1.หากบริษัทนำเข้าเครื่องจักรมาในช่วงที่ได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีอากร โดยได้ชำระภาษีอากรไว้ บริษัทสามารถยื่นขออนุมัติสั่งปล่อยคืนอากรได้ แต่ต้องไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักร ตามประกาศ สกท ที่ ป.4/2556 ข้อ 8.1
2.การขอคืนอากรเครื่องจักร จะเป็นช่วงที่ยังไม่เริ่มการผลิตก็ได้
3.การติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ BOI ขอให้ติดต่อโดยตรงกับกองบริหารการลงทุนของ BOI ที่รับผิดชอบประเภทอุตสาหกรรมที่บริษัทได้รับการส่งเสริม
ต้องพิจารณาว่า ใบขนขาเข้าเครื่องจักรดังกล่าว จะสำแดงรายการเครื่องจักรอย่างไร จะระบุ size ด้วยหรือไม่ หากใบขนระบุ size ก็ต้องขอชื่อเดียวกันไว้ในบัญชีเครื่องจักรของ BOI ด้วย (ชื่อหลักหรือชื่อรองก็ได้) การจะสำแดงรายการในใบขนอย่างไร เป็นข้อกำหนดของกรมศุลกากร จึงน่าจะปรึกษากับชิปปิ้ง แต่หากไม่ชัดเจน ก็น่าจะหารือกับกรมศุลกากร
บุคคลธรรมดาสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ และในขั้นตอบรับมติก็สามารถเป็นบุคคลธรรมดาได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการออกบัตรส่งเสริม ผู้ยื่นจะต้องจดทะเบียนเป็นบริษัท สหกรณ์ หรือมูลนิธิที่จดทะเบียนในประเทศไทย
โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก
จะได้รับสิทธิและประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
เพื่อใช้ผลิต ผสม ประกอบเป็นผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลเพื่อส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ
ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด พร้อมกับจะได้รับค้ำประกันภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
ทั้งนี้
วัตถุดิบที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้านี้
จะต้องใช้ในโครงการที่ได้รับส่งเสริมเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม
และส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศเท่านั้น
กรณีที่นำไปผลิตจำหน่ายในประเทศ
หรือไม่สามารถส่งออกได้ ผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องเสียภาษีอากรวัตถุดิบตามสภาพ ณ
วันนำเข้า พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมายศุลกากร อีกทั้งจะต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม
พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับอีกด้วย
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี
(มาตรา 31)
- ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50
(มาตรา 35 (1))
- ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร
(มาตรา 28/29)
- ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็น
(มาตรา 30)
- ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา
(มาตรา 30/1)
- ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา
เป็นสองเท่า (มาตรา 35 (2))
- ให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นร้อยละ
25
(มาตรา 35 (3))
- ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก
(มาตรา 36)
การได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขของโครงการที่ได้รับการส่งเสริม
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2508 บุคคลที่มีสัญชาติไทย
และนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทย (บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
51 ของทุนจดทะเบียน)
เท่านั้น จึงจะสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินได้
ยกเว้นกรณีบริษัทต่างชาติ
(มีหุ้นไทยต่ำกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน)
ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520
จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรา 27 ให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับส่งเสริมได้
ซึ่งนอกจากจะใช้ที่ดินดังกล่าวเพื่อใช้สร้างอาคารโรงงานแล้ว
ยังสามารถใช้สร้างเป็นสำนักงาน และที่พักอาศัยของพนักงานได้อีกด้วย แต่ต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับอาคารโรงงาน
