สามารถทำได้ โดยที่โครงการที่จะขอแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ ต้องเป็นโครงการที่ยังไม่เปิดดำเนินการ และต้องเป็นประเภทกิจการที่สำนักงานให้การส่งเสริมการลงทุนอยู่ในปัจจุบัน จะมีผลตั้งแต่วันที่บริษัทยื่นแบบคำขอแก้ไขโครงการ โดยการแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ แบ่งได้ 3 กรณีดังนี้
- การขอแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ โดยไม่มีการลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม
- การขอแก้ไขชนิดผลิตภัณฑ์ โดยการลงทุนเครื่องจักรเพิ่ม
- การยกเลิกผลิตภัณฑ์ จะต้องไม่ทำให้สาระสำคัญของโครงการขัดต่อหลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ หากการยกเลิกผลิตภัณฑ์ทำให้สาระสำคัญไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จะพิจารณายกเลิกบัตรส่งเสริม
1. การนำสินค้าเข้ามาจากเขตปลอดอากรเพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยสำแดงราคาต่ำ เป็นความผิดทางศุลกากร ซึ่งกรณีนี้เข้าใจว่าไม่ได้ใช้สิทธินำเข้าจาก BOI จึงไม่เกี่ยวข้องกับในส่วน BOI
2. การนำสินค้าที่บริษัทส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ กลับมาเข้าซ่อมแซม เพื่อส่งกลับออกไปอีกครั้งหนึ่ง สามารถใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตาม ม.36(1) ได้ แต่ต้องเป็นสินค้าที่สามารถซ่อมได้ กรณีที่ซ่อมไม่ได้ และไม่สามารถส่งกลับออกไปได้ บริษัทจะต้องยื่นขอชำระภาษีอากร หรือจะต้องขออนุมัติทำลายและชำระภาษีเศษซากหลังทำลาย ฯลฯ ตามหลักเกณฑ์ที่ BOI กำหนด
กรณีที่สอบถาม บริษัทนำสินค้ากลับเข้ามาซ่อมแซมโดยใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากร แต่ไม่ได้ส่งออก และไม่ได้ขอชำระภาษีหรือขอทำลาย แต่นำไปจำหน่ายในประเทศ จึงมีความผิดตามกฎหมายศุลกากร
ตอบคำถามดังนี้
1. บริษัทใช้สิทธิยกเว้นภาษีอากรสินค้าที่นำกลับเข้ามาซ่อม แต่ต่อมากระทำผิด และได้ชำระภาษีอากรและค่าปรับต่อกรมศุลกากรไปแล้ว
ดังนั้น ยอด balance ที่ใช้สิทธินำเข้ากับ BOI จึงสามารถปรับยอดให้เป็น 0 ได้ แต่กรณีนี้ไม่มีแบบฟอร์มในการยื่น จึงให้บริษัทร่างหนังสือขึ้นมาเอง โดยมีสาระสำคัญคือ
เรื่อง การขอปรับยอดวัตถุดิบ (กรณีนี้คือสินค้าที่นำกลับเข้ามาซ่อม แต่ใช้คำว่าวัตถุดิบนี้ได้)
ชี้แจงเหตุผลว่า ได้มีการใช้สิทธินำเข้าสินค้ากลับเข้ามาซ่อมแซมคือ ... จำนวน ... ตามหนังสือสั่งปล่อยที่ นร.. วันที่ .. แต่ต่อมาได้มีการชำระภาษีอากรและเบี้ยปรับ ตามใบขนที่ .. ใบเสร็จรับเงินที่ ... จึงขอปรับยอด ... จำนวน ... และทำตารางสรุปรายการที่จะขอปรับยอดแนบไปด้วย
แนบสำเนาหนังสือสั่งปล่อย / อินวอยซ์และใบขนขาเข้า / ใบเสร็จชำระภาษี / ใบขนชำระภาษี ตอนที่ยื่น ควรชี้แจงกับ จนท ก่อน โดย จนท อาจให้แก้ไขเอกสารหรือเตรียมเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เมื่อ BOI อนุมัติให้ปรับยอดแล้ว จึงนำหนังสืออนุมัติและไฟล์ ADJUST ไปยื่นปรับยอดที่ IC ต่อไป
2. การขอคัดสำเนาใบขนสินค้า เท่าที่ทราบคือ ต้องไปเขียนคำร้องและยื่นเรื่องที่ด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือส่งออกสินค้าตามใบขนนั้นๆ
คำถามนี้ไม่เกี่ยวกับ BOI น่าจะสอบถามกับชิปปิ้งหรือกรมศุลกากรโดยตรง
ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตาม พรบ BOI และได้รับการค้ำ vat และถอนค้ำ vat (คือไม่ต้องเสีย vat) ตามประกาศกรมสรรพากร
การกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับทุนจดทะเบียน หรือการเรียกชำระทุนจดทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในบัตรส่งเสริม หากท่านไม่สามารถดำเนินการได้ตามบัตรส่งเสริม และท่านจะยื่นขอแก้ไขเงื่อนไขทุนจดทะเบียนให้สำนักงานพิจารณา ตามแนวทางเบื้องต้น สามารถทำได้ดังนี้
หากบัตรส่งเสริมการลงทุนกำหนดเงื่อนไขทุนจดทะเบียนสูงเกินความจำเป็นที่ต้องใช้ในโครงการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริม จะอนุญาตให้แก้ไขโครงการเพื่อลดทุนจดทะเบียนหรือลดทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าหลักเกณฑ์ข้างต้นที่กำหนด
หากลดทุนจดทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหาขาดทุนสะสม หรือลดทุนจดทะเบียนเพื่อชำระคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น สำนักงานจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป
ไม่ทราบว่าบริษัท A สามารถให้บริษัท B เช่าพื้นที่เพื่อประกอบกิจการไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมดได้หรือไม่
A ต้องขออนุญาตใช้ที่ดินที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 27 (รวมไม่เกิน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด) ให้ B เช่าใช้เพื่อสนับสนุนกิจการที่ได้รับส่งเสริมของ A
เงื่อนไขเฉพาะโครงการเรื่อง ISO ของบริษัท
“จะต้องดำเนินการให้ได้รับใบรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 หรือ ISO 14000 หรือมาตรฐานสากลอื่นที่เทียบเท่า ภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันครบเปิดดำเนินการ หากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จะถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 1 ปี”
ตามเงื่อนไขกำหนดไว้ 2 ปี นับแต่วันครบเปิดดำเนินการ วันครบเปิดดำเนินการในที่นี้ คือ ทางบริษัทต้องยื่นขอเปิดดำเนินการเต็มโครงการกับสำนักงานฯ ภายใน 36 เดือน นับแต่วันที่บัตรออก ซึ่งคือวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 หมายความว่า วันเปิดดำเนินการเต็มโครงการวันสุดท้ายของบริษัทคือวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564
การเปิดดำเนินการเต็มโครงการหลังจากยื่นขอเปิดฯ แล้วทางเจ้าหน้าที่จะไปตรวจโรงงาน และตรวจสอบเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ได้ระบุไว้หลังบัตร หลังจากตรวจดำเปิดดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จะออกใบอนุญาตเปิดดำเนินการเต็มโครงการ ให้นับวันนั้นไปอีก 2 ปีครับ สำหรับเงื่อนไข ISO
ไม่ใช่ ให้กรอกรายได้รวมทั้งส่วนที่ได้และไม่ได้รับการส่งเสริมของทั้งบริษัทแต่ไม่รวมรายได้อื่น เนื่องจากการรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเป็นการรายงานของบริษัทในภาพรวม ซึ่งแตกต่างจากการรายงานความคืบหน้าโครงการที่เป็นการรายงานข้อมูลเฉพาะโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
การยื่นขยายเวลาเปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียว ใช้แบบฟอร์ม F PM EX 06-02 ถูกต้อง แต่จะขยายเวลาได้เพียงครั้งเดียว โดยหลังจากนี้จะขอขยายเวลานำเข้าเครื่องจักรและเวลาเปิดดำเนินการไม่ได้อีก เอกสารแนบใช้สำเนาบัตรส่งเสริมและเอกสารแนบท้ายบัตรฯ เท่านั้น โดยอาจจะแนบสำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียน และสำเนางบการเงินล่าสุดไปด้วยก็ได้
หากเครื่องจักรเก่าที่สอบถาม ใช้ในกรรมวิธีผลิตที่ได้รับส่งเสริม ก็สามารถขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร เพื่อใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรได้ โดยต้องแนบใบรับรองประสิทธิภาพเครื่องจักรเก่าตามที่ BOI กำหนด ในขั้นยื่นขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร
ให้ติดต่อกับ จนท. ผู้ดูแลรับแจ้งปัญหาระบบ ตส.310 และระบบรายงานความคืบหน้าของโครงการ เพื่อขอแก้ไขข้อมูลใหม่ให้ถูกต้อง
กรณีของบริษัท ให้ติดต่อกับสำนัก 1 อุตสาหกรรมเบาและการเกษตรตามชื่อและเบอร์โทร หน้าสุดท้ายใน คู่มือการใช้งาน ตส.310
การตอบรับมติ และการออกบัตรส่งเสริม สามารถทำได้ 2 กรณีดังนี้
1. กรอกผ่านระบบออนไลน์ ผ่านระบบงานบัตรส่งเสริม (Promotion Certificate System) จากนั้น BOI จะตรวจสอบข้อมูลที่ยื่น
- หากข้อมูลไม่ถูกต้อง จนท จะแจ้งข้อผิดพลาดให้บริษัทราบ ผ่านระบบออนไลน์
- หากข้อมูลถูกต้อง จนท จะเปิดให้บริษัทส่งเอกสารประกอบการออกบัตรส่งเสริมผ่านระบบออนไลน์ โดยไม่ต้องยื่นเอกสารตัวจริง
