ระบบฯ ไม่มีการส่งอีเมลตอบกลับ ทั้งนี้ หากระบบฯ ขึ้นว่าได้ ‘ส่งข้อมูลแล้ว ณ วันที่ ...’ ถือว่าบริษัทได้ส่งรายงานมายังสำนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
1.การขยายเวลาเปิดดำเนินการ มี 2 วิธีคือ
1) ขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรพร้อมกับขยายเวลาเปิดดำเนินการ- ยื่นขยายได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี
- ต้องยื่นขยายเวลาเครื่องจักรผ่านระบบ eMT โดยจะได้รับการขยายเวลาเครื่องจักรไปพร้อมกัน หลังจากนั้นจึงนำบัตรส่งเสริมไปแก้ไข
- กิจการที่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรตลอดไป ไม่สามาถยื่นขอขยายเวลาเปิดดำเนินการด้วยวิธีนี้
2) ขยายเวลาการเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว- ต้องยื่นคำร้องเป็นเอกสารต่อ BOI
- หากยื่นขยายเวลาโดยวิธีนี้ จะไม่สามารถยื่นขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรตามข้อ 1) ได้อีก
การยื่นขยายเวลาการเปิดดำเนินการ ควรยื่นก่อนครบกำหนดเปิดดำเนินการ แต่หากครบกำหนดเปิดดำเนินการไปแล้ว ก็ยังสามารถยื่นขยายเวลาเปิดดำเนินการได้ การขยายเวลาเปิดดำเนินการ กำหนดระยะเวลาพิจารณา 36 วันทำการ 2.การยื่นขอเปิดดำเนินการ- หากยังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ แต่บริษัทต้องการยื่นเปิดดำเนินการครบตามโครงการ จะยื่นเมื่อไรก็ได้
- การขยายเวลาเปิดดำเนินการ กำหนดระยะเวลาพิจารณา 45 วันทำการ
บัตรที่ 1 ตั้งอยู่ที่จังหวัด A
บัตรที่ 2 ตั้งอยู่ที่จังหวัด B (กำลังสร้างโรงงาน) แต่นำเครื่องจักรเข้ามาแล้ว
เงื่อนไขการใช้สิทธิในบัตรส่งเสริมคือ เครื่องจักรที่นำเข้ามาโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้า จะต้องใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมเท่านั้น ดังนั้น การจะนำเครื่องจักรของบัตรที่ 2 ไปติดตั้งใช้งานในสถานที่อื่น ย่อมทำไม่ได้ ส่วนการไปเก็บนอกสถานที่ (กรณีนี้คือคนละจังหวัด) ควรต้องได้รับอนุญาตจาก BOI ก่อน รวมทั้งการนำไป test-run ในอีกโครงการหนึ่งคนละจังหวัด ยิ่งตรวจสอบได้ยากว่า ทำเพียง test-run หรือใช้ผลิตจริง จึงควรต้องขออนุญาตเช่นกัน
ให้ตรวจสอบเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม เงื่อนไขเฉพาะโครงการ ข้อ 1 จะระบุข้อความว่า เครื่องจักรที่ใช้ในกิจการที่ได้รับส่งเสริมจะต้องเป็นเครื่องจักรใหม่ แปลว่า ไม่ว่าจะซื้อเครื่องจักรในประเทศหรือนำเข้าจากต่างประเทศ และไม่ว่าจะใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าหรือชำระอากรขาเข้าก็ตาม เครื่องจักรที่ใช้ในโครงการต้องเป็นเครื่องจักรใหม่เท่านั้น
--------------------------------------------------------------------------------
บัตรส่งเสริมบางฉบับ อาจมีการระบุเงื่อนไขต่อจากนั้นว่า
ในกรณีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่า เครื่องจักรที่ได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้า จะต้องเป็นเครื่องจักรที่ผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 25xx จะต้องให้สถาบันที่เชื่อถือได้รับรองประสิทธิภาพและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน แปลว่า โครงการตามบัตรส่งเสริมนี้ สามารถใช้เครื่องจักรเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ โดยต้องผลิตไม่เกินปี 25xx ตามที่กำหนด และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าตามที่ BOI กำหนด
--------------------------------------------------------------------------------
หากบริษัทนำเครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี มาใช้ในโครงการ โดยในบัตรส่งเสริมไม่มีเงื่อนไขอนุญาตไว้ ถือเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไข จึงจะใช้เครื่องจักรนั้นในโครงการไม่ได้ ไม่ว่าจะชำระภาษีอากรเข้ามาเองก็ตาม กรณีนี้ จะต้องยื่นแก้ไขโครงการ เพื่อขอใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปี หากได้รับอนุมัติ จึงจะใช้เครื่องจักรเก่าเกิน 10 ปีนั้นได้ แต่จะไม่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า และต้องมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่า
- หนังสือบริษัทแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกบัตรส่งเสริม
- สำเนาบัตรส่งเสริม
- สำเนาใบอนุญาตเปิดดำเนินการ (ถ้ามี)
- เอกสารแนบเพื่อแสดงการใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ (ถ้ามี) เช่น ช่างฝีมือ ที่ดิน เครื่องจักร วัตถุดิบ ภาษีเงินได้ ว่าได้ใช้สิทธิอะไรไปบ้าง และได้เคลียร์ภาระการใช้สิทธิต่างๆเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่อย่างไร เป็นต้น
1.การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 เริ่มนับตั้งแต่วันที่บริษัทมีรายได้ครั้งแรกตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม ไม่ว่าบริษัทจะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ของรอบปีนั้นหรือไม่ก็ตาม
2.สมมุติว่าบริษัทเริ่มมีรายได้ครั้งแรกในปี 2558 และรอบปีนั้นขาดทุนสะสม ต่อมาในปี 2559 บริษัทมีกำไร แต่ไม่ได้ยื่นใช้สิทธิยกเว้นภาษี โดยใช้การหักลบขาดทุนสะสม และในปี 2560 บริษัทมีกำไร
2.1 บริษัทจะยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีตั้งแต่รอบปี 2560 เป็นต้นไปก็ได้ แต่ระยะเวลาการใช้สิทธิจะเริ่มนับตั้งแต่ปี 2558 หรือ
2.2 บริษัทอาจยื่นแก้ไขงบปี 2559 และยื่นขอใช้สิทธิยกเว้นภาษีของรอบปี 2559 ก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบของกรมสรรพากร
โครงการที่ได้รับส่งเสริมแล้ว และอยากจะขอรับส่งเสริมตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพฯ โครงการนั้นจะต้องสิ้นสุดแล้วทั้ง มาตรา 31 และ 35(1) จึงจะขอรับการส่งเสริมได้ ทั้งนี้หากจะยกเลิกโครงการก่อนก็สามารถทำได้ แต่อาจจะได้สิทธิภาษีจากมาตรการปรับปรุงฯ ไม่คุ้มกับการเสียสิทธิด้านภาษีเดิมที่มีอยู่
กรมสรรพากรยุติการอนุมัติให้เป็น IHQ หรือ ITC และประกาศให้ส่งเสริมกิจการ IBC ซึ่งมีเงื่อนไขเข้มงวดมากขี้น หากต้องการขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับกรมสรรพากร จะต้องเปลี่ยนมาขอรับการส่งเสริม IBC แทน
การให้บริการวิสาหกิจในเครือในประเภท 7.34 IBC ตามขอบข่ายที่ 1.1 – 1.10 จะต้องให้บริการวิสาหกิจในเครือที่อยู่ต่างประเทศอย่างน้อย 1 ประเทศ และจะให้บริการวิสาหกิจในเครือในประเทศด้วยก็ได้
BOI ไม่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดว่าผู้ได้รับส่งเสริมจะต้องเก็บรักษาเอกสารใดบ้างไว้เป็นเวลาเท่าใด แต่มีระเบียบปฏิบัติภายในว่า BOI จะเก็บเอกสารในการอนุมัติงานในแต่ละประเภทเป็นเวลานานเท่าใด
ดังนั้น หากผู้ได้รับส่งเสริมเห็นว่าเอกสารบางชนิดที่ได้รับอนุมัติแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บรักษาต่อไป และต้องการจะทำลาย ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ได้รับส่งเสริมเอง
แต่หากมีการทำลายไป และพ้นระยะเวลาที่ BOI เก็บรักษาเอกสารนั้นไว้ตามระเบียบแล้ว ผู้ได้รับส่งเสริมจะขอคัดสำเนาเอกสารดังกล่าวจาก BOI อีกไม่ได้
1.กรณียังไม่ครบกำหนดเปิดดำเนินการ
-หากเปิดดำเนินการไม่ได้ จะเป็นการขัดต่อเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม ซึ่งต้องชำระภาษีอากรเครื่องจักรตามสภาพ ณ วันนำเข้า
