Chat
x
toggle menu
toggle menu

Select Groups

All Group
  • All Group
  • นโยบายเเละมาตรการพิเศษในการส่งเสริม
  • การขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • การออกบัตรส่งเสริม
  • การเปิดดำเนินการ
  • การเเก้ไขโครงการ
  • การดำเนินการอื่น ๆ
  • การรายงานความคืบหน้าโครงการ (e-Monitoring)
  • การปฏิบัติหลังการได้รับการส่งเสริม
  • การยกเลิกบัตรส่งเสริม
  • เรื่องทั่วไป
  • การใช้สิทธิด้านที่ดิน
  • การใช้สิทธิด้านเครื่องจักร
  • การใช้สิทธิด้านช่างฝีมือ/ต่างด้าว
  • การใช้สิทธิด้านวัตถุดิบ
  • ประเภทกิจการ - การแพทย์
  • การใช้สิทธิด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ประเภทกิจการ - รถยนต์ไฟฟ้า
  • ประเภทกิจการ - ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) IPO และ TISO
  • ประเภทกิจการ - โรงแรม
  • ประเภทกิจการ - ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะรวมทั้งชิ้นส่วนโลหะ
  • ประเภทกิจการ - กิจการผลิตเครื่่องจักร อุุปกรณ์และชิ้นส่วน
  • ประเภทกิจการ - กิจการศูนย์กระจายสินค้าระหว่า ประเทศด้วยระบบที่่ทันสมัย (IDC)
สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรมีอะไรบ้าง

- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี (มาตรา 31)

- ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 (มาตรา 35 (1))

- ยกเว้น/ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร (มาตรา 28/29)

- ลดหย่อนอากรขาเข้าสำหรับวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็น (มาตรา 30)

- ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา (มาตรา 30/1)

- ให้หักค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เป็นสองเท่า (มาตรา 35 (2))

- ให้หักค่าติดตั้งหรือก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 (มาตรา 35 (3))

- ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นสำหรับการผลิตเพื่อการส่งออก (มาตรา 36)

การได้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขของโครงการที่ได้รับการส่งเสริม

กรณีที่บริษัทต่างชาติ 100% ขอ BOI ในเรื่องเฉพาะเรื่อง เช่น ธุรกิจซอฟท์แวร์ และได้รับสิทธิ์แล้ว บริษัทสามารถมีรายได้อื่นๆ ที่ไม่ใช่ BPI หรือ non-BOI ได้อีกไหม เช่น ค่าบริการ หรือค่านายหน้า ที่บริษัทบริการติดตั้งหรือจัดหาจัดวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อมาบริการลูกค้า และนำรายได้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปเสียภาษีตามปกติของบริษัทจดทะเบียนทั่วไป โดยแยกเล่มออกจาก BOI ได้ไหม

กรณีเป็นบริษัทต่างด้าว หากประกอบกิจการนอกเหนือจากที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI และเป็นกิจการที่ห้ามไว้ตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จะต้องได้รับอนุญาตจากสำนักบริการธุรกิจของคนต่างด้าว ก.พาณิชย์ ก่อน จึงจะดำเนินการได้

หากกิจการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ บริษัทจะต้องแยกบัญชีรายรับรายจ่ายส่วนที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม เพื่อให้สามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้อย่างถูกต้อง แต่ก่อนจะถึงเรื่องการแยกบัญชี บริษัทต้องปฏิบัติตาม พรบ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ให้ถูกต้องเสียก่อน

เรื่องการยื่นขอยกเว้นภาษีฯ คือ รอบปิดบัญชีบริษัทฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 ตามกำหนดแล้วบริษัทฯต้องยื่นขอใช้สิทธิขอยกเว้นภาษีฯ กับทางสำนักงานภายใน 120 วันหลังจากปิดรอบปีบัญชี บริษัทฯ สามารถยื่นหลัง 120 วันได้หรือเปล่า และถ้าได้ต้องไม่เกินกี่วัน

บริษัทมีหน้าที่ยื่นงบฯต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วัน หลังจากสิ้นรอบปีบัญชี BOI จึงกำหนดให้ต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษี ให้ BOI ตรวจสอบภายใน 120 วัน เพื่อให้ BOI ตรวจสอบเสร็จภายใน 30 วัน และบริษัทสามารถยื่นงบต่อสรรพากรได้ทันตามที่กฎหมายกำหนด แต่หากบริษัทจัดเตรียมเอกสารไม่ทัน จะยื่นแบบฯ ต่อ BOI เกินกว่า 120 วันก็ได้ แต่ก็เท่ากับว่าจะยื่นงบต่อสรรพากรไม่ทันตามที่กฎหมายกำหนด

ยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นย้อนหลัง เพราะบริษัทฯ ไม่ยื่นขอยกเว้นมาก่อน แต่ปีนี้จะยื่นรอบปีบัญชี 57 ช่วงปี'56 บริษัทฯ ไม่ได้ยื่น กรณีนี้บริษัทฯ ขอยื่นย้อนหลังได้รึเปล่า

สามารถยื่นขอแก้ไขย้อนหลังได้ เช่น บางรอบปีอาจยื่นแบบ ภงด โดยใช้สิทธิยกเว้นภาษี ต่อสรรพากร แต่ลืมยื่นแบบขอใช้สิทธิต่อ BOI ก็สามารถยื่นแบบขอใช้สิทธิย้อนหลังของรอบปีนั้น

มีความต้องการยื่นขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งทางบริษัทโหลด "แบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล" มาแล้วแต่ไม่ทราบว่าต้องกรอกข้อไหนอย่างไรบ้าง และเอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นเอกสารมีอะไรบ้าง

1.การกรอกข้อมูลในแบบคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สามารถอ่านรายละเอียดจากคำอธิบายในแบบคำขอ และศึกษาหลักเกณฑ์จากประกาศที่เกี่ยวข้อง (หมวดประกาศ BOI และเลือกหมวดหมู่ภาษีเงินได้) หรืออาจเข้าฝึกอบรมหลักสูตรการใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่จัดโดยสมาคมสโมสรนักลงทุน (หมวดปฏิทินหลักสูตรฝึกอบรม )

2.เอกสารที่ใช้ประกอบการยื่นคือ

- ใบตรวจเอกสาร F PM CL 01

- แบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินไดนิติบุคคล F PM TA 01

- แบบรายงานของผูสอบบัญชีรับอนุญาต ตามประกาศ ป.2/2559

ขอเพิ่มเติมข้อมูล

1. BOI มีประกาศ ที่ ป.3/2559 ให้ผู้ได้รับส่งเสริมที่จะยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ สามารถยื่นขอใช้สิทธิฯผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2559 โดย BOI จะยกเลิกการรับคำขอที่เป็นกระดาษตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

2. การยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ ยื่นได้ที่ https://etax.boi.go.th/ โดยใช้ username และ password เดียวกับระบบ doctracking และ ตส.310

3. การยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ทางอิเล็กทรอนิกส์ จะต้องคีย์ข้อมูลในระบบ และจะต้องแนบรายงานผลการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีตามที่ BOI กำหนด (ปัจจุบันกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีตรวจสอบสำหรับผู้สอบบัญชี ตามประกาศที่ ป.2/2559)

อยากทราบว่าการยื่นแบบขอใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2559 ต้องยื่นออนไลน์ หรือเปเปอร์ ได้ยินมาว่าต้องยืนออนไลน์เท่านั้น และถ้าต้องยื่นออนไลน์ต้องปฏิบัติอย่างไร

ตามประกาศ ป.3/2559 สามารถยื่นคำขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในรูปแบบเดิม (กระดาษ) ได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 แต่เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นภายหลังจากการยกเลิกคำขอที่เป็นกระดาษ BOI จึงขอความร่วมมือให้ผู้ได้รับส่งเสริมยื่นคำขอใช้สิทธิผ่านระบบ e-Tax ตั้งแต่ปีนี้

เรื่องระยะเวลาการยื่นขอใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของปี 2559 อย่างช้าที่สุดวันไหน

1.การยื่นขอใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้ ต้องยื่นภายใน 120 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดย BOI จะตรวจสอบและแจ้งยืนยันการใช้สิทธิให้กับบริษัททราบ เพื่อให้บริษัทสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ในการยื่นต่อกรมสรรพากรภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

2.การยื่นขอใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้ เกินกว่า 120 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ก็สามารถทำได้ แต่จะทำให้บริษัทไม่สามารถยื่นต่อสรรพากรได้ภายในกำหนด 150 วัน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบของบริษัทเอง

ถ้าในปี 2559 งบมีกำไร แต่ไม่ได้ทำการยื่นงบ BOI โดยใช้สิทธิขาดทุนสะสม ถ้าในปี 2560 ต้องการใช้สิทธิ BOI ต้องยื่นงบของปี 2559 ย้อนหลังก่อนหรือไม่ หรือสามารถยื่นงบ 2560 ได้เลย

1.การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 เริ่มนับตั้งแต่วันที่บริษัทมีรายได้ครั้งแรกตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ไม่ว่าบริษัทจะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ของรอบปีนั้นหรือไม่ก็ตาม