อนึ่ง ที่ดินซึ่งได้รับอนุมัติให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน
จะต้องใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น
กรณีที่บริษัทยกเลิกกิจการ
จะต้องจำหน่ายที่ดินดังกล่าวภายใน 1 ปีนับจากวันที่เลิกกิจการ
แต่หากไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนี้ได้ตามบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน
พ.ศ. 2520 ได้บัญญัติสิทธิและประโยชน์ในการถือครองกรรม
สิทธิที่ดินไว้ตามมาตรา 27 ดังนี้
มาตรา 27
ให้ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามจำนวนที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร
ทั้งนี้ ที่ดินที่จะได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ตามบัตรส่งเสริม
จะต้องใช้เพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเท่านั้น
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการก่อน
เมื่อผู้ได้รับการส่งเสริมเลิกกิจการ
ให้บริษัทจำหน่ายที่ดินที่ได้รับอนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เลิกกิจการนี้
ถ้าผู้ได้รับการส่งเสริมฝ่าฝืน
อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจจำหน่ายที่ดินนี้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
สำนักงานไม่ให้การส่งเสริมนำกิจการโรงแรมเที่ดำเนินการอยู่แล้วมาขอรับการส่งเสริม กรณีการใช้อาคารเก่าหรือโครงการเดิมมายื่นขอรับการส่งเสริม จะต้องปิดกิจการเดิม และหยุดการใช้อาคารดังกล่าว และเสนอแผนการลงทุนใหม่โดยจะต้องไม่รวมค่าสิ่งปลูกสร้างเดิมในเงินลงทุน และจะต้องมีการลงทุนงานระบบใหม่ เช่น ลิฟท์ ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และงานระบบอื่นๆ เป็นต้น โดยวงเงินลงทุนใหม่ต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาทต่อห้อง ทั้งนี้ หากโครงการตั้งอยู่ใน 20 จังหวัดรายได้ต่อหัวต่ำ ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี การนับ Cap วงเงินยกเว้นภาษี จะไม่รวมสิ่งปลูกสร้างเดิม
สำนักงานขอสงวนสิทธิในการพิจารณา
กรณีใช้อาคารหรือกิจการเดิมมาปรับทำกิจการโรงแรมเป็นรายกรณี
และอาจเพิ่มเงื่อนไขให้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเสมือนหนึ่งเป็นโครงการกิจการโรงแรมทั่วไป
สำนักงานให้ความสำคัญกับการสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเป็นอย่างมาก
และต้องการให้เกิดการลงทุนครบสายการผลิตในประเทศไทย จึงออกมาตรการส่งเสริมพิเศษ
ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 5/2560 เพื่อให้ส่งเสริมทั้งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า
ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า และสถานีอัดประจุไฟฟ้า
รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในข่าย มีดังนี้
1.
รถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ Hybrid
Electric Vehicles, Plug-in Hybrid Electric Vehicles, Battery Electric Vehicles
2.
อุปกรณ์ เช่น Battery,
Traction Motor, ระบบปรับอากาศ, BMS, DCU, Converter,
On-board Charger, สายชาร์จพร้อมเต้ารับ-เต้าเสียบ, DC/DC
Converter, Inverter, Portable Electric Vehicle Charger, Electrical Circuit
Breaker, Smart Charging System, คานหน้าคานหลังสำหรับรถโดยสารไฟฟ้า
เป็นต้น
3.
สถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า
หากบริษัทมีบัตรส่งเสริมฯ ถือว่าเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมที่ยังต้องรายงานผลการดำเนินงานประจำปี
1.หากบริษัทไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร BOI จะไม่อนุมัติบัญชีเครื่องจักร และไม่อนุมัติสั่งปล่อยยกเว้นภาษีอากร คำถามที่สอบถามจึงไม่น่าจะเกิดขึ้น ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้ด้วย
2.กรณีเคยใช้สิทธิสั่งปล่อยยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักร และปฏิบัติตามเงื่อนไขถูกต้อง แต่ต่อมาจะไม่ใช้เครื่องจักรนั้นในโครงการที่ได้รับส่งเสริมจะต้องขอชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันที่อนุญาตให้จำหน่าย
