฉลี่ยน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 อาทิตย์
ไม่จำเป็นต้องเป็น CIF ครับ จะเป็น FOB ก็ได้ หากเป็น FOB บริษัทก็ต้องแสดงค่า Insurance และ Freight เพื่อรวมคำนวณเป็นต้นทุนในการได้มาซึ่งเครื่องจักรดังกล่าวไว้ในหน้าใบขน เพื่อคำนวณอากรและ VAT BOI จะยกเว้นอากรขาเข้าและ VAT ตามรายการในหน้าใบขน ซึ่งตรงกับรายการที่อนุมัติสั่งปล่อย
หากระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรสิ้นสุดแล้ว และขยายเวลานำเข้าครบ 3 ครั้งแล้ว ก็ไม่สามารถนำเข้าอะไหล่โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี ต้องนำเข้าโดยชำระภาษีอากรตามปกติ
การขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักร เข้าใจว่าไม่น่าจะมีข้อกำหนดว่าจะต้องเริ่มนำเข้าเครื่องจักรมาบางส่วนแล้ว จึงน่าจะยื่นขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรได้ตามปกติ