2. ยื่นเอกสารที่สำนักงานฯ ในกรณีการโอนกิจการเท่านั้น
การตอบรับมติให้ยื่นแบบตอบรับมติการส่งเสริมการ ลงทุน (F GA CT 07) ที่กลุ่มบัตรส่งเสริม สำนักงานบีโอไอส่วนกลาง และการการออกบัตรส่งเสริมกรอกแบบฟอร์มประกอบการขอรับบัตรส่งเสริม (F GA CT 08) พร้อมยื่นเอกสารหลักฐาน ประกอบการออกบัตร
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
สินทรัพย์ที่จะนับเป็นขนาดการลงทุนเพื่อยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (การ cap วงเงิน) หากเป็นโครงการริเริ่ม (คือเป็นกิจการแรกที่บริษัทเริ่มประกอบการ) จะนับรวมทรัพย์สินอื่นๆ ได้แก่ อุปกรณ์สำนักงาน และยานพาหนะ ได้ แต่หากเป็นโครงการขยาย (คือเคยประกอบธุรกิจอื่นอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่าจะได้รับส่งเสริมจาก BOI หรือไม่ก็ตาม) จะไม่สามารถนำทรัพย์สินอื่นๆ มานับรวมเป็นขนาดการลงทุนเพื่อ cap วงเงิน รายละเอียดศึกษาเพิ่มเติมจาก http://www.faq108.co.th/boi/tax/amount.php
สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ IBC สำหรับการขยายธุรกิจดังกล่าว โดยไม่จำเป็นต้อง จัดตั้งบริษัทใหม่
ที่มา: ได้ยกเลิกการให้ส่งเสริมการลงทุนกิจการ International Headquarters (IHQ), International Trading Center (ITC) โดยกิจการ IBC เปรียบเหมือนการปรับการให้ส่งเสริมในกิจการ International Headquarters (IHQ) มาเป็นกิจการ IBC จึงมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีแผนการดำเนินการให้บริการแก่วิสาหกิจในเครือ และส่งเสริมให้ดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ได้ หากมีการดำเนินธุรกิจให้บริการแก่บริษัทในเครือ (IHQ) เป็นหลัก
(1) เงื่อนไข:
- ต้องมีการจ้างพนักงานประจำที่มีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับ IBC ไม่น้อยกว่า 10 คน เว้นแต่กรณี IBC ที่มีเฉพาะการให้บริการด้านการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือ ต้องมีการจ้างพนักงานประจำที่มีความรู้และทักษะไม่น้อยกว่า 5 คน
- กรณีเป็นการดำเนินกิจการการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ประเภทกิจการ 7.34 IBC จะต้องมีขอบข่ายธุรกิจในข้อ 1.1 – 1.10 ของกิจการ IBC ร่วมด้วยไม่น้อยกว่า 1 ข้อ
(2) สิทธิประโยชน์: ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบของ BOI ได้ แต่สามารถขอคืนภาษีนำเข้ากับกรมศุลกากรได้
1. BOI กำหนดนิยามของเครื่องจักรไว้ตาม ประกาศ ที่ ป.1/2546 ซึ่งครอบคลุมค่อนข้างกว้าง โต๊ะที่ใช้ในขั้นตอนการผลิต ผสม ประกอบ สามารถจัดเป็น "เครื่องใช้" ตามนิยามของประกาศ จึงสามารถขออนุมัติบัญชีเครื่องจักร เพื่อใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตาม ม.28 ได้ แต่จะต้องไม่เป็นรายการที่สามารถผลิตได้ในประเทศ
2. กรณีการคำนวณวงเงินลงทุนเพื่อกำหนดวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ใช้แนวทางเดียวกัน หากเป็นโต๊ะที่ใช้สนับสนุนกรรมวิธีการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพ ตามนิยามในประกาศ ก็สามารถนับเป็นมูลค่าการลงทุนในข่ายเครื่องจักรได้
บริษัทสามารถยื่นเอกสารตอบรับมติ และเอกสารประกอบการขอออกบัตรส่งเสริมได้พร้อมกัน และระยะเวลาการออกบัตรส่งเสริม กำหนดไว้ 10 วันทำการ (ระเบียบ BOI ที่ 1/2553) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กรณีที่ได้รับส่งเสริมหลายกิจการหรือหลายบัตรส่งเสริม ซึ่งสิทธิประโยชน์ไม่เท่ากัน หรือเริ่มต้นและสิ้นสุดไม่เท่ากัน บริษัทจะต้องแยกบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อคำนวณต้นทุนกำไรของแต่ละโครงการ เพื่อใช้สิทธิภาษีเงินได้ให้ถูกต้อง ค่าอาคารสถานประกอบการ ก็ต้องแยกต้นทุนของแต่ละโครงการด้วย กรณีที่สอบถาม น่าจะได้รับส่งเสริมเป็นคนละบัตร บัตรละ 1 กิจการ (โครงการ) ดังนั้น ในการแจ้งยืนยันการดำเนินการตามโครงการ ก็ควรแยกค่าใช้จ่ายของแต่ละโครงการด้วย