2.สมมุติว่าบริษัทเริ่มมีรายได้ครั้งแรกในปี 2558 และรอบปีนั้นขาดทุนสะสม ต่อมาในปี 2559 บริษัทมีกำไร แต่ไม่ได้ยื่นใช้สิทธิยกเว้นภาษี โดยใช้การหักลบขาดทุนสะสม และในปี 2560 บริษัทมีกำไร

2.1 บริษัทจะยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีตั้งแต่รอบปี 2560 เป็นต้นไปก็ได้ แต่ระยะเวลาการใช้สิทธิจะเริ่มนับตั้งแต่ปี 2558 หรือ

2.2 บริษัทอาจยื่นแก้ไขงบปี 2559 และยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีของรอบปี 2559 ก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบของกรมสรรพากร

หากบริษัทมียอดขายจากผลพลอยได้ ในแบบคำขอใช้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องกรอกรายละเอียดการผลิตและการจำหน่ายของผลิตภัณฑ์หรือไม่ (หน้า 5/7)
ต้องกรอกรายละเอียดการผลิตและการจำหน่ายของผลิตภัณฑ์ด้วย (หน้า 5/7)
หากบริษัทขาดทุนและต้องการใช้สิทธินำผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปหักจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นภายหลังระยะเวลาได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีกำหนดเวลาไม่เกิน 5 ปีนับแต่พ้นกำหนดเวลานั้น ถามว่า 1. บริษัทต้องยื่นแบบคำขอใช้สิทธิสำหรับปี 2560 เพื่อที่ใช้สิทธิผลขาดทุน หรือไม่ 2. บริษัทมีผลขาดทุนในปี 2559 และ 2560 แต่ปี 2559 ไม่ได้ยื่นขอใช้สิทธิ จะสามารถนำผลขาดทุนในปี 2559 ไปใช้ได้หรือไม่ 3. ข้อความที่กล่าวในบัตรส่งเสริมการลงทุนว่า "ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลมีกำหนดเวลาไม่เกิน 5 ปีนับแต่พ้นกำหนดเวลานั้น" หมายความว่าใช้ผลขาดทุนไปได้ต่ออีก 5 ปีหลังจากวันสิ้นสุดของบัตรลงทุนใช่หรือไม่

1.-2. กรณีมีผลขาดทุน ไม่ต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีในรอบปีนั้นๆ

3. หมายความว่า ให้นำผลขาดทุนในช่วงเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษี ไปหักจากปีที่มีกำไรหลังจากสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษี มีกำหนดไม่เกิน 5 ปี โดยจะเลือกหักจากปีใดปีหนึ่งก็ได้ เช่น บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี แต่มีผลขาดทุนในปีที่ 1, 2 และ 3 กรณีนี้บริษัทสามารถนำผลขาดทุนของปีที่ 1-3 ไปหักจากกำไรสุทธิของปีที่ 9-13 ได้

"กรณีนี้บริษัทสามารถนำผลขาดทุนของปีที่ 1-3 ไปหักจากกำไรสุทธิของปีที่ 9-13 ได้" 1. เช่น สมมุติบริษัท ได้สิทธิยกเว้นภาษี 8 ปี รวม 100 ล้านบาท ปีที่ 1-3 ขาดทุนรวม 10 ล้าน ปีที่ 4-8 ได้กำไร 70 ล้าน บริษัทใช้สิทธิยกเว้นภาษีไปทั้งหมด 70 ล้าน เหลือวงเงิน 30 ล้าน ต่อมา ปีที่ 9 ได้กำไร 15 ล้าน จริงๆ ต้องชำระภาษีเต็มจำนวน แต่ ได้สิทธิ 31 วรรค 4 เลยเอาขาดทุนปีที่ 1-3 ไปหักลบ 10 ล้าน เหลือต้องชำระภาษี 5 ล้าน แบบนี้ถูกต้องไหม 2. กรณีนี้บริษัท ต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิไปที่ BOI ให้อนุมัติก่อน (ยื่นเหมือนกรณีปกติ) หรือไม่
1.เข้าใจถูกต้องแล้ว

2.การนำผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ไปหักจากกำไรสุทธิหลังจากสิ้นสุดสิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้ ไม่ถือเป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล จึงไม่ต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีต่อ BOI

สามารถยื่นเรื่องไปที่ สรรพากรได้เลยใช่ไหม

แสดงตัวเลขผลขาดทุนของกิจการที่ได้รับส่งเสริมมาตั้งแต่ปีแรก ซึ่งเมื่อสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้ตามสิทธิมาตรา 31 ก็สามารถนำผลขาดทุนสะสมดังกล่าวไปหักจากกำไรสุทธิในปีหลังจากสิ้นสุดสิทธิยกเว้นภาษี