3.กรณีเคยใช้สิทธิสั่งปล่อยยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักร แต่ปฏิบัติผิดเงื่อนไขอาจถูกเพิกถอนสิทธิการยกเว้นภาษีอากรของเครื่องจักรนั้นๆ เสมือนไม่เคยได้รับสิทธิตั้งแต่ต้น ซึ่งต้องชำระภาษีอากรตามสภาพ ณ วันนำเข้า และเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
เครื่องจักร (รวมถึงอุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่าง ๆ) ทุกรายการ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรตามมาตรา 28 จะต้องแสดงในแบบคำขอเปิดดำเนินการ
ข้อ 2 รายละเอียดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้ในโครงการ ให้ครบทุกรายการ เว้นแต่รายการที่ได้รับอนุมัติให้ส่งคืน/จำหน่าย/ทำลาย และตัดบัญชีเครื่องจักรไปแล้ว แต่เครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำเข้าโดยใช้สิทธิฯ อาจจะไม่อยู่ในทะเบียนสินทรัพย์ของบริษัทก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายทางการบัญชีของบริษัทนั้นๆ เช่น รายการที่มีมูลค่าต่ำกว่า 3,000 บาท จะไม่บันทึกเป็นสินทรัพย์ เป็นต้น
กรณีที่สอบถาม บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องชำระภาษีเครื่องจักรที่ไม่อยู่ในทะเบียนสินทรัพย์ แต่ขอให้ปรึกษากับจนท BOI ที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเปิดดำเนินการโครงการของบริษัท เพื่อขอคำแนะนำในการเตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อชี้แจงตามข้อเท็จจริง
บริษัทได้รับส่งเสริมผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่งกรรมวิธีเดิมมีการใช้ชิ้นส่วน คือ terminal ซึ่งต้องนำเข้าจาก ตปท. แต่ต่อมาต้องการนำ Tin plated มาผลิตเป็น terminal เองในโรงงาน
1. สามารถขอผลิต terminal และชิ้นส่วน โดยจะยื่นแก้ไขโครงการ หรือจะยื่นเป็นโครงการใหม่ก็ได้
1.1 กรณีแก้ไขโครงการ
- ต้องยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ เนื่องจากจะต้องนำเครื่องจักร (ยกเว้นกิจการในหมวด 5 อุตสาหกรรมเครื่องไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วน จะเปิดดำเนินการครบตามโครงการแล้วก็ได้ เนื่องจากได้รับสิทธิให้นำเข้าเครื่องจักรมาปรับปรุงโครงการได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับส่งเสริม)
- จะได้รับสิทธิประโยชน์เท่าที่เหลืออยู่ของโครงการเดิม
1.2 กรณีขอโครงการใหม่
- จะได้รับสิทธิประโยชน์ใหม่
2. การเพิ่มทุนจดทะเบียนในโครงการใหม่หรือการแก้ไขโครงการ จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป โดยดูจากผลประกอบการของบริษัทและขนาดการลงทุนที่จะลงทุนเพิ่มขึ้น เช่น หากบริษัทมีกำไรสะสม หรือมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นไม่สูง ก็อาจไม่ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียนก็ได้
3. terminal ที่จะขอผลิตเป็นชิ้นส่วนในโครงการเดิมแล้ว ยังสามารถขอจำหน่ายเป็นชิ้นส่วนได้ด้วย แต่จะต้องระบุในคำขอให้ชัดเจน
4. หลักเกณฑ์การอนุญาต คือตามข้อ 1 และ 2
ใบรับรอง ISO ของบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ไม่มีผลถึงบริษัทลูกที่ประเทศไทย แต่หน่วยงานญี่ปุ่นที่ออกใบรับรองให้กับบริษัทแม่ จะเดินทางมาตรวจบริษัทลูกที่ประเทศไทย และออกใบรับรองให้กับบริษัทลูกก็ได้
ใบรับรอง ISO ที่จะใช้ยื่นต่อ BOI ต้องเป็นใบรับรองที่ออกให้กับบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม โดยมีการรับรองรองประเภทกิจการ (เช่น การผลิต...) และที่ตั้งสถานประกอบการ ตรงตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม
บริษัทสามารถนำเครื่องจักรเข้ามาก่อนที่จะได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมโครงการได้ โดยการชำระภาษีสงวนสิทธิ แต่จะต้องไม่ก่อนวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม จากนั้น เมื่อได้รับบัตรส่งเสริม และได้รับอนุมัติบัญชีเครื่องจักรแล้ว สามารถยื่นขอสั่งปล่อยคืนอากรได้ โดยจะได้รับคืนเฉพาะอากรขาเข้า ส่วน VAT ต้องใช้วิธีเครดิตภาษีประจำเดือน หรือหากจะขอคืน VAT ต้องดำเนินการตามระเบียบของกรมสรรพากร