2.กรณีครบกำหนดเปิดดำเนินการแล้ว และไม่สามารถขอขยายเวลาเปิดดำเนินการได้อีก
-สามารถขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศ (ไม่มีภาระภาษี) หรือขอจำหน่ายในประเทศ (มีภาระอากรขาเข้าตามสภาพ ณ วันอนุมัติให้จำหน่าย) โดยการขอส่งคืนเครื่องจักรไปต่างประเทศและการขอจำหน่ายเครื่องจักร ให้ยื่นคำร้องผ่านระบบ eMT
ในเบื้องต้นจะดูจากวุฒิการศึกษา และตำแหน่งงานรวมถึงลักษณะงานที่ทำในโครงการ IBC และจะตรวจสอบทุกครั้งที่มีการใช้สิทธิประโยชน์
ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท หากยังคงเป็นกิจการ IHQ สามารถใช้สิทธิและโยชน์ทางด้านภาษีในปัจจุบันต่อไปถึงระยะเวลาที่กำหนด (15 รอบปีบัญชี)
1. มาตรการสนับสนุนการฝึกอบรม ตามมาตรการบีโอไอ THAILAND PLUS สามารถดูรายละเอียดได้จาก ประกาศ กกท ที่ 5/2562
2. เนื่องจากในประกาศไม่ได้มีข้อกำหนดห้าม จึงเข้าใจว่าสามารถฝึกอบรมและใช้สิทธิทั้ง 2 แบบ ควบคู่กัน
3. หลักสูตรการฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ครอบคลุมถึงหลักสูตรเทคโนโลยีขั้นสูงหรือทักษะพิเศษที่เป็นเป้าหมาย ซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หรือจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ซึ่งสามารถติดต่อขอรายละเอียดหลักสูตรจากหน่วยงานดังกล่าวได้
การยกเลิกบัตรส่งเสริม หากยังไม่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว ควรต้องเปิดดำเนินการให้ได้ก่อน มิฉะนั้นอาจถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริม และถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังเสมือนไม่เคยได้รับส่งเสริมมาก่อน แต่การยกเลิกบัตรส่งเสริมหลังจากที่ได้รับอนุญาตเปิดดำเนินการแล้ว ปกติจะตรวจสอบจากเอกสาร โดยอาจไม่ต้องไปตรวจสอบโรงงาน การยกเลิกบัตรส่งเสริม จะพิจารณาว่าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิ มีภาระภาษีที่ต้องเรียกคืนหรือไม่ จึงควรแนบหลักฐานการใช้สิทธิวัตถุดิบ (MML) และบัญชีรายการเครื่องจักรเข้าไปด้วย
การจะนำเครื่องจักรเก่ามาใช้ในโครงการ ต้องเป็นกรณีที่บัตรส่งเสริมกำหนดเงื่อนไขอนุญาตให้ใช้เครื่องจักรเก่าเท่านั้น
การนำเครื่องจักรเก่าเข้ามาโดยชำระภาษีเอง เนื่องจากสิ้นสุดระยะเวลานำเข้าเครื่องจักรแล้ว สามารถทำได้แต่เครื่องจักรเก่านั้นตรงกับเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม และมีใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าตามเงื่อนไขที่กำหนดด้วย
การขอนำเครื่องจักรไปเก็บนอกสถานที่ ปกติจะยื่นหลังจากนำเข้าเครื่องจักรมาแล้ว โดยต้องระบุรายละเอียดเลขที่หนังสืออนุมัติสั่งปล่อยเครื่องจักรรายการนั้นด้วย แต่ถ้าจะขออนุญาตก่อนนำเข้า ไม่เคยได้ยินว่ามีการอนุญาตเช่นนั้น รวมถึงการ test-run ก็เช่นกัน เพราะการ test-run อาจทำการผลิตเสมือนจริง และของที่ผลิตได้ อาจจะสามารถจำหน่ายเป็นสินค้าก็เป็นไปได้ กรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง เพราะความเห็นของเจ้าหน้าที่แต่ละคนน่าจะต่างกัน
- ขั้นตอนฉีดพลาสติก
- ขั้นตอนประกอบ
- ขั้นตอนตรวจสอบ
ให้คำนวณ Cycle Time ในการผลิตของ 3 ขั้นตอนนี้ ขั้นตอนที่มี Cycle Time สูงที่สุด จะเป็นตัวกำหนดกำลังผลิตของโครงการ (Bottle Neck)สามารถแก้ไขข้อมูลได้ ถ้ายังไม่ได้กดปุ่ม ‘ส่งข้อมูล’ แต่หากส่งข้อมูลแล้ว โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 1-7 หรือกองบริหารการลงทุน 1-5 เพื่อดำเนินการส่งข้อมูลคืนให้แก้ไข ทั้งนี้ เมื่อแก้ไขแล้ว ต้องกดปุ่ม ‘ส่งข้อมูล’ อีกครั้ง