บริษัทได้รับการส่งเสริมบัตรใหม่ ซึ่งมี 2 ผลิตภัณฑ์และ 1 ในผลิตภัณฑ์นั้นผลิตเพื่อส่งต่อให้กับบัตรอื่นๆ จึงทำให้ไม่มีกำไรจากการขาย ตามความเข้าใจของบริษัท บัตรนี้จะต้องขาดทุนตลอดไปใช่หรือไม่

กรณีการขายสินค้าในบริษัทเดียวกัน เช่น บัตรที่ 1 ผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ขายให้บัตรที่ 2 ผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูป เท่าที่ทราบคือ การซื้อขายในบริษัทเดียวกัน จะต้องลงบัญชีเป็นการซื้อขายในราคาต้นทุน คือบัตรที่ 1 จะต้องขายในราคาต้นทุนให้กับบัตรที่ 2 ดังนั้น บัตรที่ 1 จึงจะไม่มีกำไรที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในส่วนนี้

ส่วนบัตรที่ 2 เป็นการจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทอื่น จึงสามารถใช้สิทธิได้ตามปกติ (ส่งผลให้กำไรในส่วนที่ควรเป็นของบัตรที่ 1 ถูกรวมเป็นกำไรของบัตรที่ 2 เนื่องจากซื้อขายกันในราคาต้นทุน)

เนื่องจากข้อสอบถาม ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายของ BOI จึงขอให้ตรวจสอบข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น ผู้สอบบัญชี หรือกรมสรรพากร อีกครั้งหนึ่ง

นำเข้าวัตถุดิบมาผลิตในกิจการที่ได้ส่งเสริมการลงทุน ชำระเงินแล้วมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรดังกล่าว ถือเป็นรายได้ที่ได้รับส่งเสริมหรือไม่

ถือว่าเป็น กำไรจากการปริวรรตเงินตรา ซึ่งเกิดจากการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนโดยตรง เช่น จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ หรือจากการนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ ตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ถือเป็นรายได้ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ในข่ายรายได้อย่างอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจาก BOI และสรรพากร ตามข้อ 2.4 ของประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530

ประกาศกรมสรรพากร ลงวันที่ 2 กพ 2530 : http://www.rd.go.th/publish/3537.0.html

ตัวอย่างคำตอบข้อหารือกรมสรรพากร (1) : http://www.rd.go.th/publish/23061.0.html

ตัวอย่างคำตอบข้อหารือกรมสรรพากร (2) : http://www.rd.go.th/publish/25229.0.html

ก่อนยื่นแบบภงด.50 ในแต่ละปี ต้องยื่นแบบคำขอใช้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (F PM TA 01-01) ภายใน 120 วัน และได้รับอนุมัติจาก BOI ก่อนถึงจะใช้สิทธิยกเว้นภาษีได้ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ได้ยื่นแบบ หมายถึงปีนั้นต้องสละสิทธิ์ ด้านภาษีหรือไม่ อย่างไร

1. ต้องยื่นแบบขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีต่อ BOI ภายใน 120 วัน เพื่อให้ทันกำหนดที่บริษัทจะต้องยื่น ภงด จึงจะสามารถใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบปีนั้นได้

2. หากยื่นหลังจาก 120 วัน BOI จะตรวจสอบไม่ทันกำหนดที่บริษัทจะต้องยื่น ภงด แต่บริษัทยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีในรอบปีนั้น (หากยังอยู่ในช่วงที่ได้รับสิทธิ ม.31) เพียงแต่บริษัทอาจต้องยื่น ภงด ช้า หรืออาจต้องขอแก้ไข ภงด ที่ยื่นไปแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องของบริษัทกับสรรพากร

บริษัทซื้อ Program ใช้ในกิจการ IPO แต่มีกิจการอื่นใช้ร่วมด้วยเป็นบ้างครั้ง กรณีนี้ถือว่านับเป็นเงินลงทุนของกิจการ IPO ได้รึเปล่า

ซอฟต์แวร์ สามารถนับเป็นขนาดการลงทุนในข่ายเครื่องจักร ในกิจการ IPO/ITC ได้ แต่หากมีการใช้ร่วมกับโครงการอื่น จะต้องปันส่วนมูลค่าการลงทุน ตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ตามสัดส่วนยอดขาย เป็นต้น