ต้องแยกระหว่าง "เงื่อนไข" กับ "สิทธิประโยชน์" ออกจากกัน เครื่องจักรที่จะถือเป็นการลงทุนตามโครงการที่ได้รับการส่งเสริม จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้การส่งเสริม และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม ไม่ว่าเครื่องจักรนั้นจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามที่ได้รับหรือไม่ก็ตาม
หลักเกณฑ์และเงื่อนไข สามารถตรวจสอบได้จากบัตรส่งเสริมของแต่ละโครงการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดังนี้
- ต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ (กรณีอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า จะมีข้อความระบุในบัตรส่งเสริม)
- ต้องไม่เป็นเครื่องจักรที่ได้มาก่อนวันที่ยื่นคำขอรับการส่งเสริม
- ต้องเป็นเครื่องจักรตามกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับการส่งเสริม เป็นต้น
กรณีที่สอบถาม เครื่องจักรอากรขาเข้าเป็น 0 บริษัทจึงจะนำเข้าเครื่องจักรโดยไม่ใช้สิทธิตามมาตรา 28 หากเครื่องจักรนั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบายข้างต้น ก็ถือเป็นเครื่องจักรตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม สามารถนับกำลังผลิตรวมกับเครื่องจักรอื่นที่ใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าได้
1.1 ขอรับส่งเสริมเป็นโครงการใหม่ ประเภท 7.11 กิจการวิจัยและพัฒนา
ต้องเป็นการวิจัยพัฒนาจนถึงขั้นจดสิทธิบัตรใหม่ จากนั้นนำผลวิจัยพัฒนานั้นไปทำการผลิตเชิงพาณิชย์ โดยจะใช้กิจการโรงงานที่ดำเนินการอยู่เดิมก็ได้ รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลงานจาก R&D นี้ ถือเป็นรายได้ที่สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในโครงการ R&D จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี โดยไม่กำหนดวงเงินสูงสุด (ตามประเภท A1) https://www.boi.go.th/upload/Section7th_90697.pdf
1.2 ขอรับส่งเสริมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
เป็นการวิจัยพัฒนาหรือออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เช่น พัฒนาคุณสมบัติสินค้า หรือพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ หรือออกแบบกระบวนการผลิตสินค้าให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น ขอรับส่งเสริมตามประกาศ กกท ที่ 9/2560 เรื่อง มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต https://www.boi.go.th/upload/content/9_2560_10104.pdf และคำชี้แจง https://www.boi.go.th/upload/content/c8_2561_5bb7426f6bcda.pdf จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 3 ปี ไม่เกิน 50% ของมูลค่าเงินลงทุน R&D ต้องยื่นคำขอรับส่งเสริมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2563 โครงการเดิมที่จะขอปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ต้องไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี หรือสิ้นสุดสิทธิยกเว้นภาษีไปแล้ว
2. บัญชีนวัตกรรมไทยเป็นคนละมาตรการกัน ไม่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการลงทุนของ BOI บริษัทจะรับสิทธิทั้ง 2 มาตรการก็ไม่มีปัญหาอะไร
กรณีเป็นบริษัทต่างด้าว หากประกอบกิจการนอกเหนือจากที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI และเป็นกิจการที่ห้ามไว้ตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักบริการธุรกิจของคนต่างด้าว ก.พาณิชย์ ก่อน จึงจะดำเนินการได้
หากกิจการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ บริษัทจะต้องแยกบัญชีรายรับรายจ่ายส่วนที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม เพื่อให้สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้อย่างถูกต้อง แต่ก่อนจะถึงเรื่องการแยกบัญชี บริษัทต้องปฏิบัติตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ให้ถูกต้องเสียก่อน
ให้ยึดนามผู้โอนเป็นหลัก เช่น กรณีที่สอบถาม ผู้โอนอยู่กอง 4 ผู้รับโอนอยู่กอง 2 ก็ให้ยื่นเรื่องรวมกันที่กอง 4