o o o o o o o
 
 
 
 
 
 
 
 
   
 
 
 
 

baa จุดอ่อนทางเศรษฐกิจของเวียดนาม

bประเทศเวียดนามแม้จะมีแรงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศเวียดนามเองก็ยังมีอุปสรรคในการลงทุนอยู่บ้าง ดังนี้

ba กฎหมายฉบับต่างๆ ของประเทศเวียดนามยังขาดความชัดเจน และต้องอาศัยการตีความ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐเองในบางครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศเวียดนามเองก็ได้มีความพยายามที่จะปรับแก้กฎหมายให้เป็นระบบและดีขึ้นอยู่เป็นระยะๆ

ba ระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่ยังไม่พร้อมและเพียงพอ โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้าที่ปรากฏว่าในปัจจุบันมีการขาดแคลนอยู่บ่อยครั้ง สำหรับปัญหานี้ รัฐบาลได้มีแผนสร้างโรงงานไฟฟ้าในบริเวณต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ด้วย

ba ประเทศเวียดนามยังขาดแคลนผู้บริหารระดับกลาง และแรงงานที่มีทักษะ ทำให้อัตราค่าจ้างแรงงานกลุ่มนี้ค่อนข้างจะสูงและอาจมีปัญหาความรู้ด้านภาษาอังกฤษ

ba ต้นทุนที่ดินและค่าเช่าสำนักงานอยู่ในอัตราที่สูงมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และเมืองใหม่

ba อุตสาหกรรมต้นน้ำ และ อุตสาหกรรมสนับสนุนยังไม่มีความพร้อม ทำให้ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบ หรือชิ้นส่วนสำคัญจากต่างประเทศ

ba ประเทศเวียดนามมีลักษณะที่แคบและยาว ประกอบกับการคมนาคมขนส่งยังไม่สะดวก อาจจะเป็นผลทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงและใช้เวลานานรวมทั้งทำให้เกิดความแตกต่างกันมากในด้านสังคม วิถีชีวิตระหว่างภาคต่างๆ โดยเฉพาะทางเหนือและทางใต้

baa จุดแข็งทางเศรษฐกิจของเวียดนาม

bทั้งนี้แม้ว่าจะมีจุดอ่อนในหลายๆ ประเด็น ในทางกลับกันแล้ว ประเทศเวียดนาม ก็ยังคงมีจุดแข็งที่น่าจะเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนไทย กล่าวคือ

ba การเมืองมีเสถียรภาพ นโยบายต่างๆ ได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งเสริมและการลงทุนจากต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลยังรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน และนำไปปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมขึ้นอยู่เสมอๆ และหากกฎหมายใหม่ทำให้นักลงทุนได้สิทธิประโยชน์ที่ลดลงจากที่เคยได้รับแล้ว นักลงทุนยังสามารถที่จะเลือกใช้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเดิมได้

ba เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และชาวเวียดนามมีกำลังซื้อแฝงอยู่มาก เนื่องจากได้รับเงินโอนจำนวนมากจากญาติมิตรที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ปัจจุบันมีชาวเวียดนามโพ้นทะเล (Viet Kiew) อยู่ประมาณ 3.2 ล้านคน (ในจำนวนนี้อยู่ในสหรัฐฯ เกือบครึ่งหนึ่ง) ในปี 2550 มีเงินโอนจากชาวเวียดนามโพ้นทะเลผ่านระบบธนาคารประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้จากแรงงานเวียดนามที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศอีกประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ba ประชากรมีคุณภาพและกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ค่าจ้างแรงงานต่ำและประชากรที่อยู่ในวัยทำงานสูงถึงร้อยละ 54 ของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือประมาณ 46 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ประชากรและแรงงานกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ขณะที่ภูมิประเทศของเวียดนามมีลักษณะที่แคบและยาวกว่า 1,650 กิโลเมตร รวมทั้งการคมนาคมขนส่งยังมีต้นทุนสูง การลงทุนจึงจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดนี้ด้วย

ba มีทรัพยากรธรรมชาติมาก ชายฝั่งทะเลระยะทางยาวถึง 3,260 กิโลเมตร อุดมไปด้วยอาหารทะเล น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และในปี 2552 เวียดนามจะมีโรงกลั่นน้ำมันแห่งแรก อยู่ในจังหวัดกว๋างไหง ใกล้กับนครดานังในภาคกลางของประเทศ ซึ่งจะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกจำนวนมาก นอกจากนี้แล้ว ยังมีสถานที่สวยงาม และ/หรือ ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่เป็นโอกาสทางธุรกิจ

ba สิทธิประโยชน์ด้านภาษี โดยทั่วไป นักลงทุนจะได้รับยกเว้นภาษีเป็นเวลา 4 ปี นับจากปีที่มีกำไร และเสียภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราภาษีที่ได้รับการส่งเสริมเป็นเวลา 7 ปี หลังจากนั้นเสียภาษีในอัตราที่ได้รับการส่งเสริมจนถึงปีที่ 15 แล้วจึงเสียภาษีในอัตราปรกติร้อยละ 25 ตั้งแต่ปีที่ 16 เป็นต้นไป ทั้งนี้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมมีตั้งแต่ร้อยละ 10, 15 และ 20 ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น เงินลงทุน สัดส่วนการส่งออก การจ้างแรงงาน และที่ตั้งโรงงาน เป็นต้น