ในกรณีที่บริษัทเป็นกิจการผลิตสินค้าอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ IPO/ITC) และซื้อซอฟต์แวร์ มาใช้ในกิจการ (งานด้านคลังสินค้า , การผลิต และงานบัญชีเป็นต้น) สามารถนับรวมเป็นวางเงินลงทุนของโครงการได้หรือไม่
ซอฟต์แวร์ตามที่สอบถาม ปกติจะพิจารณาเป็นสินทรัพย์อื่นๆ

1.กรณีเป็นโครงการริเริ่ม (คือมีกิจการที่ประกอบการอยู่เพียงกิจการเดียวและได้รับการส่งเสริม) จะนับมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ

2.กรณีเป็นโครงการขยาย (คือมีกิจการอื่นที่ประกอบการอยู่แล้วไม่ว่าจะได้รับส่งเสริมหรือไม่ก็ตาม) จะไม่นับมูลค่าสินทรัพย์อื่นๆเป็นขนาดการลงทุนของโครงการ

สินทรัพย์ที่จะนำมารวม Cap วงเงินภาษี นอกจากเครื่องจักรแล้ว การลงทุนในส่วนอื่น หรือสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการ สามารถนำมารวมใน Cap วงเงินด้วยกันได้หรือไม่

สินทรัพย์ที่จะนับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (การ cap วงเงิน) หากเป็นโครงการริเริ่ม (คือเป็นกิจการแรกที่บริษัทเริ่มประกอบการ) จะนับรวมทรัพย์สินอื่นๆ ได้แก่ อุปกรณ์สำนักงาน และยานพาหนะ ได้ แต่หากเป็นโครงการขยาย (คือเคยประกอบธุรกิจอื่นอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะได้รับส่งเสริมจาก BOI หรือไม่ก็ตาม) จะไม่สามารถนำทรัพย์สินอื่นๆ มานับรวมเป็นขนาดการลงทุนเพื่อ cap วงเงิน รายละเอียดศึกษาเพิ่มเติมจาก http://www.faq108.co.th/boi/tax/amount.php

การ Cap วงเงินจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ อุปกรณ์ในที่นี้จะรวมถึงโต๊ะที่ใช้ในการผลิตด้วยไหม เนื่องจาก กิจการของบริษัทจะต้องมีโต๊ะที่ใช้ในการทำกิจกรรมในด้านการผลิต เช่น ผสม ประกอบ เป็นต้นเลยไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายอุปกรณ์ด้วยหรือไม่ หรือสามารถนำมา Cap วงเงินได้หรือไม่

1. BOI กำหนดนิยามของเครื่องจักรไว้ตาม ประกาศ ที่ ป.1/2546 ซึ่งครอบคลุมค่อนข้างกว้าง โต๊ะที่ใช้ในขั้นตอนการผลิต ผสม ประกอบ สามารถจัดเป็น "เครื่องใช้" ตามนิยามของประกาศ จึงสามารถขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร เพื่อใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตาม ม.28 ได้ แต่จะต้องไม่เป็นรายการที่สามารถผลิตได้ในประเทศ

2. กรณีการคำนวณวงเงินลงทุนเพื่อกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ใช้แนวทางเดียวกัน หากเป็นโต๊ะที่ใช้สนับสนุนกรรมวิธีการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ ตามนิยามในประกาศ ก็สามารถนับเป็นมูลค่าการลงทุนในข่ายเครื่องจักรได้

ในกรณีที่บริษัทขอรับการส่งเสริม เช่น ผลิตภัณฑ์ A จำนวน 1000 ตัน/ปี วงเงินลงทุน 30 ล้านบาท ที่ได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่เมื่อดำเนินการจริง กำลังการผลิตที่ได้คือ ผลิตภัณฑ์ A จำนวน 1000 ตัน/ปี เงินลงทุนจริงในโครงการทั้งสิ้น 200 ล้านบาท (เป็นข้อผิดพลาดในการคำนวณการลงทุนในขั้นตอนการขอรับการส่งเสริม) คำถามคือ ... ในการเปิดดำเนินการจะอนุมัติวงเงินลงทุนให้แบบไหน 30 ล้านบาทตามคำขอ หรือ 200 ล้านบาท ตามที่ลงทุนจริง

กรณีที่สอบถาม กำลังผลิตที่ตรวจสอบพบ เท่าที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม ดังนั้น การเปิดดำเนินการ จึงจะปรับมูลค่าการลงทุนให้เป็นไปตามจริง คือ 200 ล้านบาท

ขออภัยครับ ไม่มีข้อมูลส่วนนี้ ในภาษาที่ท่านเลือก !

Sorry, There is no information support your selected language !

Download และ ติดตั้งโปรแกรมอ่าน PDF

Download PDF Reader

Site map